ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 21

คำค้น : อาคราม เพลย์เยอร์ อาหลาน ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2561 17:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21
แบบอักษร

WTF! :: 21

วันต่อมาที่บริษัททุกสายตายังคงมองมาที่ผมอย่างไม่ชอบใจมาพร้อมกับเสียงนินทาเสียงแขวะตลอดทางและพอผมหยุดมองกลับหลบตากันเป็นแถว เหอะ! ไม่อยากจะเชื่อว่าเก่งแต่ปากจะมีเยอะขนาดนี้

"คราวหน้าคราวหลัง...เวลากูมองอย่าหลบตา" ยิ้มมุมปากนิดๆก่อนเดินเข้าลิฟท์..วันนี้ผมมาบริษัทคนเดียวส่วนอาครามคงตามทีหลัง..เขาน่าจะรอผมแต่ผมชิงมาก่อน..ก็นะ ผมทำใจไม่ได้ที่ต้องมามองหน้าเขาทั้งๆที่พึ่งมีอะไรกันเมื่อวานถ้าเป็นเมื่อก่อนมันคงไม่อะไร..แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่...ผมกับอาครามเราไม่เหมือนเดิมแล้ว...เฮ้อ ผมถอนหายใจก่อนยืนพิงผนังลิฟท์สายตาจับจ้องเลขชั้นสีแดงที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆอย่างจดจ่อ

Rrrrrr~ เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์เรียกความสนใจจากผมได้ดีในระดับหนึ่ง..ผมหยิบมันขึ้นมาแล้วกดปิดเสียงชั่งใจว่าจะรับไม่รับ

-เเม่- แม่โทรมาทำไมอีก?..อาครามน่าจะโดนเงินให้ไปแล้วไม่ใช่หรอ? ผมมองหน้าจออีกแล้วถอนหายใจ...วางไปแล้วแต่เพียงแปปเดียวเขาก็โทรกลับมาจนมันเลยห้าสายผมถึงยอมรับ

"อะไรอีกครับ?"

(เพลย์ลูกรัก~ แม่กับแฟนแม่เราจะไปเที่ยวต่างประเทศสักสองสามอาทิตย์...แม่ฝากน้องหน่อยนะเสื้อผ้าและของใช้อยู่ในกระเป๋า...แม่ไปล่ะนะ อ้อ ไม่ต้องพาไปส่งโรงเรียนนะจ้ะ แม่ไม่ได้ให้พวกมันเรียน อ้ะ แม่ไปก่อนนะ รักลูกนะ~)

ติ๊ด!

...........

นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!?!?

ผมเก็บโทรศัพท์แล้วถอนหายใจพลางนึกสงสารเติมกับเต็มที่ไม่ได้เรียน..เด็กสองคนนั้นอายุ7-8ขวบมันสมควรได้เรียนแล้วไม่ใช่หรือไง...หรือผมจะส่งเรียนดียังไงก็มีเลือดแม่เหมือนกัน

ติ๊ง! เสียงเตือนดังขึ้นเมื่อลิฟท์หยุดอยู่ที่ชั้น28 ผมก้าวเท้าออกมาแล้วเดินเอื่อยๆมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

!!!!!

ทันทีที่มาถึงผมถึงกับชะงักขาที่กำลังก้าวมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

"ไอ้-อีเหี้ยตัวไหนมันทำโต๊ะกู!?!?" ผมหันไปตวาดถามเสียงดังอย่างโกรธเกรี้ยวจ้องไปที่แผนกบัญชีอย่างเจาะจงพร้อมกับกวาดสายตามองทึกคนที่อยู่บริเวณนี้ สภาพโต๊ะของผมเละไม่เป็นท่าไม่ว่าจะเอกสารหรือแก้วใส่ปากกาล้วนพังเละซ้ำยังมีน้ำกาแฟและซอสมะเขือเทศราดทั่วโต๊ะ..ราดยันคอม!ที่เก้าอี้มีเศษอาหารและเศษขยะเกลื่อนเต็มไปหมด

"คิกๆ จะทำงานยังไงทีนี้?" เสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากด้านหลังผมปลายตามองก่อนหันควับง้างมือจิกหัวมันลากมาที่โต๊ะของผมทันที!

