ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : อย่าลืม...100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.8k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 15:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อย่าลืม...100%
แบบอักษร

 “อึก! อ๊วกกกก!” เสียงโก่งคออาเจียนดังลั่นไปทั่วห้องน้ำและภายในห้องที่มีร่างหนาของอัศวินนอนหลับใหลอยู่

เขมมิกาในยามนี้จะเรียกว่าเธอกำลังกอดรักชักโครกแน่นเลยก็ว่าได้เพราะเมื่อพระอาทิตย์มันแสงโผล่พ้นขอบฟ้าอาการคลื่นไส้อาเจียนก็ประทั่งเข้ามาให้ร่างที่กำลังหลับใหลอยู่ต้องรีบรุจเข้าไปในห้องน้ำอย่างฉับพลัน โก่งคออาเจียนอยู่นานก็ไม่มีท่าทีว่าอาการนี้มันจะหายออกไปเลยจนรู้สึกเหนื่อยหอบเสียเหลือเกิน

“อึก! อ๊วก! อ๊วกกกก!!!”

 คนที่กำลังหลับใหลฝันหวานถึงคนรักอย่างอัศวินก็ต้องลืมตาตื่นขึ้นเพราะเสียงดังโอ้กอ้ากของหญิงสาวที่เคยนอนอยู่ข้างกายแต่ยามนี้ร่างนั้นกำลังทำการรบกวนการหลับนอนของเขาเป็นที่สุด เมื่อได้ยินมันอยู่เนิ่นนานเกินไปแล้วเขาก็รีบลุกขึ้นเอาผ้าเช็คตัวผืนหนาขึ้นมาพันเอวสอบไว้ก่อนที่จะสาวเท้าตรงไปที่ห้องน้ำทันที มือหนาผลักประตูออกอย่างแรงจนเขมมิกายังนึกตกใจ

 “ปัง!” ร่างของหญิงสาวที่นั่งกองอยู่ที่พื้นเห็นมามองคนร่างหนาที่ยืนหน้ามุ่ยอยู่ด้านหลัง

 “เป็นอะไร ยังไม่หายอีกหรอ” เขาจ้องมองอากัปกิริยาของเขมมิกาแล้วก็เอื้อนเอ่ยถาม

 “เหมือนจะเป็นแบบนั้นค่ะ” หันหน้ามาพยักหน้าแล้วก็ตอบคำถามเขา อัศวินเดินเข้ามาจับร่างนั้นให้ยืนขึ้นพลิกตัวของเขมมิกามาทางตนเองแล้วเอามือหนาของตนเองอังเข้าที่หน้าผากมนของสาวเจ้า

 “ก็ไม่ค่อยมีไข้นิ” เขาเอามืออังดูแล้วก็พบว่าคนตรงหน้ามีอาการของไข้นั้นลดลงไปมากแล้ว

 “สงสัยคงจะ...” หากไม่ได้มีไข้แล้วเธอจะเป็นอะไรกันแน่?

 “สงสัยจะอะไร พูดออกมาให้มันจบ”

 “มะ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” รีบปฏิเสธอย่างฉับพลับ เธอไม่อยากจะให้มันเป็นเช่นดั่งพี่คนนั้นได้กล่าวว่าไว้

 “แล้วเมื่อไหร่จะกลับเสียทีค่ะ” เธอไม่อยากจะอยู่ที่นี่แล้วเพราะทุกอย่างมันถูกล้อมรอบไปด้วยคลื่นทะเล แม้ว่าจะไม่ได้หวั่นเกรงเท่าในคราแรกแต่ในยามค่ำคืนยามที่ลมพัดพายุกระทบตามโขดหินจนเกิดเสียงมันก็ทำให้สมองพลันคิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาจนน้ำตาคลอปริ่ม อยากกลับก็อยากกลับ แต่จะกลัวมันก็กลัว

 “พายุจะเข้าคืนนี้ จะกลับเลยมั้ยล่ะ” ก็พอจะทรายการพยากรณ์อากาศมาบ้าง ในคราแรกก็หมายที่จะกลับภายในวันนี้เหมือนกัน พอรู้ว่ามันจะมีพายุเข้าพอดีก็เป็นต้องเลื่อนออกไป

 “มะ...ไม่” รีบส่ายหน้าส่ายหัวฉับพลันจนหัวสั่นหัวคลอน

 “ไม่ต้องกลัวหรอกฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก” พลันเห็นสีหน้าของเขมมิกาซีดเซียวลงได้จนดูถนัดตาก็รีบเอ่ยบอกปลอบประโลมในสิ่งที่สาวเจ้ากลัวทันที

 “.......” เขมมิกาหาได้พูดสิ่งใดออกไปแค่เงยหน้าสบตาเขาราวกับคำถาม ก่อนที่เธอจะต้องรีบโก่งคออาเจียนอีกครั้งเพราะมันดันตีตื้นจุกมาอยู่ที่คอแล้วในยามนี้

 “อึก! อ๊วกกกก! อ๊วกก!” 

