ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 18

คำค้น : อาคราม เพลย์เยอร์ อาหลาน ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.2k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2561 17:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18
แบบอักษร

WTF! :: 18

"สวัสดีครับตัวเบี้ยของผม" สิ้นเสียงทุกๆสิ่งรอบกายราวกับถูกหยุดนิ่ง..ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่..ผมเหยียดยิ้มอีกครั้งก่อนเดินเข้ามาข้างในตัวอาคาร..พนักงานทุกคนล้วนหลบทางให้ผมได้เดินสบายๆเสียงซุบซิบเริ่มกลับมาดังอีกครั้งพร้อมๆกับบุลคลใหม่ที่ปรากฎตัว

กึก

"เพลย์?...นั่นแก..ใช่มั้ย?" อาครามครางออกมาเสียงแผ่วสายตาคมสั่นไหวราวกับไม่เชื่อสายตาว่าคนตรงหน้านี้คือผม...คือหลานของเขา ผมยิ้มแล้วเดินเข้าไปหาก่อนจัดเนคไทให้ใหม่

"มันเบี้ยวนะครับ...โตแล้วอย่าทำตัวเหมือนเด็ก" จัดให้เข้าที่ก่อนก้าวถอยหลังออกมาพอประมาณกวาดสายตามองหาตัวก่อเรื่อง...นั่นไง..มันอยู่นั่น ตุลย์เดินมาหยุดข้างกายในอ้อมกอดมีแฟ้มเอกสารสองถึงสามอัน

"เพลย์?...กลับมาแล้วหรอ..ยินดีต้อนรับกลับนะ" ตุลย์ยิ้มตาหยีเอียงคอเล็กน้อยพอให้น่ารัก ผมหัวเราะแล้วถอนหายใจแรงๆ

"เฮ้อ...ตอแหลไม่สร่างสร้างภาพไม่หยุดเลยนะครับ" ผมยิ้มขำก่อนยื่นมือข้างขวาออกไปข้างหน้าแล้วกำมือแน่น อาครามและตุลย์ขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย

"ตุลย์...มึงกับกูเรามาเดิมพันกันหน่อยมั้ย?"

"อ...อะไรหรอเพลย์?.."

"ในตอนนี้บนกระดานมึงมี...คิง..." ดีดนิ้วโป้งออก

"..." มันเงียบ..แววตาที่มองเริ่มผมแปลเปลี่ยนเป็นนิ่งเรียบ

"องครักษ์..." ตามด้วยนิ้วชี้

"...."

"ทหาร.." นิ้วกลาง

"...."

"ประชาชน..." นิ้วนาง

"...."

"และตัวเบี้ย..." สุดท้ายนิ้วก้อย

"...."

"กระดานมึงสมบูรณ์..แต่มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อมึงได้คิงที่เหนือกว่าคิงอยู่บนกระดาน" ง้อทุกนิ้วเข้ามาเหลือแต่นิ้วกลาง..ผมยกยิ้มเล็กน้อยแล้วแบมือออกเหมือนเดิม

"..." ตุลย์ยังคงเงียบและมองมาที่ผมนิ่งๆแววตาเริ่มวาวโรจน์ด้วยความโกรธ

"เอาล่ะ..เรามาเดิมพันกันหน่อยว่าครั้งนี้มึงจะรักษากระดานที่มึงภูมิใจนักหนาไว้ได้มั้ย...ถ้าได้กูยอมตายอย่างหมาข้างถนน..แต่ถ้ากูทำลายกระดานมึงจนย่อยยับ..ตอนนั้นมึงต้องก้มกราบที่เท้ากูพร้อมกับเอาเลือดชั่วๆของมาสังเวยกูซะ..ว่าไง?" เลิกคิ้วนิดๆแล้วยิ้มขำ อาครามอึ้งแววตาคมสั่นไหวอย่างน่าเห็นใจ..แต่มันใช้ไม่ได้กับผม

"เอาสิเพลย์..เราไม่รู้นะว่าเพลย์หมายถึงอะไรแต่ถ้าเพลย์เสนอมาแบบนี้..เราก็ขอรับไว้นะ" ตุลย์ยิ้มตาหยีกระชับแฟ้มในอ้อมกอดแน่น..ผมเห็นว่ามันกำมือจนเส้นเลือดขึ้น..หึ..เล่นละครได้ดีชิบ

"และสิ่งสุดท้ายที่กูจะบอก..." หลับตาลงแล้วลืมขึ้นแววตาที่เคยมีชีวิตตอนนี้มันนิ่งซะจนไม่มีความรู้สึก..มือที่แบตรงหน้ากำเข้าหากันแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นตามข้อมือและหลังมือชัดเจน

"..."

