อรภาวาสิริ หญิงแพรว

เปิดจำหน่ายไฟล์นิยาย PDF เรื่อง บ่วงอสูร NC25+ สำหรับนักอ่านที่ไม่สะดวกซื้อ e-book เปิดอ่านได้ในสมาร์ทโฟน,คอมพิวเตอร์,แท็บเล็ต,ไอแพด,ไอโฟน (ที่รองรับ) สนใจสอบถาม inbox เพจ(อรภาวาสิริ หญิงแพรว) e-mail : unny_lovely@hotmail.com

เล่ห์อสูร ตอนที่5 โดนลวนลาม NC18+

ชื่อตอน : เล่ห์อสูร ตอนที่5 โดนลวนลาม NC18+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2561 08:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ห์อสูร ตอนที่5 โดนลวนลาม NC18+
แบบอักษร

วิรางรู้ใจชายหนุ่มไปเสียทุกอย่าง รู้หมดว่าเขาชอบอะไร หรือไม่ชอบอะไร เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาใจปรเมศ หวังจะได้พิชิตหัวใจที่แสนจะเย็นชาของเขานั่นเอง 

“คุณกานต์อยู่ไหนเหรอพี่ก้อย ฉันทำกล้วยบวชชีมาให้จ้ะ”

 วิรางเดินเข้าไปในครัวเห็นก้อยกำลังตักแกงฟักใส่ซี่โครงหมูลงชามพอดี 


 “เห็นว่าจะเข้าไปไร่กาแฟดูพวกคนงาน แต่เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้ว” 

ก้อยพูดไปก็เตรียมจานใส่ข้าวสวยไปด้วย 


 “ถ้าอย่างนั้นวิวางปิ่นโตเอาไว้ตรงนี้นะจ้ะ” 

พอวางของในมิลงบนโต๊ะแล้ว เธอก็หันไปถามก้อยถึงเรื่องที่ยังสงสัย

 “เอ่อ...แล้วเด็กผู้หญิงที่อยู่ในไร่ เป็นใครมาจากไหนกันจ้ะ”


 “คุณแตงโมน่ะหรือ เพิ่งมาจากกรุงเทพ พอมาถึงคุณกานต์ก็รีบเรียกไปใช้งานเลยแหละ” 

ก้อยเองก็ไม่อยากจะเม้า หล่อนเองก็ไม่เคยเห็นปรเมศในมุมนี้มาก่อน เวลาที่เขามองเด็กสาวสายตาคู่นั้นทั้งดิบและเถื่อนอย่างบอกไม่ถูก 


“ขนาดนั้นเลยเหรอจ้ะ แล้วทำไมพี่ก้อยถึงเรียกว่าคุณล่ะ”

 วิรางยังถามต่อ เพราะยิ่งฟังที่ก้อยพูด เธอก็ยิ่งสงสัยและไม่ไว้ใจ ระแวงว่าเด็กคนนั้นจะมาแย่งปรเมศไปจากตน 


“ก็คุณแตงโมเป็นลูกสาวของลูกหนี้ที่คุณกานต์ปล่อยเงินกู้ให้น่ะสิ เจ้าของบ่อน้ำมันเลยเชียวนะ แต่ดูไม่ถือตัวเลยสักนิด ยังบอกให้พี่เรียกว่าแตงโมเฉยๆเลย” 

ก้อยเองก็พอจะรู้ บางทีก็คันปากอดไม่ได้จึงพูดออกไปเท่าที่รู้มา 


“พี่ก้อยจะบอกว่า ที่คุณกานต์พาเด็กคนนั้นมาอยู่ที่นี่เพื่อขัดดอกเหรอจ้ะ” 

ได้ทีวิรางก็แซะต่อ เธอว่าแล้วเชียว เด็กนั่นต้องไม่ธรรมดา 


“ก็ไม่เชิงหรอก อุ้ย! เสียงรถคุณกานต์มาแล้ว พี่ยกอาหารไปขึ้นโต๊ะก่อนนะ”

 ก้อยรีบยกถาดอาหารออกไป โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคำพูดของเธอทำให้วิรางรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก



“เห้อ...ในที่สุดก็เสร็จสักที”

พิมพ์ประภายกแขนขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนจะเดินไปปิดน้ำแล้วยืนมองดูผลงานของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ เธออาบน้ำให้แกะใช้เวลาไปทั้งหมดเพียงสี่สิบนาที แต่ปรเมศให้เวลาเธอหนึ่งชั่วโมง เหลืออีกตั้งยี่สิบนาที เธอเลยเดินออกมาจากคอกเพื่อสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด 


 “ทำงานไวดีนี่” 

