deeppublishing

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 4 [100%]

ชื่อตอน : ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 4 [100%]

คำค้น : “นายแกล้งทำเป็นกระต่ายน้อยหลอกฉัน?”

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2561 14:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 4 [100%]
แบบอักษร

ขึ้นเตียงครั้งที่ 4

กงจื่อเปยชุย : เขียน,  เฟินเถา : แปล

**ต้นฉบับนี้ยังไม่ผ่านการพิสูจน์อักษร จึงอาจมีคำผิดปรากฏอยู่บ้าง**



“ท่านประธานคะ เมื่อสักครู่คุณพ่อของท่านโทร.มาบอกให้ท่านกลับบ้านสุดสัปดาห์นี้ค่ะ”

“ผมรู้แล้ว”

“อย่างนั้นฉันไม่รบกวนแล้วค่ะ”

ส่ายหน้าแล้ววางโทรศัพท์มือถือลง ปรือตาเอนพิงขอบอ่างอาบน้ำ คลื่นน้ำไหลวนกระทบผิวหนังไม่หยุด ไอน้ำลอยอวลในห้องอาบน้ำ ทั้งเนื้อทั้งตัวราวสถิตอยู่ในแดนเซียนกระนั้น!

อาจเป็นเพราะอุณหภูมิในห้องอาบน้ำสูงเกินไป หรืออาจเป็นเพราะน้ำในอ่างร้อนเกินไป ผิวสีน้ำผึ้งของวังไห่ซ่านสีชมพูอ่อนๆ บนแผงอกที่นูนขึ้นเล็กน้อยประดับด้วยสองยอดถันสีน้ำชา ใต้ผืนน้ำใสกระจ่างมองเห็นหนอนยักษ์ที่ซุกตัวในป่าดกครึ้มได้อย่างถนัดถนี่ กำลังหมดอาลัยตายอยากอยู่ตรงหว่างขา  ต่ำลงไปอีกเป็นสองต้นขาที่วางทับซ้อนกัน มองจากมุมนี้ไป คล้ายว่าเรียวยาวยิ่งขึ้น

“เอื๊อก!”

หม่าเจากลืนน้ำลายลงคออย่างยากควบคุมอารมณ์ตนเอง ไม่ได้เห็นร่างเปลือยของวังไห่เป็นหนแรกเสียหน่อย แต่คราวนี้รู้สึกว่าเซ็กซี่เป็นพิเศษ

“ลุง? ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้”

เสียงกลืนน้ำลายของหม่าเจาทำให้วังไห่ที่งีบหลับไปตื่นขึ้น

ขนตาที่เกาะด้วยหยดน้ำสั่นระริกแผ่วเบา ดวงตาดอกท้อเรียวยาวคลุมด้วยไอหมอก อยากเห็นเวลาหมอนี่ถูกเขากดใต้ร่างร้องครางกระเส่าเสียจริง คงน่าหลงใหลลุ่มหลงนัก! หม่าเจาคิดอย่างกระฟัดกระเฟียดในใจ ผู้ชายเหมือนกัน อาวุธของเขาก็ไม่ได้เล็กไปกว่าวังไห่ ประสบการณ์ทางเพศและเทคนิคนั้นยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง นำวังไห่ไปหลายขุม วังไห่อาศัยอะไรมากดเขา ไม่ใช่เขากดวังไห่

ดื่มไวน์แดงไปเกลี้ยงขวด แม้ดีกรีไม่สูง แต่ท่ามกลางบรรยากาศละมุนละไม เผชิญหน้ากับฉากอันน่าหลงใหล อารมณ์ปรารถนาในร่างของหม่าเจาเอ่อล้นท้นท่วมออกมา ไม่นานนัก ใต้หว่างขาก็โป่งนูนเป็นก้อน

หม่าเจาสะบัดศีรษะ เลื่อนสายตาออกจากริมฝีปากแดงระเรื่อของวังไห่ จ้องไปเบื้องหน้าพลางกล่าวว่า “อาบเร็วหน่อย ฉันมีอะไรจะถามนาย” พูดจบก็หมุนตัวออกจากห้องน้ำ

มองท่าหนีบต้นขาแน่นบิดตัวเดินออกจากห้องน้ำ  วังไห่ยิ้มมุมปาก ทำไมลุงถึงน่ารักได้ถึงขนาดนี้!