"คนที่เหนือกว่าการควบคุมกระดานของมึงคือ...กูคนนี้!" พูดจบผมก็เดินผ่ากลางทั้งคู่แต่ข้อมือกลับถูกมือของใครบางคนคว้าเอาไว้

"เพลย์..แกเปลี่ยนไป"

"ผมไม่ได้เปลี่ยนครับอา..แต่คนที่เปลี่ยนมันคือพวกคุณต่างหาก" สะบัดมือออกก่อนบีบข้อมือเบาๆ

"ชั้น...ชั้นขอโทษ..."

"คำขอโทษมันไม่มีความหมายอะไรหรอกครับ..ความทรมาณและความเจ็บปวดที่ผมได้รับมันสาหัสเกินกว่าอาครามจะรับผิดชอบหมด..บางทีผมอยากจะขอบคุณเหตุการณ์ครั้งนี้ที่มันทำให้ผมตระหนักได้ว่า...มนุษย์ทุกคนล้วนอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว...ที่ผ่านมาผมขอบคุณสำหรับทุกอย่างแล้วผมจะทดแทนบุญคุณของอาให้หมด...ตอนนี้ต่างคนต่างอยู่ต่างใช้ชีวิตของตัวเองเถอะครับ" เดินเข้าลิฟท์ทันทีที่พูดจบ..อากรินเดินตามมาแต่ก่อนที่จะเข้าลิฟท์อากรินได้ทิ้งท้ายไว้ว่า

"ตุลย์...จากตอนนั้นที่ชั้นเจอนายจนมาวันนี้รู้สึกว่านายจะอัพเวลความตอแหลและเสแสร้งได้ดี..สกิลสูงแล้วนี่..มาเจอกันหน่อยเป็นไง?...ลองเจอของจริงอย่างชั้นแล้วนายจะลืมพี่ครามไปเลยล่ะ..หึ!" อากรินก้าวเข้ามาในลิฟท์แล้วกดเลขชั้นที่จะไป

"อาจะทำอะไรกับตุลย์งั้นหรอ?"

"หืม?...หึ..แค่สั่งสอนน่ะ..เด็กไม่รู้จักโตอาจะสอนให้เอง" แล้วผมกับอากรินก็คุยเล่นกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...อยากรู้จริง..ตอนนี้ข้างล่าง...จะเป็นยังไงนะ?

ติ๊ง! ประตูลิฟท์ค่อยๆเลื่อนออกเมื่อถึงชั้นที่ต้องการผมกับอากรินเดินออกมาแล้วเดินสำรวจบนบริเวณชั้นนี้ให้ทั่วตรงไหนไม่มีกล้องวงจรปิดอากรินสั่งติดหมดไม่ว่าจะเป็นทางเดินหรือแม้แต่บันไดหนีไฟแต่ที่ติดเยอะหน่อยคือแผนกบัญชีและ..หน้าห้องอาคราม

"หืม...นายตุลา..เป็นเลขางั้นหรอ?" ผมกับอากรินหยุดนิ่งหน้าห้องอาครามสายตาจับจ้องป้ายชื่อที่ติดหน้าโต๊ะ...โต๊ะนี้เคยเป็นของผม..และมันจะไม่เป็นของใคร

"เอ่อ...มีอะไรหรือเปล่าครับท่านรอง?" หันมองคนถามแล้วเหยียดยิ้มนิดๆ..มันมาแล้ว ผมถอยออกห่างก่อนยกแขนกอดอก

"เลขา? มึงทำตำแหน่งนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?" ผมถามขึ้นยิ้มๆก่อนเดินเข้าไปลูบโต๊ะแผ่วเบา

"ก..ก็ตั้งแต่เพลย์ออกไป"

"ออก? กูออกตอนไหนไม่ทราบ?" ตวัดสายตามองอย่างไม่พอใจแล้วหยิบแท่งหินที่ใช้ทับเอกสารขึ้นมาก่อนโยนมันขึ้นลงเล่นอย่างสนุก

"...เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว"

ปึ่ก!