เสียงทุ้มออกจะเย้ยหยันในที ทำให้สาวน้อยต้องหันร่างกลับไปมอง 


“ค่ะ” 

เธอตอบเขาเพียงแค่สั้นๆอีกแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร 


“แน่ใจนะว่าล้างน้ำยาออกหมดแล้ว”

 ปรเมศทำเป็นหรี่ตามอง เขาคิดว่าเธอคงไม่สะเพร่าจนทำแกะเขาตายหรอกนะ 


“แน่ใจค่ะ ถ้าคุณไม่แน่ใจก็ลองไปเช็คดูก็ได้”

 เธอเกลียดสายตาของเขาเป็นที่สุด มันทั้งเย้ยหยันและดูถูกอยู่ในที พิมพ์ประภาได้แต่เฝ้าบอกตัวเองให้อดทน แล้วทุกอย่างจะผ่านไป  


“ไม่ ฉันจะถือเอาที่เธอพูดเป็นหลัก ถ้าเธอคิดว่าตัวเองทำดีแล้วก็ตามนั้น แต่ถ้าแกะของฉันเป็นอะไรขึ้นมา เราจะได้เห็นดีกันแน่” 

ปรเมศคาดโทษ 


 “ค่ะ แตงโมแน่ใจ” 

ใบหน้าสวยหวานเชิดขึ้นอย่างถือดี 


“นี่ข้าวกลางวัน ทานเสร็จแล้วไปพบฉันที่สำนักงาน”

 สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นเขาที่ต้องหลบสายตา ก่อนจะยื่นกล่องข้าวให้สาวน้อย แล้วหมุนตัวเดินจากไป 


“คนบ้า! ดูก็รู้ว่าอยากหาเรื่องเราชัดๆ” 

พิมพ์ประภาได้แต่ตัดพ้ออยู่เพียงลำพัง เธอหาพื้นที่ใต้ต้นไม้ร่มๆเพื่อนั่งพักทานข้าว เสื้อผ้าที่ใส่เปียกน้ำไปมากกว่าครึ่งตัว บางทีเธอควรจะกลับไปเปลี่ยนขุดที่บ้านแล้วค่อยไปหาปรเมศจะดีกว่า 


วิรางเดินตามปรเมศมา เธอแอบฟังจนได้ยินบทสนทนาทั้งหมด ปากสวยยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะลักลอบแอบไปที่คอกแกะแล้วเปิดขวดน้ำยาฆ่าเชื้อเทลงใส่ตัวแกะโดยไม่คิดจะล้างออก แล้วคอยดูว่าถ้าเด็กนั่นเกิดทำแกะตายขึ้นมาปรเมศจะเล่นงานมันยังไง



ในสำนักงานของไร่ภูฟ้ามีพนักงานอยู่ทั้งหมดสิบกว่าคน เพื่อบริการลูกค้าที่จะมาเข้าพักในส่วนของรีสอร์ต ห้องทำงานของปรเมศจะอยู่ชั้นสอง หากเดินขึ้นบันไดมาจะอยู่ฝั่งขวามือพอดี


 ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

“เข้ามา” 

เขาตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองคนมาเยือน มือใหญ่ยังคงจับปากกาเขียนลงในเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้า แต่เมื่อคนที่เพิ่งเข้ามากลับปิดปากเงียบจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง จึงเห็นว่าสาวน้อยเปลี่ยนจากชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์เป็นเดรสสั้นแขนกุดลายดอกไม้สีฟ้าอ่อน ทำให้เธอดูน่ารักแปลกตาไป คล้ายกับวันนั้นที่เธอตามเขามาถึงลานจอดรถในห้างสรรพสินค้า 


“เธอจบมอหกมาใช่ไหม”

 เขาไม่ปล่อยให้ความคิดของตัวเองเตลิดไปไกลกว่านี้ ถึงเวลาที่พิมพ์ประภาควรจะเริ่มงานต่อไปได้แล้ว 


“ค่ะ” 

เธอรีบก้มหน้า ทำไมเขาถึงมองเธอด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ 


 “ทำบัญชีเป็นไหม” 

ปรเมศเข้าประเด็น 


 “คะ?” 

เธอฟังไม่ค่อยถนัดนัก 


 “ฉันจะให้เธอคิดส่วนต่างบัญชีรายจ่ายของไร่ย้อนหลังสองปี” 

น้ำเสียงของคนสั่งงานดูจริงจัง ก่อนจะโยนแฟ้มสีดำไปตรงหน้า แล้วมองสาวน้อยที่ทำหน้างุนงง 


“แบบนั้นแตงโมไม่เคยทำหรอกค่ะ” 

เธอเรียนจบมอหกสายสามัญ ไม่ใช่สายอาชีพ เธอแทบไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจเลย  


“แล้วเธอทำอะไรเป็นบ้าง”

 ปรเมศถามต่อ 


 “ก็...” 

