ชุนอา (아 천)

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ เมี้ยว....

ชื่อตอน : บทที่ 3 สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ เมี้ยว....

คำค้น : Love Blood รักนี้ฝังเขี้ยว

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2561 15:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ เมี้ยว....
แบบอักษร

​ตอนที่ 3

"ปล่อยนะ ไอ้มนุษย์จอมตะกละ!" รูบี้แทบผลักจนคิวท์ลอยได้ แต่ร่างสูงก็ยื้อข้อมือเล็กของอีกคนไว้ได้ทัน ตาคมจ้องเข้าไปในสายตาของอีกคนที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงอีกครั้ง มันดูน่าเหลือเชื่อถ้าเขาไม่เห็นกับตาตัวเองทั้งที่ยังสติดีแบบนี้ //ถ้าเป็นเมื่อคืนยอมรับเลยว่ากูเมา (=_=") 

"ตามึงนี่ไม่คิดจะถอดคอนแท๊คเลนส์เลยหรือไงวะ? เดี๋ยวก็ตาบอดหรอก เดี๋ยวก็ถอดให้" คิวท์ไม่วายจะจับอีกคนควักตาออกมาอีก รูบี้แทบไม่อยากเชื่อกับความใจกล้าของมนุษย์สมัยนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเจอผีดูดเลือดคงวิ่งหนีหางจุกตูดกันไปหมดแล้ว

"ยะ...อย่านะ เจ้าจะทำอะไรกับดวงตาของข้า! อ๊ากกก!!" ร่างเล็กดิ้นจนแทบตกเตียงเมื่อคิวท์ไม่ยอมแพ้พยายามจับใบหน้าของอีกฝ่ายให้อยู่นิ่งเพื่อถอดสิ่งที่เขาคิดว่ามันคือคอนแทคเลนส์ออก 

"ก็บอกให้อยู่นิ่งๆ จะสะดีดสะดิ่งทำไมห๊ะ? เมื่อคืนโดนกูทำไปถึงไหนต่อไหนแล้วเหอะ เลิกทำตัวใสๆ ซะทีเว้ย" คิวท์บอกอย่างเหลืออด รูบี้คิดว่าตัวเองซวยจริงๆ ที่ตื่นขึ้นมาในยุคสมัยนี้ แถมยังมาเจอมนุษย์สติไม่ดีจะจับแวมไพรท์อย่างเขาควักลูกตาอีก

"จะไม่ทนแล้วนะ บอกให้หยุด!" แค่น้ำเสียงที่เหลืออดนั้นถูกปล่อยออกมา พลังบางส่วนที่ยังไม่ฟื้นคืนดีก็กระแทกอัดใส่จนร่างสูงลอยเคว้งไปกระแทกกับผนังด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว

พลั่ก!! โครม!!

"อึ่ก!" คิวท์พูดไม่ออกเมื่อความจุกแล่นเข้าความรู้สึกอย่างแรง รูบี้คว้าผ้าห่มมาพันตัวไว้ด้วยความระแวง แม้จะมีพลังไว้ปกป้องตัวเองแถมยังสามารถฆ่ามนุษย์ได้อย่างง่ายดายแต่ถ้าถูกจู่โจมในช่วงที่อ่อนแอแบบนี้เขาก็อาจไม่สามารถขัดขืนกำลังของอีกคนได้เช่นกัน

"อย่าเข้ามา..." รูบี้เตือนเสียงเรียบ ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มไม่ยอมสบตากับคิวท์เลยสักนิด คิวท์ลุกขึ้นยืนแล้วหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อบรรเทาความจุกนั้น

"นี่มันอะไรกัน? เมื่อกี้มึงทำได้ยังไง?" คิวท์ก็อยากจะคิดว่าเขากำลังฝันอยู่เหมือนกันแต่ความจุกที่ได้รับนี่ไม่ใช่เลย 

".............................." 

"กูบอกให้พูดออกมา มึงเล่นกลอะไรห๊ะ?! หรือเป็นปีศาจ?" คิวท์อยากรู้ความจริง ไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้นแต่เขาอยากมั่นใจว่าสิ่งที่คิดมันใช่เรื่องจริงหรือเปล่า?

