ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Accident : 4

คำค้น : ไทเกอร์ มิมิว เจ้าชู้ น่ารัก 18+

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 493

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2561 15:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Accident : 4
แบบอักษร



​​Accident​ : 4


Mimew Part


วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฉันมานั่งอ่านหนังสือที่คณะบริหาร อ้อ ฉันไม่เคยบอกใช่ไหมคะว่าที่ฉันมาคณะบริหารบ่อยเพราะรับงานของเด็กบริหารไว้ตั้งสองคน ฉะนั้นช่วงนี้ฉันเลยมานั่งอ่านหนังสือแถวนี้เป็นประจำ เพื่อที่จะได้หาข้อมูลได้ง่าย แถมที่ตรงนี้ยังไม่ไกลจากห้องสมุดมากด้วย ห้องสมุดของคณะบริหารจะมีหนังสือที่ฉันต้องการมากกว่าห้องสมุดกลาง

ห้องสมุดที่ว่านั่นก็คือห้องสมุดที่เจอผู้ชายโรคจิตคนนั้นนั่นแหละ

อันที่จริงฉันก็ไม่ได้อยากมาแถว ๆ คณะนี้อีก เพราะมั่นใจว่าอีตานั่นต้องเรียนอยู่บริหารแน่ ๆ แต่ในเมื่อรับเงินค่ามัดจำของลูกค้าไว้แล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นคงเสียชื่อมิมิวแห่งนิเทศศาสตร์แย่

“มิว”

“พี่ต้น” ฉันมองคนที่นั่งลงข้าง ๆ ด้วยความงุนงง พี่ต้นเรียนอยู่คณะบริหาร เพราะฉะนั้นเลยไม่แปลกที่จะได้เจอเขา แต่ทำไมเขาต้องมานั่งกับฉันด้วยล่ะเนี้ย วันนี้ไอด้าไม่ได้อยู่ด้วยเสียหน่อย แต่ถึงแม้จะงุนงงและไม่พอใจแต่ฉันก็ถามออกไปอย่างสุภาพตามเคย “มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“มิวได้คุยกับด้าบ้างหรือเปล่า”

“ไม่ได้คุยมาสองสามวันแล้วนะคะ เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้เจอกันด้วย

“พี่ติดต่อด้าไม่ได้เลย”

“หรือคะ อาจจะยุ่ง ๆ กับเรื่องงานวันเกิดวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้หรือเปล่าคะ”

“เหรอ” พี่ต้นมีสีหน้าแปลก ๆ แต่ฉันก็ไม่ได้ถามออกไป เพราะมั่นใจว่าเราไม่ได้สนิทกันจนถึงขั้นถามเรื่องส่วนตัวกันได้

“พี่กับด้าเราทะเลาะกัน”

“...” ฉันไม่ได้เอ่ยเสริมอะไร แต่ก็รู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อยที่จู่ ๆ อีกฝ่ายก็เล่าให้ฟังแบบนี้

ฉันเป็นคนอยากรู้อยากเห็นความรู้รอบตัวต่าง ๆ ยกเว้นเรื่องของชาวบ้าน ฉันพยายามเอาตัวเองออกห่างจากเรื่องของคนอื่นเสมอ แต่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนอื่น ๆ ถึงชอบเล่าเรื่องของตัวเองให้ฉันฟังจัง จะบอกว่าฉันเป็นผู้รับฟังที่ดีก็ตัดออกไปได้เลย เพราะฉันเป็นผู้รับฟังที่ห่วยแตกที่สุด แถมยังช่วยอะไรใครไม่ค่อยได้ด้วย

อ้อ ยกเว้นช่วยเรื่องรายงานหรือวิจัยต่าง ๆ ล่ะนะ แล้วต้องมีค่าตอบแทนด้วย ที่ว่ามานี่ไม่ได้งกหรอกนะคะ แต่เวลามันเป็นเงินเป็นทองนี่นา...

“ครั้งนี้มันแรงมาก เรา...อาจจะเลิกกัน”

ฉันตาโตเมื่อได้ยินแบบนั้น ไอด้ากับพี่ต้นคบกันมาตั้งแต่เรียนมอปลาย จัดงานหมั้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่ขึ้นปีสอง แถมทั้งคู่ยังดูรักกันมากอีกด้วย ทำไมจู่ ๆ ถึงจะเลิกกันได้ล่ะ

เอ่อ...ทุกคนลืมที่ฉันบอกว่าไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านไปก่อนนะ เรื่องนี้ไม่ยุ่งไม่ได้จริง ๆ คอขาดบาดตายเลยนะคะ!

“มิวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พี่ต้นใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ เดี๋ยวมิวช่วยคุยกับด้าให้”

“ไม่ต้องหรอกมิว มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว” เขาว่าพลางก้มมองมือตัวเอง ฉันจึงก้มมองตาม ก่อนจะอ้าปากค้างเหมือนเห็นว่านิ้วนางข้างซ้ายของเขาไร้แหวนหมั้นที่ใส่ประจำแล้ว “เรามาไกลเกินที่จะถอยกลับแล้วล่ะ”

“มันต้องมีทางออกสิคะ ลองดูซักตั้งเถอะค่ะ พี่ต้นรักด้ามากไม่ใช่เหรอคะ”

“...”

คำถามที่ไร้คำตอบนั้นทำให้ฉันอึ้งอีกครั้ง ทำไมพี่ต้นถึงไม่พูดว่ารักไอด้า จะว่าไม่กล้าพูดก็เป็นไปไม่ได้ เพราะคู่นี้แสดงความรักต่อหน้าคนอื่นจนฉันชินไปหมดแล้ว

หรือว่า...

“พี่ผิดเอง พี่...รักคนอื่นแล้ว”

คุณพระ!

ถ้าไม่เกรงใจฉันคงเอามือทาบอกแล้วอุทานว่าคุณพระอย่างที่คิดในใจ พี่ต้นนี่นะรักคนอื่น?!

ไอด้าบอกฉันเสมอว่าพี่ต้นเป็นผู้ชายที่ดีและสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อเธอ แรก ๆ ฉันก็ไม่เชื่อหรอก ผู้ชายอะไรมันจะบูชาแฟนได้ขนาดนั้น แต่เมื่อตอนปีสองเทอมสองไอด้าก็แนะนำให้ฉันรู้จักกับพี่ต้น ซึ่งสิ่งที่เขาทำให้ไอด้าทำให้ฉันรู้สึกได้จริง ๆ ว่าเขารักไอด้ามาก เพราะปกติแล้วความรักที่ยาวนานแบบนี้ต้องมีจืดจางบ้าง แต่นี่ไม่เลย พี่ต้นทั้งรักและเอาใจใส่ไอด้าเหมือนเธอเป็นทุกอย่างในชีวิตของเขา

แต่แล้ววันนี้ผู้ชายที่รักแฟนมากว่าอะไรกลับบอกฉันว่ากำลังรักคนอื่น?

เห้อ...โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริง ๆ

“จริง ๆ เราไม่เข้าใจกันมานานแล้วแหละ มันสะสมมาเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีพี่ก็หมดรักในตัวเขาแล้ว”

“พี่ต้นไม่ลองทบทวนดูอีกครั้งเหรอคะ มันอาจจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบก็ได้” ฉันไม่เลิกพยายามโน้มน้าวอีกฝ่าย ยังไม่อยากจะเชื่อว่าคนเราจะหมดรักกันได้ง่ายดายขนาดนี้

“พี่คิดมาหลายเดือนแล้วล่ะ และมันก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่าพี่รัก...”

“ต้น มานั่งทำอะไรที่นี่วะ” พี่ต้นชะงักไปเมื่อถูกขัดจังหวะ เสียงทุ้มที่ดูคุ้นหูเหมือนได้ยินเมื่อไม่กี่วันก่อนทำให้ฉันหันกลับไปมอง ก่อนจะรีบหันหน้าหนีแทบไม่ทันเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร

ทำไมโลกมันกลมขนาดนี้เนี้ย!

“นั่งคุยกับน้อง ทำไมมึงมามออะ วันนี้ไม่มีนัดตรวจงานนี่”

“แล้วมึงเข้ามาทำไมล่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงยียวน ก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะเดียวกับฉันโดยไม่ได้รับเชิญ แถมยังเลือกนั่งตำแหน่งที่หันหน้าเข้าหาฉันอีกด้วย

แล้วทำไมต้องมายักคิ้วให้ฉันด้วยล่ะเนี้ย!!

“มีเรื่องให้ต้องคิดนิดหน่อย เลยมาคุยกับน้อง”

“น้อง” เขาเลิกคิ้วอย่างสงสัย ก่อนจะยิ้มที่ฉันรู้สึกว่ามันดูร้ายมากออกมา “นี่น้องมึงเหรอ ไม่ยักจะรู้ว่ามึงมีน้องด้วย แนะนำให้รู้จักบ้างสิ”

“อ๋อ...”

ไม่นะ! พี่ต้นอย่าแนะนำฉันให้อีตาบ้านี่รู้จักนะ!

