facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 102 : ภาคมารของปัณฑูร

ชื่อตอน : ตอนที่ 102 : ภาคมารของปัณฑูร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.7k

ความคิดเห็น : 163

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2561 16:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 102 : ภาคมารของปัณฑูร
แบบอักษร

ตอนที่ 102 : ภาคมารของปัณฑูร


“เฮ้ย มึงพูดจาหมาๆ แบบนี้ได้ไงวะ”

อารมณ์ของอิฐดุเดือดถึงขีดสุด แฟนของเขาทำท่าจะลุกขึ้นและพุ่งไปหาเมียนอกสมรสของพ่อตนให้ได้ ไป๋จึงต้องลุกขึ้นห้ามทัพเป็นการด่วน โดยปล่อยให้การปะทะคารมอีกฝั่งไว้ก่อน และหันมาป้องกันอิฐไม่ให้เรื่องราวเลยเถิดไปจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ

“พวกแมงดานี่มารยาททรามจริงๆ”

กฤติกายังพูดเยาะเย้ยอย่างอนารยชนมาจากอีกฟากอย่างสะใจที่เห็นอิฐอารมณ์ร้อนมากจนไป๋ต้องไปคอยดึงตัวไว้ โชคดีที่เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พระสวดจบบทพอดี และพนักงานในงานเริ่มเดินแจกของว่างและของชำร่วย คนอื่นในงานจึงหันมาดูบ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงกับเป็นจุดสนใจมากนัก

“ไอ้สัดเอ้ย!”

อิฐสบถอย่างหัวร้อนเมื่อโดนด่าว่าคบกับไป๋แค่หวังเงิน ชายหนุ่มจะพุ่งตัวไปหาผู้หญิงที่นั่งยิ้มเยาะอยู่ตรงนั้นให้ได้ ในขณะที่ไป๋เองก็แทบจะต้านทานแรงของแฟนของตนไว้ไม่ไหว

“เกิดอะไรขึ้นวะ”

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นเหมือนเป็นระฆังช่วยชีวิต หันไปก็เจอกับเพียวและโฟคที่ช่วยไปดึงแขนอิฐไว้ พร้อมพยายามช่วยกันพูดคุยสงบสติอารมณ์ ในขณะที่ว่านเดินมายืนเคียงข้างเขาพร้อมกับหรี่ตามองผู้หญิงที่นั่งอยู่อย่างพยายามคาดเดาสถานการณ์วุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น




“จ่ายชั้นมา 50 ล้าน แล้วชั้นจะยอมปิดปากเรื่องความสัมพันธ์วิปริตผิดมนุษย์ของพวกแก”

ผู้หญิงในชุดดำสนิทเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่แสดงความรู้สึกว่าถือไพ่เหนือกว่าชัดเจน ริมฝีปากที่เคลือบไว้ด้วยลิปสติกสีสดคลี่ความร้ายกาจมาอย่างเปิดเผย

“นี่มันอะไรกันวะ” ว่านหันมาถามไป๋แบบงงๆ

“เชี่ย”

อิฐที่ได้ยินอยู่ในระยะห่างออกไปก็สบถขึ้นอีกอย่างหงุดหงิดมาก แต่ก็ได้เพียวที่ช่วยดึงไว้และคอยกันไม่ให้เข้าใจใช้กำลังกับอีกฝ่ายที่ยิ้มเหยียดอยู่ถัดออกไป

“คุณกำลังขู่ผมเหรอ” ไป๋พูดพร้อมหรี่ตาขึ้นเป็นคำถาม ทั้งที่สีหน้ายังคงไว้ซึ่งความเรียบสงบ

“ชั้นไม่ได้ขู่แก ชั้นแค่บอกว่าถ้าแกไม่ยอมจ่ายเงินให้ชั้น ชั้นจะเอาเรื่องรสนิยมทางเพศอันน่าขยะแขยงของแกไปพ่อกับแม่ของแกแน่” หญิงสาวยิ้มเยาะออกมาอย่างสะใจ

“50 ล้านมันไม่มากไปหน่อยเหรอคุณ” ไป๋แกล้งทำท่าเป็นเหมือนประนีประนอม

“ไม่มากไปกว่าหน้าของพ่อกับแม่แกที่จะต้องแหลกละเอียดเมื่อชาวบ้านเค้ารู้ว่ามีลูกเป็นเกย์หรอก”

