โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 04-11 Mounting

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 468

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2561 15:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
04-11 Mounting
แบบอักษร

 “…ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่ครับ”

“ว่าไงนะ...”

“ตอนนี้ผมเองก็อายุสามสิบแล้วนะครับ ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสักหน่อย ผมคิดว่าผมเองก็มีอิสระในการทำเรื่องแบบนี้...”

“แกบ้าไปแล้วเรอะ!”


คังยองโฮไม่สามารถปกปิดความโกรธได้อีกต่อไป ร่ายกายของเขาสั่นเทิ้มต่างจากที่ยืนนิ่งก่อนหน้านี้ เขายอมรับท่าทางที่ไม่เห็นด้วยและต่อต้านเขาไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม พอเป็นยองจีก็ยิ่งยอมไม่ได้

ยองจีเงยหน้าขึ้นมาทีหลังแล้วถลึงตาพร้อมกับโต้เถียงต่างกับที่เขาคิดไว้


“เป็นเรื่องที่ต้องต่อว่าผมถึงขนาดนี้เลยเหรอครับ ถึงผมจะมีความสัมพันธ์กับโอเมก้าจริงๆ แล้วจะเป็นยังไงครับ ผมทำตามตัวเองต้องการไม่ได้ถึงขนาดนั้น...”


ยองจีลืมคำพูดนั้นไม่ได้จนถึงที่สุด เพี๊ยะ มือที่เหมือนกับฝาหม้อตบลงมาบนแก้มของยองจีพร้อมกับเสียงกระทบอย่างแรง

เขาตกใจมากจนพูดอะไรไม่ออก คังยองโฮตบหน้าเขา ไม่ใช่คนอื่นเลย แต่เป็นคุณปู่ที่ตบหน้าเขา

ถึงขาจะไม่ได้หัก ผิวหนังก็ไม่ได้ฉีกขาด แต่สำหรับยองจีซึ่งเติบโตขึ้นมาแบบยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมจนถึงตอนนี้นั้น แค่การโดนตบหน้าครั้งเดียวก็เป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนและละอายใจ เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมตัวเองถึงต้องได้รับการปฏิบัติแบบนี้


“…ไอ้หลานเลว...! วันหน้าแกจะต้องสืบทอดตระกูลนี้! แกก็รู้ว่าการที่แกเกิดมามีลักษณะทางพันธุกรรมที่สมบูรณ์แบบ มันเป็นเพราะใคร!”

“…”

“โอหังมาจากไหนถึงกล้าขัดขืนฉัน! คิดว่าสิ่งที่แกเสพสุขอยู่ทุกวันนี้ทุกอย่างเป็นของแกเหรอ ทั้งหมดนี้ฉันสร้างขึ้นมาเอง ฉันเป็นคนทำ!”

“ผมไม่เคยขอเลยสักครั้ง!”


ยองจีโต้แย้งออกมาอีกครั้งราวกับทนไม่ไหวอีกต่อไป แต่การทำอย่างนั้นทำให้โดนตบหน้าลงมาอีกรอบ แก้มของยองจีบวมปูดขึ้นมาในชั่วพริบตา

ขณะที่รู้สึกตึงๆ ที่แก้ม ลักษณะทางพันธุกรรมของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างน่ากลัว ลักษณะทางพันธุกรรมที่ต่างจากของคังยองโฮ ซึ่งแผ่กระจายอยู่เต็มห้องนั้นเป็นตัวแทนความรู้สึกของเขา พละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับจะจับลักษณะทางพันธุกรรมของอัลฟ่าอีกคนกินให้หมด หลั่งไหลออกมาจนท่วมห้องอย่างน่ากลัว และเหนือกว่าพลังของคังยองโฮ


คังยองโฮตกใจไปชั่วครู่ ยองจีแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ

ดวงตาที่เขม้นมองคังยองโฮกำลังเปียกชุ่มราวกับอีกสักพักน้ำตาจะหยดลงมา แต่มันไม่ใช่เพราะความโศกเศร้าเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ใช่เพราะเสียใจและไม่ใช่เพราะรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วย แต่เพราะโกรธ เป้าหมายที่ความโกรธนั้นพุ่งไปหาก็คือคังยองโฮไม่ใช่คนอื่น คือคังยองโฮเอง

คังยองโฮรู้ว่าช่วงนี้ยองจีอ่อนไหวง่าย แต่ไม่คิดว่าจะตอบสนองออกมาอย่างรุนแรงถึงขนาดนี้ เขากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ยองจีเป็นหลานชายที่เขาสร้างและเลี้ยงมากับมือ แต่ยองจีอยู่เหนือความคาดหมายของเขาขึ้นไปอีก

ท่าทางแบบนี้ยิ่งเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก คังยองโฮตระหนักได้ว่าไม่มีความหมายที่จะทะเลาะกันไปมากกว่านี้


“ปู่ไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อปากต่อคำกับแก มาเพื่อตักเตือนแกต่างหาก”

“…….”

