โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 04-13 Mounting

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 481

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2561 15:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
04-13 Mounting
แบบอักษร

​“ก่อนอื่นเลย ไม่ใช่ฟอลบีไฮนด์ครับ”


เขาตรวจดูอาการสักพักแล้วยืนยันอาการออกมา ทันทีที่พูดแบบนั้น หมอคนหนึ่งก็จับเข้าที่หน้าอกตัวเองแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก


“…แล้วมันคืออะไร หรือว่าเป็นหวัดหรือเป็นไข้ธรรมดาๆ อะไรแบบนั้น”

“ถ้าจะพูดชัดๆ ก็คือมันไม่ใช่โรคทางร่างกายครับ แน่นอนว่าไม่ใช่ไข้หวัดแต่... ยังไงก็เถอะ ไม่ใช่ปัญหาทางร่างกายครับ”


ฮันจูถอดถุงมือที่ใส่ไปครั้งเดียวออกอย่างไม่ไยดีแล้วสบตากับคังยองโฮ ที่จ้องมองมายังตัวเองด้วยสายตาไม่เป็นมิตรแล้วถามออกมา


“ไม่ทราบว่าช่วงนี้มีอะไรทำให้คุณชายเครียดมากหรือเปล่าครับ”


อีกฝ่ายซึ่งรู้คำตอบอยู่แล้วพูดอะไรไม่ออก


“ถ้าตื่นมาแล้วให้ลองทดสอบคลื่นสมองน่าจะเร็วกว่านะครับ ด็อกเตอร์ ขอยาระงับประสาทสักขวดได้ไหมครับ”


ฮันจูจัดการสถานการณ์ตรงหน้าอย่างนิ่งๆ แล้วจงใจร้องขอยาระงับประสาทกับหมอคนหนึ่ง เพราะเขารู้ว่าคังยองโฮจะไม่เชื่อใจในตัวยาที่ออกมาจากกระเป๋าถือของตัวเขาหรอก

หมอผู้ถูกขอยาลุกลี้ลุกลนแล้วรีบหยิบขวดเทสเตอร์เล็กๆ ให้ฮันจู ฮันจูกดเข็มลงบนแขนของยองจีที่หลับอยู่อย่างเชี่ยวชาญแล้วฉีดยาเข้าไป


“หลังจากนี้ประมาณหนึ่งชั่วโมงน่าจะฟื้นขึ้นมานะครับ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลอะไรมากมายครับ”


ฮันจูสรุปอย่างเรียบง่ายจนรู้สึกว่างเปล่า จนหมอคนอื่นๆ ที่พากันวุ่นวายรู้สึกอับอาย แต่เพราะเป็นฮันจูมันจึงเป็นการสรุปที่เป็นไปได้ ไม่ว่าใครเข้ามาตรวจดูต่างก็บอกว่าเป็นอาการฟอลบีไฮนด์ระยะแรกกันทั้งนั้น ถ้าฉีดยาให้ผิดไปคงจะได้เห็นท่านประธานโกรธจัดขึ้นมาจริงๆ

หรือว่าจะเป็นปฏิกิริยาต่อต้านน้ำกามของอัลฟ่าที่เข้าไปภายในร่างกาย ลักษณะทางพันธุกรรมของอีกฝ่ายยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าไร สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงก็จะรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น แม้ยองจีจะไม่รู้แต่ร่างกายของเขารับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว


“แต่คุณชายค่อนข้างอารมณ์อ่อนไหวง่าย เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานระมัดระวังไม่ให้คุณชายได้รับความเครียดด้วย ก็จะดีมากเลยครับ”


สีหน้าของคังยองโฮมืดมนลงไปชั่วขณะ เขาไม่รู้ว่าฮันจูรู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในคฤหาสน์วันนี้แล้ว

ถึงแม้จะไม่รู้แต่ฮันจูที่เฝ้ามองใบหน้าที่ถูกเงาปกคลุมอยู่ ก็ทำให้ริมฝีปากที่เกือบจะยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวกลับลงมา


เพราะหาวิธีแก้ได้แล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องนั่งเฝ้าอยู่ที่นี่อีกต่อไป สิ่งจำเป็นสำหรับคุณชายคือการผ่อนคลายและการหยุดพัก นาฬิกาบอกเวลาตีสามแล้ว หลังจากพวกหมอกับคนรับใช้กล่าวลาต่างก็หายตัวไปอย่างรวดเร็วทันที เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ตรงนั้นนานกว่านี้

คนที่เหลืออยู่คือคังยองโฮกับฮันจู เพียงสองคนเท่านั้น


“จนกว่าหลานฉันจะตื่น ฉันจะคอยเฝ้าเอง นายกลับไปจะดีกว่า”

“ไม่มีอะไรร้ายแรงแต่ไม่ว่ายังไงก็ยังเป็นห่วงอยู่ครับ”

“ฉันไม่ชอบพูดอะไรสองรอบหรอกนะ”


เหมือนได้ฟังคำพูดเดียวกันนี้แล้วเลย ฮันจูนึกขำในใจ


“ผมเป็นแพทย์ประจำตัวของคุณชายนะครับ”