วังไห่ลุกขึ้นยืนพรวด พันตัวด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำ เขี่ยน้องชายที่เปียกปอนสองครั้ง คิดในใจว่าคืนนี้ไม่กินให้เอร็ดอร่อยก็ผิดต่อน้องชายของเขาอย่างแท้จริง

เดินออกจากห้องน้ำ เห็นหม่าเจายืนอยู่ที่ระเบียง ถือเหยือกน้ำเย็นกรอกปากตนเองไม่หยุด ปากก็บ่นพึมพำ

“ฉันบ้าไปแล้วแน่ๆ ไม่งั้นทำไมถึงอยากขึ้นเตียงกับวังไห่ บ้าไปแล้วแน่ๆ บ้าไปแล้ว”

“ลุง ทำอะไรอยู่เหรอ” วังไห่มายืนแนบหลังหม่าเจาโดยไม่ให้ตั้งตัว

หม่าเจากำลังกินปูนร้อนท้อง พลันได้ยินเสียงของวังไห่ก็สะดุ้งโหยง เกือบโยนเหยือกน้ำในมือทิ้งไป สงบสติอารมณ์ก่อนจ้องวังไห่อย่างโกรธๆ

“แม่ง! ทำแบบนี้ตกใจตายได้นะ นายไม่เคยเรียนเรื่องนี้ตอนประถมหรือไง”

“ครูตอนประถมไม่สอนเรื่องพวกนี้” วังไห่ยักไหล่ “ลุง เมื่อกี้อยากขึ้นเตียงกับใครเหรอ”

“ขึ้นเตียง? ฮ่าๆๆ นายฟังผิดไปแล้ว ฉันพูดว่า ขึ้นเรือ [13] ต่างหาก สัปดาห์หน้าต้วนเจ๋อจัดปาร์ตี้เรือยอชต์ ฉันกำลังคิดว่าจะไปดีไหม” หม่าเจาแต่งเรื่องเอาดื้อๆ

วังไห่พยักหน้า เป็นนัยว่าเข้าใจ

“ตรงนี้ลมแรง เข้าไปนั่งเถอะ”

หม่าเจาวางเหยือกน้ำลงบนเคาน์เตอร์บาร์ ไปนั่งบนโซฟา เอนหลังพิงพนัก เมื่อครู่กรอกน้ำเย็นลงไปหลายแก้ว เพลิงกำหนัดในร่างดับลงไปเกินกึ่งหนึ่ง น้องชายที่ไม่เชื่อฟังนอนอย่างว่าง่ายประจำที่หลังถูกเขากำราบ ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาคงอับอายขายหน้าครั้งใหญ่

“ลุงทำไมถึงขึ้นมา”

วังไห่นั่งลงตรงกันข้ามกับหม่าเจา ยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยความเคยชิน ชายชุดคลุมอาบน้ำตัวหลวมเผยอออก เห็นเงาดำเป็นผืนและหัวของหนอนน่ารักได้รำไร

“นายไม่เกิดอารมณ์กับผู้หญิงจริงเหรอ” หม่าเจาเปิดปากอย่างระวัง เกรงว่าจะพูดแทงใจดำวังไห่

วังไห่หลุบตาลง ขนตาหนายาวต้องแสงจากด้านบนจนเกิดเงาบางๆ ใต้ดวงตา เอ่ยอย่างขมขื่นว่า

“ครับ ผมลองหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้การทุกครั้ง เมื่อกี้ตอนอยู่ชั้นล่างเพื่อให้กลับเข้าสู่สภาพโดยเร็ว ผมจึงทำท่าสนิทสนมกับพวกเธอ แต่คิดไม่ถึง ถอดเสื้อผ้าแล้วก็ยังไม่ได้การ ไม่มีความคิดอยากประกบจูบปากที่ทาลิปสติกของพวกเธอเลย”

ฟังถ้อยคำของวังไห่ในใจหม่าเจาบังเกิดความปลื้มปีติอันน่าพิศวงขึ้น ล้วงแผ่นซีดีหนังอย่างว่าออกจากกระเป๋าใส่เข้าไปในคอมพิวเตอร์ “อาจเป็นเพราะสามคนนั้นไม่ใช่สเป๊กของนาย ฉันจะเลือกให้นายอีกสองสามคน นายต้องชอบแน่ เพื่อไม่เป็นการรบกวนนาย ฉันเข้าห้องน้ำก่อน นายค่อยๆ ดู”

หางตาของวังไห่กระตุก ลุงคนนี้พอเสียทีเถอะ!

