จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จินตนาการ นรก ภาพลวงตา

ชื่อตอน : จินตนาการ นรก ภาพลวงตา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 143

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2561 18:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จินตนาการ นรก ภาพลวงตา
แบบอักษร

image

อจินไตยมีสิ่งท่ี่คาดไม่ถึง..และลึกซึ้งอย่างบอกไม่ถูก

....................

แพคเกจถูกจูบอย่างดุดัน..ในความรู้สึกของฮาล์ฟบลัดแวมไพร์ที่เดิมมีอุปนิสัยมากรักอันเนื่องจากธรรมชาติของเผ่าพันธุ์..นี่เป็นรอยจูบที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกรักที่แท้จริงของอีกฝ่าย..

เพียงแต่อีกฝ่าย..คือเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..หรือเดิมทีก็คือริต้า..ฝาแฝดคนน้องของคิตตี้..

และความรักที่ริต้ากำลังมอบให้..เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน..

นางรัก..แต่ไม่ใช่รักแพคเกจ..

ริต้าอาจจะเคยรักแพคเกจ..แต่เวลาผ่านไปจนกระทั่งเดี๋ยวนี้..ความรู้สึกที่มีต่อแพคเกจ..หายไปหมดสิ้นแล้ว

มีแต่ความรักที่มอบให้กับเจ้าหญิงที่เร้นลับ..ในแคว้นที่เร้นลับ..ดินแดนที่ทุกผู้คนล้วนแต่หวาดกลัว..

แพคเกจแม้จะจูบตอบเพราะความที่ริต้าหน้าตา..เสียง..จะเหมือนกับคิตตี้..คนรักที่ต้องจากกันตลอดกาล..

แต่ก็เพียงชั่วขณะที่เคลิ้มไปเท่านั้น..

แม้จะเป็นฝาแฝด..แต่ลีลาก็แตกต่าง..

จูบชั่วขณะ..ก็รู้สึกได้ว่าไม่ใช่คิตตี้ที่ตนเองคิดถึง..

และแพคเกจก็ได้สติแล้ว..

แพคเกจผลักร่างเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราออก..

“..ริต้า..ไม่นะ..ฉันไม่ใช่อจินไตยของเธอ..”

เจ้าหญิงอจินไตย..คนที่ทำให้เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ลุ่มหลงรักใคร่อย่างบอกไม่ถูก..ทำให้ถึงกับสูญเสียจิตที่ว่างเปล่าอย่างง่ายดาย..

เสียงเหมือนอีกฝ่ายจะรู้สึกตัว..

“..แพค..ขอโทษ..”จินดาพิสุทธิ์พูดเสียงอ่อนล้า..และผละออก..

แพคเกจฝืนยิ้ม..

“..เธอเป็นอะไรไปริต้า..ฉันรู้สึกเหมือนกับว่า..เธอไม่เหมือนเดิม..”

“..ฉันไม่รู้..ฉันบอกอะไรไม่ได้..บอกไม่ได้เลย..ถ้าฉันรู้สึกถึงอจินไตย..ฉันจะไม่เป็นตัวของตัวเอง..ฉัน..ฉัน..”

รู้สึกเสียใจที่จิตใจอ่อนแอขนาดนั้น..ทั้งที่เวลานี้..ทุกคนยกย่องนับถือเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราเป็นผู้นำ..

“..ทำไมจู่ ๆ ถึงเป็นแบบนี้ได้..”แพคเกจถามงง ๆ

“..ไม่รู้..แพค..ฉันได้ยินเสียงอจินไตยร้องให้ช่วย..ฉันกลัวว่าอจินไตยจะเป็นอะไรไป..ก็เลย..”

“..หูของฮาล์ฟบลัดแวมไพร์อย่างฉันดีมาก ๆ เลยนะริต้า.สาบานว่าไม่ได้ยินเสียงของอจินไตยเลย..”

“..แปลกมาก..หรือว่า..”จินดาพิสุทธิ์พยายามสงบใจคิด..ดับความฟุ้งซ่านด้วยการดิ่งจิตลงลึก..

เมื่อจิตดิ่งลึก..ความว่างที่หายไปก็กลับมา..

แสงสว่างแห่งความว่างเปล่าปรากฏขึ้นอีกครั้ง...สว่างจนเป็นประกาย..มองเห็นรอบข้างได้ชัดเจน..

“..บ้าชะมัด..ฉันได้กลิ่นประหลาด..”จินดาพิสุทธิ์สูดลมหายใจ.. “..ลูกเล่นของใครสักคน..น่าจะกลิ่นยาที่ทำให้จิตใจปั่นป่วน..หวาดหวั่น..สร้างภาพของความกลัวความกังวลออกมาได้..”

แพคเกจพยักหน้า..

“..อาจจะใช่นะ..แต่ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ..”

“..ถ้าจะเดา..สิ่งที่เราเผชิญหน้า..คืออะไรสักอย่างที่ใช้ยาเหล่านี้กับพวกเรา..แต่ยาไม่มีผลต่อตัวมันเอง..ทีนี้..สำหรับเธอ..อาจจะมีอะไรคล้ายคลึงกับพวกมัน..เลยไม่มีผลต่อเธอเหมือนกัน..”

แพคเกจนิ่งคิด..

“..ฉันเป็นฮาล์ฟบลัดแวมไพร์นะ..ครึ่งมนุษย์..ครึ่งแวมไพร์..”

จินดาพิสุทธิ์ถอนหายใจ..

“..ถ้าอย่างนั้น..สิ่งที่เรากำลังสู้ด้วย..ก็คือแวมไพร์..”

