อรภาวาสิริ หญิงแพรว

เปิดจำหน่ายไฟล์นิยาย PDF เรื่อง บ่วงอสูร NC25+ สำหรับนักอ่านที่ไม่สะดวกซื้อ e-book เปิดอ่านได้ในสมาร์ทโฟน,คอมพิวเตอร์,แท็บเล็ต,ไอแพด,ไอโฟน (ที่รองรับ) สนใจสอบถาม inbox เพจ(อรภาวาสิริ หญิงแพรว) e-mail : unny_lovely@hotmail.com

เล่ห์อสูร ตอนที่4 เป็นแค่คนใช้

ชื่อตอน : เล่ห์อสูร ตอนที่4 เป็นแค่คนใช้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2561 14:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ห์อสูร ตอนที่4 เป็นแค่คนใช้
แบบอักษร

เขาคือคนที่ดูดีไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว ร่างสูงใหญ่ดูออร่าจับมีเสน่ห์ดึงดูดเมื่อเห็นแค่เพียงด้านหลัง หัวใจของสาวน้อยวัยขบเผาะสั่นสะท้านยามที่จมูกได้กลิ่นน้ำหอมจากกายใหญ่ยามที่ปรเมศเดินผ่าน เธอยังคงฝันอะไรอย่างลมๆแล้งๆ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่มีวันเป็นจริงขึ้นมาได้  


ร่างบางเดินเข้ามาในห้องนอนที่เล็กแคบ มีเพียงเตียงนอนขนาดสามจุดห้าฟุต และตู้เสื้อผ้าเก่าๆ เท่านั้น พิมพ์ประภาถอนหายใจ ต่อให้คับที่แค่ไหนเธอก็อยู่ได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าคับใจคงจะอยู่ยากหน่อย  


“ขอบคุณคุณค่ะพี่ก้อยที่พาแตงโมมาส่ง” 

เธอหันไปยิ้มให้กับหญิงสาวรุ่นพี่ ก่อนจะวางกระเป๋าใบใหญ่ลงข้างๆตู้เสื้อผ้า 


“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอตัวไปเตรียมอาหารมื้อเที่ยงให้คุณกานต์ก่อนนะ” 

เธอมองดูเวลาแล้วก็เกือบเที่ยงวัน เลยต้องรีบเข้าครัวเสียก่อนที่จะโดนเจ้านายต่อว่า 


หลังจากที่ก้อยออกจากห้องไปได้ไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงลูกบิดประตูดังขึ้น แกร๊ก! พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นปรเมศเดินเข้ามา แล้วเขาก็มองจ้องมาที่เธอ 


 “เธอจะอยู่ที่นี่ในฐานะคนใช้ และคนงานในไร่ของฉันเท่านั้น ไม่มีเรื่องบนเตียงในข้อตกลงระหว่างเรา เพราะเธอกับพี่ของเธอเป็นคนละคนกัน”

 แขนแข็งแรงทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอกในขณะที่ร่างใหญ่ก็เอนพิงกับผนังห้อง 


“ค่ะ” 

เธอไม่รู้จะพูดอะไร เลยได้แต่ตอบรับเขาไปสั้นๆ เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน พอครบหนึ่งปีแล้ว เธอและเขาจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก แค่คิดก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ  


“เข้าใจอะไรง่ายๆก็ดี เธอจะได้ไม่ต้องแอบหวังอะไรๆจากฉัน โดยเฉพาะเรื่องอย่างว่า” 

ปกติแล้วปรเมศมักจะพูดจาไพเราะและให้เกียรติเพศตรงข้ามเสมอ แต่ไม่ทำไมกลับถึงอยากหยาบคายและถากถางหล่อนนัก พอเห็นใบหน้าที่ตีเนียนราวกับเป็นคนซื่อ มันก็ขัดใจเขาเหลือเกิน! 


 “ค่ะ” 

พิมพ์ประภาตอบเขาโดยไม่มองหน้า พยายามทำเป็นเฉยๆกับคำพูดที่ฟังดูอุกอาจ ทั้งที่ใจเต้นแรงเป็นระส่ำ 


“นี่เธอพูดคำอื่นไม่เป็นหรือไง”

 แบบนี้คล้ายว่าจะยั่วโมโหกันชัดๆ เป็นเด็กเป็นเล็กแต่กลับร้ายลึกไม่เบา น้องสาวก็คงเป็นเหมือนพี่สาว ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น 


 “แล้วคุณกานต์จะให้แตงโมพูดว่าอะไรคะ” 

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ  


“นี่เธอ...”

 กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่น สาวน้อยรู้จักยอกย้อน ยิ่งทำให้เขาโมโหหนัก 

 “เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วไปหาฉันที่ไร่ ฉันมีงานให้เธอทำ” 

ร่างใหญ่หันกลับแล้วเดินออกไปจากห้องทันทีที่พูดจบ  ดวงตากลมละห้อยมองตามแผ่นหลังกว้างจนกระทั่งประตูบานไม้ปิดลงแนบสนิท พิมพ์ประภาถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินไปเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วเลือกหยิบชุดที่ดูทะมัดทะแมงที่สุดออกมา แล้วจึงเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ



“ไอ้ป๋อง ยังไม่ต้องทำ ไปช่วยน้าเทิดเอาแกะเข้าคอกก่อน”

ปรเมศเดินเข้าไปหาป๋องที่กำลังจะอาบน้ำให้แกะพ่อพันธ์และแม่พันธ์ 


“ครับนาย”