อัศวินที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ทนมองอยู่นิ่งไม่ได้ รีบเดินเข้ามาก้มลูบหลังเบาๆให้กับเขมมิกา

 “ไหวมั้ย?” 

แม้ว่าจะเป็นเสียงเรียบๆไม่ได้ใส่ใจอะไรแต่สำหรับเขมมิกามันก็ทำให้ดวงใจนี้มันรู้สึกชื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 สาวเจ้าพยักหน้ารับทั้งๆที่ก็แทบจะยืนทรงตัวไม่ไหว อัศวินไม่เชื่อในสิ่งที่เขมมิกาบอกเลยสักกะนิดหนึ่ง แม้ว่าจะอยู่ในสภาพที่ไม่คอยสมบูรณ์ในเรื่องเครื่องคุมกายแต่ก็ไม่อาจจะเป็นอุปสรรคให้ร่างหนาที่มีซิกแพคแน่นเช่นเขาลำบากเลย อัศวินช้อนร่างของเขมมิกาขึ้นมาในลำแขนแร่ง จนเธอนึกตกใจพลันจะดิ้นและบอกให้ปล่อยก็มีเสียงดุๆเข้ามาห้ามเสียก่อน

 “หยุด! สภาพจะยืนไม่ได้อยู่แล้ว อย่ามาทำเป็นเก่ง” จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องน้ำวางร่างของมุทิตาลงที่เตียงที่มันแสนจะยับยู่ยี่หลังจากผ่านศึกหนักมาทั้งคืน

 “นอนซะ”

 “ไม่ ฉันไม่อยากนอนแล้ว” เธอนอนมาแล้วก็เยอะจะให้เอนตัวลงนอนอีกมันก็คงจะไม่ไหว จวนจะให้ร่างกายนี้มันดูอ่อนแอเกินไป

 “ยังไม่หายดี ก็ควรจะนอนพัก”

 “อยู่ในนี้แล้วมันอุดอู้ อึดอัด แถมในนี้มันยังมี...” เธอหยุดคำพูดของตัวเองไว้เท่านั้น แต่ทว่าสายตากลับมองไปที่กรอบรูปและภาพอื่นๆที่มันอยู่ในห้องนี้เต็มไปหมด

 “ทำไมกลัวเจ้าของเขามาทวงคืนหรือยังไง”

 “.......” เธอเลือกที่จะไม่พูดเพราะยังไงแล้วอัศวินก็ต้องรู้ดีว่าสิ่งที่เธอพูดถึงมันคืออะไร

 “ถ้าไม่อยากนอนก็ไม่ต้องนอน ลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าแล้วก็ไปกินข้าวซะ ฉันจะให้ป้าวันเตรียมไว้ให้” อัศวินถอดว่าเช็คตัวผืนใหญ่ที่มันพันเอวสอบอยู่อย่างหน้าไม่อายแล้วจากนั้นกู้เอาเสื้อที่มันกองอยู่ที่พื้นขึ้นมาใส่อย่าหน้าตาเฉย ทั้งๆที่มันผิดกับเขมมิกาที่ต้องรีบยกมือปิดหน้าของตัวเองเมื่อเขากระทำการเช่นนั้นอย่างไม่บอกกล่าวอะไรเลย

 “ว๊าย!”

 “ทำบ้าอะไรเนี่ย!”

 “จะปิดตาทำไม อย่าทำเหมือนว่าไม่เคยเห็น”

 “แล้วคุณจะมายืนใส่เสื้อผ้าเปิดโน่นเปิดนี่ทำไมละ ห้องน้ำก็มี” ยังคงไม่เอามือของตนเองที่ปิดใบหน้าที่ร้อนผาวเพราะการกระทำของเขาลง ห้องน้ำมันก็มีทำไมไม่รู้จักเดินเข้าไปเปลี่ยนจะมายืนถอดออกแถวนี้ทำไมกัน!