แพคเกจยังคงนิ่งคิด..

“..ถ้าเป็นแวมไพร์..มันก็ไม่ควรจะเป็นแวมไพร์ที่ถูกสร้างขึ้น..เหมือนกับไฮยีน่าแวมไพร์หรือปีศาจคลั่งพวกนั้นแน่...เพราะแวมไพร์ที่ถูกสร้างขึ้น..จะไม่มีชีวิตจิตใจหรือความคิดอ่าน..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..ฉันก็คิดอย่างนั้น..”

“..แล้วพวกมันมาได้ยังไงล่ะ..สมัยก่อน..ฉันเคยปะทะกับฮาล์ฟบลัดแวมไพร์คนหนึ่งที่มิติเร้นแห่งนี้..นางชื่อเหมันต์..นางเป็นฮาล์ฟบลัดแวมไพร์ที่เผอิญเกิดขึ้นจากการที่ราชาแวมไพร์หลุดเข้ามาในมิติเร้นแห่งนี้..และเผลอกัดคอดื่มเลือดผู้หญิงท้องไปคนหนึ่งด้วยความบังเอิญ..”

“..หากคิดไม่ผิด..เท่าที่ฉันอ่านตำราของราชาแวมไพร์สองเล่มแรกมาก่อนที่วังจันทรา..ราชาแวมไพร์ได้เล่าถึงบริวารแวมไพร์ที่เทพอสูรอนุญาตให้มีได้สี่คน..บางที..แวมไพร์ที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้..ก็ควรจะเป็นบริวารหนึ่งในสี่ของราชาแวมไพร์แน่..”

แพคเกจนิ่งคิด..

หลังจากผจญภัยในมิติเร้นในครั้งนั้น..สองกับป้อนก็ได้เล่าสิ่งที่ตัวเองไปเผชิญมาให้ทุกคนฟัง..

ข้อมูลเกี่ยวกับบริวารที่เป็นแวมไพร์ของราชาแวมไพร์ในมิติเร้น..ถือว่าตรงกัน..

แต่ในครั้งนั้น..ไม่มีใครได้พบกับบริวารทั้งสี่ของราชาแวมไพร์เลย..จวบจนกระทั่งราชาแวมไพร์ถูกทำลายไปด้วยฝีมือสองป้อน..ก็ยังไม่มีโอกาสได้พบ..

เป็นไปได้อย่างยิ่ง..ที่ราชาแวมไพร์จะให้บริวารทั้งสี่..คอยเฝ้าตำราที่เหลืออีกสองเล่ม..ซึ่งควรจะมีความสำคัญไม่น้อยและอาจจะสำคัญมากกว่าสองเล่มแรกอย่างไม่ต้องสงสัย..

และดินแดนบนยอดมัชฌิมา..เทือกเขาปัญจา..น่าจะเป็นดินแดนที่องค์เทพอสูรไม่อาจเข้ามายุ่งเกี่ยวได้..พวกมันทั้งสี่จึงรอดพ้นและอาละวาดได้ตามใจชอบโดยที่องค์เทพอสูรไม่อาจจะทำอะไรได้..

“..เข้าใจแล้ว..”แพคเกจพึมพำออกมา..

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มออกมาได้..

“..ถ้าเป็นปีศาจบริวารของราชาแวมไพร์จริง..ก็คงไม่น่ากลัวเท่าไหร่สินะ..”

ใช่..ไม่ควรจะน่ากลัว..เพราะแพคเกจหรือศศินาควรจะเหนือล้ำกว่าพวกมัน..หรือแม้แต่จินดาพิสุทธิ์..ก็ควรจะจัดการแวมไพร์เหล่านี้ได้สบาย..

“..ถ้าหากสู้กันตัวต่อตัว..ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอก..แต่หากพวกมันมีกับดัก..ลูกเล่น..อย่างเช่นตัวยาที่ทำให้ฉันฟั่นเฟือนไปขนาดนั้น..ก็ลำบากเหมือนกันนะแพคเกจ..”จินดาพิสุทธิ์พูดต่อ..

แพคเกจยืนขึ้น..ประคองร่างจินดาพิสุทธิ์ลุกขึ้นด้วย..

จินดาพิสุทธิ์เจ็บแปลบเล็กน้อยที่ข้อเท้า..แต่ก็กำหนดจิตให้ว่างเปล่า..จนความเจ็บปวดไม่มีผลใด ๆ ..

แพคเกจเห็นสีหน้าของเจ้าหญิงแห่งจันทรา..ก็ก้มลง..

“..แปลว่ายังดัดเท้าไม่เข้าที่ดีสินะ..”

ตัวเองจับข้อเท้าในรองเท้าผ้าขอบสูงสีขาว..

และบิดกระแทกอีกครั้ง..จนมีเสียงลั่นของกระดูกข้อเท้าเคลื่อนเข้าล็อค..

จินดาพิสุทธิ์มีสีหน้าเฉยเมย..แตกต่างจากเมื่อสักครู่..

แพคเกจอุทานเบา ๆ ..

“..นี่สิถึงจะเป็นริต้าคนเดิม..”

จินดาพิสุทธิ์ยืนหยัดเป็นปรกติ..ไม่มีอาการเจ็บอีก..

เวลานี้จิตสูญญตาที่ทรงไว้ ..กลับดิ่งลึกมากขึ้น..แม้ว่าทางหนึ่งจะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน..

คนที่ฝึกจิตสูญญตามาอย่างดี ..แม้จะเสียความว่างเปล่าไปบ้าง..แต่หากสามารถเรียกความเป็นสูญญตากลับคืนมาได้..ท้ายสุดแล้ว..จะยิ่งดิ่งเข้าหาความเป็นสูญญตาที่ลึกขึ้น..ราวกับคนอดอาหารเมื่อเจอของกินน่าอร่อย.ก็รับประทานอย่างตายอดตายอยาก..