สิบนาทีต่อมา ดูจนหม่าเจาหัวหูแดงก่ำ ลุกนั่งไม่ติดเอนพิงพนักโซฟา ท่อนเนื้อที่เพิ่งสงบลงไม่นานแน่นตึงขึงขังขึ้นมาอีกครั้ง เนื้อหนังขาวโพลนของบรรดาดาราเอวีและเสียงครางกระเส่าหวานเชื่อมทำเอาเพลิงปรารถนาลุกโชน มือปลดกางเกงลงโดยไม่รู้ตัว กอบกุมแท่งเนื้อผ่านกางเกงใน ชักขึ้นชักลง

ส่วนวังไห่ที่อยู่ห่างเพียงประตูกั้น น้องชายที่อ่อนยวบใต้ชุดคลุมอาบน้ำไม่มีทีท่าจะตื่นตัว หญิงชายในหนัง สำหรับเขาแล้วไม่ต่างไปจากลิงกอริลลา ในฐานะผู้ชายปกติ มองลิงกอริลลาสองตัวผสมพันธุ์กันจะเกิดอารมณ์ได้อย่างไร

ดูไปได้เพียงหนึ่งในสามของเรื่อง วังไห่ก็ปิดโทรทัศน์ อย่าว่าแต่ตอนนี้ เมื่อก่อนเขาก็ดูเพียงน้อยนิด มักรู้สึกว่าชายหญิงเหล่านั้นอัปลักษณ์เหลือเกิน ผู้หญิงก็ร่านระเริงเกินขั้น เสียงครางครวญเสแสร้งสิ้นดี ดูแล้วเกิดความรู้สึกต่อต้าน

หม่าเจาไม่ออกมาสักที คงไม่ได้หลับปุ๋ยไปในห้องน้ำหรอกนะ จับลูกบิดประตู ค่อยบิดหมุน แต่หมุนไม่ได้ ถึงกับล็อกประตูจากด้านใน วังไห่แนบหูเข้ากับบานประตู น่าเสียดายอุปกรณ์กันเสียงของห้องนี้ติดตั้งได้อย่างเข้าขั้น ไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวภายในนั้นเลยสักนิด

“ลุง?” ด้วยความจนใจ วังไห่จึงได้แต่เคาะประตู

หม่าเจาที่กำลังช่วยตัวเองขณะดูหนังโป๊ได้ยินเสียงแว่วมาจากหน้าประตู สะดุ้งโหยงตกใจ ควบคุมน้ำหนักมือไม่อยู่ กัดฟันกรอดคำรามเสียงหนึ่งแล้วฉีดพ่นออกมา

แม่ง! เพิ่งจะห้านาทีเอง ต้องโทษวังไห่ ทำเขาตกใจจนหลั่งเร็ว

“ลุง ยังดีอยู่ไหม คงไม่ใช่หลับไปแล้วหรอกนะ”

“แคกๆ...ไม่ได้หลับ” หม่าเจาลองเปล่งเสียง รู้สึกว่าไม่มีความผิดปกติถึงได้ร้องตอบเสียงดังขึ้น “ไม่เป็นอะไร เมื่อกี้นี้งีบไปพักหนึ่ง”

หม่าเจาดึงกระดาษชำระเช็ดน้ำเหนียวขาวข้นบนฝ่ามือและต้นขาจนเกลี้ยง แล้วยืนเป่าลมใต้เครื่องปรับอากาศพักหนึ่ง ถึงได้เปิดประตู

ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นคาวสวาทอ่อนๆ ก็โชยออกมาพร้อมไอเย็นของเครื่องปรับอากาศ หม่าเจาที่สูดดมอยู่นานครึ่งค่อนวันภายในห้องย่อมไม่รู้สึก แต่วังไห่ได้กลิ่นผิดปกติทันที ผนวกกับแก้มแดงซ่านและริมฝีปากฉ่ำแดงของหม่าเจา วังไห่เชื่อว่าเมื่อครู่หม่าเจาไม่ได้นอนหลับในห้องนั้น

หม่าเจาถูกวังไห่จ้องจนอึดอัดราวกับวัวสันหลังหวะ คงไม่พบว่าเขาแอบไปช่วยตัวเองในห้องนั้นหรอกนะ

“ลุง ผมดูจบแล้ว”

