กอบเพลิง / พรรณพชร
facebook-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านฮับ

ยั่วรักคุณบอส-EP.2

ชื่อตอน : ยั่วรักคุณบอส-EP.2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2561 23:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ยั่วรักคุณบอส-EP.2
แบบอักษร

เวลา 12.00 น. **@โรงอาหาร**

            เมื่อถึงเวลาทานมื้อเที่ยงฉันกับพรรคพวกในแผนก ต่างก็เดินเกาะกลุ่มมายังโรงอาหารของบริษัท พนักงานที่นี่มีหลายร้อยชีวิต ทำให้ตอนเที่ยงๆ อย่างนี้มีผู้คนพลุกพล่านมากเป็นพิเศษ

            โต๊ะนั่งทานข้าวเต็มพื้นที่ถูกจับจองไว้จนเกือบหมด แต่ทว่าที่ประจำของพวกเราทั้งห้าชีวิตซึ่งประกอบไปด้วย พี่นุช พี่ต๋อย พี่ออย พี่เมย์ และคนสุดท้ายก็คือฉันเอง ยังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัยยังไม่มีใครจับจอง

            “ยัยดาวแกรู้สึกแปลกๆ ไหม” เมื่อนั่งลงที่โต๊ะแล้วพี่นุชก็ชะโงกหน้ามาเอ่ยกับฉันด้วยสีหน้าสงสัย มองซ้ายมองขวาเพื่อสังเกตพฤติกรรมของคนรอบตัว

            “หนูก็คิดว่ามันแปลกๆ ตั้งแต่เดินมาแล้วอ่ะพี่” ที่เป็นอย่างนั้นเพราะพนักงานคนอื่นๆ ต่างก็มองมาที่ฉันแล้วหัวเราะคิกคัก สนทนากันแล้วมองมาราวกับกำลังนินทาว่าร้ายซะอย่างนั้น

            “ฉันนึกว่าคิดไปเองคนเดียวซะอีก” พี่ต๋อยเอ่ยสมทบอีกคน

            “แกไปทำอะไรไว้หรือเปล่ายัยดาวคนถึงได้มองทั้งบริษัทอย่างนี้” พี่เมย์เอ่ยถาม

            “เปล่านะพี่วันๆ หนูก็อยู่แค่ในแผนกพวกพี่ก็เห็นนี่นา”

            “เออ...ก็ใช่นะ” พี่เมย์พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดฉัน

            “ช่างเถอะเดี๋ยวก็รู้เองล่ะไปซื้อข้าวกันเถอะ” พี่ออยว่า

            จากนั้นเราทั้งหมดก็เดินไปเลือกซื้ออาหาร ในระหว่างยืนรอเข้าคิวอยู่นั้น ก็มีสาวๆ กลุ่มที่ยืนข้างหลังซุบซิบเสียงเบาแต่ทว่าฉันกลับได้ยินมันถนัดหู        

            “สภาพอย่างนี้นะกล้าไปบอกชอบบอส”

            “ฉันก็ว่างั้นล่ะ ขนาดฉันสวยกว่าตั้งเยอะยังไม่มั่นหน้าขนาดนั้นเลย”

            “ยังโชคดีที่ไม่โดนไล่ออก”

            ได้ยินอย่างนั้นฉันก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ คนทั้งบริษัทรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน เพราะตอนนั้นก็มีแค่ฉันกับเขาเพียงสองคนที่อยู่ในห้อง ถ้าจะมีใครเป็นคนพูดคงไม่พ้นบอสแน่นอน เขาทำอย่างนี้ทำไม หรือต้องการแกล้งให้ฉันอับอายขายขี้หน้าจนอยู่ไม่ได้งั้นเหรอ คิดจะบีบให้ฉันลาออกทางอ้อมสินะ

            ไม่มีทาง!*

            ฉันหันขวับกลับไปมองผู้หญิงพวกนั้นด้วยสายตาดันดุดัน เจ้าหล่อนทั้งหลายปิดปากเงียบสนิท ลอยหน้าลอยตาหันไปมองทางอื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “ด้านได้อายอดเคยได้ยินคำนี้ไหมคะ”

