ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 29

คำค้น : อาคราม เพลย์เยอร์ อาหลาน ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2561 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29
แบบอักษร

WTF! :: 29

วันต่อมาผมกับอาครามมาที่บริษัทสภาพผมบอกเลยว่าอย่างกับซากศพ...จะเดินทีต้องกัดฟันแล้วพยายามที่จะไม่ให้ใครสังเกตุเห็นถึงความผิดปกติของช่วงล่างที่โดนกระหน่ำมาเมื่อคืน...แล้วดูคนข้างหน้านะครับเดินตัวเบาหวิวเลยหน้าตานี่ฉายชัดความสุขความอิ่มเอมอย่างไม่ปกปิด...หมั่นไส้ชะมัด

"ท่านประธานค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" ทันทีที่มาถึงหน้าห้องพนักงานสาวก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ผมขมวดคิ้วมองหน้าเธอนิ่งๆ

"อะไร?"

"ที่โต๊ะของน้องตุลย์..คือ..ใครก็ไม่รู้เอาเลือดมาเขียนที่โต๊ะน้องค่ะ!" สิ้นคำอาครามและผมก็รีบมาที่เกิดเหตุทันที ตุลย์กำลังร้องไห้หนักภายใต้อ้อมกอดของทัศกร หึ...ดูแค่นี้กูรู้แล้วว่าตอแหล ผมมองหน้ามันก่อนหันมองโต๊ะทำงานสีขาวบนโต๊ะมีข้อความเขียนว่า 'ฆาตกร' แล้วบริเวณโต๊ะเต็มไปด้วยเลือดสีแดง

"ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร...แค่ทำความสะอาดมันก็จบกัน..เสียเวลาทำงานจริงๆ" อาครามพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายแล้วหันหลังเดินกลับไปที่ห้อง ผมหัวเราะแล้วเดินตามอาครามมาก่อนนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

"อาคราม...วันนี้ไปรับเติมเต็มด้วยนะครับ" ผมรีบบอกก่อนที่อาครามจะเข้าห้อง อาครามพยักหน้าแล้วเข้าห้องไป ผมเริ่มทำงานของตัวเองและไม่ลืมที่จะมองแผนกบัญชีอย่างขำขัน..ปัญหาแค่นี้ยังแก้กันไม่ได้...เสียดายอายุจริงๆ

"พี่เพลย์..วันนี้พี่ไปงานศพฟาร์มมั้ยครับ?" ผมเงยหน้ามองคนมาใหม่แล้วยิ้มให้ก่อนพยักหน้า ยังไงผมก็ต้องไปล่ะนะ

"ไปสิ..เตพี่ฝากกระจายข่าวเรื่องฟาร์มด้วยนะ..อย่างน้อยคนบริษัทเดียวกันก็น่าจะเห็นใจเขาอยู่"

"ครับพี่..งั้นเจอกันที่วัดเลยทีเดียวนะครับ"

"โอเค" เตกลับไปทำงานตัวเองส่วนผมก็ทำงานตัวเองต่อ ตอนนี้เตมินทร์ได้ลงในแผนกการตลาดนอกหลังอยู่ฝึกงานกับผมได้สองอาทิตย์ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีที่เตได้ลงในแผนกนั้นเพราะความสามารถของเตมากเกินกว่าจะลงแผนกธรรมดา

พักเที่ยงข่าวการตายของฟาร์มกระจายไปทั่วบริษัทอย่างรวดเร็ว ผมกับอาครามเราออกจากบริษัทเดินทางมาที่วัดที่จัดงานศพของฟาร์ม..พ่อแม่ฟาร์มร้องไห้จนเป็นบมหลายรอบ..นี่คือสิ่งที่ผมได้ยินมาจากญาติๆของฟาร์ม...เงินประกันที่ฟาร์มทำไว้อาครามให้พ่อกับแม่ฟาร์มเก็บไว้ใช้ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆอาครามจะออกเองทั้งหมด...ถ้าไม่รวมเรื่องที่ฟาร์มทำเพื่อตุลย์โดยรวมแล้วฟาร์มเป็นพนักงานที่มีคสามสามารถคนนึงเลย เราใช้เวลาอยู่กับครอบครัวฟาร์มจนเย็นเพื่อทดแทนช่วงเวลาที่เขาเสียฟาร์มไปก็เหมือนว่าผมและอาครามช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของพวกเขา

"เดี๋ยวผมจะมาใหม่นะครับ..ผมขอไปรับลูกจากโรงเรียนก่อนนะครับ" อาครามยิ้มสุภาพแล้วโอบเอวผมแน่น ผมอ้าปากค้างมองหน้าพ่อแม่ฟาร์มสลับไปมา พวกท่านยิ้มขำแล้วพูดประโยคที่ทำผมแก้มร้อนผ่าว

"เป็นผัวเมียกันสินะจ้ะ...เหมาะกันมากเลย..รีบๆไปรับลูกเถอะจ้ะ"

"หึๆ แล้วผมจะมาใหม่นะครับ" อาครามและผมลาท่านก่อนพากันมาที่รถ

ผัวะ!

"ทำอะไรเกรงใจคนอื่นบ้างสิอา!" พอมาถึงรถขึ้นรถได้ผมก็ตบแขนแรงๆอย่างหมั่นไส้ อาครามยักคิ้วกวนๆแล้วขับรถออกจากวัดเพื่อไปรับเติมเต็มที่โรงเรียนกว่าจะไปถึงก็หลายนาทีเพราะกว่าจะกลับรถและรถติดอีก..เฮ้อ...เติมเต็มจะรอนานมั้ยนะ

"เราจะเอาเติมเต็มมาด้วยนะเจ้าเพลย์..ชั้นไม่อยากให้สองคนอยู่บ้านตามลำพัง"

"ฝากพี่คิลก็ได้นี่ครับ"

"ฝากไอ้คิล?...แกคิดใหม่เถอะเพลย์ วันๆอยู่แต่กับเมียมันจะมีเวลาดูหรือไง"

"นั่นสินะ...ก็ได้ครับ"

ผมพยักหน้าแล้วปรับเบาะเอนลงเล็กน้อย..วันนี้เดินบ่อยมาก..ปวดก้นปวดสะโพกไปหมดเลย พอมาถึงโรงเรียนก็เห็นเติมเต็มยืนรออยู่ด้านหน้ากับคุณครูด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ผมลงจากรถแล้วเดินยิ้มดข้าไปหาก่อนย่อตัวลงอ้าแขนรับร่างเล็กสองร่างแล้วหอมแก้มสลับกันไปมา...ถึงสองคนนี้จะไม่ใช่สายเลือดแท้ๆแต่ผมก็รักพวกเขา...ทั้งๆที่ตอนแรกไม่ค่อยจะชอบเท่าไหร่ก็เถอะ

"วันนี้เราจะไปงานศพของคนที่บริษัทอาครามแล้วเราสองคนต้องไปด้วยนะเข้าใจมั้ย?" ผมบอกยิ้มๆแล้วพาทั้งคู่ขึ้นรถ อาครามที่รออยู่ก็ขับออกทันที

"อาครามๆ...เมื่อวานอ่ะครับเติมกับเต็มได้ยินพี่เพลย์ร้องแปลกๆดังมากเลย..พี่เพลย์ไม่สบายหรอ?" เติมชะโงกหน้าถามอาครามเสียงเจื้อยแจ้ว...อยู่ๆมือผมก็ชื้นเหงื่อขึ้นมาซะงั้น...เริ่มใจไม่ดีแล้วสิ

"ร้องยังไง?" อาครามถามกลับแล้วลอบมองหน้าผมขำๆ ผมถลึงตาใส่เเล้วเบือนหน้าเข้าประตูรถก่อนเอนหัวพิงแล้วเม้มปากแน่น...อย่าบอกว่าทั้งสองได้ยิน?

"ก็ร้องแบบ อ๊ะ อ๊ะ อะไรเนี่ยแหละฮะ"

"หึๆ...พี่เพลย์เขาแค่มีความสุขน่ะ" ผมหันควับมองหน้าอาครามอึ้งๆกับคำตอบหลอกเด็ก

"อ๋อ แล้วถ้าเติมกับเต็มมีความสุขก็ร้องแบบนั้นได้ใช่มั้ยฮะ?" คราวนี้เป็นผมที่ขำลั่นรถ อาครามจิ๊ปากก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์