จินดาพิสุทธิ์อุทานออกมาเมื่อตัวเองสัมผัสกับบางอย่างที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน..

คำอุทานทำให้แพคเกจอดงุนงงไม่ได้..

“..อะไรหรือริต้า..เหมือนเธอจะ...”

“..แพค..ฉันเข้าใจแล้ว..เข้าใจแล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์ดูจะลิงโลด..

สีหน้าแดงเรื่อ..จิตใจเบิกบานยิ่งกว่าเดิม..เป็นอาการเหมือนกับคนที่กำลังเต็มอิ่มกับพลังสมาธิหรือเข้าฌาณสมาบัติ..เป็นความสุขที่บอกไม่ถูก..ยากที่คนทั่วไปจะรับรู้ได้..

เสียงหนึ่งดังขึ้นในใจของจินดาพิสุทธิ์..

“..ว่างเปล่าที่แท้..ต้องผสมผสานกับความมี..ยิ่งมี..ก็ยิ่งว่าง..ยิ่งว่าง..ก็ยิ่งมี..ทุกอย่างกำหนดไม่ได้..ยากที่จะคาดคำนวณ..เป็นอจินไตย...”

อจินไตย..นี่คือความหมายที่แท้จริงของเธอใช่ไหม..

ใช่..เธอรู้ว่าจิตสูญญตาของฉันยึดติดกับความว่างเปล่ามากจนเกินไป..มันจึงไม่อาจจะทะลุกรอบของการฝึกจิตให้สูงล้ำไปกว่านี้ได้..

ถ้าจะให้สูงล้ำไปกว่านี้..ต้องเปิดทางให้จิตส่วนลึก..เกิดความมี..

เมื่อเกิดความมี..จะโหยหาความว่าง..

และเมื่อมีแต่ความว่าง..จะโหยหาความมี..

ไม่อาจจะให้มันยึดตายตัวได้..และมันคาดการณ์ไม่ได้ว่า..เมื่อไหร่ควรว่าง..เมื่อไหร่ควรมี..

ดังนั้น..ที่ดีที่สุด..ก็คือ..ไม่ต้องไปคาดการณ์มัน..ให้สิ่งเหล่านั้นเป็นอจินไตยเสีย..

อจินไตย..เธอต้องการให้ฉันเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ใช่ไหม..

สิ่งที่เป็นอจินไตย..คือ..สิ่งที่ไม่อาจจะคาดคิดคำนวณ..

ขอเพียงให้สัมผัสให้ได้ว่า..เวลานั้น..อะไรคือความเป็นจริงที่สุด..ก็จะทราบเองว่า..ควรว่างหรือควรมี..

นี่คือการครอบครองคำว่าอจินไตยอย่างแท้จริง..

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจนแพคเกจสะดุ้ง..แปลกใจที่มีเสียงหัวเราะนี้..

ในเงามืด..มีร่าง ๆ หนึ่ง..ในชุดสีขาว..ปรากฏขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ..

ชุดสีขาวของนางเป็นชุดคลุมยาวแตกต่างจากชุดขาวของจินดาพิสุทธิ์ที่มองดูกะทัดรัดกว่า..

ผิวนางแม้จะขาว..แต่เอาเข้าจริง..ก็ไม่ใช่ขาวเสียทีเดียว..

สีหน้า..แววตา..คล้ายว่างเปล่า..คล้ายไม่มีจุดหมาย..คล้ายกับบอกไม่ได้ว่านางคิดอะไรอยู่..

แพคเกจถึงกับตะลึงตะลาน..

“..อะไรกัน..เธอทำไมถึงมาที่นี่ได้..”

ก่อนจะพูดอีกว่า..

“..อจินไตย..”

นี่คือเจ้าหญิงอจินไตย..คนที่จินดาพิสุทธิ์หลงรัก..

นางยิ้มให้แพคเกจ...ก่อนจะประสานสายตากับจินดาพิสุทธิ์..

“..ในที่สุด..เธอก็เข้าใจแล้วใช่ไหม..ริต้า..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

อจินไตยยิ้มอีก..

“..วันที่เธอเข้าใจว่าอจินไตยชื่อฉันคืออะไร..เป็นวันที่เราจะไม่มีวันแยกจากกันอีก..”

แพคเกจเห็นจินดาพิสุทธิ์ผวาเข้ากอดเจ้าหญิงอจินไตย..กอดนาน..ลึกล้ำ..และบอกไม่ถูกว่านางรู้สึกอย่างไรกันแน่..แต่ไม่ใช่เพียงแค่ยินดีที่ได้พบเจออจินไตย..มันมีมากกว่านั้นอีก..

....

เพลงดาบฉวัดเฉวียน..รวดเร็ว..เกรี้ยวกราด..

ศศินารู้ดีว่า..ตัวเองต่อให้ถือดาบโค้งเสี้ยวจันทร์..และใช้เพลงดาบวายุจันทราของเผ่าหมาป่า..ในเวลานี้.คงไม่อาจจะฟาดฟันอะไรแบบนี้ได้..

เพราะตัวเองลึก ๆ มีความหวาดหวั่น..หวาดวิตก..จากแก๊สหลอนประสาทที่สร้างความกลัวให้เกิดขึ้นในใจ..