"อย่ามาตอแหลกับกู!..กูไม่เคยคิดจะลาออกจากที่นี่!" ผมปาแท่งหินในมือใส่หัวมันอย่างจังเลือดสีแดงสดค่อยๆไหลริน...มือเรียวยกทาบก่อนที่น้ำตามันจะไหลแล้วหันไปขอความช่วยเหลือจากอาครามที่ยืนมองผมด้วยแววตาของคนรู้สึกผิด

"ฮึก..ป..ประธาน...เพลย์...เพลย์ทำร้ายผม" อาครามปลายตามองแล้วเบี่ยงตัวหลบกลับเข้าไปในห้องโดยไม่สนใจมันเลย

"ตรงนี้ไม่มีใครนอกจากกู..ท่านรองและมึง..ไม่ต้องตอแหลเล่นละครให้เหนื่อยเปล่า" สิ้นคำแววตาและท่าทางมันก็เปลี่ยนไป..ตุลย์เหยียดยิ้มก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ขาเรียวตวัดขึ้นไขว่ห้างก่อนยกมือเช็ดเลือดที่ไหลออกลวกๆ

"หึ คิดว่าแค่นี้จะเอาชนะกูได้งั้นหรอ?..คิดต่ำไปหรือเปล่า?..มึงอย่าลืมว่าบนกระดานของกูมีคิงถึงสองคน" ตุลย์ยิ้มตาหยีแล้วชูสองนิ้วก่อนลุกขึ้นยืนเดินอ้อมโต๊ะออกมาหาผม

"แค่คิงสั่วๆ...ไม่พอส้นตีนกูหรอกว่ะ"

หมับ!

"อย่ามาปากดี!" มือเรียวคว้าคอเสื้อผมกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงแต่ผมขืนตัวไว้แล้วผลักมันไปหาอากรินด้วยแรงทั้งหมด

ตุบ! หมับ!

"อึก!..ป..ปล่อยผม!" อากรินคว้าเข้าที่คอขาวแล้วออกแรงบีบ..บนใบหน้าของอากรินฉายรอยยิ้มอ่อนโยน

"คิดจะทำอะไรหลานชั้น?..คิดต่ำไปหรือเปล่า?" อากรินย้อนคำพูดมันคืนแล้วปล่อยมือออกจากลำคอ...คอขาวๆของมันแดงเถือก

"แค่กๆ...คุณมันก็ดีแต่ใช้กำลัง!" ตุลย์ตวาดเสียงดังพลางลูบคอเบาๆ

"ใครจะถนัดตอแหลเหมือนนาย?" อากรินยิ้มขำก่อนนั่งลงบนโต๊ะทำงานมือหนาหยิบปากกาขึ้นมาควงเล่น

"เรื่องของผมกับเพลย์..คุณจะเข้ามายุ่งทำไม!?"

"เพราะชั้นเกลียดนาย...ตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้า..เป็นแค่เด็กฝึกงานโอหังใส่ชั้นอย่างกับพญา...หึ...แม้แต่อีกาสิทธิ์ของนายมันยังเอื้อมไม่ถึงด้วยซ้ำ"

"นี่คุณ!..มันจะมากไปแล้วนะ!" ตุลย์ง้างมือขึ้นหมายจะตบหน้าอากรินแต่ผมเร็วกว้าคว้าข้อมือมันกระชากให้ออกห่างจากอากรินก่อนสะกัดขามันจนล้มลงไปนั่งกับพื้น

"อย่าคิดที่จะเอามือสกปรกแตะตัวท่านรอง..แม้แต่ไรผมเขามึงก็ไม่มีสิทธิ์" ตุลย์กัดฟันแน่นพลางกำมือจนเส้นเลือดปูดขึ้นเด่นชัด

"...."

