ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Accident : 3

คำค้น : ไทเกอร์ มิมิว เจ้าชู้ น่ารัก 18+

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 597

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2561 16:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Accident : 3
แบบอักษร



​Accident​ : 3



Mimew Part


นี่มันวันซวย ซวย และก็ซวยของฉันแน่ ๆ เมื่อเช้าฉันก้าวเท้าไหนออกจากหอ หรือมีจิ้งจกร้องทักหรือเปล่า ทำไมวันนี้ถึงได้เจอแต่เรื่องให้หงุดหงิดใจตั้งแต่เช้ายันเที่ยงแบบนี้

ฉันจะเล่าให้อ่าน ไม่อยากอ่านก็ต้องอ่าน เพราะฉันอยากระบาย!


สามชั่วโมงที่แล้ว

ฉันมาห้องสมุดตามที่ได้บอกกับไอด้าไว้ เมื่อเจอมุมที่เงียบสงบถูกใจก็วางสมุดเล็ก ๆ ที่ไว้จดทุกสิ่งอย่างไว้บนโต๊ะเพื่อจองที่ จากนั้นก็เดินหาหนังสือที่ต้องใช้และเอามาวางซ้อน ๆ ไว้บนโต๊ะอยู่หลายรอบ จนรอบสุดท้ายฉันกลับเจอใครก็ไม่รู้มาย้ายของ ๆ ฉันหน้าตาเฉย แล้วยังย้ายเพราะจะนอนตรงนั้นอีก

นี่มันห้องสมุดนะ ไม่ใช่โรงแรม ฉันหรือเขาที่เข้าใจผิดเนี้ย

และแน่นอนว่าฉันเรียกเขาแล้ว แต่เขาไม่ลุกแถมยังทำเสียงรำคาญใส่อีก โอเค... แค่ที่นั่งที่เดียวฉันก็ไม่อยากมีปัญหาเลยยอม ๆ ไป พอเขาหลับฉันก็อ่านหนังสือได้อย่างที่ตั้งใจไว้

ได้กับผีน่ะสิ!!

เพราะอีตาบ้านั่นไม่ได้นอนเปล่า ๆ เขายังละเมออีกด้วย

ถ้าแค่ละเมอปกติฉันคงไม่ว่าอะไร แต่นี่ละเมอเรื่องลามกออกมาได้ยังไง! แม้มันไม่ได้เสียงดังมากนัก แต่ฉันที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็ได้ยินชัดทุกคำ!

ฉันไม่รู้ว่าในฝันเขาฝันถึงใคร เพราะเขาพูดชื่อผู้หญิงออกมาเกินห้าชื่อ แต่คำพูดประเภท เสียวจัง ดูดแรง ๆ อะไรประมาณนั้นบอกตรง ๆ ว่าฉันรับไม่ได้จริง ๆ

สุดท้ายฉันก็เลยหยิบหูฟังมาอุดหูไว้ มันช่วยได้เยอะ อย่างน้อยก็ไม่ชัดเท่าตอนที่ไม่ใส่ แต่ก็นั่นแหละ ฉันไม่มีสมาธิอ่านหนังสืออีกเลย เท่ากับวันนี้ฉันตื่นเช้ามาฟรี ๆ โดยไม่ได้อะไร เพราะอีตาบ้านี่คนเดียว!!

และถ้าถามว่าทำไมฉันไม่ย้ายที่ ก็มันไม่ใช่หน้าที่ที่ฉันต้องย้ายนี่เพราะฉันมานั่งก่อน เขาต่างหากที่ต้องย้ายออกไป แต่ในเมื่อเขาหน้าด้านหน้าทนที่จะอยู่ตรงนี้ต่อฉันก็จะไม่ไปไหน ขออยู่ดูหน้าผู้ชายนิสัยแย่คนนี้หน่อยเถอะ

เพราะเหตุผลทั้งหมดที่ว่ามาทำให้ฉันนั่งทนรอเวลาที่เขาตื่น อย่างน้อยได้เหน็บ ๆ ให้เขาเจ็บ ๆ คัน ๆ หน่อยก็ยังดีล่ะนะ ไม่อย่างนั้นคืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับแน่ ๆ

“ห้องสมุดไม่ใช่ที่นอน ใช้สถานที่ผิดจุดประสงค์ไม่พอ ยังมาย้ายของ ๆ คนอื่นหน้าตาเฉยอีก” ฉันเอ่ยต่อว่าอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ปกติแล้วฉันจะเป็นคนประเภทไม่ชอบพาตัวเองเข้าไปยุ่งกับเรื่องที่อาจจะทำร้ายตัวเองได้ แต่เพราะผู้ชายคนนี้มันเกินเยียวยาแล้ว ต้องพูดให้สะกิดต่อมสามัญสำนึกซะบ้าง!