"ต้องถามพี่เพลย์ครับเติม...ว่ามีความสุขแบบไหน" อาครามยักคิ้วก่อนหันกลับไปสนใจเส้นทางโดยปล่อยระเบิดลูกใหญ่ให้ผม เติมและเต็มรีบเกาะเบาะที่ผมนั่งแล้วชะโงกหน้าเข้ามาจนผมผงะ...ทำไมเด็กพวกนี้ช่างสงสัยจังวะ

"แบบไหนอ่ะพี่เพลย์?" เต็มเอียงคอถามอย่างน่ารัก ผมปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วยิ้มกลบเกลื่อน

"ฮ่ะๆ อย่าไปสนใจเลยเต็ม อาครามเขาโกหก"

"ถ้าอาครามโกหก...แล้วพี่เพลย์ร้องแบบนั้นทำไมฮะ" เต็มยังคงยิงคำถามมาอีกหนึ่งคำถาม ผมเลิ่กลั่กไม่รู้จะตอบยังไง

"แกก็บอกเด็กๆไปสิว่ากำลังทำน้องให้พวกเขา"

"ถ้าเราโตไปก็จะรู้เองครับ...เอาล่ะ นั่งกันดีๆจะถึงบ้านแล้ว" ผมรีบพูดขึ้นเสียงดังทันทีที่อาครามพูดจบ อาครามหัวเราะหึๆแล้วเลี้ยวรถเข้าบ้าน...เติมเต็มยังทำหน้าสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ผมให้ทั้งสองไปอาบน้ำส่วนผมกับอาครามก็ต่างแยกย้ายกันไปจัดการตัวเองแล้วมาเจอกันที่หน้าบ้านตอนหกโมงกว่าๆ

"พี่เพลย์ เต็มเอาขนมไปกินในรถได้มั้ย?" ผมพยักหน้ายิ้มๆ เต็มเลยจัดการเอาขนมที่เคยซื้อมาคราวนั้นใสาถุงไปวางในรถส่วนเติมรอกินกับน้องอย่างเดียว ผมโทรหาเตก็รู้ว่าเตอยู่ที่งานแล้วมีกีร์ โอนิกซ์และเตชินทร์ พี่ชายเตมาด้วย ผมยิ้มกว้างแล้วเก็บโทรศัพท์ ผมจะได้เจอพี่เตชินทร์แล้ว..ยังไม่ได้ขอบคุณพี่เขาเลยที่ให้ผมพักอยู่ที่บ้านตอนนั้น ไปถึงต้องรีบไปขอบคุณซะแล้ว

"ไปกันหรือยัง?" ผมหันมองต้นเสียงแล้วอึ้งนิดๆก่อนเบือนหน้าหนี...อาครามดูหล่อมากๆ...จนผมหวงขึ้นมาตะหงิดๆ ชุดที่อาครามใส่ไปเป็นสีดำทั้งชุดเสื้อแขนกุดสีดำซิปตรงกลางโชว์รอยสักที่ต้นแขนด้านขวา...กางเกงสีดำและมีเสื้อสูทพาดบนบ่ากว้างทรงผมเซ็ทมาอย่างดีที่ข้อมือใส่นาฬิกาสีทอง..รวมๆแล้วอาครามหล่อมากในขณะที่ผมใส่แค่เสื้อเชิตสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำ

"อาคราม...เปลี่ยนชุดไม่ได้หรือไง?" ผมลองพูดดู อาครามก้มมองตัวเองก่อนมองหน้าผมงงๆ

"ทำไม? ชั้นใส่อะไรผิดหรือไง?" ผมเม้มปากแน่นแล้วส่ายหัวก่อนเปิดประตูให้เติมเต็ม

"รีบไปกันเถอะครับ เดี๋ยวไปไม่ทันพระสวด" ผมชึ้นมานั่งบนรถคาดสายเบลล์แล้วหันหน้าเข้ากระจก...ผมหงุดหงิด...ทำไมอาครามต้องแต่งตัวดูดีแบบนี้ด้วยนะ

"แกเป็นอะไรหะเจ้าเพลย์?" อาครามยังงงไม่หาย ผมไม่ตอบเพราะผมกำลังควบคุมตัวเอง...บ้าที่สุด! ผมแม่งงี่เง่าจริง

"ออกรถได้แล้วครับอา..มันจะสายเพราะอานะ" ผมหันไปบอก อาครามถึงยอมสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกจากบ้าน..ตลอดทางเสียงเติมเต็มเจื้อยแจ้วเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผมกับอาครามได้ดีแต่ในขณะเดียวกันผมเองไม่ยอมมองหน้าอาครามเลยทั้งๆที่อาครามพยายามจะคุยกับผม...เหตุผลที่ผมไม่อยากมองก็เพราะถ้ามองผมจะหงุดหงิดกว่าเดิม...ของใคร...ใครก็หวงเป็นธรรมดา ว่ามั้ยครับ?