“หลั่งกี่ครั้ง”

“ศูนย์”

“อะไรนะ ยังไม่แข็งอีกเหรอ” หม่าเจาเหลือบมองอวัยวะแห่งความเป็นชายตรงหว่างขาของวังไห่ซึ่งปิดบังด้วยชุดคลุมอาบน้ำอย่างหมิ่นเหม่

“นกเขานายไม่ขันจริงเหรอ”

นกเขาไม่ขัน? ช่างไม่ขันได้ประเสริฐนัก ประเดี๋ยวจะให้คุณรู้ว่าใครไม่ขันกันแน่ วังไห่กัดฟันกรอดเอ่ยในใจ แต่ภายนอกยังทำท่าสงสาร “มีเพียงตอนเจอคุณถึงจะแข็งตัว”

“ฉันไม่ใช่เครื่องสูบลมเสียหน่อย เป่าลมให้นายสักสองครั้ง ด้านล่างนายก็ตุงหรือไง” หม่าเจาเปรยตามองวังไห่แวบหนึ่ง คาดไม่ถึงว่าวังไห่จะพยักหน้าอย่างจริงจัง นิ้วมือของหม่าเจาสั่นเทิ้ม “นายคงไม่ได้อยากให้ฉันออรัลเซ็กซ์ให้นายหรอกนะ”

“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็ให้ผมจูบสักครั้ง ผมรับรองว่าไม่สร้างความวุ่นวาย” วังไห่ชูสี่นิ้วตะเบ๊ะสาบาน

“จูบก็จูบ ใช่ว่าไม่เคยจูบมาก่อน” หม่าเจาแสดงความเผด็จการจับบ่าของวังไห่ ยื่นหน้าเข้าไปประกบจูบ ริมฝีปากเพิ่งแนบชิด ท้ายทอยเขาก็ถูกโอบกุมไว้มั่น บั้นเอวที่ไวต่อสัมผัสถูกมือข้างหนึ่งรวบไว้

อดทนอดกลั้นมาหนึ่งคืน ขณะถูกสามสาวปลุกสวาทเขาเองก็พลุ่งพล่านอยู่บ้าง  ผนวกกับท่าทางน่าพิสมัยใหลหลงยิ่งทำให้เขายากสะกดกลั้น หากไม่ให้น้องชายลุกผงาดหยัดยืนอีกต่อไป เขากังวลว่าจะอดกลั้นจนใช้การไม่ได้

วังไห่ทั้งดูดทั้งขบริมฝีปากของหม่าเจา ฉวยโอกาสตอนหม่าเจาเผยอริมฝีปากเพราะความเจ็บปวดสอดลิ้นแทรก จากนั้นรุกล้ำควานลึกเข้าไปด้านใน ก่อกวนในช่องปากราวพายุโหมกระหน่ำฝนกระโชกรุนแรง ราวกับคนหิวโหยมาเจ็ดวันเจ็ดคืน ดูดกลืนรสชาติอันหอมหวานอย่างบ้าคลั่ง

หม่าเจาที่ดื่มเหล้ามาไม่น้อยในช่องปากยังอวลด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ กระตุ้นวังไห่ให้ดำดิ่งล้ำลึกยิ่งขึ้น พลุ่งพล่านทวีคูณ

“อา...”

หม่าเจาครางเสียงพร่า อยู่ในสถานะเป็นฝ่ายรับแต่ฝ่ายเดียวมาตลอด ทำเอาเขาไม่สบอารมณ์ เลื่อนมือจากบ่าของวังไห่ไปที่ท้ายทอย ออกแรงกดมาข้างหน้า ใช้ฟันขบกัด ขณะวังไห่คิดถอนลิ้นออกเพราะความเจ็บปวด หม่าเจาจู่โจมเกี่ยวกระหวัดลิ้นที่ถูกขบจนแตกไม่ให้หดหนี

“โอ๊ะ!”