 “ก็ฉันพอใจ ใครจะทำไม” สวมใส่เสื้อผ้าเข้ากายหนาอย่างไม่แยแส พูดออกไปอย่างไม่สะทบสะท้าน

 “มันไม่อะไรหรอก แต่คุณน่าจะหัดรู้จักคำว่ายางอายบ้างก็ได้นะ”

 “ก็ไม่รู้จักไง เลยไม่เดือดร้อน”

 “บ้า!”

 “อย่าพูดมาก รีบอาบน้ำอาบท่าซะ ไม่อย่างงั้นจากข้าวที่จะได้กิน ฉันจะเปลี่ยนมากินเธอแทน” ทิ้งคำไม่เท่านั้นเขาก็เดินออกไปจากห้องทันทีเมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าก่อนที่จะหลีกตัวออกไปเขาก็หันมาสั่งกับหญิงสาวอีกครา


 “ฉันให้เวลายี่สิบนาที ไม่อย่างนั้นฉันทำอย่างที่พูดแน่”


 “ปัง!”


 เขมมิกาต้องสะดุ้งเพราะเสียงปิดประตูที่มันดังลั่นของอัศวิน ก่อนที่เธอจะรีบก้าวเท้าของตนเองเดินตรงไปยังห้องน้ำ สาวเจ้ายืนนิ่งปล่อยให้สายน้ำจากฝักบัวไหล่ผ่านร่างกาย มือของเธอยกขึ้นมาลูบที่ท้องของตนเองเบาๆราวกับว่ามันเป็นสัญชาตญาณอย่างบอกไม่ถูก 


สายตาไล่เลี่ยมองลงไปที่หน้าท้องที่ในยามนี้เธอไม่แน่ใจนักว่ามันจะมีใครสักคนซ้อนตัวอยู่หรือไม่ แต่ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เธอก็นึกสงสารเด็กน้อยโชคร้ายคนนี้นักที่ต้องเกิดมาพร้อมกับความหดหู่ใจ เกิดขึ้นมาระหว่างรอยร้าวฉานของพ่อและแม่ที่ก็ไม่รู้ว่ามันจะมีวันลงรอยกันหรือไม่


 เขมมิกาสุดท้ายเธอก็ไม่อาจที่จะเดาคิดอะไรไปได้มากกว่านี้แล้ว จึงลืมทิ้งความคิดนั้นไปเสีย แล้วมุ่งหน้ามุ่งตาชำระล้างร่างกายของตัวเองซะเพราะถ้าหากว่ามันเลยเวลาดั่งที่เขาว่าจริงๆ เธอก็คงจะไม่เหลือ เขาคงจะทำตามที่พูดจริงๆ


 เสร็จก็เดินออกมาด้วยเสื้อผ้าชุดเดรสยาวสีขาวแขนยาวมีลูกไม้ประดับติดนิดหน่อยตามคอเสื้อหรือช่วงลำตัว ซึ่งเจ้าของนี่ก็คงจะไม่ใช่ใครคนอื่นคนไกลนอกเสียจากวิชุดา คนรักของอัศวิน เขมมิกาเดินออกมาได้ก็มุ่งตรงไปที่ห้องครัวที่ยามนี้มันกำลังส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วตามอากาศ 


ใบหน้าของเธอยื่นหน้าเข้าไปดอมดมกลิ่นของแกงพะแนงหมูน้ำกะทิเข้มข้นที่กำลังเดือดพล่านอยู่บนเตาในยามนี้ สายตาเหลียวมองก็ไม่พบใคร แต่ว่าพอจะหันกลับไปทางเดิมกับเจอเข้ากับร่างหนาของอัศวินที่ยืนเอาแขนท้าวประตูอยู่


 “อุ๊ย!” ตกใจนิดๆไม่คิดว่าเขาจะมายืนอยู่ตรงนี้แถมยังจ้องมาราวกับมีคำถามเต็มไปหมด


 “ทำไมช้า” ใบหน้าเรียบนิ่งเอ่ยถามคนข้างหน้า สายตาคมไล่เลี่ยมองหญิงสาวในยามนี้ที่หยิบชุดของวิชุดาขึ้นมาใส่แถมชุดนี้มันยังจะเป็นชุดตัวโปรดของคนรัก มันทำให้ดวงใจเละสมองนึกคำนึงถึงอย่างห้ามไม่อยู่