อีกฝ่ายพูดพร้อมกลั้วหัวเราะอย่างสะใจ อิฐทำท่าจะลุกขึ้นอีกครั้ง แต่ก็มีเพียวกับโฟคช่วยกดไหล่ปรามอยู่ ในขณะที่ว่านก็ยังคงเรียบนิ่งให้ไป๋เป็นคนเจรจา

“คุณกำลังแบล็คเมลผมนะ” ไป๋พูด

“ก็อาจจะใช่มั้ง ถ้าแกไม่ยอมควักเงินจ่ายให้ชั้น” กฤติกาทำท่าแบบที่เต็มไปด้วยความเหนือกว่าและสะใจ




“คุณกฤติกา จะว่าไป คุณนี่ก็เป็นคนที่ตลกดีนะ” ไป๋พูดต่อแบบยิ้มๆ

“อย่ามาลามปามกับชั้น” อีกฝ่ายสวนมาด้วยเสียงก้าวร้าว

“การสูญเสียสามีนอกสมรสของคุณไปนี่ทำให้คุณต้องทุ่มเททำอะไรถึงเพียงนี้เลยเหรอ”

ไป๋พูดพร้อมแกล้งทำสีหน้าเป็นห่วง ว่านที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาก็หันมามองหน้าพร้อมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่าเขาจะเดินเกมอะไรต่อไป

“พวกแกแย่งทุกอย่างไปจากชั้น ชั้นก็จะแย่งทุกอย่างไปจากแกบ้าง คอยดูนะ ชั้นจะเปิดโปงเรื่องพวกแก ชั้นจะทำให้พ่อแม่แกผิดหวัง ชั้นจะให้พวกแกไม่มีที่ยืนในสังคม” เสียงผู้หญิงวัย 50 กว่าปีนั้นพูดอย่างร้ายกาจ

“หึหึ”

เสียงกึ่งหัวเราะกึ่งตลกหลุดออกมาจากลำคอของไป๋อย่างกลั้นไม่ได้ ไป๋มองอีกฝ่ายด้วยท่าทีขำขันและไม่ได้กดดันแม้แต่น้อย อีกฝ่ายถึงกับมองท่าทีไม่สนใจนั่นอย่างไม่เข้าใจ ในขณะที่ฝั่งเขาที่เหลืออีก 4 คนก็ทำท่าไม่เข้าใจด้วยเช่นกัน

“แกขำอะไร!” อีกฝ่ายดูกลับมาอารมณ์ร้อนขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจคำขู่ของตนเท่าไหร่นัก




“คุณกฤติกา คุณคิดเหรอว่าผมจะไม่ได้เตรียมการรับมือกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้ไว้ คุณคิดเหรอว่าผมจะไม่คาดเดาว่าคุณจะทำอะไรแบบนี้ โถ่ คุณกฤติกา คุณประเมินผมไว้ต่ำเกินไปหรือเปล่า”

ไป๋เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม ราวกับตั้งใจว่าจะถามจริงๆ แถมตอนท้าย เขายังทอดเสียงราวกับจะเอ็นดูกับความไม่ประสีประสาของอีกฝ่ายด้วย และน้ำเสียงนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นดั่งน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟของคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

“แกหมายความว่ายังไง!” ผู้หญิงคนนั้นเริ่มมีท่าทีร้อนรนขึ้น เมื่อรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ถือไพ่เหนือกว่าอีกต่อไป

“คำพูดของคุณตลอดเวลาเกือบ 10 นาทีที่ผ่านมามีความผิดทางกฎหมายหลายต่อหลายข้อ โดยที่คุณก็น่าจะรู้ตัว” ไป๋พูดพลางคลี่ยิ้ม

“ชั้นไม่ได้ทำอะไรผิด!” อีกฝ่ายเกรี้ยวกราดขึ้นทันที เมื่อเริ่มเห็นเค้ารางว่าทางเขาจะมาไม้ไหน

“คุณด่าผมด้วยคำหยาบ คุณมีความผิดฐานการดูหมิ่นซึ่งหน้า คุณดูถูกรสนิยมทางเพศของผม คุณมีความผิดฐานหมิ่นประมาท แถมล่าสุดคุณยังพยายามจะแบล็กเมลผม ซึ่งถือเป็นความผิดฐานรีดเอาทรัพย์อย่างเต็มประตู” ไป๋ยิ้มมุมปาก