[คราม :: พาร์ท]

ผมไม่เข้าใจว่าเจ้าเพลย์มันเป็นอะไรของมัน? ตั้งแต่ออกจากบ้านมามันไม่ยอมพูดกับผมเลยแม้แต่หน้าก็ไม่มองและเมื่อมาถึงงานเพลย์ก็พาเจ้าแสบสองคนลงไปทันที ผมถอนหายใจก่อนสวมเสื้อสูทที่เตรียมมาแล้วเดินตามหลังมันเข้าไปในงาน...คนในบริษัทมาเยอะกันพอสมควรรวมถึง..ตุลย์ ที่นั่งร้องไห้หน้าโรงศพข้างๆกันมีทัศกรคอยนั่งปลอบ ผมส่ายหน้าเอือมๆแล้วรอให้ทั้งคู่ลุกก่อนที่จะเข้าไปไหว้ศพ

"คุณคราม...คุณหล่อมากเลยจ้ะ...นี่อายุสี่สิบห้าจริงๆน่ะหรอ?" แม่ฟาร์มทักผมยิ้มๆ ผมหัวเราะเบาๆแล้วพยักหน้า

"ครับ ผมสี่สิบห้าแล้วครับ...มีลูกชายอายุยี่สิบเจ็ด..ไม่ใช่หนุ่มๆแล้วนะครับ" ผมยิ้มขำทันทีที่แม่ฟาร์มทำหน้าไม่เชื่อ

"โกหกกันหรือเปล่าจ่ะคราม?"

"ไม่ครับ...ผมมีลูกตอนอายุสิบแปดน่ะครับ" ผมกับแม่ฟาร์มเรานั่งคุยกันราวกับรู้จักกันมาสิบปีเมื่อได้เวลาพระสวดผมจึงย้ายมานั่งข้างเพลย์ คนจาบริษัทส่วนใหญ่พากันนั่งที่เก้าอี้นอกลานส่วนญาติๆนั่งบนศาลาและผมกับเพลย์ก็เป็นหนึ่งในญาติๆที่ถูกแม่ฟาร์มชวนให้นั่งบนศาลา

"เติมเต็มล่ะเจ้าเพลย์?" ผมกระซิบถามข้างหูแล้วพนมมือขึ้น เพลย์มองหาก่อนชี้ไปที่กลุ่มเด็กเล็กข้างล่างศาลา

"นั่นน่ะครับ" แล้วมันก็เงียบไป...ผมขมวดคิ้วถอนหายใจหนักๆ...นี่ถ้าอยู่บ้านผมคงจับจูบดูดเลียให้มันพูดแล้วว่าเป็นอะไรแต่ตอนนี้อยู่ที่วัดคงไม่สะดวกที่จะทำ ผ่านไปสักพักเติมเต็มก็วิ่งขึ้นมาหาผมสองคนตามใบหน้าน่ารักเต็มไปด้วยเหงื่อ

"พี่เพลย์..เต็มง่วงอ่ะ" ชิบล่ะไง..ปกตินอนกันดึกนี่..ทำไมวันนี้นอนเร็ว เพลย์มันดูหนักใจแต่สุดท้ายมันก็ให้เต็มหนุนตักมันส่วนเติมไม่ต้องรอให้บอกล้มตัวหนุนตักผมอย่างรู้หน้าที่ ผมยิ้มขำแล้วบอกให้ทั้งสองเขยิบเข้ามานอนใกล้กัน ผมถอดเสื้อสูทออกแล้วคลุมตัวเด็กน้อยสองคน ตอนนั้นเองที่ผมรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่มองมาแต่มีสายตาคู่นึงที่มองอย่างกับจะฉีกเนื้อผมเป็นชิ้นๆ...ผมหันมองคนข้างๆแล้วถึงบางอ้อ...เพลย์มันมองผมอย่างกับจะฆ่า ผมเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามแต่คำตอบที่ได้คือความเงียบและรังศีอำมหิตที่แผ่เข้ามาใกล้ผม เห้ย...นี่มันอะไรกันวะ?