ทุกคนที่ฝึกวิชาการต่อสู้..ย่อมจะล่วงรู้ว่า..หากต่อสู้ด้วยความกลัว..ดาบแต่ละดาบฟันออกด้วยความหวาดหวั่นลึก ๆ ..จะเหมือนลังเล..และขาดพลัง..แบบนี้จะชนะใครไม่ได้เลย..

วาหุกลับฟันดาบด้วยเพลงดาบวายุเทพของเขาอย่างปราศจากความกลัว..

วิชาดาบของเขาเป็นวิชาดาบแนวทางเดียวกับเพลงดาบวายุจันทรา..ดังนั้น..การใช้ดาบโค้งเข้าต่อสู้..จึงสอดรับกับฝีมือของเขามากที่สุด..

ปีศาจแวมไพร์ที่ไม่รู้ว่าตัวเองคือแวมไพร์..กลับรับมือด้วยความหวาดหวั่น..

ดาบโค้งฉาบสารยูวีเมทัลลิค..ฆ่าแวมไพร์ได้..

สิบเจ็ดดาบผ่านพ้น..ปีศาจแวมไพร์ถอยไปสิบเจ็ดครั้ง..

หากเป็นคนธรรมดา..สิบเจ็ดดาบนี้..ต้องฟันดับชีวิตไปสิบเจ็ดชีวิตแล้ว..ไม่ควรจะมีใครรอดพ้นดาบอันน่าสะพรึงเช่นนี้ได้..

แวมไพร์ปีศาจตัวนี้..เสียเปรียบในเชิงอาวุธ..หากรับมือซึ่งหน้า..มีแต่ต้องตายแน่นอน..

ดังนั้น..มันต้องใช้ความได้เปรียบของตัวเองเข้าต่อสู้กับวาหุ..

สิ่งที่มันได้เปรียบ..คือมันมีปีก..และเมื่อมีปีก..มันจึงบินได้..

ลมคล้ายพายุ..ปีกกระพือให้อากาศเปลี่ยนเป็นแรงยกตัว..ร่างปีศาจแวมไพร์ได้แต่ลอยขึ้น..ฝุ่นคละคลุ้งจากการพัดกระพือของอากาศ..

ปีศาจแวมไพร์ตัวนี้บินได้..และการบินของมันทำให้วาหุเสียเปรียบ..

มันต้องจัดการกับคน ๆ หนึ่ง..นั่นคือเทพอัคคีเวนไตย์..

ในที่มืดขนาดนี้..มีแต่เทพอัคคีเวนไตย์..ถึงจะสามารถสร้างแสงสว่าง..และทำให้วาหุมองเห็นศัตรู..

แต่หากไม่มีแสงสว่าง..แวมไพร์ที่สายตาดีในที่มืดจะได้เปรียบ..

ไฟของเทพอัคคีเวนไตย์..ไม่ใช่รัศมีแสงแบบจิตสูญญตาของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ดังนั้น..จึงไม่ใช่ไฟที่แวมไพร์เกรงกลัว..

มันบินโฉบลงมา..หมายจะฆ่าด้วยหนึ่งกรงเล็บ..

แต่เงาสีเงินพุ่งวาบ...

ไม่มีทางเลือก..การจะจู่โจมป้องกันให้ทันท่วงที..มีทางเดียวคือต้องซัดขว้างดาบใส่...

วาหุขว้างดาบเสี้ยวจันทร์ใส่ปีศาจแวมไพร์นั้นแล้ว..

แต่หารู้ไม่ว่า..การซัดดาบใส่..เป็นสิ่งที่ปีศาจแวมไพร์คำนวณไว้ก่อน..

แม้ว่าวาหุจะขว้างดาบด้วยพลังรุนแรงขนาดไหน..แต่เมื่อมันอยู่ในการคาดคำนวณ..ปีศาจแวมไพร์จึงไม่ยากที่จะคิดหลบหลีก..

ประกายสีเงินพลาดเป้า..หายไปกับความมืด..

ก่อนที่มันจะตะปบกรงเล็บใส่เทพอัคคีเวนไตย์..

ฆ่าคนที่สร้างไฟได้เสียก่อนเถอะ..แล้วเจ้าจะเป็นรายต่อไป..

เพียงแต่..ปีศาจแวมไพร์ตัวนั้นคาดคำนวณบางอย่างผิดพลาดไป..

อย่างน้อย..ดาบที่วาหุใช้..เป็นดาบของศศินา..เจ้าหญิงแห่งเผ่าหมาป่า..

ดาบเสี้ยวจันทร์..ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ฟาดฟันแต่เพียงอย่างเดียว..

แต่มันถูกออกแบบมาให้ใช้ซัดขว้างด้วย...

ความโค้งของตัวดาบ..ทำให้การซัดขว้างจู่โจม..มีคุณสมบัติพิเศษ..นั่นคือ..มันสามารถหมุนวนกลับมาได้เอง..

เสียงฉึก..ดาบเสี้ยวจันทร์หมุนวนกลับมา..ปักที่กลางหลังของปีศาจแวมไพร์..ก่อนที่มันจะตะปบถูกร่างของเทพอัคคีเวนไตย์..

เมื่อดาบสัมผัสเป้าหมาย..สารยูวีเมททัลลิคที่ฉาบตัวดาบ..ก็มีปฏิกิริยากับร่างของแวมไพร์..

ไฟลุกขึ้น..ท่วมร่างปีศาจแวมไพร์นั้น..ทำให้รอบบริเวณสว่างราวกลางวัน..

ทุกคนฮือถอย..ไม่เชื่อสายตาว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้..

วาหุเดินเข้ามาตรงหน้าปีศาจแวมไพร์ที่เวลานี้ไฟลุกท่วมร่าง...

สายตาของเขาเย็นชาราวกับความตาย..