“...” อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไร แต่เบิกตาโพลงมองเขาอย่างตกใจ

“ไม่ถึง 10 นาที คุณทำความผิดไปมากมาย ผิดทั้งประมวลกฎหมายอาญา ผิดทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดูเหมือนคุณจะต้องระวังตัวทั้งการปรับ จำคุก ไปจนถึงการถูกฟ้องเรียกร้องความเสียหายจากผม และแน่นอนว่าผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะรับเป็นหน้าที่ที่จะรีดเอาเงินออกมาจากกระเป๋าเงินของคุณให้ได้ทุกบาททุกสตางค์จนคุณต้องหมดเนื้อหมดตัว” ไป๋พูดพร้อมมองด้วยสายตารังเกียจ เขาคลี่รอยยิ้มแสยะแห่งความเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย

“แกไม่มีหลักฐาน แกจะทำอะไรชั้นได้ จ่ายเงินมาให้ชั้น แล้วแยกย้ายกันไป ไม่ต้องพยายามมาขู่ชั้น เพราะชั้นไม่กลัว!”

เสียงอีกฝ่ายกร้าวจนแทบจะกลายเป็นตวาดในท้ายประโยคที่เผ็ดร้อนขึ้นตามระดับสนทนาที่รุนแรงขึ้นตามลำดับ สายตาของว่านจ้องเขม็งพร้อมกับกัดฟันแน่น แต่เพื่อนของเขาก็ยังเลือกจะนิ่งปล่อยให้เขาเป็นคนจัดการ

ไป๋มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มตรงมุมปากน้อยๆ เขาจะไม่เต้นไปตามความไร้อารยะของคนตรงหน้าโดยเด็ดขาด ยิ่งเขาเย็น ยิ่งเขาสงบ คนตรงหน้ายิ่งจะมอดไหม้ไปด้วยแรงโทสะที่เจ้าของมันนั่นแหละจุดขึ้นมาเองกับมือ ไป๋ไม่มีวันที่จะลงไปเล่นในเกมที่เขาไม่ได้เป็นคนเขียนกติกาอย่างแน่นอน




“คุณดูถูกสติปัญญาผมมากเกินไปเสียแล้ว คุณกฤติกา คุณคิดว่าคนอย่างผมไม่ได้เตรียมรับมือกับคุณไว้อย่างนั้นเลยเหรอ”

ไป๋เอียงคอถามอยากกวนประสาท พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อออกมาหันหน้าจอให้อีกฝ่ายดูอย่างเต็มตา โทรศัพท์มือถือของเขากำลังอยู่ในแอปพลิเคชันอัดเสียง โดยหน้าจอแสดงเวลาว่าอัดมาเกือบ 10 นาทีแล้ว แปลว่าข้อหาทั้งหมดทั้งมวลที่ไป๋พูดถึงถูกบันทึกไว้และจะเป็นหลักฐานเป็นอย่างดีในทางกฎหมาย

“อีพวกชั่ว!” กฤติกาแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความโมโหถึงขีดสุด

“ยินดีด้วยคุณกฤติกา คุณได้ข้อหาการดูหมิ่นซึ่งหน้าและหมิ่นประมาทผมเพิ่มอีกอย่างละกระทง” ไป๋พูดพลางยิ้มพร้อมโบกโทรศัพท์มือถือในมือไปมาเป็นเชิงยั่วเย้า

“เอามานี่!”

หญิงวัยเกือบเกษียณพุ่งตรงเข้ามาทำท่าจะคว้าโทรศัพท์มือถือแย่งไปจากมือของเขาอย่างมุ่งมาดจะทำลายทิ้ง จากสีหน้าเรียบนิ่งเยาะเย้ยของอีกฝ่ายกลับกลายเป็นความโมโหร้ายแบบที่ไป๋ให้คำนิยามได้ว่าไร้รสนิยม

“หยุดกิริยาไร้มารยาทของคุณเดี๋ยวนี้!”

ปัณฑูรออกตวาดเสียงออกไปอย่างแรงจนคนตรงหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง เขายืดไหล่ขึ้นตรงและส่งสายตาคุกคามอย่างรังเกียจในพฤติกรรมที่ห่างไกลจากคำว่าปัญญาชนของคนตรงหน้าโดยสิ้นเชิง

“...”

