เพิ้งเริงรมย์

♠รู้ซึ้งถึงการบอกเลิกที่ว่า "ดีเกินไป" เเล้วว่ะ อยู่ๆก็อยากจะคบเหี้ยขึ้นมาทันที มองไปข้างหน้าก็เจอไอ้เจ้าฟ้าไม่ใช่สิ ชื่อเล่นมันคือ "เหี้ยสองขา"♠ เจ้าฟ้า x มอร์ฟีน

DAMN IT ♠ รัก ไม่ ใส : #เจ้าฟ้าคนถ่อย EPISODE__05 [100%]

ชื่อตอน : DAMN IT ♠ รัก ไม่ ใส : #เจ้าฟ้าคนถ่อย EPISODE__05 [100%]

คำค้น : #เจ้าฟ้าคนถ่อย

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2561 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
DAMN IT ♠ รัก ไม่ ใส : #เจ้าฟ้าคนถ่อย EPISODE__05 [100%]
แบบอักษร

​นิยายเรื่องนี้มีพระนางที่เถื่อน ถ่อย สถุน ต่ำตม โปรดใช้พินิจเเละจักรยานในการอ่าน 

อย่าลืมกดไลค์ เหยียบเม้นท์ เเละกระทืบเเท็ก #เจ้าฟ้าคนถ่อย ขอบคุณค่ะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ mino gifผลการค้นหารูปภาพสำหรับ hyuna lip and hip gif​​ ​

#เจ้าฟ้าคนถ่อย ♠  EPISODE__05

[Jaofa part]

หลังจากที่ยอมปล่อยให้อีหมอมันไปทำหน้าที่ของมันผมก็กระดิกตีนรอเวลาที่มันจะขึ้นมาหาผมและยอมพลีกายให้ผมง่ายๆอย่างปากมันว่า แต่ไม่ใช่เลย...

ไอ้เรื่องจ้างพยาบาลน่ะผมจรดปากปากทองคำตัวเองแค่ไม่กี่วิก็ได้แล้ว แต่พออีหมอมันได้ของไปมันกลับไม่ทำตามคำพูด ตั้งแต่เช้าผมสั่งให้คนลงไปตามมันให้ขึ้นมาหาผมเกือบสิบรอบ แต่แม่งไร้เงาอีหมอมาก

ผมรู้ตอนนั้นเลยว่ามันจะเบี้ยวผม ก่อนหน้านี้มันเพิ่งจะบอกผมไปว่าอะไรที่ทำไม่ได้ก็อย่าเสนอ แต่ตัวเองกลับมาทำซะเอง น่าจับมาเฆี่ยนซะให้เข็ด

“จะไปไหนครับ” ไอ้คัสมันถามผมขณะที่ผมกำลังจะเดินออกจากห้อง

“ไปล่ามโซ่หมา” ผมว่าแค่นั้นและเดินเข้าลิฟต์ไปด้วยความหงุดหงิด มันทำให้ผมหงุดหงิดมากๆ อะไรที่มันไม่ได้ดั่งใจเจ้าฟ้ามันต้องโดนลงโทษ

ผมไม่เคยคิดจะมาเดินไปเดินมาในโรงพยาบาลตัวเอง ผมเข้ามาปุ๊บก็ตรงดิ่งไปชั้นบนสุดไม่เคยลงมาข้างล่างเลยซักครั้ง คนแบบผมไม่สมควรจะลดมาปนเปื้อนกับเชื้อโรค แต่เพราะอีหมอมันเกิดแว้งกัดผม ผมก็ต้องยอมลดตัวลงมาเอง

“อ๊ะ...” พยาบาลและหมอหลายคนที่ผมเดินผ่านต่างพากันทำตาโตเท่าไข่ห่านเหมือนเห็นผี ผมเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์แผนกที่อีหมอมันประจำอยู่

ไปซุกหัวอยู่ที่ไหนของโลกก็หนีไม่พ้นอ่ะผมพูดเลย ผมจะตามล่ามันจนกว่าผมจะได้ของที่ผมควรจะได้ อีหมอกับผมตอนนี้ขีดฆ่าคำว่าเพื่อนออกไปก่อนเลย ถ้ามันกล้าเข้ามาเสนอโดยไม่สนใจคำว่าเพื่อน คิดว่าผมสนหรอ...