 “อาบน้ำไม่ได้วิ่งผ่านน้ำ อ๊ะ! อื้อ...!” จู่ๆเขาก็ก้มหน้ามาฉกเข้าที่ริมฝีปาก อย่างไม่ได้ให้เธอได้ตั้งตัวอะไรกับสิ่งนี้เลยสักนิด


 อัศวินเข้าครอบงำที่ปากอวบอิ่มของเขมมิกา เข้าควานลึกลงไปในพวงปากของสาวเจ้า ดูดด่ำด้วยความเร่าร้อนมือหนากอบกุมใบหน้าเขมมิกาไว้ในมือไม่ให้เธอหลบหลีกต่อการกระทำที่อุกอาจนี้ไปได้ 


เรียวปากร้อนชุ่มช่ำไปด้วยความปรารถนาในรสจูบของสาวเจ้าแม้ว่าจะครั้งไหนๆมันก็ไม่เป็นประสีประสาเสียทีแต่ก็นึกติดใจความไม่ประสีของเธอนักจนยากที่จะอาจถอดเรียวปากนี้ออกจากริมฝีปากอวบอิ่มได้


 เขมมิกากระฟัดกระเฟียดเมื่อเขาเริ่มทำอะไรตามใจของตัวเองอีกแล้ว ไม่เคยเอื้อนเอ่ยบอกสักนิด ไม่รอให้ตั้งตัว แถมไม่เคยถามเลยว่าเธออยากจะทำสิ่งนี้กับเขาด้วยหรือไม่!


 “อื้อ!!!” เสียงอื้ออึ้งร้องประท้วงอีกครั้งเมื่อเขาเริ่มที่จะรุกแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในยามนี้บ้านหลังนี้คงจะไม่ได้มีเพียงแค่เข้าและเธอเพียงสองคน มันมีทั้งป้าวันและอาจจะมีลักษณ์อยู่ด้วยหากบุคคลเหล่านั้นโผมาและพบภาพน่าอับอายเช่นนี้เอจะเอาหาไปไว้ที่ไหนเพียงแค่นี้มันก็แทบจะไม่มีที่ให้หมุดหน้าอยู่แล้ว


 ได้! ในเมื่อประท้วงขอก็แล้วก็ไม่อาจจะยอมลดละตัณหาของตัวเองเสียที ต้องจะให้เธอทำให้เจ็บตัวใช่หรือไม่ถึงไม่ยอมปล่อยออกจากเรียวปากนี้เสียที!


 “ตุ้บ!!!”


 เขมมิกากระทืบเท้าของตนเองกดแน่นลงไปเน้นๆแรงๆที่เรียวเท้าหนาของคนร่างสูงที่กำลังฉวยโอกาสอยู่กับเธอ


 “โอ๊ย!!!”


 รีบคลายของจากริมฝีปากอวบที่มันกำลังดูดดื่มจนจักได้ที่อยู่แล้วแต่ทว่าสาวเจ้ากับกระทืบเท้าลงมาที่เท้าของเขาแรงอย่างไม่มียั้ง จนต้องร้องออกมาด้วยความเสียงหลงเพราะรู้สึกเจ็บนัก สายตาคมเอี่ยวมองร่างของเขมมิกาที่ยืนนิ่งอย่าคนมีมีชัย เธอทำให้เขาเจ็บได้ก็เสมือนว่าในยามนี้เธอคือผู้ชนะ ไอผู้ชายมากตัณหา ฉวยโอกาสจากคนอื่น!


 “เขมมิกา ทำอะไร!” ไม่สบอารมณ์นักเมื่อเข้ากำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มแล้วเชียว


 “ก็ลงโทษคนที่มันชอบฉวยโอกาสยังไงล่ะ!” คิดแล้วหมั่นไส้อย่างจะดึงเข้ามาบิดหูเสียให้เข็ดจะได้เลิกการกระทำเช่นนี้เสียที!


 “มันเจ็บเธอไม่รู้หรอ!” นึกโกรธเมื่อเธอไม่เกรงกลัวแถมยังไม่แยแสต่อเขาด้วยซ้ำ


 “ก็สมควร!”


 “อยากจะโดนแบบเมื่อคืนอีกหรือยังไง!”


 “ไม่! ใจคอคุณมันจะมีแต่เรื่องพวกนี้ฝังอยู่ในสมองหรืออย่างไรคิดเรื่องอื่นไม่เป็น หรือไม่มีสมอง!?” 


