กอบเพลิง / พรรณพชร
facebook-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านฮับ

ยั่วรักคุณบอส-EP.1

ชื่อตอน : ยั่วรักคุณบอส-EP.1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2561 23:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ยั่วรักคุณบอส-EP.1
แบบอักษร

หลังจากฉันและน้องสาวตัวแสบช่วยแม่เตรียมร้านขายข้าวแกงหน้าบ้านเสร็จแล้ว ก็กลับเข้ามาทานข้าวในครัว หลังจากพ่อของฉันเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งพวกเราก็เหลือกันเพียงสามคนแม่ลูก อาศัยอยู่ในบ้านไม้สองชั้นหลังเก่าๆ ในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

            ภาระอันหนักหน่วงของฉันกับแม่ก็คือ ส่งเสียยัยอิงฟ้าเรียนโรงเรียนเอกชนมีชื่อแห่งหนึ่ง เพราะอยากให้มันได้เจอสังคมดีๆ จะได้มีอนาคตไกลกว่าการเป็นพนักงานบัญชีต๊อกต๋อย และแม่ค้าขายข้าวแกงอย่างพวกเราในตอนนี้

            แม่หวังอยากให้ฉันมีสามีรวยๆ เพื่อจะได้มาช่วยพยุงฐานะทางบ้าน สวนสิ่งที่แม่หวังกับ **‘อิงฟ้า’** ก็คืออยากให้มันเรียนสูงๆ จะได้มีงานดีๆ ทำ เงินเดือนสูงๆ มันช่างต่างกันลิบลับเลยทีเดียว

            “เรียนเป็นไงบ้างยะตอนนี้” ฉันเอ่ยถามน้องสาวขณะนั่งทานข้าวต้มอยู่ในครัว  

            “ก็ดี” มันตอบสั้นๆ อย่างไม่ใส่ใจฉันเลยสักนิด เอาแต่จ้องหน้าจอมือถืออยู่นั่นล่ะ

            “ถ้าเกรดไม่ถึงสามฉันจะให้แกกลับมาเรียนโรงเรียนวัดเลยคอยดู”

            “ถึงอยู่แล้วน่าอย่างฉันเก่งกว่าพี่ตั้งหลายเท่า ไม่ต้องห่วงหรอก”

            “แล้วโทรศัพท์น่ะอย่าเล่นให้มันมากนัก”

            “พี่ไม่ต้องมายุ่งกับฉันหรอก เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ถ้าหาผัวรวยๆ มาเป็นลูกเขยแม่ไม่ได้มีหวังโดนเชือดแน่” ทำไมมันพูดแทงใจดำฉันอย่างนี้เนี่ย อิน้องเลว! ทำเอาซะเถียงไม่ออก

            “หาได้อยู่แล้วย่ะระดับนี้”

            “แหมๆๆ ดูตัวเองสิแต่งตัวก็เชย หน้าก็จืดชืดอย่างนี้ผู้ชายที่ไหนเขาจะมาชอบ อย่าฝันถึงผู้ชายรวยๆ เลยแค่แฟนสักคนพี่ยังไม่มีเลย ถ้าไม่อยากขึ้นคานฉันแนะนำให้พี่เปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ก่อนที่อะไรมันจะสายไป” พูดจบมันก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ หยิบมือถือแล้วเดินออกไป ปล่อยให้ฉันนั่งเอ๋อแดกอยู่คนเดียว

            “ไม่สวยตรงไหนเนี่ย” ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ พลางจ้องมองดูตัวเองแล้วยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

            ก่อนออกไปทำงานในทุกๆ วันฉันไม่ลืมที่จะไหว้ผู้หญิงคนนี้ **‘คุณนายพิมวดี’** หรือที่ลูกค้าเรียกเจ้พิม นางมีความฝันอยากเป็นคุณนายนั่งนับเงินกับเขาบ้าง เพราะอยู่อาศัยในบ้านไม้หลังเก่าๆ นี้มาเกือบทั้งชีวิต

            “หนูไปทำงานแล้วนะจ๊ะแม่” ฉันเอ่ยพร้อมกับยกมือไหว้ ในขณะที่แม่กำลังนั่งรอลูกค้าอยู่หน้าร้าน