"ใช่...ถ้าคิดว่าปีศาจมันน่ากลัว ก็อย่าเข้ามาใกล้ข้า" ผ้าห่มที่เปิดออกเพียงนิดทำให้เห็นแววตาสีเลือดน่าเกรงขามตัดกับสีผิวจนดูพิศวง คิวท์อึ้งกับของจริงทั้งที่เมื่อกี้เขายังคิดอยากแกล้งคนตัวเล็กอยู่เลย

//นี่มันยุคไหนแล้ววะ? ยังจะมีผีดูดเลือดหลงเหลืออยู่บนโลกอีกหรอ?

"ขอกูดูชัดๆ หน่อยได้มั้ย? เขี้ยวของมึง" คิวท์ก้าวเข้ามาหาคนบนเตียงช้าๆ แม้ในใจจะแอบเต้นตึกตักกับความแปลกของคนตรงหน้าแต่มันก็มีบางอย่างที่เขาอยากเห็นชัดๆ กับตาสักหนึ่งครั้งในชีวิต รูบี้เกิดความระแวงแต่ก็ค่อยๆ ลดผ้าห่มที่คลุมตัวออก ผิวขาวซีดยิ่งได้สังเกตยิ่งชัดเจน คิวท์ขยับเข้าไปหาช้าๆ มือหนาดึงผ้าห่มออกให้พ้นตัวของรูบี้ แม้ว่ามันจะเปลือยเปล่าแต่รูบี้กลับไร้ความอายเพราะเขาอยากให้อีกคนเข้าใจซะทีว่านี่ล่ะ...แวมไพรท์

"ตาสีแดง... เขี้ยวยาว... ผิวขาวซีด...ตัวเย็นเฉียบ...แม้กระทั่งเสียงหัวใจของมึง กูก็ไม่ได้ยิน" มือหนาลูบไล้ไปตามร่างกายของรูบี้ช้าๆ ตากลมหลุบต่ำไม่อยากให้อีกคนเห็นถึงความน่ากลัวของเขา เพราะสิ่งเหล่านี้มันทำให้มนุษย์ส่วนมากกลัวในตัวเขา

"มึงชื่ออะไร?" มือหนาเชยค้างเล็กขึ้นแล้วถามเสียงเรียบ

"ห๊ะ?"

"กูถามว่า...มึงชื่ออะไร?" คิวท์ใช้สายตาบังคับให้ตอบในคำถามของตน รูบี้ลังเลนิดๆ แต่พอคิดว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่มีความกลัวในตัวเขาเลยก็ชักคิดว่าบางทีมนุษย์คนนี้อาจจะกลายเป็นอาหารยามฉุกเฉินและที่พึ่งพาได้คราวเดียวกันจนกว่าเขาจะหาคนสนิทของตัวเองเจอ (อิริคนั่นเอง)

"รูบี้ โรส..." 

"ดี ต่อไปนี้มาเป็นแมวของกู"

"ห๊ะ?" (0-0)?

"ลูกแมวไง แมวตัวเล็กๆ ความจริงกูก็เคยเลี้ยงยุงอยู่ที่บ้านใหญ่อยู่สองสามตัว จะเลี้ยงแวมไพรท์เพิ่มอีกสักตัวคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก" //มันเหมือนกันไงฟ่ะ?!! (> <)

"ข้าไม่ได้ต่ำขนาดนั้น"

"ตัวกะเปียกเดียวบอกไม่ได้ต่ำ มึงเตี้ยกว่ากูอีกนะ"

"แฮร่!!"

"แฮร่อะไรเล่า! เดี๋ยวตบเขี้ยวหลุด" //แม่งนอกจากไม่กลัวแล้วยังดุกูอีก (T^T)

"....................." รูบี้เก็บเขี้ยวของตัวเองคืนดั่งเดิม ตาสีแดงค่อยๆ ละลายหายไปกลายเป็นสีฟ้าสวยดูแล้วน่ามองจนหลงเสน่ห์มากกว่าน่ากลัวซะอีก

"เป็นอันตกลง ดูแล้วก็เหมือนมึงจะไม่มีที่ไปอยู่เหมือนกันนิ กูไม่สนหรอกนะว่ามึงจะมาจากไหน แต่ถ้ายอมรับข้อเสนอของกู อาหารของมึงกูจะเป็นคนหามาให้แลกกับการนอนกับกู" คิวท์บอกด้วยรอยยิ้มหื่น รูบี้ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าจะมีมนุษย์คิดเก็บเขาไว้เป็นสัตว์เลี้ยง //คือมันไม่เหมือนกันเลยนะเว้ย!!