วังไห่อุทานเพราะความเจ็บปวด

รสชาติเค็มและกลิ่นคาวอ่อนๆ อวลซ่านคละคลุ้งในปากจมูกของทั้งคู่ ไหลเวียนไปตามสายโลหิตราวกับยากระตุ้นกำหนัด ทั้งคู่เริ่มประลองกำลัง กอดกระชับอีกฝ่าย กดศีรษะของกันและกันให้แนบชิดสนิทแน่นยิ่งขึ้น มือของวังไห่คาอยู่บนบั้นเอวของหม่าเจา ลูบไล้แผ่นหลัง วังไห่พรมนิ้วแผ่วเบาต่อเนื่องใส่แนวกระดูกสันหลังซึ่งเป็นจุดที่หม่าเจาอ่อนไหวมากที่สุด ประหนึ่งกำลังบรรเลงบทเพลงที่ไพเราะเสนาะโสต

หม่าเจาถูกลูบไล้จนสบายเหลือเกิน ค่อยๆ ลืมเลือนการประลองกำลัง ลองให้ความร่วมมือกับวังไห่ ดื่มด่ำกับจุมพิตอันน่าพิสมัยสุดแสนครั้งนี้

จุมพิตติดพันปลุกเร้าทำเอาทั้งคู่หอบกระชั้น สองลิ้นร่ายระบำกลางอากาศอย่างร่านระเริง บังเกิดเสียงแจะๆ ของน้ำลายที่ทำให้เจ้าตัวหน้าแดง บรรยากาศท่วมท้นไปด้วยกลิ่นอายอันอ่อนละมุน

หม่าเจารู้สึกว่าส่วนแข็งเป็นแท่งยันอยู่ที่ต้นขา ผู้ชายเหมือนกันย่อมรู้ว่าเป็นสิ่งใด  ถูกสามสาวสวยอ้าอมดูดเลียกระตุ้นอารมณ์กลับไม่ตอบสนอง ดูหนังโป๊ที่เขาสะสมไว้ก็ไม่เกิดปฏิกิริยา แต่เพียงประกบจูบกับเขาก็เป่งพองราวสูบลมกระนั้น หม่าเจาไม่รู้ว่าสมควรภาคภูมิใจในเสน่ห์ที่มากเกินไปของตนหรือประณามตนเองที่ทำร้ายชายหนุ่มชั้นดีคนหนึ่ง

“ลุง อยากไหม”

วังไห่เป่าลมใส่หูหม่าเจา ลมร้อนอุ่นที่พ่นออกมารวมจนใบหูหม่าเจาแดงก่ำ วังไห่แลบลิ้นตวัดเลียขึ้นลงไปตามใบหู

“อือ...อา...”

หม่าเจาตัวสั่นพักหนึ่ง ใบหูเป็นหนึ่งในจุดที่อ่อนไหวของเขา เนื่องเพราะสองเดือนมานี้ขณะร่วมรักกับวังไห่ ถูกวังไห่ไล้เลีย ดังนั้นตอนนี้ยิ่งอ่อนไหวมากขึ้น

“ลุง เสียงของคุณเพราะจริงๆ” วังไห่กระซิบเสียงกระเส่าข้างหูหม่าเจา จากนั้นก็ดึงมือหม่าเจาไปวางบนท่อนลำที่ตั้งชูชันเต็มที่ใต้หว่างขาของตน “กองเพลิงที่คุณปลุกเร้าขึ้น คุณต้องดับให้มอด”

“แม่ง! ไหนว่าแข็งไม่ได้แล้วไง” หม่าเจากำแรงๆ

“ซี้ด!” วังไห่สูดปากร้อง “ออกแรงมากกว่านี้ ก็แข็งไม่ได้จริงๆ แล้ว ผมบอกแล้วไง มันจะมีปฏิกิริยาเฉพาะตอนที่อยู่ต่อหน้าคุณ คนอื่นก็ไม่ได้”

หม่าเจายิ้ม ออกแรงกำท่อนเนื้อในมือ ก่อนหันหน้าไปประกบจูบโครงหน้าเป็นเหลี่ยมเป็นมุมชัดเจนของวังไห่ “ดับเพลิงก็ย่อมได้ แต่นายคร่อมฉันมาหลายครั้งแล้ว คราวนี้ควรเปลี่ยนเป็นฉันแล้วสินะ”

วังไห่อึ้งงัน หลุบตาลงต่ำ มองส่วนตุงใหญ่โตใต้หว่างขาของหม่าเจา อยากรุกกลับ?

“ไม่ต้องมอง” หม่าเจาฉกจูบปากของวังไห่ครั้งหนึ่ง “ทำให้นายท้องยังได้”

“ลุง คุณ...”