            “เออๆ โชคดีมีชัย รีบหาผัวรวยๆ มาให้ฉันได้ชื่นใจเร็วๆ ทำงานงกๆ จนเหงื่อท่วมตัวหมดแล้วเนี่ย” นี่คือคำอวยพรในทุกๆ วันที่ฉันได้รับจากแม่ คุณรู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงได้กล้าเข้าไปอ่อยบอสถึงในห้อง

            “เลิกกดดันหนูแบบนี้สักทีเถอะแม่”

            “ฉันจะพูดไปเรื่อยๆ จนกว่าแกจะหาลูกเขยรวยๆ มาให้ฉันได้ ถ้าแกไม่อยากได้ยินก็รีบหามาซะฉันจะได้เลิกขายข้าวแกงซะที”

            “หนูไม่พูดกับแม่แล้วไปล่ะ”

            ฉันรีบเดินสะพายกระเป๋าออกมาจากหน้าบ้าน เพื่อเดินไปขึ้นรถเมล์หน้าปากซอยเหมือนเช่นทุกวัน ต้องนั่งรถสองต่อกว่าจะถึงบริษัท บางทีมันก็เบื่อกับชีวิตมนุษย์เงินเดือนมากเหลือเกิน ตื่นนอน ไปทำงาน กลับบ้าน  วนเวียนอยู่อย่างนี้ทุกวันแทบไม่มีเวลาให้กับตัวเองเลยสักนิด

            ชีวิตในเมืองหลวงช่างมีแต่ความวุ่นวายแท้ แต่ฉันก็ชินซะแล้วล่ะเพราะเจออย่างนี้มาตั้งแต่เด็กจนโต เวลารถเมล์มาทีก็ต้องแย่งกันขึ้น ผู้โดยสารบนรถแน่นไม่ต่างจากปลากระป๋อง ส่วนคนที่แพ้อย่างฉันก็ต้องยืนรอรถคันต่อไปอย่างเซ็งๆ

            “จะทันสแกนนิ้วไหมเนี่ย” ฉันยืนร้อนใจอยู่ป้ายรถเมล์ จ้องมองเวลาที่นาฬิกาข้อมืออยู่บ่อยครั้ง ปกติแล้วหากได้ขึ้นรถรอบนี้จะไปทันเวลาเข้างาน แต่ทว่าวันนี้คนเยอะผิดปกติจนขึ้นไม่ทันจึงต้องรอคันต่อไปซึ่งไม่รู้ว่าจะมาอีกตอนไหนน่ะสิ

            แป๊นๆ

            จู่ๆ รถหรูสัญชาติยุโรปก็ขับมาจอดเทียบริมฟุตบาทตรงหน้า ฉันขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัยรู้สึกคุ้นๆ กับรถสีดำคันนี้ซะเหลือเกิน แต่พออีกฝ่ายลดกระจกลงมาทุกอย่างก็ถูกเฉลย เป็นบอสสุดหล่อของฉันนั่นเอง  กรี๊ดดดด!!!

            “สวัสดีค่ะบอส” ฉันยกมือไหว้ส่งยิ้มทักทายเมื่อรู้ว่าเป็นเขา หัวใจเต้นแรงตึกตักตื่นเต้นมากเหลือเกิน เพราะกำลังคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาจะรับขึ้นรถไปทำงานด้วย

            “เธอมารอที่ป้ายนี้ทุกวันเลยเหรอ” เขาถามหน้านิ่ง

            “ค่ะบอส” ฉันยังคงยิ้มอย่างมีความหวัง พยักหน้าเล็กน้อยเพื่อให้เขาเอ่ยปากชวนขึ้นไปนั่งบนรถด้วยกัน

            “ไปให้ทันเวลาล่ะเดี๋ยวจะสายเอา” พูดจบเขาก็ปิดกระจกรถแล้วขับออกไป

            เพล้ง!!!!