"เกลียดกูสิ..แค้นกู...แล้วพุ่งชนกูซะ!..ทำได้ใช่มั้ย?" เลิกคิ้วขึ้นยิ้มๆก่อนเดินมาที่โต๊ะ อากรินหลบผมแล้วถอยห่างอย่างรู้หน้าที่

โครม! เพล้ง!

!!!!

ผมกระโดดขึ้นไปยืนบนโต๊ะแล้วยกเท้าถีบคอมพิวเตอร์บนโต๊ะด้วยแรงทั้งหมดจนล่วงพื้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ พนักงานที่ได้ยินเสียงโครมครามต่างวิ่งเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ

"เสียงอะไร!?" อาครามโผล่ออกมาตวาดเสียงถามอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนมองผมและคอมพิวเตอร์ที่ลาโลกอึ้งๆ ผมยิ้มตาหยีแล้วกระโดดลงจากโต๊ะก่อนยกเท้าถีบป้ายชื่อมันซ้ำๆจนหลุดล่วงในที่สุด

แกร๊ก

"เพลย์!..." ตุลย์เรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงสั่นๆราวกับจะร้องไห้..หึ..พอคนมาสรรพนามที่เรียกก็เปลี่ยนไปทันที

"เห้! ทำเกินไปหรือเปล่า!?"

"ใช่..นายทำเกินไปนะเพลย์!"

"ประธาน!ทำอะไรสักอย่างสิครับ"

"ท่านรอง!"

"หุบปาก! ใครอ้าปากแม้แต่นิดชั้นไล่ออกเรียงตัว!" อากรินชี้หน้าตวาดเสียงดังพวกพนักงานปากหมาพากับก้มหน้าเงียบแต่ไม่วายแอบมองผมแบบไม่สบอารมณ์

"ฮึก..เพลย์..พอเถอะนะ..ฮึก..." ตุลย์พยุงตัวลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาผมแต่อากรินผลักมันจนล้มลงอีกครั้ง

"ไม่เอาตุลย์...ไม่ตอแหล..กูไม่ได้ทำอะไรเลยนะ" ผมยิ้มขำก่อนก้มหยิบป้ายชื่อโยนให้มัน

"!!!"

"ชื่อของมึงควรอยู่บนโรง..ไม่ใช่บนโต๊ะของกู"

"หลานประธานแล้วไงวะ! กูทนไม่ไหวแล้วนะ!" ตวัดสายตามองเหยียดๆ พนักงานแผนกเดียวกับมันมองผมด้วยความโกรธก่อนพุ่งเข้ามา

หมับ!

"โทษที..มือแม่งคันว่ะ" แต่เสียใจด้วย..เตมินทร์ที่มาได้จังหวะคว้าหมับเข้าที่คอก่อนเหวี่ยงมันกลับไปในกลุ่มคนที่มุงดู

"อ้าวๆ อะไรกันนี่...เทศการกำจัดผีหรอพี่?" กีร์ก้มมองตุลย์ที่นั่งนิ่งแล้วเดินผ่านมายืนข้างอากริน

"พูดจาถูกหูกูวันนี้แหละเเคระ" ตามด้วยโอนิกซ์

"ประธาน!" พนักงานต่างพากันเรียกอาครามอย่างกดดัน ผมหัวเราะก่อนกระโดดขึ้นนั่งบนโต๊ะทุกสายตาต่างเบนมองมาที่ผม

"นับแต่วันนี้เป็นต้นไป..เลขาของคุณคชินทร์ บริลักษณ์สหภัฒน์คือนายภัทรดนัย...หลานชายเพียงคนเดียวของเขา!ใครที่คัดค้านก้าวออกมา!"

พรึ่บ! พรึ่บ!

ใช่..ผลมันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้วทุกคนล้วนก้าวขาออกมาข้างหน้าก่อนมีใครสักคนพยุงตุลย์ขึ้นมา ผมพยักหน้ายิ้มๆแล้วหยิบปากกาบนโต๊ะทั้งหมดโยนให้พวกมัน

"เขียนใบลาออกซะ...บริษัทนี้ไม่ต้องการพวกคุณอีกต่อไป"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}