คำพูดนี้มันทั้งถากถางและตั้งคำถามไปในตัว จะครั้งไหนก็เหวี่ยงกระฟัดกระเฟียดใส่ทุกที เอะอะก็จับจูบ เอะอะก็ทำเรื่องอย่างว่า อยากจะรู้นักว่าสมองเขามันคิดได้เท่านี้จริงหรือ หรืออดอยากปากแห้งมาจากไหนมันถึงเลอะเลือนลืมความเกลียดชังที่มีให้กันอยู่


 “มันจะมากไปแล้วนะ เธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับฉันแบบนี้!” 


  “ก็สิทธิ์ของฆาตกรที่ฆ่าคนรักของคุณยังไงล่ะ อย่าลืมว่าคนๆนี้คือคนที่คุณนึกรังเกียจหนักหนา อย่าลืมว่าคุณยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันต้องทรมาน อย่าลืมความตั้งใจของคุณที่จะทำให้ฉันเจ็บแทบจะขาดใจ อย่าลืมเรื่องราวต่างๆที่คุณเคยทำไว้ อย่าลืมในสิ่งที่คุณกำลังกระทำอยู่ อย่าลืม!!!

เธอตอกย้ำในสิ่งที่เขาจงใจจะให้มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่มแรกต่ออัศวินที่ยืนหน้าดุ จ้องมองมาที่เธอราวกับว่ากำลังคิดหนักกับคำพูดของเขมมิกา ไม่ใช่ว่าอยากจะพูดมันออกไปมากนัก แต่ทว่าสุดท้ายยังไงแล้วความสัมผัสที่มีแต่ความรังเกียจกันระหว่างเขาและเธอมันก็ต้องมีวันที่จะต้องจบลง

  ดังนั้นจงตระหนักเสียว่าสิ่งที่เขาตั้งใจทำอยู่มันเป็นผลสำเร็จมากน้อยเพียงไหน มันทำให้เธอต้องจมปรักอยู่กับคำครหาและความทรมานแทบจะขาดใจ อย่ามาทำท่าทีเสมือนว่ามีใจให้กันเลยเพราะคนที่เจ็บที่สุดก็ไม่อาจจะเป็นใครนอกจากเธอ ที่รองรับความเจ็บปวดและเกลียดชังอยู่วันยังค่ำ

 “ฉันไม่เคยลืมแล้วยังจำมันขึ้นใจ ไม่มีทางที่จะจำมันไม่ได้เด็ดขาดว่าใครกันที่มันทำให้วิต้องตาย!”

 “ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ได้โปรดจดจำไว้เถิดค่ะ อย่าลืมว่าฉันคือคนที่คุณพร่ำบอกว่าเกลียดหนักหนา” จากนั้นแล้วเขมมิกาก็เลี่ยงตัวถอยหากเขาไป แต่ทว่ามือเรียวหนากับเอี่ยวรั้งไม่ให้เธอได้เดินหน้าต่อ

 “ปล่อยค่ะ” หันมาพูดเสียงเรียบๆสถานการณ์ตรงหน้าในยามนี้ที่มันเริ่มจะอึมครึมอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าเขมมิกาจะเอ่ยบอกให้อัศวินปลดปล่อยพันธะแกร่งนั้นออกเพียงใดแต่เขากับไม่มีท่าทีเลยว่าจะยอมปล่อยดังที่ปากอวบพร่ำพูด

 พยายามจะสะกดกลั้นความอ่อนแอไว้ในได้มากที่สุด ในยามนี้เธอมาอาจจะปล่อยความอ่อนแอนี้ไปให้เขาได้เห็นในเมื่อในคราแรกเธอยังเป็นผู้ที่กุมชัยชนะอยู่เลยและในยามนี้จะให้เธอปลดปล่อยมันไปหรือ ฮึ! ไม่มีทางเพราะมันน้อยครั้งนักที่จะเข้มแข้งได้ขนาดนี้ได้

 “พูดใหม่สิ ฉันได้ยินไม่ชัด”

 “ในเมื่อฉันพูดไปแล้วมันก็คงจะไม่ต้องให้พูดเป็นซ้ำสอง” บิดพันธะแกร่งให้หลุดออกไปจนข้อมือของเธอแดงเถือก

 “แต่ฉันอยากจะได้ยินจากปากเธออีกรอบ” อยากจะได้ยินมันชัดอีกรอบนัก

 “คงจะไม่ได้ เพียงแค่ฉันพร่ำพูดออกไปแค่นั้นคุณยังไม่อาจจะฟังมันเลย ต่อให้พูดไปหลายต่อหลายครั้งมันก็คงจะไม่มีอะไรดีขึ้นมานักหรอกค่ะ”

 “ปล่อยมือของฉันได้แล้ว”

 “ไม่! จนว่าเธอจะพูดมันออกมาอีกครั้ง!”