แต่ไม่มีความคิดจะกลับไป ฮันจูกับคังยองโฮสบตากัน สายตาของคังยองโฮซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้นั้น ต่ำกว่าร่างสูงโปร่งของฮันจูไปช่วงหนึ่ง

สายตาของอัลฟ่าทั้งสองเฉียบคมราวกับอีกสักพักจะทิ่มแทงกัน ฮันจูเป็นคนแรกที่ยิ้มออกมาท่ามกลางสถานการณ์แบบนั้น แต่รอยยิ้มของเขากลับทำให้อีกฝ่ายโกรธมากขึ้น ไม่สามารถทำให้ผ่อนคลายลงได้เลย


“เห็นว่านาย...อายุเท่ายองจีใช่ไหม”

“ถึงจะบังเอิญแต่ใช่แล้วครับ”


บทสนทนาของชายทั้งสองเริ่มขึ้นตรงหน้ายองจี ซึ่งยังมองไม่เห็นสัญญาณว่าไข้จะลดลง แม้ไม่รู้ว่ามีความหมายอะไรแฝงอยู่ในคำถามของคังยองโฮที่ถามเรื่องอายุอย่างไม่ทันคาดคิด แต่ในความคิดของฮันจู มันเป็นคำถามที่น่าสนุก

ช่วยไม่ได้ เพราะทั้งสองเกิดห่างกันเพียงหนึ่งอาทิตย์ และถ้ายองจีไม่เกิดมา ตนเองอาจจะไม่ได้มาอยู่ตรงนี้แล้ว โชคชะตาเล่นตลกจริงๆ


“อายุแค่นี้ แต่ดูเหมือนทำผลงานดีๆ ไว้เยอะเลยนี่”

“ชมกันเกินไปแล้วครับ”


ทั้งหมดเป็นเพราะท่านประธานยังไงล่ะ การกลืนคำพูดสุดท้ายที่เกือบจะพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติเป็นเรื่องที่เขาทำได้ดี


“ฉันก็คาดหวังกับนายไว้สูง เป็นเรื่องที่ไม่มีใครทำได้ แต่คิดว่าถ้าเป็นนายล่ะก็จะต้องทำสำเร็จแน่ ใช่ไหม”

“เพราะเชื่อมั่นในตัวผมถึงเรียกมา ผมก็ต้องให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจกับท่านประธานอยู่แล้วครับ”


ถึงสุดท้ายจะยืนยันไม่ได้ว่าเป็นความพอใจของใครก็เถอะ เพราะตอนนี้มีสองคนที่กำลังพูดคุยกับคังยองโฮ นั่นคือไบรท์ตันกับยูฮันจู แต่อีกฝ่ายนั้นรู้เพียงแค่ด้านเดียว เพราะอย่างนั้นในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้อง บทสนทนานี้ช่างเป็นเรื่องที่เพลิดเพลินเสียจริง


“แต่ว่า... มีเรื่องหนึ่งที่ฉันสงสัยตั้งแต่เมื่อกี้”

“ถามมาได้เลยครับ”


ทั้งสองสบตากันอีกครั้ง ริมฝีปากของฮันจูยกยิ้มขึ้นอีกนิดหน่อยเพราะมีลางสังหรณ์ว่าคังยองโฮจะถามคำถามที่ไม่ปกติและสำคัญมากๆ ออกมา


“ฉันคิดว่านายเป็นอัลฟ่าที่ดีเลิศมากทีเดียว... แต่ทำไมถึงมีกลิ่นของโอเมก้าลอยออกมาได้”


เป็นคำถามเล็กๆ น้อยๆ กว่าที่คิด เป็นคำถามประเภทที่ไม่ว่าใครก็เดาได้ ฮันจูหัวเราะแล้วพูดออกมา


“โนคอมเมนต์ครับ”


เขาไม่ได้มีหน้าที่ตอบคำถามของคังยองโฮ โนคอมเมนต์ คังยองโฮค่อยๆ หันไปมองฮันจูเพราะคำตอบตรงไปตรงมาที่ทำให้งงงวยกับการตัดจบด้วยคำเพียงสามพยางค์ ความน่าสงสัยของเขากำลังเพิ่มมากขึ้นอีกนิด ไม่เห็นด้วยตาแต่ตัวเองกำลังสัมผัสได้ถึงลักษณะทางพันธุกรรมเดียวกันกับตอนเผชิญหน้ากับพวกการ์ด

พลังของเขาดูเหมือนไม่สามารถส่งผลกระทบอะไรต่ออีกฝ่ายได้เลยสักนิดเดียว คังยองโฮขมวดคิ้วเงียบๆ


ต้องแสดงอารมณ์ไม่ดีออกมาให้เห็นตรงนี้ด้วยเหรอ เป็นเรื่องน่าอับอายจริงๆ ถ้าเป็นไปตามที่เขาคิดคำนวณไว้ อีกฝ่ายจะต้องสารภาพออกมาด้วยตัวเองไม่ผิดแน่ คังยองโฮกังวลใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาสามารถซักไซ้ได้มากกว่านี้อีกแต่ท้ายที่สุดแล้วเขากลับไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะตอบว่าอะไร

แต่ชายชรามั่นใจว่าอีกฝ่ายเป็นอัลฟ่า ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมเหนือกว่าที่ตัวเขาคิดไว้


เป็นเรื่องอันตราย


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น