"ถ้าข้าไม่ตกลง"

"กูก็จะเปิดเผยเรื่องที่มึงเป็นแวมไพรท์ให้ทุกคนรู้ แล้วมึงก็อาจจะถูกจับไปทดลองเพราะมนุษย์เดี๋ยวนี้ชอบค้นหาความจริง มึงจะถูกทรมาน ถูกวางลงบนแท่นไฟฟ้าแล้วผ่าตัดดูข้างในร่างกายว่าเป็นยังไง ถูกศึกษาจนไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้อีกแม้ว่ามึงจะไม่จำเป็นต้องหายใจเลยก็ตาม" คิวท์พูดขู่เกินความจริงไปใหญ่เพราะดูแล้วอีกคนเหมือนหัวโบราณ //ไม่รู้หลุดมาจากหลุมไหน?

"เจ้าไม่กลัวข้าหรือไง?"

"ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว มีของดีไว้ข้างตัวแบบนี้สิน่าถูกใจ อีกอย่าง...เมื่อคืนมึงก็ทำกูพอใจมากด้วยจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไงกัน?" คิวท์ลูบแก้มซีดอย่างหลงใหล รูบี้หันหน้าหนีสัมผัสนั้นเพราะไม่ชินกับการที่ถูกอาหารจับ?

"แต่ข้ากินเลือดมนุษย์ และเจ้าคืออาหาร"

"ไม่ใช่ปัญหา มึงต้องการเลือดกี่ครั้งต่อวัน?"

"ไม่ถึงขนาดนั้น ถ้าได้กินแบบเต็มที่จะอยู่ได้เป็นอาทิตย์โดยไม่อยากอาหารและข้ากินอาหารมนุษย์ไม่ได้" รูบี้มองคิวท์ด้วยความระแวงเพราะเขาแทบจะบอกอีกฝ่ายแบบหมดเปลือกอยู่แล้ว

"มึงไม่ต้องหายใจ ไม่ต้องเจ็บป่วย ร่างกายเป็นอมตะ ดูๆ ไปก็น่าอิจฉาดีนะ" คิวท์พิจารณาร่างกายของอีกคนอย่างชอบใจ รูบี้เริ่มรู้สึกแปลกๆ กับสายตานั้นจนต้องเอื้อมไปหยิบผ้าห่มมาคลุมตัว

"แต่ก็ใช่ว่าจะไม่แหลกสลาย หากออกไปเผชิญกับแดดข้าก็จะกลายเป็นผุยผงได้เช่นกัน" รูบี้บอกเสียงอ่อน หันไปมองแสงแดดบางส่วนที่รอดผ่านผ้าม่านเข้ามาเพียงนิด หากถูกเต็มที่เขาคงได้สลายหายไปในพริบตา

"ร่างกายที่แข็งแกร่งขนาดนี้กลับหายได้ง่ายๆ เพียงเพราะแสงแดดเนี่ยนะ? ฮ่าๆ แม่งกูคิดว่าแวมไพรท์มันจะมีแต่ในพวกนิยายซะอีก ของจริงนี่อ่อนกว่าตามที่จินตนาการไว้เยอะเลยนะ" คิวท์ขำอย่างมากจนรูบี้รู้สึกเคือง

"แล้วแต่จะคิดเถอะ ข้าจะไม่อยู่เป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้าเด็ดขาด อ่ะ!" ร่างกายถูกดึงให้ลงไปนอนกับเตียงพร้อมกายที่ถาโถมลงมาทับไว้เพื่อกันไม่ให้ขัดขืนหรือผลักคิวท์ให้ลอยกระเด็นอย่างเมื่อกี้ได้อีก