“ทำผิดก็ขอโทษออกมาซะ แล้วปู่จะยกโทษให้”


ขอโทษเหรอ ยองจีเบิกตากว้าง ทำไมตัวเองจะต้องขอโทษด้วย


“ไม่อยากทำหรือไง”


คังยองโฮรับรู้ท่าทางของยองจีได้อย่างรวดเร็ว คงเพราะตบลงไปแรงมาก แก้มด้านซ้ายของหลานชายเขาจึงกลายเป็นสีแดงจัด จากสถานการณ์ภายนอกนั้นถึงคังยองโฮจะไม่ได้แสดงท่าทีปวดใจออกมาแต่กลับรู้สึกเจ็บในใจ ไม่ได้พยายามจะเลี้ยงอย่างไม่มีแม้แต่รอยตำหนิสักรอยเดียวจนถึงตอนนี้หรือไงนะ สุดท้ายก็สร้างรอยร้าวนั้นด้วยมือของตัวเองจนได้

แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่สามารถให้อภัยได้เท่าการโต้เถียงกลับ เครื่องมือที่ถึงแม้ว่าจะดีเลิศแค่ไหนแต่ถ้าใช้ไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์


“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้”

“…”

“อย่าคิดจะออกไปข้างนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากปู่ไปสักพักแล้วกัน ดูเหมือนว่าหลานจะต้องการเวลาในการคิดทบทวนว่าตัวเองทำอะไรผิด”


หลานชายของเขายังคงไม่ตอบอะไรกลับมา ถ้าอีกฝ่ายคือคนอื่นไม่ใช่ยองจีล่ะก็อาจจะโดนบิดมือทิ้งไปแล้ว แค่มือเท่านั้นเหรอ คงจะทำให้ขาหักจนเดินไปไหนไม่ได้อีกเลยด้วย

ความแตกต่างของผู้อาวุโสและผู้น้อยกับความสูงต่ำต้องชัดเจน คังยองโฮเป็นคนที่ต้องอยู่ในระดับดีเลิศอย่างไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นหลานชายของตัวเองหรือไม่ ยิ่งถ้าเขาเป็นอัลฟ่าซึ่งมีลักษณะทางพันธุกรรมอันยอดเยี่ยมก็ยิ่งเข้าไปใหญ่


“เป็นคำสั่ง”


ตอนนั้นดวงตาแวววับของยองจีไม่สามารถมองคังยองโฮที่หันหลังกลับต่อไปได้


* * *


ภายในห้องน้ำเต็มไปด้วยไอน้ำและความเงียบสงบ

ได้ยินเสียงเหยียบน้ำเฉอะแฉะเป็นบางครั้งแต่เพียงเล็กน้อย ไฟถูกเปิดอยู่แต่แทบไม่ได้ยินเสียงที่แสดงให้เห็นว่ามีคนอยู่ในนั้นเลย

แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีใครอยู่ ชายหนุ่มร่างเปลือยเปล่าไม่ได้สวมเสื้อผ้าสักชิ้นแช่ตัวอยู่ภายในน้ำ แล้วหลับตาลงก่อนที่น้ำในอ่างอาบน้ำจะเอ่อล้นออกมา ถึงไอน้ำและอุณหภูมิของน้ำจะไม่เท่าตอนแรกแล้ว แต่หลังจากที่เขาลงไป เขาก็อยู่ในนั้นโดยไม่เคลื่อนไหวเลยและหายใจออกมาเงียบๆ

หายใจอยู่แน่เหรอ เขาคิดพร้อมกับค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา แสงที่สาดส่องเข้ามาไม่คุ้นเคยแต่ต้องลืมตาอย่างช่วยไม่ได้ โทรศัพท์มือถือที่วางไว้ตรงชั้นข้างๆ ทำลายความเงียบสงบของห้องน้ำแล้วส่งเสียงหนวกหูออกมา


“…ครับ”


รับสายด้วยน้ำเสียงเบาบางพอๆ กับสีหน้าที่อ่อนแรง โทรศัพท์ที่ไม่ได้บันทึกเบอร์ของใครไว้เลยนั้นไม่ได้ขึ้นชื่อของอีกฝ่ายให้เห็น แต่ก่อนชายหนุ่มจะรับสายเขาก็พอจะเดาได้ว่าคนที่โทรมาคือใคร


-เฮ้อ โล่งใจจริงๆ ที่คุณรับโทรศัพท์ด้วย คิดว่าจะไม่รับซะแล้วล่ะครับ


เสียงอันคุ้นเคยนั้นคือซึงรก ชายหนุ่มปรับท่านั่งของตัวเองให้ดีแล้วพิงหลังลงอย่างสบายๆ ส่วนเสียงที่ดังที่สุดหลังจากลงอ่างคือเสียงเฉอะแฉะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น