ฉันได้แต่ภาวนาและส่งกระแสจิตให้พี่ต้น ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่เป็นผล เพราะพี่ต้นอ่านใจคนไม่ได้

“นี่มิมิว เพื่อนสนิทไอด้า เรียนอยู่นิเทศฯน่ะ”

หมดกัน ไม่บอกว่ามิวเรียนเอกไหนไปด้วยเลยล่ะคะ

ฉันต่อว่าพี่ต้นในใจอย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็แสดงอาการอะไรออกมามากไม่ได้ ถึงยังไงมันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วนี่นะ เห้อ...

“มิว นี่เพื่อนพี่ ไทเกอร์”

“เรียกพี่ว่าพี่เสือก็ได้นะครับน้องมิว” ฉันไม่สนใจคำพูดของคน ๆ นั้น และหันกลับไปถามพี่ต้นเหมือนอีกฝ่ายไม่มีตัวตนว่า

“มิวไม่เคยรู้เลยนะคะว่าพี่มีเพื่อนนอกจากพี่เนสกับพี่กานต์”

“ไทเกอร์ไม่ใช่เพื่อนกลุ่มเดียวกันกับพี่น่ะ แต่ก็สนิทกับพอสมควร พวกผู้ชายไม่ได้ยุ่งยากอยู่แล้ว ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันก็คุยกันได้”

“อ๋อ...ค่ะ”

“น้องมิวนี่น่ารักนะครับ” อยู่ ๆ อีตาพี่เสือก็เอ่ยชมฉันขึ้นมาดื้อ ๆ แน่นอนว่าฉันไม่ได้รู้สึกขวยเขินเลยแม้แต่นิด แถมยังถลึงตาอีกฝ่ายจนลูกกะตาแทบกระเด็นออกมา

แต่เหมือนว่าคนที่เป็นเดือดเป็นร้อนมากที่สุดจะไม่ใช่ตัวฉัน เพราะพี่ต้นรีบบอกกับเพื่อนตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันที

“เห้ยไทเกอร์ คนนี้ไม่ได้นะ นี่น้องกู”

“กูยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

“กูรู้ว่ามึงกำลังคิดอะไร ถือว่ากูขอนะคนนี้”

“แล้วถ้ากูบอกว่าไม่ได้ล่ะ”

“ไทเกอร์!!”

ฉันได้แต่มองผู้ชายสองคนพูดกันด้วยความไม่เข้าใจ ไหนจะสายตาที่จ้องกันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อนั่นอีก เป็นอะไรกันไปแล้ว เมื่อกี้ยังดี ๆ อยู่เลย โอ้ย...มิมิวปวดหัว อ่านหนังสือยังไม่ปวดหัวเท่านี้เลยให้ตายเถอะ!

“เห้ย” จู่ ๆ อีตาพี่เสือก็หัวเราะออกมา “กูแค่ล้อเล่น ไม่ต้องเครียดขนาดนั้น มึงก็น่าจะรู้ว่าเดี๋ยวนี้กูไม่ยุ่งกับผู้หญิงในมอแล้ว”

“ล้อเล่นก็ไม่ได้ มิวไม่ใช่ของเล่นนะเว้ย”

“มีงนี่” อีตาพี่เสือจ้องหน้าพี่ต้นสลับกับมองหน้าฉันไปมาหลายรอบ “ถ้าไม่ติดว่าเป็นแฟนไอด้า กูคงคิดว่ามึงชอบมิวไปแล้ว”

คำพูดนั้นทำให้พี่ต้นเงียบไป ฉันมองหน้าอีตาพี่เสือด้วยความไม่พอใจที่อยู่ ๆ มาพูดเรื่องไร้สาระอะไรแบบนี้ ก่อนจะหันไปมองพี่ต้นที่มองฉันอยู่เหมือนกัน

“มิวเป็นน้องที่น่ารัก”

พอพี่ต้นพูดแบบนั้นฉันก็รู้สึกสบายใจ อีตาพี่เสือนี่มโนไปเองแล้วทำให้คนอื่นอึดอัดกัน นิสัยแย่เสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ

แต่แล้วความคิดทุกอย่างก็หยุดลง เมื่อพี่ต้นเอ่ยต่อว่า

“แต่ถ้ากูไม่มีใคร กูก็คงจีบมิวเหมือนกัน”

ชะ...ช่วยด้วย

มิมิวจะเป็นลม




​“เรียกพี่ว่าพี่เสือก็ได้นะครับน้องมิว”​






พี่เสือ~~ มิมิวไม่เรียกไรท์เรียกเอง ชอบนิสัยพระเอกเรื่องนี้มากค่ะ มิมิวไม่เอาเจ้ขอ55555555

ตอนหน้ากลับมาเจอกับพี่เสือ เอ้ย ไทเกอร์กันค่ะ ตอนหน้าคุณพระเอกมีเสียเซลฟ์เบา ๆ เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับมิมิว!


ความคิดเห็น