“อีหมอ...เอ้ย...หมอฟีนอยู่ไหน” ผมถามพยาบาลที่หน้าตาเลิกลั่ก หน้าคุ้นๆเหมือนเห็นอยู่กับอีหมอบ่อยผมเลยกระชากคอเสื้อเธอมาถาม

“ผ...ผอ...” เธอยกมือไหว้และตัวสั่นระริกขณะที่ผมจิ๊ปากและถามเธอซ้ำอีกรอบ

“อยู่ไหน” ผมกดเสียงต่ำและปล่อยมือจากคอเสื้อเธอ

“อยู่ห้องพักแพทย์ ห้องเบอร์ 4 ค่ะ”

พอได้คำตอบผมก็รีบตรงดิ่งไปที่นั่นทันที เหมือนกัน ประเด็นคืออีหมอไม่ได้ทำงานแต่มานอนอู้ ผมเรียกก็ไม่ยอมมาเพราะจะมานอนอ่ะนะ มันน่านัก...

จะว่าไปโรงพยาบาลผมก็กว้างใช่เล่น น่าเอาทีมฟุตบอลโลกในสโมสรมาเตะบอลเล่นเหมือนกันว่ะ

“อีหมอ!” ผมผลักประตูห้องเบอร์ 4 เข้าไปพบกับร่างที่นอนคว่ำไปกับที่นอนขนาดเล็ก สภาพมันเหมือนคนตายมาก แต่ผมไม่สนโว้ย!

ผมจับไหล่มันและพลิกร่างมันให้นอนหงายในขณะที่ประตูห้องปิดลง ผมยาวนุ่มของมันปลกหน้าเนียนของมันเล็กน้อยจนผมต้องปัดออกให้ อีหมอส่งเสียงงัวเงียแต่ก็ยังไม่ยอมตื่น ผมเลยออกแรงตบหน้ามันเบาๆเพื่อเรียกคืนสติ

“อีหมอตื่น!!” ผมขึ้นไปบนเตียงเพื่อคร่อมร่างบางๆของมันไว้ ผมเพิ่งจะสังเกตว่าอีหมอมันค่อนข้างผอม แต่ก็ยังพอมีเนื้อหนังให้ขย้ำอยู่บ้าง

“อ...อื้ม” มันส่งเสียงในลำคอเหมือนกับรำคาญผมนักหนา ทั้งๆที่ผมควรจะเป็นคนโวยวายป่ะวะ

เออได้!

ผมมองคนใต้ร่างด้วยสายตาพินิจ เสื้อกราวน์ที่เหมือนจะหลุดล่นลงไปอยู่ที่ไหล่แคบๆ ผมยาวๆที่กระจายทั่วหมอน ผิวขาวจัดรับกับริมฝีปากสีชมพูอิ่มนั่นทำให้ผมอยากจะจูบมันอีกรอบ โครงหน้าที่ดูเฟียสๆตอนตื่นแต่ตอนหลับมันกลับทำให้ผมโน้มหน้าลงไปมองชัด ไม่ได้น่ารัก...แต่น่าเย...

อ่า...ผมมีความคิดเลวทรามกับมันแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหนกันวะ น่าแปลกที่ผมอยากจะทำให้ใบหน้านี้บิดเบี้ยว อยากทำให้มันร้องเรียกผมด้วยน้ำตาในขณะที่อยู่ใต้ร่างผม

แค่คิดก็...

“ถ้าไม่ตื่นกูถอดนะ” ผมกระซิบลงที่ใบหูเบาๆด้วยเสียงแหบพร่าแต่สิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือฝ่ามือเล็กๆของมัน

ผมคว้ามือมันไว้และกดลงไปกับที่นอน อย่าคิดว่าผมจะไม่รู้นะว่ามันตื่นแล้ว มันคิดจะเลี่ยงผมรึไงวะ คิดว่ามันจะเลี่ยงไปได้ซักกี่น้ำกัน ผมไม่ยอมหรอก

“กูเป็นเม็น” คำแก้ตัวของมันทำให้ผมหัวเสียนิดๆที่ได้ยิน ผมควรเชื่อดีไหม? มันพูดได้หน้านิ่งโคตรๆ นิ่งจนทำให้ผมอยากจะพิสูจน์ด้วยตัวเองว่ามันเป็นจริงรึเปล่า

 “ไม่เป็นไร กูฝ่าไฟแดงได้ มึงจะมาเดือดขนาดไหนกูฝ่าได้หมด อีกอย่างตัวมึงไม่ได้เหม็นขนาดนั้น ถ้าเป็นมึงจะโสโครกขนาดไหนกูก็รับได้ งั้น...กูต่อได้ยัง”