กว่าพระจะสวดจบก็ปาไปสามทุ่มกว่าๆ ผมอุ้มเติมขึ้นอย่างเบามือส่วนเพลย์อุ้มเต็ม ผมลุกขึ้นยืนแล้วรอเพลย์ที่ทำท่าจะลุกไม่ลุก

"เป็นอะไร? ตะคริวกินขาหรือไง?" มันมองหน้าผมแต่ไม่ยอมตอบ เพลย์ดื้อด้านที่จะลุกเองและพอลุกขึ้นมาได้เข่าก็ทรุดฮวบแต่ดีที่ผมใช้แขนอีกข้างเกี่ยวเอวมันไว้ได้ทันไม่งั้นล้มหน้าแหกทั้งพี่ทั้งน้อง

"อวดเก่ง" ผมมองหน้ามันนิ่งๆแล้วประคองมันมาที่รถโดยไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างสอดรู้สอดเห็นพอมาถึงรถผมก็เปิดประตูให้มันเข้าไปนั่งแล้วปรับเบาะให้เล็กน้อยก่อนส่งเติมให้มัน ผมมองภาพเพลย์ที่อุ้มเติมเต็มแล้วยิ้มขำ...อย่างกับแม่คน ยิ่งเติมเต็มขยับซุกอกมันผมยิ่งอยากถ่ายรูปเก็บไว้

"เหมาะเป็นแม่คนดีนะแกน่ะ" พูดยิ้มๆก่อนกลับเข้ามาในงานลาพ่อแม่ฟาร์มแล้วแขกคนอื่นๆตามมารยาท

"คุณคราม!...เอ่อ...ตุลย์กลับบ้านด้วยได้มั้ยครับ..คือ...ตุลย์ไม่มีรถกลับ" กำลังจะถึงรถแต่กลับมีมารมาขวาง ผมกรอกตาเซ็งๆแล้วเดินผ่านตุลย์อย่างไม่สนใจ

หมับ!

"นะครับคุณคราม...ตุลย์..."

"ตอนมานายมายังไง?" ผมสะบัดแขนข้างที่ถูกตุลย์จับแล้วถามเสียงเรียบ ตุลย์ก้มหน้านิ่งก่อนตอบเสียงสั่นๆ

"ท...แท็กซี่ครับ..."

"งั้นก็กลับแท็กซี่" ผมตัดบทแล้วเตรียมก้าวขาแต่ประโยคนึงของตุลย์ทำผมชะงัก

"คุณคราม...ยังไม่ลืมรูปถ่ายพวกนั้นใช่มั้ยครับ" ผมหันมองตุลย์ก่อนมองมันนิ่งๆ ตุลย์ยิ้มยั่วและเชิญชวนผมอย่างต้องการ ร่างเพรียวเดินเข้ามาใกล้จนหน้าท้องเราสัมผัสกัน...มือเรียวจับมือผมทาบกับก้นอวบแล้วกดแรงลงให้เหมืแนว่าผมกำลังบีบขยำก้นตุลย์อยู่

"ในวัดในวา..หัดทำอะไรที่ใช้สมองหน่อยตุลย์" ผมพูดเสียงเรียบแล้วชักมือกลับ

หมับ!

"ในวัดแล้วไง? เอากันได้แล้วกัน" แขนเรียวโอบรอบคอผมแล้วเบียดตัวเข้ามา..ริมฝีปากอิ่มกดจูบเบาๆที่ปลายคาง ผมผลักตุลย์ออกด้วยแรงทั้งหมดจนร่างเพรียวล้มลงกับพื้น

ตุบ!

"ถ้าจะร่าน...เลือกสถานที่บ้างก็ดี" ผมปลายตามองก่อนก้าวเท้าเดินแต่อยู่ๆผมกลับมีความคิดนึงแวบขึ้นมา ผมถอยหลังกลับไปแล้วย่อตัวลง มือหนาเชยคางมนขึ้นแล้วยิ้มบาง "อยากจะปล่อยรูปก็เชิญ...ถ้าคิดว่าดังกว่ารูปชั้นกับเมีย" สิ้นคำผมก็เดินผิวปากกลับมาที่รถ ตุลย์...เป็นผู้ชายที่น่ารังเกียจจริงๆ

[จบพาร์ท]

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}