"กรี๊ดดดดด! เจ็บนะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!" ผมจู้หน้ามันไปที่ซอสสีแดงบนโต๊ะแล้วเหยียดยิ้มใส่ก่อนละเลงหน้ามันลงกับโต๊ะอย่างไม่สนใจเสียงกรีดร้องของมัน

"มึงทำใช่มั้ย!?" เพิ่มแรงจิกจนหน้ามันเชิดขึ้นแล้วตวาดถามเสียงดัง

"ฉันไม่รู้!!! ปล่อยนะ!" มันจ้องผมตาขวางมือเรียวยกแกะมือผมให้ออกจากหัว..ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์ตอนนี้เละไปด้วยซอสมะเขือเทศ

"กูถามว่ามึงทำใช่มั้ย!?!?"

"ฉันไม่ได้ทำ!..กรี๊ดดดด!"

"ใครทำ!? บอกกูมา!"

"ฉันไม่รู้!!" มันยังคงปฏิเสธ...ผมหัวเราะแล้วลากมันมาที่เก้าอี้ที่มีแต่เศษอาหารและเศษขยะ

"ถ้ามึงไม่บอก..กูจะละเลงหน้ามึงกับเศษขยะพวกนี้ซะ" กดเสียงต่ำข้างหูแล้วกดหน้ามันลงนิดๆ

"น...น้องตุลย์สั่ง!...อึก...น้องตุลย์สั่งป้ายุพินให้ทำ!..ฉันแค่เออออด้วยเท่านั้น!" เพียงเท่านั้นผมรีบปล่อยมือเดินดุ่มๆไปที่แผนกบัญชีแล้วยกขาถีบโต๊ะไอ้เหี้ยตุลย์ทันทีที่มาถึง

โครม!

"กรี๊ดดดดดด!"

"เห้ย!! อะไรวะ!!" เสียงกรีดร้องตกใจของคนอื่นๆโหวกเหวกอย่างตระหนกมีแค่ตุลย์ที่นั่งนิ่งแล้วสบตากับผมไม่ห่าง..ผมกับมันจ้องตากันนานมากจนกระทั่งมันยืนขึ้น

"ทำอะไรของเพลย์น่ะ?..." ตุลย์ถามเสียงสั่นๆแล้วตีหน้าเศร้า

"กูต่างหากที่ต้องถาม...ทำเหี้ยอะไรกับโต๊ะกู" ผมชี้ไปที่โต๊ะตัวเองแล้วขยับเข้าไปใกล้มัน ตุลย์มองตามก่อนกระตุกยิ้มพอให้เห็นแค่ผมคนเดีียวก่อนที่มันจะสะอึกเบาๆมือเรียวยกปิดปาก

"ฮึก..เปล่าเลยนะ..เราเปล่า" มันส่ายหน้าไปมาแล้วถอยหลังมองผมด้วยสายตาหวาดกลัวพี่ทศคนในแผนกเดียวกับมันเข้ามาโอบไหล่หลวมๆแล้วมองผมอย่างไม่พอใจ

"อย่ามาตอแหล! มีคนบอกกูมาว่ามึงสั่งป้ายุพินให้ทำ!!!" ผมตวาดกร้าวยกตีนถีบเก้าที่มันนั่งอย่างแรงจนมันถไหลไปโดนหน้าแข้งเต็มๆ

"โอ๊ย! ฮึก...เราไม่ได้ทำจริงๆ...นะเพลย์" ตุลย์สะอื้นตัวโยน พี่ทัศกอดตุลย์แน่นแล้วชี้หน้าผม

"หยุดบ้าได้แล้ว! กลับไปที่ของตัวเองซะ!"

"หุบปาก! อย่าเสือกเรื่องของกู!" ผมมองทัศนิ่งๆก่อนเดินเข้าไปกระชากตุลย์ออกมาแล้วลากมันมาที่โต๊ะทำงานของผมก่อนเหวี่ยงมันใส่โต๊ะจนหน้าผากมันกระแทกกับเหลี่ยมโต๊ะ

"โอ๊ย! ฮึก..เพลย์..ทำไมทำกับเราแบบนี้..ฮือ"ตุลย์เงยหน้าผมทั้งน้ำตาเลือดสีแดงสดไหลเป็นทาง..แต่ทำไมผมถึงเจ็บใจ!!

"เลิกตอแหลสักที!! มึงสั่งให้ป้ายุพินทำใช่มั้ย!!!" ผมตวาดเสียงดังตัวสั่นเทิมด้วยความโกรธ...ตุลย์มันเล่นละครเก่งมาก!มากซะจนผมสู้ไม่ได้...โถ่เว้ย!