 ป๋องรีบวางสายยางลงแล้ววิ่งไปปิดก๊อกน้ำตามคำสั่ง ปรเมศยืนเท้าสะเอวรอ 


สายตามองไปทางเข้าไร่สลับกับเวลาที่ปรากฏอยู่บนนาฬิกาข้อมือเรือนหรู ผ่านไปราวสิบนาที เขาก็เห็นร่างบางในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์เดินเข้ามาในไร่ จึงได้รีบโบกมือเรียกให้สาวน้อยมาหา 


“คุณจะให้แตงโมทำอะไรคะ”

 พิมพ์ประภายืนเว้นระยะห่างกับเขาพอสมควร เธอไม่ได้รังเกียจปรเมศ แต่กลัวใจตัวเองมากกว่า 


“นี่ไง อาบน้ำให้แกะ”

 ปรเมศผายมือให้สาวน้อยได้ดูแกะตัวใหญ่ขนแน่นหกตัว ที่กำลังส่งเสียงร้องกันตามประสา 

“พ่อพันธุ์กับแม่พันธ์แกะเตรียมจะผสมพันธ์พรุ่งนี้ เธอมีเวลาหนึ่งชั่วโมงต้องทำให้เสร็จ เพราะถ้าเสร็จช้าขนแกะจะไม่แห้ง และอาจจะทำให้พวกมันเป็นปอดบวมตาย ทำได้ไหม คงไม่ยากไปหรอกนะ” 

เขาพูดในเชิงจริงจังเสียมากกว่า ถึงจะอยากแกล้งพิมพ์ประภาเพียงใด แต่เขาก็คิดว่าการอาบน้ำให้แกะมันไม่ใช่เรื่องยากหรือเหนือบ่ากว่าแรง 


 “แต่แตงโมไม่เคยทำนะคะ” 

ดูสิ แกะพวกนั้นตัวใหญ่กว่าเธอเสียอีก 


“ไม่ยากหรอก เหมือนอาบน้ำให้หมา ใช้ยาฆ่าเชื้อที่วางอยู่ตรงนั้นแทนแชมพู แล้วก็ล้างออกให้หมด ก็ถือว่าเสร็จแล้ว” 

เขาชี้นิ้วไปที่ขวดน้ำยาฆ่าเชื้อ อธิบายบอกอย่างคร่าวๆ ก่อนจะลอบยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แต่แล้วพอสาวน้อยเงยหน้าช้อนสายตาขึ้นมามอง ใบหน้าคมคายก็กลับมาเรียบตึงดังเดิม  


“อีกหนึ่งชั่วโมงฉันจะมาตรวจงาน”

 เขาปล่อยทิ้งให้เธออยู่กับแกะอีกหกตัวในคอก ทดสอบว่าสาวน้อยวัยสิบแปดจะเป็นการเป็นงานบ้างหรือเปล่า ไม่ใช่พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ 


เมื่อเหลือตัวเองเพียงลำพังแล้ว เธอจึงถอดรองเท้าผ้าใบออก แล้วเดินไปจับสายยางขึ้นมา มองหาที่เปิด พอน้ำพุ่งออกมาโดนตัวแกะมันมันก็วิ่งไปรอบคอก กว่าจะจับได้ก็ทำคนคนเปียกปอนพอๆกัน  


“อย่าดื้อสิเจ้าแกะ” 

พอขนนุ่มฟูเปียกชุ่มจนได้ที่แล้ว เธอก็เอื้อมมือไปกดหัวปั้มน้ำยาฆ่าเชื้อลงชโลมไปทั่วทั้งตัวแกะและขนสีขาวขุ่นจางๆ ใช้เวลาไม่นานเธอก็จัดการอาบน้ำให้แกะเสร็จไปแล้วหนึ่งตัว ต่อไปก็จัดการต่ออีกห้าตัวที่เหลือ



วิรางเดินถือปิ่นโตมาผ่านไร่ เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังอาบน้ำให้แกะ ถึงแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจน แต่เธอก็พอจะรู้ว่าหล่อนไม่ใช่คนงานธรรมดา หรืออาจะเป็นคนงานใหม่ ปรเมศไม่มีทางรับเด็กสาวหน้าตาสระสวยดูไม่เป็นงานมาอยู่ในไร่ ด้วยความสงสัยใคร่รู้วิรางจึงเดินเข้าไปหาบิดาเพื่อถามไถ่

 “ผู้หญิงคนนั้นใครคะพ่อ” 

ดูยังไงก็ไม่ถูกชะตา รอบกายของปรเมศจะต้องไม่มีผู้หญิงคนอื่นนอกจากเธอคนเดียว 


“เห็นคุณกานต์ว่าเป็นคนใช้ใหม่ เพิ่งมาจากกรุงเทพ”

 เทิดเองก็ไม่อยากสู่รู้ เมื่อนายบอกมาอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้ถามต่อ 


 “เป็นแค่คนใช้ก็ดี”

 วิรางเบะปากใส่แบบเหยียดๆ ก่อนจะสะบัดร่างเดินตรงไปที่บ้านของปรเมศ


สงสัยแตงโมจะเจองานช้างเข้าซะแล้ว ฝากติดตามเอาใจช่วยนางเอกของเราด้วยนะคะ 

ขอกำลังใจ กดถูกใจนิยาย ให้หญิงแพรวกันด้วยน๊า

​เข้ามาพูดคุยกับหญิงแพรวได้ที่ Facebook (เพจ)

พิมพ์ตรงช่องค้นหา >> อรภาวาสิริ หญิงแพรว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น