"อีกเรื่องที่กูอยากย้ำให้มึงเข้าใจ คือมึงเป็นเมียกูแล้วเมื่อคืน ตามกฏหมายของมนุษย์มึงต้องแต่งงานและอยู่กับกู ไม่งั้นจะถูกลงโทษอย่างร้ายแรง" //กฏหมายข้อไหนของเองงงง? (> <)

"กฏหมายของมนุษย์ใช้ไม่ได้กับข้า"

"แต่กูจะใช้ แล้วไอ้คำพูดข้าๆ เองๆ เจ้าๆ เนี่ยเลิกใช้เถอะ โบราณชิบส์"

"อ้าว....แล้วจะให้...."

"เรียกกูว่าคิวท์ ร่างกายของมึงมันน่ากินชะมัดขออีกสักรอบได้มั้ยวะ?" คิวท์บอกแล้วเริ่มจู่โจมซอกคอขาว ทั้งที่เขาคิดว่าเมื่อคืนใส่ไปเต็มที่เลยด้วยซ้ำแต่รูบี้ไม่ได้ดูอ่อนแรงหรือคิดว่าตัวเองจะไม่ไหวเลย

"ปล่อยนะ อย่าแตะต้องคอของข้า!! อื้อออ!!" ริมฝีปากถูกบดขยี้อย่างแรงเพื่อปิดกลั้นเสียงร้อง มือหนาบีบเค้นไปตามร่างกายขาวอย่างนึกมันเขี้ยว รูบี้อยากจะใช้พลังให้ได้อีกสักรอบและรับรองเลยว่ารอบนี้เขาจะผลักคิวท์ให้ติดกับกำแพงจนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีก

ก๊อก! ก๊อก!

"เฮียคิว์! เพื่อนเฮียมาอ่ะ" เสียงเรียกจากหน้าประตูทำให้ทุกอย่างชะงักลง รูบี้จ้องหน้าคิวท์ด้วยความกดดันเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายทำอะไรเขา อีกอย่างตอนนี้เขาก็ได้ดื่มเลือดไปแล้วจากคิวท์เมื่อคืนทำให้มันพอจะมีพลังชีวิตอยู่ต่อได้อีกสองสามวัน หลังจากนั้นรับรองเลยว่าคิวท์จะกลายเป็นอาหารของเขาแบบเต็มมื้อแน่


"ใครวะ?" คิวท์ตะโกนถามผ่านประตูเพราะไม่คิดว่าจะเพื่อนคนไหนมาหาตอนนี้ ทั้งที่เมื่อคืนเขาก็อุตส่าห์โดดขึ้นห้องมาหม่ำผีดูดเลือดจนไม่ทันได้บอกลาเพื่อนฝูง แต่มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว


"พี่ริวครับ!" แค่ชื่อที่บอกออกมาจากเด็กในร้านที่มาทำความสะอาดก่อนในช่วงบ่ายก็ทำให้คิวท์ต้องคอตก แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดอะไรกับตนเองอยู่แต่บอกตามตรงว่าเขามองริวเป็นได้แค่เพื่อนเพียงเท่านั้น


"บอกมันให้รอก่อน เดี๋ยวกูลงไป" คิวท์ยอมผละออกจากร่างกายของรูบี้อย่างง่ายดาย ตากลมยังคงสับสนมากมายแต่ก็อยากจะได้เสื้อผ้ามาสวมใส่ปิดร่างกายของเขาก่อน //ไม่ได้หนาวนะ แต่รู้สึกไม่ปลอดภัยกับตูดจริงๆ (=_=")


"ไปอาบน้ำซะ เสื้อผ้ากูอยู่ในตู้ หาใส่เอากูไม่หวง เสร็จแล้วลงไปข้างล่างด้วยล่ะ กูจะแนะนำมึงให้เพื่อนกูรู้จักในฐานะสัตว์เลี้ยงตัวใหม่" คิวท์บอกอย่างนึกสนุก รูบี้จะปฏิเสธแต่ไม่ทันได้พูดคิวท์ก็เดินออกจากห้องไปก่อนแล้ว