            ฉันรู้สึกหน้าแตกเป็นร้อยล้านชิ้น รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ โลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหว มีเสียงหัวเราะเยาะของคนรอบข้างดังระงม

            “ไม่มีน้ำใจเอาซะเลย ถ้าไม่ติดว่าหล่อรวยฉันจะด่าซะให้เข็ด”

            ฉันถอนหายใจเสียงดังหลายครั้งติดต่อกันอย่างอารมณ์เสีย จากนั้นจึงโบกแท็กซี่เพราะกลัวว่าจะเข้างานสายจนเสียเบี้ยขยันอีก ยิ่งโดนแกล้งอย่างนี้ฉันยิ่งจะหาทางจับบอสให้ได้เลยคอยดู



            **@ บริษัท Elvira Cosmetic**

            มาถึงบริษัทแล้วฉันก็เห็นเขากำลังยืนคุยกับหมิว เธอเป็นสาวสวยประชาสัมพันธ์ของบริษัท เนื้อหอมมากจนผู้ชายเกือบทั้งบริษัทต่างก็วิ่งกรูเข้ามารุมจีบ และเธอนั่นเองคือคู่แข่งที่น่ากลัวของฉัน เพราะได้ยินข่าวว่านางเองก็กำลังตะล่อมๆ บอสด้วยอีกคน

            “วันนี้บอสจะออกไปทำธุระข้างนอกไหมคะ”

            “ไม่มีนะ...ถามทำไมเหรอ”

            “พอดีหนูมีเรื่องจะปรึกษาน่ะค่ะ ถ้าบอสอยู่ห้องหนูจะได้ขึ้นไปหา”

            “ก็ขึ้นไปสิ ฉันไปล่ะ”

            “ค่ะบอส”

            นั่นคือบทสนทนาระหว่างบอสและหมิว ซึ่งฉันแอบซุ่มฟังอยู่อีกมุมหนึ่ง รอให้คนทั้งสองแยกย้ายกันแล้ว จึงออกจากที่มืดรีบวิ่งแจ้นไปยังเครื่องสแกนนิ้ว

            เจ็ดโมงห้าสิบเก้านาที สี่สิบวินาที...

            ตี๊ด!

            “เฮ้อ!! นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว” เมื่อสแกนนิ้วได้ทันเวลาฉันจึงหายโล่งขึ้นมาหน่อย

            “อ้าว! ฉันก็นึกว่าเธอจะมาไม่ทันซะอีก” เขามาอยู่ข้างหลังตั้งแต่ตอนไหนแล้วก็ไม่รู้

            “บอส!”

            “โทษทีนะที่ฉันไม่ได้รับเธอมาด้วย เห็นว่าชอบนั่งรถเมล์เลยกลัวว่าจะรู้สึกอึดอัด” เขาพูดกับฉันด้วยสีหน้ากวนๆ ราวกับเรื่องเมื่อเช้ามันเป็นแค่เรื่องขำขันเท่านั้นเอง

            “ไม่เป็นไรค่ะ ถึงชวนหนูก็ไม่ไปด้วยหรอกเพราะถ้าได้นั่งใกล้บอสขนาดนั้น คงจะใจละลายตายอย่างสงบศพสีชมพูแน่ๆ” ฉันส่งยิ้มให้บอสเหมือนไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรเลย แต่ทว่าในใจกลับมีแต่คำก่นด่า

            “สรุปที่เธอบอกว่าชอบฉันเมื่อวานไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม”

            “ทำไมบอสคิดว่าหนูพูดเล่นล่ะคะ”

            “ก็ดูจากสภาพเธอแล้วมันไม่น่าใช่ไง ฉันเข้าใจนะว่าผู้หญิงส่วนมากในบริษัทอยากจะเป็นแฟนกับคนหล่อๆ รวยๆ อย่างฉัน แต่ฉันเข้าใจว่าเธอเป็นคนเรียบร้อยมาตลอด ไม่นึกว่าจะกล้าทำถึงขนาดนี้ ถ้าเป็นอย่างหมิวมันก็น่าจะพอมีลุ้นหน่อย” เขาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับฉันเป็นตัวตลกซะอย่างนั้น

            “หมิวสวยกว่าหนูมากขนาดนั้นเลยเหรอคะบอส”

            “ห๊ะ! เธอกล้าพูดมาได้ยังไงกัน ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีผู้หญิงมั่นหน้าอย่างนี้บนโลกด้วย เอาเป็นว่าขึ้นไปทำงานเถอะฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอแล้ว” เขาปัดมือไล่ฉันราวกับเป็นตัวอะไรสักอย่าง จากนั้นจึงเดินนำหน้าขึ้นไปก่อน

            “มั่นหน้าตรงไหนเนี่ย ฉันก็สวยในแบบของฉันนี่นา” ฉันเอ่ยออกมาเบาๆ จากนั้นจึงเดินตามหลังบอสสุดหล่อขึ้นไปที่ออฟฟิศชั้นสอง

ความคิดเห็น