เธออึกอึกอยู่ครู่หนึ่ง เพราะไม่รู้ว่าจะตอบเขาไปอย่างไรดี 


“หรือว่าทำเป็นแต่เรื่องบนเตียง” 

ปรเมศยิ้มแสยะก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของคนตัวเล็กเอนกายพิงขอบโต๊ะทำงานแล้วใช้สายตามองไปยังร่างบางตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า คล้ายว่าจะสำรวจความสึกหรอ 


“อย่ามาดูถูกแตงโมแบบนี้นะคะ”

 สองมือเล็กกำเข้าหากันแน่น 


“หรือว่าไม่จริง ฉันเห็นเธอกับแฟนจู๋จี๋กันในร้านไอศกรีมกลางวันแสกๆ คงไปต่อกันที่โรงแรมหลังจากนั้นสินะ เด็กอายุสิบแปดสมัยนี้ไวไฟกันจริงๆ” 

เขาคิดเพียงแค่ว่าอยากกระแทกแดกดันเธอ ภาพที่เห็นวันนั้นยังติดตา และเขาคงลบมันออกไปจากสมองไม่ได้ง่ายๆ เลยต้องชวนสาวน้อยถกประเด็น  


เผียะ!!! 

มือบางเงื้อมขึ้นแล้วฟาดเข้าที่แก้มสากของคนปากเสียเต็มแรง เธอโกรธกับคำดูหมิ่นของปรเมศจนตาร้อนผ่าว 


“พิมพ์ประภา!” 

กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ กระชากแขนเรียวดึงคนอวดดีเข้ามาปะทะร่างกาย 


“ปล่อยนะ” 

เมื่อหน้าอกแนบกับร่างกายของเขามากจนเกินไป พิมพ์ประภาก็ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมอกแกร่ง และดูเหมือนกับว่าปรเมศจะรัดร่างเธอให้แน่นกว่าเดิมจนแทบจะกลืนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน มีอะไรบางอย่างที่แข็งดุนดันอยู่บริเวณท้องน้อย ทำให้คนไร้ประสบการณ์รู้สึกประหม่าและกลัวจนตัวสั่นเป็นลูกนก  


“อือ...อื้อ” 

ใบหน้าคมคายฉกวูบลงมาหา พร้อมกับริมฝีปากที่ถูกปากหนาประกบแล้วบดขยี้รุนแรง สาวน้อยตกใจดิ้นรน ดวงตากลมเบิกว้างเมื่อเขาพยายามตะสอดลิ้นดันเข้ามาในปาก

ใบหน้าฝั่งที่ถูกตบชาไปทั้งแถบ เห็นตัวเล็กๆแบบนี้แต่มือก็หนักไม่เบา 

ปากหนาบดเบียดกลีบปากบางรุนแรงเพื่อสั่งสอนเด็กสาวให้รู้สำนึก ว่าเธอไม่ควรตบหน้าเขาอีก แต่เมื่อพิมพ์ประภาไม่ยอมเผยอปากขึ้นเพื่อให้ลิ้นของเขาสอดเข้าไปไปได้ ปรเมศจึงเปลี่ยนวิธีถอนริมฝีปากออก แล้วหันไปจูบไซร้ซอกคอขาวแทน ก่อนจะวกขึ้นมาไต่ริมฝีปากไปตามพวงแก้มหอมทั้งสองข้าง 


“อย่านะ” 

เธอพยายามดันมือใหญ่ออกห่างจากหน้าอกตัวเอง แต่เรี่ยวแรงที่มีอยู่น้อยนิดก็ไม่สามารถบีบบังคับเขาได้  


กลิ่นกายหอมอ่อนๆจากแป้งเด็กทำให้อารมณ์ของปรเมศเตลิดไปไกล ลมหายใจของเขาเริ่มแรงขึ้น เมื่อได้ครอบครองปทุมถันอวบอิ่มล้นมือที่กำลังบีบเคล้นผ่านเสื้อผ้า ก้อนเนื้อทรงโตทั้งนุ่มหยุ่นและดีดเด้งตามแรงเมื่อเขาขยับนิ้วบีบและคลายออก


พี่กานนนนนนต์ หึงชิมิ?


ขอกำลังใจ กดถูกใจนิยาย ให้หญิงแพรวกันด้วยน๊า

​เข้ามาพูดคุยกับหญิงแพรวได้ที่ Facebook (เพจ)

พิมพ์ตรงช่องค้นหา >> อรภาวาสิริ หญิงแพรว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น