ปีศาจแวมไพร์มองสายตาของวาหุ..อย่างไม่เชื่อว่าจะเจอใครที่มีสายตาเช่นนี้อีก..

“..เจ้า..”

วาหุพูดอย่างไม่สะทกสะท้านราวกับเห็นความตายมาจนชินชา...

“..จดจำไว้..ข้าชื่อวาหุ..จอมดาบวายุเทพ..หากพบเจอมัจจุราช..เจ้าจะได้รายงานได้ถูกต้องว่าใครฆ่าเจ้า..”

ร่างมอดไหม้ค่อย ๆ ทรุดลง..และกลายเป็นเถ้าถ่าน...

.....

ในขณะนั้น..

จินดาพิสุทธิ์ผละออกจากการกอดร่างของเจ้าหญิงอจินไตย..

“..เธอมาหาฉันได้ยังไง..อจินไตย..”

เจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาได้แต่ยิ้ม..

“..มีอีกเส้นทางหนึ่ง..ที่สามารถเข้าถ้ำสมบัติ..และมาหาเธอได้..”

“.เธอรู้ด้วยหรือ..”

“..แม้ว่าฉันจะไม่มีพลังของชาวแคว้นสนธยาเหลืออยู่..แต่ก็ยังมีความรู้..สมอง..และความเชี่ยวชาญด้านอี่นหลงเหลือนะริต้า..”

แพคเกจที่ยืนอยู่อีกทางอดถามไม่ได้..

“..แต่มันก็แปลกนะ..อจินไตย..แปลกมาก..ทำไมมันถึงพอดีกันถึงขนาดนี้..”

“..เพราะว่า..”อจินไตยยิ้มทั้งที่ตายังมองนิ่ง.. “..ฉันรับรู้บางเรื่องก่อนล่วงหน้า..ก็แค่นั้นแหละแพคเกจ..”

“..เธอรู้ได้ยังไง..”

“..เวลานี้.ริต้าก็น่าจะรู้เหมือนฉันแล้ว..เพราะจิตสูญญตาของริต้า..พัฒนาขึ้นจากเดิมมากมายนัก..”

แพคเกจดูงงงวย..

“..อะไรนะ..จิตพัฒนาขึ้นหรือ..นี่ริต้ายังจะพัฒนาอะไรอีก..จิตลึกล้ำถึงขนาดนี้แล้ว..”

“..เธอไม่เข้าใจหรอกแพค..”อจินไตยหัวเราะ.. “..ริต้าทลายกรอบของความว่างได้สำเร็จแล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..แพคเกจกลับดูงุนงงหนักขึ้น..

“..หมายความว่าอย่างไร..”

“..ความว่างที่จริงแท้..ต้องว่างแม้ว่ามี..หาใช่ว่างเพราะพยายามให้ปราศจากความมี..”

แพคเกจทำตาเหมือนกับจะเหล่เหลือกงุนงง..

“..อะไรของเธอนะริต้า..ไม่เข้าใจเลย..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ...

“..คงเข้าใจยากหน่อยนะ.ไม่เป็นไรหรอก..”

แพคเกจครางเฮ้อ..

“..ยังไงล่ะก็ดีใจนะที่เรายังไม่พลาดมีอะไรกัน..เมื่อกี้มันหวาดเสียวมากเลย..”แพคเกจฉุกคิด.. “..ตายล่ะ..ขอโทษนะอจินไตย..ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรริต้าแบบนั้นนะ..”

อจินไตยกลับหัวเราะ..

“..ถ้าไม่ได้เธอ..ริต้าคงจะไม่เข้าใจคำว่าอจินไตยชื่อฉันสักที..ไม่เป็นไรหรอกน่า..หรือต่อให้พลาดกันอีกครั้ง..ก็ไม่เห็นจะต้องตกอกตกใจอะไรเลย..เพราะพวกเธอก็เคยมีอะไรกันมาแล้ว..เรื่องนี้ฉันรู้หรอกน่า..”

แพคเกจอ้าปากค้าง...

อจินไตยยิ้ม..

“..เรื่องแค่นี้..คิดว่าฉันจะถือสาจนเป็นเรื่องใหญ่โตหรือยังไง..แพคเกจ..”

จินดาพิสุทธิ์ทำหน้าพิกล..ไม่คิดเหมือนกันว่าคนที่ตัวเองรักจะพูดอะไรแบบนี้..

ได้แต่ตัดบทว่า..

“..เรามาคิดกันก่อนเถอะว่าจะเอายังไงกันต่อ..จะหาทางไปสมทบพวกข้างบนไหม..”

“..ไม่เห็นต้องคิดเลยนี่ริต้า..”อจินไตยยังคงมีสายตาที่จับจ้องไปข้างหน้า..แบบไม่เลื่อนหลบไปไหน..

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..แต่สายตาของอจินไตยทำให้เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราเข้าใจในทันที..

จิตส่วนหนึ่งดิ่งลึกไปในสภาวะแห่งสูญญตาที่นับวันยิ่งทรงพลังขึ้นทุกที..

“..เราต้องไปทางนั้น..”จินดาพิสุทธิ์ชี้ไปที่ทางด้านซ้ายซึ่งเหมือนมีอุโมงค์เป็นโพรงทอดลึกไปยังสถานที่ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าที่ไหน..

แพคเกจยังคงสงสัย..

“..ทำไมล่ะ..เราหาทางขึ้นไปข้างบนไม่ดีกว่าหรือไง..”

“..เชื่อริต้าเถอะ..”อจินไตยตอบ..

“..ทำไมถึงต้องเชื่อ..ริต้าเพิ่งมาที่นี่ไม่ใช่หรือ..”แพคเกจเหมือนยังไม่ยอมแพ้..