“ด้านกว่ามึงนี่ถนนหน้าโรงพยาบาลป้ะ?”  มันกรอกตาใส่ผม แต่ผมไม่สนเหี้ยอะไรทั้งนั้น ถ้าวันนี้ผมปล่อยมันไป วันอื่นๆมันก็ต้องหาข้ออ้างอีก

“ด่าไปเถอะ เดี๋ยวมึงก็ได้ร้องไม่หยุด” ผมผละมือที่กดข้อมือมันไว้และสอดเข้าไปปลดบรามันจากด้านหลัง ส่วนอีกมือก็ล้วงเข้าไปในเสื้อด้านหน้าเพื่อกระชากมันออก

มือทั้งสองข้างของผมจับอยู่ที่เอวเล็กๆของมันที่โผล่พ้นเสื้อมา มันไม่ได้ขัดขืน ไม่ได้ร้องโวยวาย ไม่ได้ทำห่าอะไรนอกจากนอนนิ่งๆมองการกระทำของผม ซึ่งเป็นเหี้ยอะไรที่ผิดกับที่ผมจินตนาการไว้มาก

“เอาดิ ทำจนกว่ากูจะร้องละกัน” มันว่าแบบนั้นและหลับตาลงเหมือนเดิม

“ขัดขืนหน่อยก็ได้ ไม่งั้นไม่สนุก แบบนี้ไม่เรียกปล้ำนะ” ผมว่าพร้อมกับเลื่อนมือตัวเองขึ้น ผิวมันเนียนมาก เนียนและนุ่มมือสุดๆ เสื้อกราวน์ที่ยับยู่ยี่กับเสื้อยืดโง่ๆที่ล่นขึ้นจนแทบจะเห็นนมคัพ E ของมันทำให้ผมใจเต้นระส่ำ

“อย่าทำนะ” มันพูดแบบนั้นด้วยหน้าที่นิ่งโคตรๆ จะบอกว่ามันขัดขืนพอเป็นพิธีก็ได้

ช่างแม่ง...ทนได้ก็ทนไป...

คิดว่ามันนิ่งเป็นตอไม้แบบนี้ได้นานแค่ไหนกัน ลองมาจับเวลาดู...

ผมมองมันที่หลับตาแน่นในขณะที่มือผมเลื่อนไปขย้ำหน้าอกมันแบบเน้นๆ มือข้างนึงของผมเลื่อนลงไปถลกชายกระโปรงมันขึ้น แทรกตัวเองให้แนบกับมันมากขึ้นและประกบริมฝีปากตัวเองไปกับผิวเนื้อตรงซี่โครงของมันที่กระเพื่อมขึ้นลงตามการหายใจ ผมจ้องมันไม่วางตา อีหมอกลืนน้ำลายและเม้มปากตัวเองเล็กน้อยนั่นยิ่งทำให้ผมได้ใจเข้าไปอีก

เอาสิ...นอนไป...นอนนิ่งๆ...

เขี้ยวผมฝังลงที่ผิวเนื้อมันในขณะที่ฝ่ามือข้างหนึ่งกำลังขย้ำต้นขามัน ไม่ได้อาบน้ำแต่กลิ่นหอมอ่อนๆนี่มันอะไรวะ แถมผิวมันยังมีรสหวานหน่อยๆด้วย อร่อยดี...

ผมใช้มือข้างที่กอบกุมเนินเนื้อที่ล้นทะลักมือนั่นดันให้เสื้อมันขึ้นไปจนเสื้อมันไปกองอยู่ที่คอและ...

พรึบ...

“เล่นเหี้ยไรอีก” ผมถามมัน เพราะอะไรน่ะหรอ อยู่ๆมันก็เอามือมาปิดตาผมไว้ พอผมเอามือมันออกก็เห็นว่ามันเอาเสื้อกราวน์มาปิดนมมันไว้ ถึงจะปิดไม่มิดก็เหอะ

“รำคาญ” มันบอกแบบนั้นทั้งๆที่มันหายใจแทบไม่เป็นจังหวะด้วยซ้ำ

“อีหมอ...มึงต้องมาอยู่ในจุดกูแล้วมึงจะรู้ว่าตัวมึงอยู่ในสภาพแบบไหน ถ้ากูมีกล้องจะเก็บรูปมึงเอาไว้Fap โคตรน่า...”