“ก็ใครจะไปรู้ ฉันเห็นมันกอง ๆ อยู่เหมือนถูกนักศึกษามักง่ายวางทิ้งไว้ก็เลยย้ายที่ให้ เผื่อคนมักง่ายคนนั้นมาเห็นจะได้ละอายใจไง”

ดูเอาเถอะค่ะว่าผู้ชายคนนี้เกินเยียวยาแค่ไหน ไม่รู้ความผิดตัวเองแล้วยังโทษคนอื่นได้หน้าตาเฉย แต่คำว่ามักง่ายนั่นเองที่ทำให้ฉันสติหลุด

“ฉันไม่ได้มักง่ายนะ!!”

“เธอ...” เขาจ้องหน้าและทำท่าทางเหมือนว่ารู้จักฉัน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรออกมาก็มีเสียงทรงพลังเสียงหนึ่งดังขึ้นก่อน

“พวกเธอสองคน จะทะเลาะก็ออกไปทะเลาะกันข้างนอก ที่นี่ไม่ใช่สนามมวย นี่ห้องสมุด!"



สุดท้ายฉันก็ต้องเดินคอตกออกมาเมื่อโดนบรรณารักษ์เอ่ยไล่แบบนั้น ฉันไปห้องสมุดมาเกือบทุกคณะที่มี แต่ไม่เคยถูกดุแบบนี้แม้แต่ครั้งเดียว มันทำให้ฉันละอายใจจนไม่กล้าสบตาคนที่อยู่ตรงนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะยืมหนังสืออย่างที่ตั้งใจไว้ด้วยซ้ำ

เพราะผู้ชายคนนั้นคนเดียว ยิ่งคิดยิ่งโมโห!!

ฉันหันไปมองคนที่เดินล้วงกระเป๋าตามหลังมาด้วยความไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง สีหน้าของเขาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แต่ไม่ได้มีท่าทีสำนึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว และนั่นทำให้รู้ตัวว่ามันเสียเวลาเปล่า หนังของคน ๆ นี้คงหนาจนอะไรก็เจาะไม่เข้าแล้วล่ะ

คิดได้แบบนั้นฉันก็ตัดสินใจเดินไปตามทางของฉัน แต่เสียงทุ้มลึกของอีกฝ่ายกลับดังขึ้นเสียก่อน

“เธอ”

ฉันหันกลับไปมองแต่ไม่เอ่ยอะไร เขาจ้องมองมาที่ฉัน นั่นแปลว่าเขาเรียกฉันจริง ๆ

“ชื่ออะไร”

“...” อีตาบ้านี่เป็นอะไร อยู่ดี ๆ มาถามชื่อกันซะงั้น ไม่มีทางที่ฉันจะบอกหรอกย่ะ

“ทำไมไม่ตอบ ชื่ออะไร เรียนเอกไหน”

“...” คำถามเพิ่มมาอีกหนึ่งแต่ฉันก็ยังไม่ยอมตอบ ได้แต่ยืนจ้องหน้าอีกฝ่ายอยู่แบบนั้น

“ถ้าไม่ตอบแล้วเราเจอกันคราวหน้าฉันจะจูบเธอ”

“เหอะ!!! ฝันไปเถอะว่าจะได้เจอกันอีก ผู้ชายเฮงซวย บาย”

“นี่!!...”

ฉันไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยรั้งไว้อีกไหม เพราะพอพูดจบฉันหันหลังและเดินออกมาทันที แม้อีกใจก็ยังแอบกลัวว่าเขาจะเดินตามมา ผู้ชายคนนี้หน้าตาดีแต่ดูโรคจิตแปลก ๆ ตั้งแต่ที่เขาละเมอเรื่องลามก จนอยู่ดี ๆ ก็มาถามชื่อถามเอก แถมยังขู่ว่าจะจูบฉันอีก คนดี ๆ ที่ไหนเขาทำกัน น่ากลัวจริง ๆ

เมื่อเดินออกมาไกลพอสมควรฉันเลยลองหันกลับไปดูว่ามีคนเดินตามมาไหม ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อไร้เงาของผู้ชายโรคจิตคนนั้น

มหาวิทยาลัยตั้งกว้าง หวังว่าจะไม่เจอกันอีกก็แล้วกัน



“วันนี้ไปทำงานหรือเปล่า” ไอด้าถามขึ้นเมื่อหมดคาบเรียน เธอหยิบมือถือขึ้นมาจิ้ม ๆ เหมือนไม่ได้สนคำตอบอะไร แต่ฉันก็ยังตอบอยู่ดี

“ใช่ พี่ลูกแก้วลาหยุด ฉันเลยต้องเข้ากะแทน”

“เหรอ” เธอเอ่ยพร้อมเก็บมือถือลง “แล้ววันเกิดฉันเธอลางานหรือยัง”

“เออ ฉันลืมไปเลย เดี๋ยววันนี้จะลาให้นะ”

“ต้องไปให้ได้ล่ะ ถ้าไม่ไปฉันคงโกรธเธอมากแน่ ๆ”

“อือ ไปอยู่แล้ว” ฉันรับคำ เบี้ยวมาสองปีแล้ว ยังไงปีนี้ก็ต้องไปสินะ

ที่ฉันไม่อยากไปงานวันเกิดของไอด้าเพราะเธอจัดในผับ ไอด้ามีเส้นสายจึงสามารถเข้าได้ทั้ง ๆ ที่อายุไม่ถึง แต่เพราะแบบนั้นฉันเลยสามารถใช้เหตุผลเรื่องอายุมาอ้างได้ว่าไปไม่ได้ แต่ปีนี้หมดสิทธิ์ เพราะฉันอายุยี่สิบปีเต็มแล้ว