“..แพค..”จินดาพิสุทธิ์หันมาพูด.. “..เธอยังไม่เข้าใจอีกหรือ..”

“.ไม่เข้าใจเรื่องอะไร..”

“..แม้แต่อจินไตย..ก็มาที่นี่เป็นครั้งแรกนะ..แล้วนางมาหาเราถูกต้องได้ยังไง..รู้ได้ยังไงว่าต้องเข้ามาในถ้ำตรงส่วนไหนถึงได้มาเจอเราสองคน..”

แพคเกจอุทานออกมา..

“..จริงหรือ..เป็นไปได้ยังไง..”

“..เพราะเราไม่ได้ใช้ความคิด..แต่จะใช้วิธี..”หยั่งรู้”..ให้พบกับสภาวะที่เหมาะสมกับความเป็นจริงที่ดีที่สุดสำหรับเรา..นี่คือหลักการของคำสอนอารามขาวนะ..นายแม่อารามขาวไม่เคยสอนแพคหรือไง..”

แพคเกจรู้สึกว่า..ตัวเองเป็นส่วนเกินของริต้ากับอจินไตยไปโดยสิ้นเชิง..

สองคนนี้..รู้ใจกันและกันเป็นอย่างดี..

อดนึกถึงคิตตี้กับกัษษากรหรือกัสจังไม่ได้..

สองคนนั่น..ก็เหมือนมองตา..ก็รู้ใจกัน..

แล้วเราล่ะ..

แพคเกจกลับนึกถึงศศินา..เจ้าหญิงหมาป่า..

ก่อนจะยิ้ม..

ถ้าหากจะมองถึงการมองตาก็รู้ใจ..พี่นานี่แหละ..ที่รู้ใจเราที่สุด..แถมเราก็รู้อีกด้วยว่าพี่นาคิดอย่างไรกับทุกเรื่อง..

.....

เปลวไฟมอดดับ..

ร่างของปีศาจแวมไพร์กลายเป็นเถ้าถ่าน..

ศศินาเดินมาที่เถ้าถ่านนั้น..หยิบดาบเสี้ยวจันทร์ของตนเองขึ้นมา..ปาดกับผ้าสะอาด..เช็ดคราบเขม่าไฟ..สอดคืนฝักเป็นที่เรียบร้อย..

วาหุถอนหายใจ...

“..เราเสียไปสามคน..และหายไปสอง..”

ศศินาครางอือม์..ในขณะที่สินธุที่เพิ่งแจ่มใสขึ้น..ก็พูดว่า..

“..เจ้าหญิงกับท่านค้างคาวคงไม่เป็นอะไร..”

ศศินาพยักหน้า..

“..พวกนางแค่ร่วงไปตรงซอกนั่น..”

พลางเดินไปยังจุดที่จินดาพิสุทธิ์และแพคเกจร่วงหล่น..

บริเวณนั้นเป็นโพรงที่ทอดไปยังเบื้องล่าง..

ศศินาป้องปาก..กู่เสียงคล้ายเสียงสุนัขป่าหอนโหยหวน..

ไม่ช้าก็มีเสียงกู่กลับ...

ทุกคนมีสีหน้ายินดี..

ศศินากู่เสียงร้องอีกครั้ง...

และก็มีเสียงกู่กลับมาอีกครั้งเช่นกัน..

ศศินานิ่งครู่หนึ่ง..

“..พวกนางไม่เป็นไร..เพียงแต่การขึ้นมาเบื้องบนอาจจะทำได้ยาก..เบื้องล่างมีทางเดินไปข้างหน้า..จำต้องเสี่ยงเดินต่อ..แต่เชื่อว่าน่าจะไปบรรจบกันในที่สุด..”

เทพอัคคีเวนไตย์อดถามไม่ได้..

“..ท่านปีศาจหมาป่า..ท่านทราบได้จากเสียงกู่ร้องนี่รึ..”

ศศินายิ้ม..ใครจะคิดว่าภายใต้เสียงกู่ที่ฟังดูเหมือนไม่มีความหมาย..แต่แท้จริง..มีบทสนทนาเป็นคำพูดแฝงอยู่..และมีแต่หูของฮาล์ฟบลัดแวมไพร์อย่างแพคเกจและหูของเจ้าหญิงหมาป่าเท่านั้นที่ได้ยินเสียงบทสนทนานี้..

นี่เป็นการสื่อสารผ่านคลื่นเสียงที่คล้ายอุลตร้าโซนิคที่ไปได้ไกลกว่าเสียงตะโกนธรรมดา..

ศศินาพยักหน้าให้สินธุกับวาหุ..

“..เราต้องไปกันต่อ..เชื่อว่า..อย่างไรก็สามารถพบเจอเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์กับเจ้าค้างคาวอีกครั้ง..”

วาหุพยักหน้า..

“..ขอให้เป็นเช่นนั้น..”

ทั้งหมดจึงต้องเดินทางต่อไปยังส่วนลึกของถ้ำ...

แม้เวลานี้..จำนวนของผู้ที่เดินทางจะน้อยลงไปแล้ว...

.....

แพคเกจเดินนำหน้าจินดาพิสุทธิ์และอจินไตย..เพราะสายตาของฮาล์ฟบลัดแวมไพร์..สามารถมองในที่มืดได้ดีกว่าคนธรรมดา..แต่เหนืออื่นใด..แพคเกจรู้ว่าริต้ากับเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยา..ต้องการอยู่ร่วมกันมากกว่าอย่างอื่น..