            หลายคนอาจจะมองว่าฉันเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่ทว่าพอได้โมโหแล้วกลับไม่ใช่อย่างนั้นเลย ฉันเป็นพวกไม่ยอมคน อยากได้อะไรก็ต้องได้ ซึ่งมันขัดกับบุคลิกที่คนอื่นๆ มองมา แต่ถ้าคิดแล้วก็คงไม่แปลกที่คนอื่นจะมองฉันแบบนั้น

            เมื่อได้จานข้าวมาแล้วฉันก็นั่งหน้างองุ้มลงที่โต๊ะตัวเดิม พวกพี่ๆ ต่างก็จ้องมองมาราวกับมีคำถามมากมายในใจ

            “หนูรู้แล้วว่าเรื่องอะไร”

            “เรื่องอะไรว่ามาเร็วๆ พวกฉันรอฟังอยู่” พี่นุชเจ้าเก่าชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ๆ ราวกับอยากฟังซะเต็มประดา

            “เมื่อวานที่พี่นุชให้หนูเอาเอกสารไปให้บอส หนู...บอกชอบเขาด้วยอ่ะ” ฉันสารภาพให้พวกพี่ฟัง แม้ว่าพวกนางจะรู้อยู่แล้วว่าฉันชอบบอส แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่าฉันจะใจกล้าถึงขนาดนี้

            “ห๊ะ! / ห๊ะ! / ห๊ะ! / ห๊ะ!”

            สาวโสดทั้งสี่อุทานขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

            “เบาๆ สิคะคนมองกันใหญ่แล้ว”

            “อย่างนี้สิน้องฉันรุกให้เต็มที่เลย ได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที” หลังจากปรับสภาพสีหน้าได้แล้วพี่นุชก็นำทีมยกนิ้วให้ฉัน ยกย่องถึงความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว(ที่ค่อนข้างจะบ้าบิ่น)

            “หนูทำดีแล้วใช่ไหมคะ”

            “แน่นอนใครจะว่ายังไงก็ช่างอย่าได้สน เพราะพวกหล่อนๆ เองก็อยากได้บอสจนตัวสั่นเหมือนกันนั่นล่ะ” พี่ต๋อยสนับสนุนฉันอย่างเต็มที่

            “แกต้องเป็นตัวแทนลบล้างคำสาปของสาวบัญชีนะ ห้ามขึ้นคานเด็ดขาด!” พี่นุชผู้จัดการเอ่ยกับฉันด้วยสีหน้าจริงจัง

            “ค่ะ...ยิ่งได้เสียงสนับสนุนจากพวกพี่หนูยิ่งมีแรงฮึดสู้ แต่ว่า...”

            “แต่อะไรยะยัยดาว” พี่เมย์ขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย

            “ทำไมบอสต้องเอาเรื่องนี้มาประจานหนูด้วยอ่ะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ เขาเกลียดหนูถึงขั้นนี้เลยเหรอ”

            “แกแน่ใจนะว่าบอสเป็นคนทำ”

            “ถ้าไม่ใช่บอสจะใครล่ะคะ ก็วันนั้นมีหนูกับเขาอยู่ในห้องแค่สองคน”

            “คนอย่างบอสเนี่ยนะจะมาเล่นอะไรบ้าๆ อย่างนี้ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย” สีหน้าของพี่นุชดูก็รู้ว่าไม่มีทางเชื่อว่าเรื่องพวกนี้จะออกมาจากปากบอส แต่ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใครไปได้ล่ะ

            “แต่หนูมั่นใจว่าต้องเป็นบอส พี่นุชคิดว่าหนูจะเป็นคนพูดเองเหรอคะมันเป็นไปไม่ได้”

            “ก็จริงของแกอ่ะ แต่ก็ช่างมันเถอะรีบกินดีกว่ากับข้าวเย็นหมดแล้ว”