"เอาแต่ใจจริงๆ มนุษย์เป็นแบบนี้กันหมดเลยหรือไง? ถ้าไม่ติดว่าเลือดอร่อยนะเจ้าได้ตายคามือข้าไปแล้ว ว่าแต่...เมื่อกี้มันบอกให้เราใช้คำพูดแบบไหนนะ?" รูบี้นั่งงึมงำกับตนเองอยู่สักพักก็ตัดสินใจไปอาบน้ำทั้งที่ไม่เคยคิดว่ามันจำเป็น แต่เพราะมีน้ำบางอย่างที่ไหลออกมาจากช่องทางด้านหลังมันทำให้เขารู้ตัวว่าร่างกายนี้สมควรทำความสะอาดซะบ้าง


คิวท์เดินลงมาที่บาร์ของตัวเอง ริวกำลังนั่งหน้านิ่งไม่พูดจาหรือส่งสายตาเป็นมิตรให้กับเด็กในร้านที่มาทำความสะอาดก่อนถึงเวลาเข้างานก่อนเลย ร่างสูงถอนหายใจนิดๆ เพราะรู้ดีว่าคำถามแรกที่ริวจะพูดออกมาคืออะไร


"มาทำไมตั้งแต่หัววันวะ?" คิวท์ทักทายเพื่อนตามปกติ ริวยิ้มกว้างเมื่อคิวท์เดินมานั่งลงข้างตัวเอง


"เมื่อคืนมึงหายไปไหนมา?" และนั่นก็เป็นจริง สิ่งที่หลุดออกมาจากปากเล็กไม่ผิดเลยสักนิด


"กินตับ" คิวท์ตอบอย่างหน้าไม่อายเพราะเขาก็เพล์บอยตัวพ่ออยู่แล้ว ริวหน้าบึ้งอย่างเห็นได้ชัดไม่คิดปิดความรู้สึกของตัวเองเลยสักนิด แต่คิวท์ก็ยังทำเป็นไม่รู้เรื่องอยู่ดี


"เมื่อไหร่มึงจะเลิกนิสัยแบบนี้ซะที ถ้าสักวันเจอคนที่มึงรักเข้าจริงๆ ไม่คิดบ้างหรือไงว่าคนคนนั้นอาจจะเจ็บ" 


"ไม่มีหรอก เพราะกูไม่คิดจะรักใคร" คิวท์ตอบแล้วเปิดขวดเหล้าที่อยู่ใกล้มือใส่แก้วเล็กเพราะอยากจะกินให้หายเบื่อจากคำถามเดิมๆ ของริว


"มึงรู้ได้ไงว่าไม่มี คนคนนั้นอาจจะอยู่ไม่ห่างมึงก็ได้" ริวจ้องเข้าไปในตาคม คิวท์หลุดหัวเราะออกมา


"หึหึ มึงจะบอกกับกูว่าตัวมึงเองสินะที่เป็นคนนั้น" คิวท์พูดกับเพื่อนตรงๆ เพราะรู้สึกว่ามันจะค้างคามานานแล้วกับเรื่องนี้ ถ้าตัดไม่ได้ก็คงคบกันในฐานะเพื่อนต่อไปไม่ได้เช่นกัน


"ไม่ใช่ กูเป็น...เพื่อนของมึง" ริวยังคงปากแข็งและเลือกความสัมพันธ์เดิมทั้งที่รู้ดีว่าภายในคิดยังไง คิวท์ส่ายหน้านิดๆ ไม่ตอบอะไรแต่กระดกเหล้าจนหมดแก้วเล็กพร้อมกับใครบางคนที่เดินลงมาจากชั้นบน


"เจ้า....เอ่อ...คิวท์ กู......" รูบี้เดินลงมาด้วยท่าทางแปลกๆ เพราะเสื้อผ้าของคิวท์มันใหญ่จนดูเกินตัวแต่ในสายตาของร่างสูงกับดูน่ากินซะมากกว่า //เล่นเอาแก้วเหล้าในมือเกือบล่วงเลย