"ตุลย์! ตุลย์เป็นยังไงบ้าง?" ทัศรีบเข้าไปพยุงตุลย์ก่อนตวัดสายตามองผมอย่างเกลียดชัง

"ชักจะมากเกินไปแล้ว! คิดว่าเป็นหลานประธานจะทำอะไรก็ได้หรือไง!?...ใส่ร้ายคนดีๆมันสนุกนักหรอ!?หยุดทำตัวกร่างสักที!!"

ตึก ตึก ตึก เพี๊ยะ!

!!!!!

ผมอึ้ง...คนที่มุงดูก็อึ้งแม้แต่ตุลย์ยังอึ้ง...หน้าทัศหันไปตามแรงตบ...และคนที่ตบก็คือ...

"ก...ก้องภพ..ทำไม..." ทัศครางอึ้งๆ..มุมปากมีเลือดซิบนิดๆ...เดี๋ยวนะ...คนตบคือก้องภพ...ทำไมกัน?!

"คุณนั่นแหละหยุดทำตัวน่าสมเพชสักที...ปกป้องคนเลวมันได้บุญหรือไง?" ก้องภพพูดเสียงเรียบก่อนมองไปที่ตุลย์แล้วพูดต่อ "ชั้นรอดูวันที่ละครของนายพัง...ในฐานะผู้กำกับนายจะกำกับละครของนายไปได้ไกลแค่ไหนชั้นจะรอดู..และบทคนดีที่หยิบให้ตัวเอง..ช่วยวางมันลงสักทีแล้วรับบทตัวร้ายที่โยนให้เพลย์เยอร์ซะ..ละครของนายมันถึงจะไปต่อได้จนจบ" ตุลย์เม้มปากแน่นมือกำเสื้อทัศจนยับ

"ก้องภพ...คุณตบผมเพื่อปกป้องคนอย่างมันหรอหะ!?" ทัศตวาดเสียงถามก้องภพอย่างไม่สบอารมณ์ ก้องถอนหายใจแล้ว...

เพี๊ยะ! ตบไปที่หน้าทัศอีกครั้ง!

"คนอย่างเพลย์..ดีกว่าที่พวกคุณเห็น...สิ่งที่เพลย์เป็นตอนนี้คือหน้าที่เล่นไปตามบทที่ผู้กำกับส่งมา...พวกคุณคือตัวประกอบที่ผู้กำกับโยนบท 'ตัวหมาก' ให้ที่สำคัญคือพวกคุณเต็มใจรับมัน..และยิ่งไปกว่านั้น...ผู้สนับสนุนละครเรื่องนี้มีอำนาจมากนัก...คุณทัศผมขอตอบคำถามคุณ...การที่ผมตบหน้าคุณนั้นไม่ใช่การปกป้องเพลย์แต่เป็นการเรียกสติต่างหาก..อยากตบผมคืนก็ได้นะ..ผมไม่ว่า..เก็บสิ่งที่ผมพูดไปคิด..ผมเชื่อว่าสมองระดับคุณคิดเป็นวิเคราะห์ได้" พูดจบก้องภพก็ลากผมออกมาทั้งๆที่ผมยังฉะตุลย์ไม่สะใจ!

"ลากผมออกมาทำไม!?..ผมยังไม่ได้..."

"ชั้นไม่ได้อยากจะลากหรอก..มือมันไปเอง" ก้องภพเบือนหน้าหนีแล้วปล่อยมือออก ผมสบถด่าตุลย์ไม่หยุดแล้วหันหลังเตรียมกลับไปแต่ก้องภพก็ไม่ยอมให้ผมได้ก้าวขา

"ถ้านายออกไป...ชั้นจะฆ่านายหมกบริษัท" ผมหัวควับมองอึ้งๆแล้วถอนหายใจเอือมๆ...คำขู่ของเด็กประถม! ใครจะไปกลัววะ

"ทำได้ก็ลองดู!"

"หึ..ชั้นไม่ทำหรอก...จากนี้ไป..ระวังตัวดีๆล่ะ" ก้องภพยิ้มมุมปากแล้วเดินกลับแผนกไปทิ้งให้ผมยืนนิ่งกับคำเตือน...ระวังตัวหรอ...เอาสิ...ผมพร้อมเสมอ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}