 “มันคงไม่สำคัญยะ...อื้อ!” เอาอีกแล้วเขากระทำการอุกอาจอีกแล้ว เขาฉกลงที่ริมฝีปากของเธอแรงราวกับว่ามันคือบทลงโทษที่คนร่างสูงหมายจะมอบมันให้เธอ เขาทั้งดึงดันจนเจ็บระทมไปเสียทั่วทั้งปาก อัศวินก็ไม่ยอมลดละต่อการกระทำนี้เลย ทั้งควานลึกเข้าไปเมื่อมีโอกาส 

มือหนาผลัดเปลี่ยนจากดึงมือของเขมมิกาไว้ก็รีบปล่อยให้ร่วงลงทันที แล้วมากอบกุมโอบล้อมใบหน้าของหญิงสาวไว้แทน บดขยี้เน้นราวกับว่าจะลงทัณฑ์ให้หลาบจำ

 “อ๊ะ! อื้อ!...” มือยกขึ้นมาทุบที่หน้าอกแกร่งแรงๆเป็นพัลวัน แถมเท้านั้นยังหมายที่จะกระทืบลงซ้ำ แต่ทว่าอัศวินกลับเหลียวตัวทัน ลำตัวหนาดันให้เขมมิกาเดินถอยหลังชิดไปติดกับขอบโต๊ะจนเกิดเสียง

 “ปึก!”

 “อื้อ!!!” เขาบดขยี้ซ้ำเดิมอยู่เช่นนั้นเนิ่นนานราวกับว่าจะไม่เว้นว่างให้เธอได้หายอกหายใจ หอบเอาอากาศเข้าไปในปอดสีแดงทั้งสองข้างเลย

“ว๊าย! ตาเถร!”

 ป้าวันที่กลับมาจากไปทำธุระที่บ้านมานิดหน่อย ก็เดินกลับเข้ามาภายในบ้านหลังใหญ่เพื่อมาจัดเตรียมอาหารเช้าต่อ แต่ทว่าแทนที่จะได้ตั้งโต๊ะเตรียมอาหารให้เสร็จอย่างเร็วไว กลับเจอเข้ากับภาพของบุคคลของคนที่กำลังดูดดื่มกันด้วยรสจูบแห่งราคะกันอยู่ภายในห้องครัว แต่ดูเสมือนว่าฝ่ายของสาวเจ้านั้นจะไม่เต็มใจนักให้อัศวินได้ช่วงชิมรสปากหวาน

 เสียงอุทานอย่างตกใจของป้าวันมันกระทบเข้าที่โสตประสาทหูของคนทั้งสอง ทั้งอัศวินและเขมมิการีบผละออกจากันอย่างเร็วไว สายตาหวานแลสายตาคมจ้องมองกันด้วยอารมณ์ที่มันแสนจะหลากหลาย เธอไม่เข้าใจว่าจะทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร สมองไม่อาจจะคำนวณคิดได้ออกว่าเขาจะเกลียดเธอหรืออะไรกันแน่ 

แต่ในยามนี้เธอขอถอยตัวออกไปจากจุดนี้เถอะ หากปล่อยให้ยืนเผชิญหน้ากับสายตาของป้าวันที่มันแสนจะงงงวยในตอนนี้ก็คงจะไม่ไหว

 “ขะ...ขอตัวนะคะ” เสร็จเธอก็ไม่อาจที่จะรอคำอนุญาตของใครสักคน เลือกที่จะเดินออกไปทันที สายตาของอัศวินเหลียวมองตามร่างของเขมมิกาที่กำลังสาวเท้าออกไป แต่ทว่ามันยังไม่ทันที่จะเดินไปได้ไกล ลักษณ์ก็ผ่านเข้ามาพอดี ส่งผลให้อารมณ์ของเขารู้สึกหงุดหงิดมากขึ้น เมื่อทั้งสองเอื้อนเอ่ยกันอย่างสนิทสนม