อีกฝ่ายนิ่งไปเป็นเชิงลังเล ในขณะที่ว่านก้าวออกมาข้างหน้าบังตัวเขาไว้เฉียงๆ เป็นสัญลักษณ์ว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นก็จะช่วยปกป้องเพื่อนของตน

“เสียงของคุณถูกอัดด้วยระบบที่อัปขึ้นคลาวน์อัตโนมัติ ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะแย่งโทรศัพท์ไปจากมือผมจนสำเร็จแล้วเขวี้ยงให้แตกละเอียดลงไปต่อหน้า เสียงของแผนการร้ายของคุณก็จะยังอยู่และเป็นหลักฐานในชั้นศาลได้อยู่ดี หยุดความคิดอันธพาลแบบนั้นซะ เพราะนอกจากคุณจะไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว คุณจะได้ข้อหาทำให้เสียทรัพย์เพิ่มไปในชั้นศาลอีกหนึ่งกระทงด้วย” ไป๋พูดต่อด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความรังเกียจคนตรงหน้าอย่างเต็มทน

“ชั้นไม่กลัว ชั้นไม่ได้ทำอะไรผิด ชั้นแค่พูดความจริง!” อีกฝ่ายเถียงออกมาเสียงดัง ทั้งที่สายตายังจ้องมาที่โทรศัพท์มือถือในมือของเขาอย่างตาไม่กระพริบ

“ผิดหรือไม่ผิด คุณก็รอให้ศาลตัดสินแล้วกัน แล้วคุณจะได้รู้ว่าผู้พิพากษาเค้าจะตีความคำพูดหยาบคายของคุณไว้เป็นเงินกี่ล้านสำหรับผมดี” ไป๋พูดด้วยรอยยิ้มเหยียด

“นี่แกขู่ชั้นเรอะ!” กฤติกาชี้หน้าของไป๋ด้วยท่าทีเหลืออด




“ผมจะฟ้องคุณ!”

ปัณฑูรพูดขึ้นด้วยเสียงดุดันและคุกคาม ปรกติเขาจะไม่ใช้คุณลักษณะนิสัยแบบนี้กับใครเด็ดขาด นิสัยที่ไอ้ว่านนิยามไว้ว่า “ภาคมารของปัณฑูร” เขาจะไม่เหยียดหยามใคร จะไม่หมิ่นเกียรติใคร จะไม่ใช้อำนาจของเงินในกระเป๋าริดรอนสิทธิ์ของใครเด็ดขาด ยกเว้นในวันที่เขาถูกคุกคามจะต้องงัดเขี้ยวเล็บที่ปฏิเสธที่จะหันใส่ผู้อื่นออกมาต่อสู้เพื่อป้องกันตนเองอย่างวันนี้

“แก!” เสียงอีกฝ่ายแทบจะดังเป็นเสียงกรีดร้อง

“ผมจะฟ้องคุณ!” เขาย้ำด้วยเสียงเหี้ยมเกรียมขึ้นอีกครั้ง

“...” อีกฝ่ายได้แต่เงียบมองอย่างรับมือในคำขู่ของเขาไม่ถูก

“ผมจะแจ้งจับคุณในคดีอาญาก่อน หลังจากนั้นผมจึงจะยื่นฟ้องคุณต่อในคดีแพ่งและพาณิชย์ ผมจะเรียกร้องค่าเสียหาย ผมจะทำให้ชีวิตคุณวุ่นวาย ผมจะไม่ยอมให้คดีจบง่ายๆ ผมจะอุทธรณ์แล้วอุทธรณ์อีก ผมจะทำให้คุณต้องขึ้นศาลแทบไม่เว้นวัน ผู้คนจะพูดถึงคุณในทางร้าย คุณจะกลายเป็นคนที่แปดเปื้อนไปด้วยคดีความติดตัว สังคมในที่ทำงานก็จะมีแต่คนนินทาว่าร้ายในนิสัยแบบนี้ของคุณ สายตาที่ของคนอื่นที่มองมาที่คุณหลังจากนี้จะเป็นไปด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากเข้าใกล้” ไป๋พูดด้วยแววตาแข็งกร้าวและเอาจริง