บอกตรง ๆ ว่าฉันไม่ชอบสถานที่แบบนั้นเอาซะเลย ไม่ใช่ว่าฉันดื่มไม่เป็นนะ พ่อฉันสอนดื่มตั้งแต่สิบห้า ท่านบอกเสมอว่าหัดไว้จะได้ไม่โดมมอมง่าย ๆ ฉันเลยมักจะได้นั่งก๊งกับพ่อเวลาพ่อตั้งวงเหล้าเป็นประจำ บอกเลยว่าเรื่องเหล้าฉันเซียนสุด ๆ คอแข็งกว่าผู้ชายหลาย ๆ คนด้วยซ้ำ

แต่ฉันไม่ชอบดื่มนอกบ้าน สถานที่แบบนั้นมีแต่อะไรไม่รู้ เหล้ายังพอได้ แต่พวกเรื่องยา เรื่องอย่างว่า มันน่ากลัวจริง ๆ

แต่ในเมื่อหมดหนทางปฏิเสธแล้วฉันก็ต้องไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยก็มีไอด้าไปด้วย เธอมีเส้นสายในนั้นเยอะ คงปลอดภัยอยู่แล้ว

“มิว” จู่ ๆ ไอด้าก็เรียกฉัน

“ว่า” ฉันตอบรับแต่ไม่ได้หันไปมอง เพราะมัวแต่เก็บข้าวของลงกระเป๋าใบใหญ่ที่สะพายเป็นประจำ

“เธอมีแฟนหรือยัง”

“หืม...ทำไมถามเรื่องนี้ล่ะ” ฉันหันกลับมองก็เห็นว่าไอด้านั่งเท้าคางมองฉันอยู่

“อยากรู้น่ะ ฉันไม่เคยถามเธอเลย”

“ผู้ชายที่ไหนจะอยากคบกับหนอนหนังสือแบบฉันกัน” ฉันว่าติดตลก ก็มันเรื่องจริงนี่นา ไม่ได้มั่นหน้าหรอกนะ แต่ฉันก็เป็นคนที่หน้าตาพิมพ์นิยมระดับหนึ่ง ตัวเล็ก  ๆ ผิวขาว ตาโต ปากชมพู ๆ น่ะ มีผู้ชายหลายคนเข้ามาจีบ แต่ก็ต้องยอมถอยออกไปเพราะชีวิตฉันมีแต่หนังสือ เรียน แล้วก็ทำงาน สุดท้ายฉันก็กลายเป็นผู้หญิงอายุยี่สิบปีที่ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีแม้แต่จูบแรก

แต่ฉันก็ไม่ได้เสียใจหรอกนะ เพราะจากที่เห็นคนรอบตัวที่มีแฟนแล้วต้องมานั่งร้องห่มร้องไห้เวลาเลิกกันแล้วดูไม่น่าจะมีความสุขเท่าไหร่ สนใจแต่หนังสือดีกว่า เพราะหนังสือไม่มีวันบอกเลิกฉันเหมือนพวกผู้ชายแน่นอน

“แล้วไม่คิดจะมีเหรอ”

“ไม่คิดหรอก อยู่คนเดียวก็สบายดี”

“แล้วถ้ามีคนมาชอบล่ะ”

“ก็ต้องรับให้ได้ว่าฉันรักหนังสือมากกว่าผู้ชาย ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่เอา”

“แล้วถ้าคนที่มาชอบมีแฟนอยู่แล้วล่ะ”

“แบบนั้นยิ่งไม่เอาเลย ผู้ชายดี ๆ ที่ไหนจะชอบผู้หญิงคนอื่นทั้ง ๆ ที่ตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว” ฉันตอบแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด ผู้ชายประเภทนั้นคือผู้ชายที่ฉันเกลียดที่สุด

“เหรอ” ไอด้าพูดเหมือนไม่ใส่ใจ ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกระเป๋าราคาแพงที่คล้องอยู่ที่แขน “จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีแล้วกัน”

ว่าจบเธอก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้ฉันมองตามด้วยความงุนงง

“อะไรของเขา...”




“เหอะ!!! ฝันไปเถอะว่าจะได้เจอกันอีก ผู้ชายเฮงซวย บาย”​​​ - Mimew






พระเอกกับนางเอกจะรักกันได้ไหมเนี้ย ไม่แน่ใจเลยค่ะ แต่มันต้องมีซักทางสิ555555

ชอบอย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ รักกก


ปล. ทำไมอัพนิยายในธัญวลัยมันยากแบบนี้ เดี๋ยวก็เติม*ให้ เดี๋ยวก็ทำให้บรรทัดที่ไรท์วางไว้บิดเบี้ยว เข้ามาแก้หลายรอบมาก เสียเวลาอ่า...




ความคิดเห็น