            ฉันนั่งทานข้าวไปในหัวก็คิดเรื่องบอสไปด้วย ฉันมั่นใจว่าต้องเป็นเขาแน่นอน ยืนยัน นอนยัน นั่งยัน ไม่มีทางผิดไปจากนี้แน่นอน และฉันต้องถามให้รู้เรื่องว่าเขาทำไปทำไมกัน



            หลังเลิกงานแล้วฉันก็รีบเก็บของเข้ากระเป๋าแล้วเดินลงไปที่โรงจอดรถ วันนี้จะต้องหาทางคุยกับบอสให้รู้เรื่องให้ได้ว่าเขาทำอย่างนั้นลงไปทำไม แต่อีกหนึ่งจุดประสงค์ก็เพื่อจะได้อยู่ใกล้เขา มันคือหนึ่งในแผนตีสนิทกับเจ้านายสุดหล่อนั่นเอง

            ฉันแอบซุ่มอยู่ข้างรถบอส เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเปิดประตูรถแล้วจึงรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งฝั่งข้างคนขับทันที โชคดีที่ไม่มีใครอยู่แถวนั้น

            “เฮ๊ย! เธอเข้ามานั่งในรถฉันทำไมเนี่ย” เมื่อเห็นฉันเขาก็สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ จู่ๆ ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมานั่งในรถด้วยก็คงจะตกใจเป็นธรรมดา

            “หนูมีเรื่องจะคุยกับบอสค่ะ” ฉันไม่ยอมลงจากรถแถมยังคาดเข็มขัดนิรภัยอีกด้วย

            เขาชักสีหน้าใส่จ้องเขม็งมาราวกับต้องการขับไล่ฉันซะเต็มประดา

            “ลง-ไป-เดี๋ยว-นี้ มันชักจะมากเกินไปแล้วนะ ฉันไม่ได้ใจดีตลอดหรอกนะ” เขาเอ่ยเสียงเข้มเพื่อกดดันให้ฉันลงไป

            “ก็หนูบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับบอสยังไงล่ะคะ หนูไม่ลงจนกว่าจะได้คุยให้รู้เรื่อง”

            “ฉันไม่เคยพบเคยเจอผู้หญิงหน้าด้านอย่างเธอมาก่อนเลย ไม่ลงใช่ไหมเดี๋ยวได้เห็นดีกัน”

            สีหน้าของบอสดูน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นเขาก็เร่งเครื่องเสียงดังก่อนจะขับออกไปจากรั้วบริษัท

             ฉันได้แต่นั่งเงียบอยู่อย่างนั้นยังไม่กล้าเอ่ยอะไรออกไป เพราะกลัวว่าจะไปกระตุกต่อมโมโหเขาให้ปะทุขึ้นอีก นั่นเพราะกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ เขาขับรถด้วยความเร็วราวกับกำลังแข่งในสนามก็ไม่ปาน

            “บอสลดความเร็วหน่อยได้ไหมคะหนูกลัว” ฉันนั่งหลับตาพนมมือภาวนาในใจขออย่าให้รถไปชนกับอะไรเลย

            “อยากนั่งนักไม่ใช่เหรอฉันก็จะจัดให้ไง” เขายังไม่ยอมลดดีกรีความโมโหร้ายลงเลยสักนิด นี่ฉันทำเกินไปหรือเปล่าเนี่ย ตั้งใจจะมาอ่อยกลายเป็นว่ามายั่วโมโหเขาซะงั้น

            “หนูลงก็ได้ค่ะจะ...จอดให้หนูเถอะนะ” ฉันพยายามเอ่ยขอร้องเขา ขับรถเร็วขนาดนี้ใครไม่กลัวก็บ้าแล้ว

            “อ้าว! กลัวเป็นด้วยเหรอ จำเอาไว้ว่าคราวหลังอย่ามาถือวิสาสะปฏิบัติตัวอย่างนี้กับฉันอีกหึๆ”

            เอี๊ยดดดด!!!

            ปึก!

            “โอ๊ยยย!!!! จะจอดทำไม่บอกกันก่อนเนี่ย”

ความคิดเห็น