เสียงของหม่าเจาอ่อนโยนเหลือเกิน ทำเอาวังไห่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี กลืนน้ำลายลงคอ มองหม่าเจาอย่างจนปัญญาอยู่บ้าง

หม่าเจาห่อฝ่ามือเป็นวงกลม รูดกระตุก นิ้วชี้และนิ้วโป้งหนีบส่วนปลายหยักขนาดใหญ่ไว้แน่น เล็บมือกรีดผ่านรอยแยกแผ่วเบา รูดน้ำเหนียวข้นระลอกแล้วระลอกเล่าออกมา ร่างของวังไห่สั่นสะท้าน ฝีมือการใช้มือของลุงคนนี้ทำไมถึงได้ดีขึ้นมากขนาดนี้

“บนเตียงถึงเห็นของแท้” วังไห่สอดแขนช้อนอุ้มหม่าเจาขึ้น

“แม่ง! ไอ้ระยำ ปล่อยฉันลงเลย!”

หม่าเจาบีบไหล่ของวังไห่ เด่นชัดว่าอายุมากกว่าวังไห่สิบสามปี ไม่มีท่าทีน่าเกรงขามอย่างผู้ใหญ่ก็ช่างเถิด ยังถูกช้อนอุ้มอยู่บ่อยครั้ง หากมีใครมาเห็นเข้าเขาคงขายหน้าไปถึงมหาสมุทรแปซิฟิก

“ประเดี๋ยวร่วงตกลงไปผมไม่รับผิดชอบนะ” วังไห่จงใจคลายมือ เพื่อไม่ให้หม่าเจาหล่นพื้น ท่อนแขนยังคงประคองแผ่นหลังหม่าเจาเบาๆ

“แม่ง! ทำฉันหล่น ชีวิตที่เหลือฉันจะทำให้นายกลายเป็นขันที!” หม่าเจาโอบลำคอวังไห่แน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ

“คุณจะบีบคอผมให้ตายเหรอ”

วังไห่ถีบเปิดประตูอย่างหยาบคาย จากนั้นโยนหม่าเจาลงบนเตียง

ร่างของหม่าเจากระเด้งลงบนเตียงอันอ่อนนุ่ม เขาจับมือวังไห่ที่ยันตรงขอบเตียง จ้องเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าสงบนิ่งของวังไห่

“นายแกล้งทำเป็นกระต่ายน้อยหลอกฉัน?”

วังไห่กระชากชุดคลุมอาบน้ำที่สวมบนร่างออก ยืนเปล่าเปลือยอยู่ข้างเตียง ท่อนลำที่พองขยายด้วยโทสะยิ่งสำแดงอำนาจชี้มาทางหม่าเจา ส่วนปลายที่แยกออกเล็กน้อยชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำรัก

“นายคิดจะทำอะไร”

หม่าเจาลุกยืนขึ้นบนเตียง มองวังไห่จากที่สูง แม้วังไห่มีกล้ามเนื้อ แม้วังไห่หนุ่มกว่าเขาสิบสามปี แม้วังไห่สูงกว่าเขาหลายเซนติเมตร แต่หากลงมือกันขึ้น เขายังพอรับมือได้หลายกระบวนท่า

วังไห่ไม่ออกไพ่ตามกฎเกณฑ์ทั่วไป จู่ๆ ก็คุกเข่าบนเตียง โอบบั้นเอวหม่าเจา แนบศีรษะลงบนหน้าท้องหม่าเจา ถูไถแผ่วเบา

“ลุงครับ ผมน่ะชอบลุงจริงๆ นะ ทั้งชีวิตนี้ผมไม่เคยชอบใครอย่างนี้มาก่อน”

“แม่ง! นายจะมาไม้ไหนอีกวะ” ผมอ่อนนุ่มของวังไห่เสียดสีผ่านเสื้อเชิ้ตเนื้อบางเบา หม่าเจารู้สึกเพียงหน้าท้องคันๆ จั๊กจี้ ทำให้อยากหัวเราะ “เอาหัวออกไปเร็วๆ จั๊กจี้จะตาย ฮ่าๆๆ”

“ลุง ให้โอกาสผมได้ดูแลคุณสักครั้ง ได้ไหม” วังไห่ยังคงถูไถต่อไป สัมผัสได้ถึงความอ่อนหยุ่นผ่านเสื้อผ้า ช่วงล่างเหมือนว่าจะแข็งขึ้น