 “คุณเขม”

 “คุณลักษณ์มีอะไรหรือเปล่าคะ” เขมมิกาเดินมาได้ถึงแค่ระยะทางที่มันห่างจากประตูแค่หนึ่งเมตรเท่านั้นลักษณ์ก็เดินเข้ามาทักเสียก่อน จนเธอต้องหยุดขานรับเช่นกัน

 “เปล่าหรอกครับ เห็นว่าคุณเขมเพิ่งจะเดินออกมาจากครัวเลยทักเสียหน่อย”

 “อ้อ แล้วนี่คุณลักษณ์จะไปไหนคะ”

 “ก็ไม่ไปไหนหรอกครับ ว่าจะมาฝากท้องที่นี่ซะหน่อย” ลักษณ์ยิ้มหวานหัวเราะเบาๆให้กับเขมมิกาที่ก็ยืนยิ้มให้เขาเช่นกัน

 “ถ้าอย่างนั้นก็เชิญเลยค่ะ” เขมมิกายิ้มให้กับลักษณ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า โดยที่หารู้เลยว่าลักษณ์กำลังจ้องมองผ่านไปที่อัศวินทีจ้องสายตามาที่เขาราวกับจะกระชากเนื้อเพื่อนคนนี้ให้มันหลุดเป็นเสี่ยง ยิ่งเห็นมันยิ่งสะใจ อยากจะสั่งสอนคนที่มันไม่รู้หัวใจตัวเองนัก

 “ผมว่าเราไปที่โต๊ะกันเถอะครับ” เอ่ยชวนเขมมิกา โดยสายตาก็ยังเหลียวเหล่ไปที่อัศวินเล็กน้อย

 “ป้าวันผมฝากท้องด้วยนะครับวันนี้” เสียงทุ้มบอกแก่ป้าวันที่ยังยืนงงกับสถานการณ์ก่อนหน้ายังไม่หาย

 “ดะ...ได้จ๊ะ”

 “ไปเถอะครับ ยืนตรงนี้นานๆเดี๋ยวมันจะมีใครร้อนเป็นฟืนเป็นไฟเสียก่อน” แสะแนบแนมอัศวินอย่างห้ามไม่อยู่เพราะเมื่อมองไปที่เพื่อนหนุ่มเมื่อไรสายตามันจ้องราวกลับจะมองให้ทะลุเข้าไปข้างในอย่างไงอย่างนั้น

 “ค่ะ”

 “คะ...คุณลักษณ์...”

 เมื่อได้คำตอบจากร่างตรงหน้า เขาก็ไม่วายที่จะเอามือของตนเองรวบรัดเข้าที่มือของเขมมิกา การกระทำเช่นนี้มันยิ่งกระตุกต่อมโกรธเคืองของอัศวินได้มากทีเดียวเพราะในยามนี้มือหนารวบกำปั้นแน่น

 สันกรามขบกันแน่นจนเป็นสันนูนเด่นชัด แววตาวาวโรจน์จ้องเขม็งไปที่เขมมิกาที่เหลียวหน้ามามองที่เขาเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนที่เธอจะหันไปจ้องมองที่ลักษณ์เพราะความไมเข้าใจในการกระทำของเขาว่าต้องการที่จะทำอะไรกันแน่ แม้ว่าจะต้องใจในคราแรกแต่เมื่อเขาบีบเบาๆลงที่มือของเธอสมองน้อยๆมันก็ทราบได้ทันที

 “ไปเถอะครับ” ดึงรั้งให้เขมมิกาเดินตามเขาไปยังห้องอาหารที่อยู่ไม่ไกล โดยที่สายตาของอัศวินก็มองตามไปราวกับว่าแมวหวงก้างไม่อยากที่ให้ใครได้สัมผัสหรือยุ่งเกี่ยวกับก้างชิ้นโตชิ้นนั้น 

มันแทบจะควันออกหูเมื่อทั้งสองทำตัวราวกับว่ามองไม่เห็นเขาที่ยืนหัวโตมองการกระทำของทั้งสองอยู่เบื้องหลัง ขนาดที่จ้องมองปานจะกลืนกินอยู่เช่นนั้นแล้วเขมมิกาก็หาหวาดกลัวต่อเขาไม่!  

“โธ่เว้ย!!!”




มาเเล้วจ้าา


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น