ทั้งสามเดินผ่านทางแคบ..ไปจนทะลุถึงห้องโถงใหญ่ของถ้ำ..

และห้องโถงนี้สว่างผิดไปจากทุกที่..

ความสว่างเกิดมาจากประกายระยิบระยับของหินสะท้อนแสง..ซึ่งมีทางเป็นปล่องทะลุถึงภายนอก..และเวลานี้..แสงจันทร์กำลังสว่าง..

เหนืออื่นใด..สถานที่นี้ไม่มีเพียงแค่หินผลึกใสสะท้อนแสงเท่านั้น..

แต่ยังมีข้าวของที่ดูจะเป็นเครื่องประดับ..เครื่องใช้ของมนุษย์..

แพคเกจชะงัก..

“..หรือนี่คือถ้ำสมบัติ..”

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

“..ถ้ำสมบัติจริง ๆ ..”

ความสว่างของประกายผลึกหินใสสะท้อนแสงกับสมบัติล้ำค่า..แยกแทบไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร..สำหรับคนทั่วไปอาจจะชวนให้ตื่นตาตื่นใจกับความงาม..และความมากคุณค่าของสมบัติ..แต่สำหรับคนทั้งสาม..กลับมองสิ่งเหล่านี้เหมือนกับหมอกควัน..

อจินไตยหัวเราะเบา ๆ ..

“..ริต้า..เธอจะไม่เอาสมบัติติดมือไปบ้างหรือ..”

“..อจินไตย..นอกจากตำราที่ท่านแม่ฝากให้เสาะหา..อย่างอื่น..ฉันก็คงไม่สนใจมันหรอกนะ..แพค..เธอจะเอาไปฝากพี่นาบ้างไหมล่ะ..”

แพคเกจกลับหัวเราะ..

“..มันไม่มีประโยชน์สำหรับฉันหรอกริต้า..พี่นาก็คงไม่ได้สนใจอะไรแบบนี้เหมือนกัน..”

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

“..เรารีบหาสิ่งสำคัญกันก่อนเถิด..”

แพคเกจพยักหน้า..

“..ตำราของราชาแวมไพร์ใช่ไหม..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..แต่พอหันไปทางเจ้าหญิงอจินไตย..ก็เห็นอีกฝ่ายยิ้มนิ่งอยู่..

“..อจินไตย..”จินดาพิสุทธิ์อดร้องเรียกไม่ได้..

“..เธอนี่ชอบลืมนะริต้า..ลืมอีกแล้ว..”

“..หือ..”

“..จิตสูญญตาระดับเธอ..ยังต้องค้นหาอีกหรือไง..”

จินดาพิสุทธิ์ชะงัก..แพคเกจก็ชะงัก..

“..ใช่แล้ว..ต้องหาทำไม..”เจ้าหญิงแห่งจันทราหลับตา..

ก่อนจะลืมขึ้น..

“..ให้ตายสิ..”

แพคเกจยังไม่เข้าใจ...

“..มีอะไรหรือริต้า..”

“..นี่ไม่ใช่ถ้ำสมบัติ..”

“..ถ้าไม่ใช่..แล้วมันจะเป็นอะไรได้..”

เสียงอจินไตยหัวเราะกังวาน..

แพคเกจไม่เข้าใจเสียงหัวเราะเช่นนี้เลย..

“..อจินไตย..เธอหัวเราะทำไม..”

แต่เสียงหัวเราะของอจินไตยทำให้แพครู้สึกประหลาด..ฉุกคิด..และ...

ก่อนจะร้องเสียงหลง..

“..เฮ้ย.ริต้า..นี่มัน..”

เพราะเมื่อแพคเกจปรับความรู้สึกบางอย่าง..ภาพที่ตัวเองเห็นก็เปลี่ยนไปเช่นกัน..

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..เหลี่ยมมุมของแสงสะท้อนของผลึกในถ้ำ..ทำให้เธอเห็นอะไรที่แตกต่างจากความเป็นจริง..ใช่ไหม..ริต้า.”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..ปัญหาคือ..นี่เป็นสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติหรือเปล่า..”

แทนคำตอบ..

สภาพรอบข้างเปลี่ยนแปลงไป..

เปลี่ยนจนแพคเกจถึงกับหัวหมุนตาลาย..ทรุดนั่งลง...

และอดบ่นไม่ได้..

“..นี่..ตกลงฉันเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันหรือเปล่านี่..”

ก่อนจะขนลุกเกรียว..เพราะสภาพรอบข้างกลายเป็นอะไรอีกแบบหนึ่งที่ชวนขนหัวลุก..

บรรยากาศของความมืด..แสงสลัว..ไฟประลัยกัลป์..และ..นรก..

แพคเกจแทบจะโวยออกมาตรงนั้น..แต่มีอะไรบางอย่างที่ทำให้แพคเกจนิ่งสงบได้..

“..หือ.จะเอาอะไรกับเราอีก..”..เหมือนแพคเกจจะไม่เข้าใจปรากฏการณ์ที่ตัวเองเห็น..

จินดาพิสุทธิ์มองไปรอบ ๆ สายตามีแต่ความว่างที่เหมือนไม่ว่าง..

“..อจินไตย..”เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราอุทาน..

เงาประกายที่เปรียบประดุจสายฟ้าจู่โจมทำร้ายเจ้าหญิงอจินไตยทางด้านหลัง...

อจินไตยแค่นเสียง..ดาบนั้นเฉียดร่างเธอหวุดหวิด..