“ฮ่าๆๆ รีบไสหัวไปเร็ว ฮ่าๆๆ จั๊กจี้ อย่าลูบท้องฉัน ฮ่าๆๆ!” เตียงใหญ่ที่มีแรงดีดดีเลิศรับอาการหัวร่องอหายของหม่าเจาไม่ไหว ทันทีที่ไม่ระวังก็ล้มหงายลงบนเตียง

วังไห่คร่อมบนร่างหม่าเจาไปตามน้ำ เสือกไสจากหน้าท้องขึ้นไปบนแผงอก ริมฝีปากขบเม้มยอดถันผ่านเสื้อผ้า

“อา…” หม่าเจาตัวสั่น ผลักวังไห่ออกอัตโนมัติ แต่ออกแรงมากเกินไปจนวังไห่ตกลงจากเตียง

“อุ๊บ!” ศีรษะกระแทกพื้น วังไห่อุทานเสียงทุ้ม มือคลำศีรษะปีนลุกจากพื้น ไม่สนใจว่าตนเองไม่ได้สวมเสื้อผ้าสักชิ้น ความอายสักนิดก็ไม่มี มองหม่าเจาอย่างน่าสงสาร “ลุง ทำไมวันนี้ถึงได้รุนแรงจัง”

หม่าเจาเงยหน้า มองประเมินวังไห่อย่างละเอียด จากศีรษะจรดปลายเท้าแล้วมองจากปลายเท้าขึ้นสู่กระหม่อม นานสองนานถึงได้เปิดปาก “นายเป็นคนหลายบุคลิกหรือเปล่า”

“คุณดูหนังสืบสวนสอบสวนมากเกินไปหรือเปล่า” วังไห่จนคำพูด

“ตอนฉันเจอนายครั้งแรก นายบริสุทธิ์ใสซื่อเหมือนกระต่ายน้อย ใครจะรู้พอขึ้นเตียงก็แปลงร่างเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์ ครั้งที่สองที่เห็นนาย นายเหมือนเศษสวะโหดเหี้ยมแล้งน้ำใจฟันแล้วทิ้ง ครั้งที่สามที่พบนาย นายสวมชุดสูทนั่งหลังตรงแน่วในห้องประชุม แววตาเย็นเฉียบเหมือนพวกฟาสซิสต์ที่ชอบขูดรีดพนักงาน ครั้งที่สี่ที่พบนาย ภาพลักษณ์ก่อนหน้าถูกล้มล้างหมดสิ้น ไม่มีเหตุผล หน้าหนาไร้ยางอาย หน้าด้านหน้าทน ขี้ตื๊อ” หม่าเจายกนิ้วขึ้นนับ มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย “อ้อ จริงสิ เมื่อกี้ก็พบอีกข้อหนึ่ง ตอนเรียนมหา’ลัย นายเรียนสาขาการแสดงหรือเปล่า เล่นเก่งจนฉันที่ผ่านการอ่านคนมานับไม่ถ้วนยังโดนหลอก”

ภายในห้องเงียบกริบในบัดดล เงียบเสียจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสองฝ่าย หม่าเจามองวังไห่อย่างไม่สะทกสะท้าน วังไห่ไม่หลบเลี่ยงเลยสักนิด สองตาส่องประกายแปลบปลาบยากที่ผู้คนจะเข้าใจ

“มีคำพูดหนึ่งไม่รู้ว่าคุณเคยได้ยินไหม” วังไห่เก็บรอยยิ้ม สีหน้าเอาจริงเอาจัง เป็นสีหน้าท่าทางที่หม่าเจาพบเห็นตอนทำงาน

“คำพูดอะไร” หม่าเจาเลิกคิ้วเล็กน้อย

ห่าเอ๊ย! ช่วงล่างทำไมยังแข็งขึงอย่างนั้นเล่า อยากลูบให้มันฉีดพ่นออกมาเร็วๆ

แต่วังไห่ยังอยู่ตรงนี้ ไม่อาจสำเร็จความใคร่ต่อหน้าวังไห่ ได้แต่สะกดกลั้นเพลิงปรารถนา หม่าเจากัดฟันกรอด

ไอ้ระยำนี่!

---------------------------------------

**เชิงอรรถ

[13] ภาษาจีนคำว่า ‘ขึ้นเตียง’ กับ ‘ขึ้นเรือ’ ออกเสียงคล้ายกัน



HASHTAG TWITTER

#วังไห่หม่าเจา #ท่านประธานชวนขึ้นเตียง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น