"....................." ริวพูดไม่ออกเมื่อเห็นรูบี้ลงมาด้วยเสื้อผ้าของคิวท์ ทั้งที่บนห้องนั้นน้อยคนนักที่จะมีสิทธิ์ได้อยู่ แถมเพื่อนของเขาก็ไม่ชอบให้ใครยุ่งกับของส่วนตัวด้วยแล้วทำไมเด็กคนนี้ถึงได้สิทธิพิเศษตรงนั้น? //นั่นอายุเกินห้าร้อยปีแล้วนะริว (=_=")


"เลือกใส่เสื้อผ้าได้น่าโดนจับกดมากเลยนะมึง" คิวท์พึมพำออกมา รูบี้ก้มลงมองการแต่งตัวของตัวเองแม้ว่าเสื้อผ้ามันจะใหญ่จนรู้สึกแปลกๆ แต่เขาก็คิดว่าแต่งตัวไม่ได้แตกต่างจากคิวท์และคนอื่นๆ แล้วนะ เด็กในร้านมองรูบี้อย่างเป็นจุดสนใจเพราะขาวมากจนแทบไม่เห็นว่ามีเลือดหล่อเลี้ยงภายในร่างกายเลย แต่ดวงตากลับสวยจนน่ามองตลอดเวลา



"มองอะไรกัน กวาดไปสิร้านน่ะ" คิวท์บ่นเหล่าพนักงานที่ทั้งชายและหญิงที่จ้องรูบี้เป็นตาเดียวจนรีบกลับไปทำหน้าที่ของตนเองอย่างไวยิ่งสร้างความแปลกใจให้ริวมากขึ้นไปอีก


"นั่นเด็กที่มึงนอนด้วยเมื่อคืนหรอ? ทำไมถึงยังให้อยู่ที่นี่ไม่ไล่กลับบ้านไปเหมือนที่เคยทำ?" ริวอดสังสัยไม่ได้ คิวท์เดินไปจับมือที่เย็นเฉียบของรูบี้ให้เดินเข้ามาหาเพื่อนเขาด้วยกัน รูบี้จ้องหน้าริวที่มองตนอย่างไม่ชอบใจ


"มันชื่อรูบี้ เป็นแมวตัวใหม่ของกู กูจะเลี้ยงมันเองหลังจากนี้" คิวท์บอกเพื่อนด้วยรอยยิ้ม ริวทำหน้าไม่เข้าใจ


"แมว? มึงกำลังจะเอาเด็กที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาเลี้ยงดู คิดจะเลี้ยงแมวหรือเลี้ยงต้อยกันแน่?" ริวถามประชด รูบี้ไม่เข้าใจสรรพใหม่ๆ ของพวกมนุษย์ซะจริง


"ต้อยคืออะไรกัน?" รูบี้ถามด้วยความอยากรู้ สีหน้าใสซื่อนั่นทำเอาดูไม่ออกเลยว่านี่คือผีดูดเลือดที่กินมนุษย์เป็นอาหาร


"ไม่รู้จักงั้นหรอ?" ริวเริ่มไม่ชอบใจหนักขึ้นไปอีกเพราะคิดว่ารูบี้ทำตัวใสซื่อเกินไปแล้ว


"แล้วมันคืออะไรกันล่ะ?" รูบี้ถามต่อเพราะอยากรู้จริงๆ ยุคก่อนที่เขาจะหลับใหลมันมีคำว่าต้อยที่ไหนกัน?


"หึหึ อย่าสนใจเลย มึงหิวหรือยัง? อ่อ...กูลืมไปว่ามึงยังไม่ต้องกินก็ได้ งั้นไปซื้อเสื้อผ้าของมึงดีกว่า เห็นสภาพแล้วอนาถใจชะมัด เสื้อก็ตัวใหญ่จนไหล่ตกหมดแล้ว เป็นสัตว์เลี้ยงของกูต้องรู้จักหวงเนื้อหวงตัว เพราะกูไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องของๆ กู" คิวท์กระชับเสื้อให้กับรูบี้ ริวกำมือแน่น


"คิวท์ มึงจะคบเด็กนี่แบบจริงจังหรือไง?" ริวถามขัดก่อนที่เพื่อนตัวเองจะลากคนตัวเล็กออกไปข้างนอก