“..ในห้องโถงถ้ำนี้..สามารถปรับการหักเหแสงจากผลึกหินใส..สร้างภาพลวงตาขึ้นมาได้..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง.. “.ให้ตาย..หินใสในถ้ำนี้..ส่วนหนึ่งแคว้นจันทราหาทางใช้มันจัดทำเป็นโคมพรรณราย..ของวิเศษประจำแคว้น..”

เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราเห็นประกายแสงจู่โจมใส่..ก็ปราดหลบ..

“..เกิดอะไรขึ้น..”

อจินไตยแค่นเสียง..

“..ที่นี่ไม่ได้มีแต่เรา..แต่มีพวกเธอด้วยนะริต้า..”

“..ว่าไงนะ..”

“..เราไม่เห็นพวกเขา..นอกจากถ้าพวกเขาจะโจมตี..เราถึงจะเห็นการโจมตีนั้น..”

“..แล้วพวกเขาล่ะ..”

“..พวกเขาเห็นเรา..แต่ก็ไม่คิดว่าเป็นพวกเรา..”

จินดาพิสุทธิ์อุทานเบา ๆ ..

“..แพคเกจ..เธอรู้หรือเปล่าว่าที่นี่มันเกิดอะไรขึ้น..”

....

ก่อนหน้านี้เล็กน้อย..

ศศินานำวาหุสินธุ..เทพอัคคีเวนไตย์..นักดาบเงาครุฑทั้งห้า..กับเสือขวานฟ้าพร้อมบริวาร..เข้ามาในห้องโถงใหญ่..ซึ่งมีประกายแสงสะท้อนระยิบระยับ..

ทุกคนอุทานอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นสภาพของห้องโถงถ้ำ..

ศศินาถึงกับพูดออกมาว่า..

“..สวยจริง ๆ ..”

สินธุชี้ไปข้างหน้า..

“..นั่น..เหมือนกับจะเป็นสมบัตินะ..หรือเรามาถึงถ้ำสมบัติแล้ว..”

ศศินาแค่นเสียง..

“..ข้าไม่สนใจสิ่งเหล่านี้..พวกท่านจะนำพากลับบ้าน..ก็เชิญเถิด..”

แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร..สภาพแวดล้อมรอบข้างมืดมิดลง..แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่คล้ายกับนรก..

ไม่มีใครเคยเห็นนรก..แต่นี่..คือนรกอย่างแน่นอน..

จินตนาการทำให้รู้สึกว่า..ที่นี่คือนรก..

และทุกคนเห็นปีศาจ..

ปีศาจจากนรกสามตัว..

ปีศาจทั้งสามรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาด..แต่ไม่ว่าใครก็ทราบว่าพวกมันเป็นปีศาจ..

เสือขวานฟ้าตวาดก้อง..ขยับขวาน..จามใส่ปีศาจอย่างรวดเร็ว..

เขาอาจจะกลัว..แต่วิธีที่ระงับความกลัวได้ดีที่สุด..ก็คือต่อสู้กับความกลัว..

ปีศาจนั้นหลบไปอีกทาง..

ห้านักดาบเงาครุฑชักดาบจากฝัก..ครุฑขาวแทงดาบหาปีศาจตนหนึ่ง..แต่มันก็หลบรอดได้..

“....เราอาจฆ่าพวกมันได้..ฆ่าพวกมันเสีย..”เสียงครุฑขาวร้องบอกทุกคน..

เวลานี้ทุกอย่างกำลังปั่นป่วน..

ปีศาจจากนรกทั้งสาม..เคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาด..คล้ายกับไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้น..

แต่เมื่อถูกโจมตี..ก็หลบเลี่ยงได้ทุกครั้ง..

จะมีใครทราบบ้างไหม..ว่าปีศาจจากนรกทั้งสาม..ก็คือคนที่พวกเขาไม่ควรจะทำร้ายแต่อย่างใด..

เพียงแต่..ปีศาจทั้งสามยังมองไม่เห็นศัตรูแม้แต่น้อย..

ใช่..นี่คืออะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดภาพลวงตา..

ศศินานำทีมบุกเข้ามาทางหนึ่ง..ในขณะที่จินดาพิสุทธิ์และพวก..มาอีกทางหนึ่ง..

อจินไตยทำให้จินดาพิสุทธิ์รู้ว่า..ห้องโถงสว่างในถ้ำนี้..สามารถสร้างภาพลวงตาล่อลวงพวกเขาได้..แม้แต่แพคเกจที่ตอนแรกยังตามไม่ทัน..แต่เมื่อได้รับการชี้แนะ..ก็เข้าใจแล้ว..

เพียงแต่..ทางฟากทีมศศินาเล่า..

พวกเขาไม่มีทางรู้ว่าที่นี่เป็นอย่างไร..

และพวกเขาเห็นบรรยากาศของนรก..ตามความเข้าใจของแต่ละคน..กับปีศาจนรกทั้งสาม..ด้วยความกลัว..ก็ได้แต่โจมตี..และน่าจะประสบผล..เพราะปีศาจเหมือนจะกริ่งเกรงการโจมตีของทุกคน..

ในความเป็นจริง..ปีศาจที่พวกเขาเห็น.เป็นภาพลวงตาทั้งสิ้น..

ปีศาจทั้งสาม..ก็คือ..จินดาพิสุทธิ์..อจินไตย..และแพคเกจ..

และเจ้าหญิงทั้งสองกับฮาล์ฟบลัดแวมไพร์..กลับไม่เห็นทีมของตัวเองที่ศศินา..วาหุ..สินธุ..เป็นผู้นำเวลานี้..

ภาพลวงตาที่น่ากลัว..ชักนำให้ฆ่ากันเอง..ภาพลวงแห่งมรณะอย่างแท้จริง..

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น