“...” ผู้หญิงอีกฝั่งกัดฟันแน่น แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป

“คุณจะต้องปวดหัวกับการเสียเงินค่าเดินทาง เสียเวลาไปศาล เสียการเสียงาน แถมยังต้องเสียค่าทนายที่คุณจะต้องหามาว่าความสู้คดีกับผมแบบไม่รู้จบ ผมจะรีดเร้นเอาทรัพย์สมบัติของคุณออกมาให้หมดทุกบาททุกสตางค์ เงินที่คุณมีอยู่ไม่ว่าจะเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ผมจะบังคับให้คุณต้องนำออกมาใช้จนหมด คุณจะต้องจ้างทนายและเสียค่าเสียหายจำนวนมหาศาล ครอบครัวผมมีธุรกิจมีทรัพย์สมบัติหลายพันล้านบาท การที่คุณมุ่งหมายจะทำลายชื่อเสียงครอบครัวผม คุณคงพอจะเดาออกว่าค่าชดใช้มันจะมากมายขนาดไหน” ไป๋พูดอย่างทิ้งไพ่ตาย

“...”

อาการโมโหร้ายของอีกฝ่ายเริ่มกลายเป็นแววตาหลุกหลิกและแสดงอาการวิตกกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด ยิ่งไป๋พูดออกไปเท่าไหร่ อีกฝ่ายยิ่งดูกังวลในคำพูดเขามากเท่านั้น

“และชีวิตคุณจะต้องสิ้นสุดลงที่การติดคุก การขู่แบล็คเมลของคุณเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาอย่างปฏิเสธไม่ได้ คุณจะโดนไล่ออกจากราชการ ชีวิตหลังเกษียณคุณจะไร้บำนาญและบำเหน็จ เหลือแต่ข้าวแดงที่มีให้แต่ละมื้ออย่างจำกัดจำเขี่ยอยู่ในเรือนจำ” ไป๋ยิ้มเยาะพร้อมสายตาที่แทบจะกดอีกฝ่ายให้จมดิน

“...” ราชการครูคนนั้นเม้มปากสนิท

“ถ้าคุณคิดจะสู้กับผม ผมก็บอกว่าได้! ผมยินดีจะเปิดสงครามกับคุณเสมอ แต่คุณจงจำคำพูดผมไว้นะ เมื่อคุณรู้สึกตัวและเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง”

“...”

“ชีวิตของคุณจะไม่เหลืออะไรเลย ไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว” ไป๋ปิดประโยคด้วยอวัจนภาษาที่เหี้ยมเกรียม




“แกต้องการอะไร!” เสียงของอีกฝ่ายตวาดออกมาอย่างจนตรอก

“เลิกยุ่งวุ่นวายกับพวกผมอีก และหยุดเรียกร้องเอาทรัพย์สมบัติและมรดกที่คุณไม่มีวันจะได้รับด้วย!”

“...” อีกฝ่ายกัดฟันแน่น แต่ก็ดูจะตกอยู่ในอาการที่ไม่มีอะไรมาต่อสู้

“ออก – จาก – ชี – วิต – ของ – พวก – เรา – ไป!”

ไป๋จงใจพูดเน้นย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวจริงจัง เขาเปล่งเสียงพร้อมกับส่งสายตาเอาจริงจนอีกฝ่ายไม่มีทีท่าแม้แต่จะกล้าเถียง




“นี่ไม่ใช่คำขอร้องหรือคำสั่ง แต่นี่คือคำเตือน!”

นายแพทย์ปัณฑูรปิดประโยครุกฆาตเกมสงครามประสาทกับหญิงสาววัยเกือบชราภาพตรงหน้าด้วยชัยชนะอย่างบริบูรณ์






นายพินต้า

ฝากเฟส ทวีต และกดติดตามนายพินต้า ninepinta ด้วยนะ : )

แต่งไปก็ซี๊ดปากไป โอ๊ย ไป๋นี่ร้ายกว่าที่คิดจัง แต่คนเขียนไม่ร้ายน้า คนเขียนน่ารักใจดี ในนิยายนี่คือภาคมารของไป๋ ส่วนของนายพินต้าไม่มีภาคมาร มีแต่ภาคนั่งจ๋องกอดคอรอคอมเมนต์นักอ่าน อิอิ

ความคิดเห็น