"ก็แค่สัตว์เลี้ยงน่ะริว มึงอย่ามาวุ่นวายให้มากเกินไปได้มั้ย กูไม่อยากรำคาญมึงนะ" คิวท์พูดเตือนดีๆ ริวชะงักไม่กล้าจะเอ่ยถามอะไรอีกเพราะรู้ว่าคิวท์พูดจริงทำจริงสำหรับความสัมพันธ์ คิวท์ลากแขนเล็กพาเดินออกไปที่ประตูทางเข้า เล่นเอาแสงสว่างที่อยู่นอกประตูนั่นทำให้รูบี้ต้องเบรกกะทันหัน


"มะ...มึงจะพากูไปไหน?" รูบี้ไม่ยอมเดินตามจนคิวท์ต้องหันมามองหน้าด้วยสายตาบังคับ


"พาไปซื้อเสื้อผ้าไง ไม่อยากมีเสื้อผ้าเป็นของตัวเองหรือไง? หรือจะใส่ของกูไปตลอด?"


"มะ...ไม่ใช่ ก็บอกไปแล้วไงว่าออกแดดไม่ได้ ไม่ชอบแสงแดด" รูบี้ย้ำในเรื่องนี้ คิวท์ก็เพิ่งจำได้เช่นกันเพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่มากไปหน่อย อยากจะจับแต่งตัวซื้อนู่นนี่นั่นไว้ดูแล //นี่คิดว่ารูบี้คือแมวจริงๆ หรอคิวท์? (=_=")


"อ่า...งั้นถ้ามึงใส่เสื้อคลุมหรือหมวกที่แดดเข้าไม่ถึงล่ะ?"


"มันก็จะทำให้กูรู้สึกอ่อนแรงอยู่ดี แต่ก็ไม่ถึงกับแตกสลายหรอกขอแค่อย่าให้ผิวหนังโดนแดดแบบจังๆ ก็พอ" รูบี้พึมพำตอบกลับ ทั้งที่เขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าจำเป็นจะต้องออกไปเสี่ยงกับการแตกสลายกลายเป็นฝุ่นเพียงเพราะคิวท์อยากจะซื้อเสื้อผ้าให้ทำไม? //ไม่คุ้มเลยสักนิด


"รอกูแปบ" คิวท์บอกแล้วเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อค้นเสื้อคลุม รองเท้าผ้าใบ ถุงเท้าและหมวกลงมาหารูบี้อีกครั้ง เขาไม่สนใจริวที่มองตนด้วยสายตาตัดพ้อเลยด้วยซ้ำเพราะถ้ายิ่งแคร์จะกลายเป็นทำให้อีกคนคิดไกลมากว่าเดิม


"ใส่นี่ซะ" คิวท์จับร่างเล็กสวมจนปิดหมดเห็นเพียงใบหน้าที่ขาวเล็กน้อยแต่คิดว่าความใหญ่ของหมวกก็น่าจะบังแสงแดดได้ดี


"ได้เวลาแล้ว" คิวท์ยิ้มร่าเพราะนึกสนุกกับการจับอีกคนแต่งตัวซะจริง เขาพารูบี้ออกมาเผชิญกับแสงแดดยามบ่ายแก่ ซึ่งมันแรงจนรูบี้ต้องหดแขนเข้าไปในเสื้อ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยมองหรือสบตากับใครด้วยซ้ำ คิวท์จึงเดินลากอีกคนให้เร็วขึ้นหน่อยเพื่อตรงไปที่รถคันงามของเขา


"เข้าไป" คิวท์จับรูบี้ยัดใส่รถก่อนที่ตัวเองจะปิดประตูแล้วเดินอ้อมมาประจำที่คนขับ แค่สตาร์ทรถก็ทำให้ความเย็นจากแอร์นั้นฟื้นฟูพลังชีวิตของรูบี้ได้มากทีเดียว


"รู้สึกดีจัง" รูบี้ทำหน้าเคลิ้มกับลมแอร์ที่พัดใส่หน้าตนเองจนเกือบฟิน คิวท์นึกขำแต่ไม่แสดงออกแม้มันจะเป็นท่าทางที่ตลกมากเลยก็ตามที