“โรคจิต” มันไม่ว่าเปล่าแต่กลับยกมือขึ้นกะจะตบหัวผมแต่ผมกดมือมันลงอีกรอบและ...กดริมฝีปากตัวเองทับกับริมฝีปากมันด้วย ด่าดีนัก...

“ด่าอีก กูชอบจริงเวลาทำกันแล้วโดนด่าเนี่ย” ผมผละริมฝีปากตัวเองออกมาและพยายามที่จะดึงเสื้อกราวน์มันออก ซึ่งอีหมอไม่ได้ให้ความร่วมมือเท่าไหร่นัก

“ถึงว่าน้องโรเซ่เลยไม่ให้มึงเอา” มันว่างั้น

“อ่าว...” จี้ใจดำกันขนาดนี้...

สงสัยยังไม่เคยถูกจูบจนปากแตก!!


[ Morphine part ]

“อึก...” ไอ้ฟ้ามันกระแทกริมฝีปากมันลงมาจนฟันเรากระทบกัน ฉันรู้สึกเจ็บและตามมาด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆที่คลุ้งอยู่ในปาก มือมันดึงเสื้อกราวน์ที่ฉันเอามาปิดหน้าอกตัวเองไว้ออกและมันยังขย้ำหน้าอกฉันอย่างแรงจนฉันต้องถลึงตามองมัน

น้องโรเซ่เป็นสิ่งที่ไม่ควรไปแหย่มันจริงๆว่ะ...พลาดแรง

ตอนแรกฉันกะจะทอปฟอร์มมาแบบนิ่งๆเป็นตอไม้กะให้ไอ้ฟ้ามันเลิกล้มความตั้งใจแต่มาถึงขั้นนี้แล้วแม่ง...

“อ...” ปลายลิ้นอ่อนนุ่นแทรกเข้ามาในโพลงปากฉันอย่างถือวิสาสะ มันเป็นสัมผัสที่ไม่อ่อนโยนแถมยังหยาบกร้าน เหมือนกับว่าเป็นการเอาคืนมากกว่าการที่จะมีเซ็กส์กันแบบปกติ

มือมันไปลูบอยู่ตรงไหน...น..น่ะ

หัวใจฉันหล่นวูบอีกครั้งเมื่อมือใหญ่ๆของมันลากเลื่อนไปตามผิวเนื้อฉัน มันลูบไปทั่วในขณะที่ริมฝีปากมันก็กดจูบฉันไม่ยั้ง ไม่ให้ฉันได้มีโอกาสได้หายใจ มันตักตวงเอาทุกอย่าง ทั้งดูด ขบ กัด กวาดต้อนไปทั่วจนได้ยินเสียงที่โคตรน่าอายออกมาด้วย มือฉันวางอยู่ที่ไหล่หนาๆของมันและจิกเล็บลงไปเมื่อมือหนาๆนั่นขย้ำที่เนื้อขาด้านในใกล้จุดอันตราย

“อ...” ไอ้ฟ้าถอนริมฝีปากออกเพื่อที่จะให้ตัวเองได้หายใจและมันก็กดย้ำลงมาอีกรอบ สิ่งเดียวที่ผุดขึ้นมาในสมองของฉันคือปล่อยเลยตามเลย ปล่อยแม่ง ขัดขืนไปก็เจ็บตัวแถมยังยุ่งยากไม่จบไม่เสร็จซักทีอีกต่างหาก ลีลาไปมันก็ไม่ยอมอยู่ดี

ทำจงทำใจอะไร...ไม่ทำแม่งละ

สัมผัสที่วาบหวาบพวกนี้ก็เหมือนกัน มันไม่ได้ทำให้ฉันขนลุกอย่างที่คิดไว้แต่มัน...บอกไม่ถูก ทั้งจูบและฝ่ามือมันที่เลื่อนไปทั่วทำให้ฉันแทบขาดสติ

ปลายลิ้นฉันถูกเขี้ยวคมๆขบเบาๆอยู่หลายรอบ ส่วนปลายลิ้นที่ลุกล้ำมานั้นก็เกี่ยวพันไปทั่ว กลืนกินฉันไปจนหมด ไอ้ฟ้ามันโคตร...ตะกละเลย...