"อย่าเปิดกระจกแล้วยื่นแขนออกไปโดนแดดละกัน กูคิดว่าฟิล์มรถกูมันมืดพอจะบังแสงแดดไม่ให้ส่องถึงตัวมึงได้อยู่นะ" คิวท์บอกแล้วเหยียบรถออกไปทันที รูบี้รู้สึกแปลกประหลาดกับสิ่งที่ตนเองนั่งเพราะถ้าเขาจะเดินทางไปไหนต่อไหน แค่วิ่งเพียงชั่ววินาทีเดียวก็ถึงแล้ว ไม่ได้ใช้เวลานานมากมายอะไรเลย 


"เดี๋ยวมนุษย์สร้างอะไรแปลกๆ ขึ้นมาเยอะจัง" รูบี้มองออกไปนอกหน้าต่าง ตึกที่สูงเกือบถึงท้องฟ้านั่นทำให้เขาคิดถึงปราสาทของตัวเองซึ่งตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่ซาก


"โลกมันหมุนทักวันก็ต้องพัฒนากันบ้าง มีอีกเรื่องที่กูอยากถาม ถ้ามึงกินอาหารมนุษย์เข้าไปจะเป็นยังไง?" คิวท์ถามในขณะที่ตามองทาง รูบี้หันมาสบตาคม


"มันจะถูกจับออกมาทางเดิม"


"อ้วก?"


"อ้วกคือ....?"


"ฮ่าๆ เออช่างมันเถอะ แล้วแผลของมึงจะหายได้เองทันทีเลยหรือเปล่าถ้าได้รับบาดเจ็บ?"


"ก็...ถ้าพลังชีพมีเพียงพอให้ฟื้นฟู ถ้าเราไม่ได้กินเลือดเลยและได้รับบาดเจ็บหนักก็สลายหายไปได้เหมือนกัน"


"หายตัวได้หรือเปล่า?"


"แวมไพรท์ไม่ใช่แม่มด"


"หืม? รู้จักด้วยหรือไง?"


"ก็เคยได้ยินเรื่องเล่าที่พวกมนุษย์ก่อนหน้านี้เล่าสู่กันฟังน่ะ ไม่เคยเห็นของจริงหรือคิดกลัวอะไรเพราะพวกข้าคือปีศาจของจริง"


"บอกแล้วไงว่าให้เลิกใช้คำพูดโบราณ กูมึงเลยไม่ต้องสุภาพ"


"ก็....."


"เป็นแมวห้ามเถียง" คิวท์พูดดุจนรูบี้นึกฉุน


"แฮร่...." เขี้ยวยาวถูกปล่อยออกมาพร้อมใบหน้าหวานที่ขู่ฟ่อ คิวท์ปล่อยนิ้วดีดใส่หน้าผากเล็กเป็นการสกัดดาวรุ่งไม่ให้รูบี้เผลอกระโดดงับคอเขาได้ในตอนนี้

เปาะ!


"โอ๊ะ! เจ้านี่มัน...."


"หรืออยากโดนดีดอีก?"


"ไม่..."


"งั้นก็นั่งอยู่เฉยๆ"


"ชิส์!" แม้จะไม่รู้ว่าในภายภาคหน้าจะมีความวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่คิวท์ก็รู้สึกว่าหลังจากวินาทีที่รูบี้ก้าวเข้ามาในชีวิตนั้นทำให้อะไรที่เคยน่าเบื่อดูสนุกขึ้นทันตา //น่าสนใจจริงๆ


+++++++++++++++++++++++++++++++++

<span id="selection-marker-1" class="redactor-selection-marker">​เดี๋ยวนะเฮียคิวท์ นั่นแวมไพรท์ไม่ใช่แมว (> <)</span>

ปิดพรีออเดอร์เรื่องนี้ขยายเวลาจนถึง 20 ธ.ค. นะคะ

เพราะไม่ถึง 20 เล่มไรท์ก็สั่งพิมพ์ไม่ได้ต้องขออภัยในความล่าช้า<span id="selection-marker-2" class="redactor-selection-marker">​</span>

ความคิดเห็น