อยู่ๆมือฉันก็เลื่อนขึ้นมาขย้ำกลุ่มผมของมันอย่างแรง มันเป็นการตอบสนองที่ฉันเองก็ไม่เข้าใจแต่การได้ขย้ำมันบ้างก็รู้สึกดีไม่น้อย ฉันถูกไอ้คนตะกละกอบโกยไปจนริมฝีปากเริ่มบวมเจ่อ จนกระทั่งลมหายใจร้อนๆของมันลดต่ำลงให้ฉันได้พักหายใจและใจกระตุกวูบขึ้นมาอีกครั้งเมื่อริมฝีปากร้อนๆนั้นครอบครองยอดอกฉันอยู่ สายตาที่มันมองมาเหมือนกับราชสีห์กำลังจับเหยื่อกิน ตาคมๆนั่นจ้องฉันไม่วาง และดูดกินเหมือนคนหิวโหย

“อ...” ฉันเบี่ยงหน้าตัวเองไปทางอื่นเพื่อไม่ให้มองมันที่ทำเรื่องแบบนั้น ยิ่งมองฉันก็ยิ่งรู้สึกแปลก ริมฝีปากอุ่นร้อนโลมเลียไปทั่วอกจนทำให้ฉันต้องยกตัวขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ฉันไม่อยากยอมรับแต่สัมผัสที่ไอ้ฟ้ายัดเยียดมาให้...

มันเสียว...

ก๊อกๆ!

“หมอคะ มีเคสด่วนค่ะ!!!” เสียงของนิ่มที่อยู่หน้าประตูทำให้ไอ้ฟ้าชะงักด้วยความตกใจและนั่นก็ทำให้ฉันผลักมันออกจากตัวเองและดีดตัวขึ้นอย่างไว

“เดี๋ยวหมอไป” มันเป็นสัญชาตญาณของฉันไปแล้ว ถ้าโดนนิ่มเรียกต้องลุกขึ้นทันทีน่ะ บราฉัน...อยู่ไหน

อยู่ในมือไอ้ฟ้า...

“ค่ะ อยู่ที่ห้องผ่าตัดพิเศษนะคะ” นิ่มบอกและเสียงฝีเท้านั้นก็ไกลออกไป

“เอามา” ฉันดึงเสื้อตัวเองลงและคว้าบราตัวเองมาใส่ด้วยความเร็ว เมื่อกี้มันอะไร...

ฉันกับไอ้ฟ้าในห้องพักแพทย์อ่ะนะ เกือบจะโซเดมาคอมกันแล้วนะโว้ย

“ไล่ออกดีไหม กูหงุดหงิดจริงๆนะคราวนี้” มันว่างั้นแถมยังเอามือลูบหน้าตัวเอง

“บางทีบุญมึงอาจจะไม่ถึงที่จะได้กูเป็นเมียไง” ฉันพูดแบบนั้นพร้อมกับจัดแจงตัวเองไปด้วย

“คืนนี้มึงกลับห้องด้วย จะได้จัดต่อให้จบ กูไม่อยากค้าง ถ้าไม่เห็นแก่กราวน์ที่มึงใส่กูปล่อยให้คนไข้มึงตายห่าไปละ ทำแบบนั้นเดี๋ยวก็มาบ่นกูทีหลัง จรรยาบงจรรยาบรรห่าไรนั่นอีก พูดละหงุดหงิด” ไอ้ฟ้าลุกขึ้นด้วยหน้าเซ็งๆ แน่ล่ะ ถ้ามันมีจิตสำนึกมากพอก็คงไม่มาทำเรื่องแบบนี้ในโรงพยาบาลหรอก แต่ก็ขอบคุณที่มันยังมีจิตใต้สำนึกที่ยังปล่อยให้ฉันไปทำงาน

“กูคงไม่กลับ” ฉันบอกมันก่อนจะเปิดประตูออกมา

“ถ้าไม่กลับกูตามไปหามึงในห้องผ่าตัดเลยนะอีหมอ รีบไปรีบมา กูค้าง กูจะบ้าตาย วุ่นวายฉิบหาย” มันเอามือขยี้หัวตัวเองและเดินออกไปอีกทาง

สะใจดีนะ...ท่าทางมันเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากมากตอนที่ฉันผลักมันออกและดีดตัวออกมา มันแทบคว้าฉันไม่ทันด้วยซ้ำ คงหัวเสียน่าดู

“อย่าเก้วกราด” ฉันตะโกนใส่มันไปทำให้ไอ้ฟ้าหันกลับมาหาฉันและชูนิ้วกลางงามๆให้

เหอะ...

นี่มันโคตรจะตลกร้าย ฉันนึกว่าพระเจ้าจะทอดทิ้งฉันแล้ว ก่อนอื่นเลย...ฉันต้องไปกราบขอบคุณนิ่ม


__________________________________________________________


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น