โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 04-8 Mounting

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 686

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2561 12:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
04-8 Mounting
แบบอักษร

ไม่มีความจำเป็นจะต้องลังเลไปมากกว่านี้แล้ว ยองจีแทงศอกใส่ใบหน้าของฮันจูทันที


พลั่ก เสียงดังขนาดว่าเพียงแค่ฟังยังรู้สึกเจ็บปวด ทันทีที่ได้ยินเสียงครวญครางอย่างทรมาน ยองจีก็ใช้แรงที่มีทั้งหมดผลักเขาออกแล้วลุกขึ้นยืน ต้องไป ตอนนี้เลย ต้องออกไปจากที่นี่ ภายในหัวมีเพียงความคิดนี้

แรงมากไหมนะ ยองจีวิ่งหนีออกไปนอกประตูห้องทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเขาศอกโดนตรงไหน ตอนนี้บนร่างกายของเขาไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น เสื้อล่ะ คงจะกระจัดกระจายอยู่แถวประตูเฮงซวยนั่นสินะ ยองจีซึ่งถามเองตอบเองไปพร้อมๆ กันหยิบเสื้อที่มองเห็นอยู่ตามพื้นขึ้นมา


อาจจะไม่รู้แต่เขาอยากหนี อยากหนีไปให้ไกลมากที่สุด


เขาสอดแขนเข้าไปในเสื้อเชิ้ตซึ่งกระดุมหลุดไปสองเม็ดและสอดขาเข้าไปในกางเกง เหมือนอีกสักพักฮันจูคงจะไล่ตามยองจีออกมา และมันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แจ็กเก็ตอยู่ไหนนะ สายตาของยองจีชะเง้อหาเสื้อที่ไม่รู้ว่าถูกโยนหายไปไหน และโชคดีที่หาเจออย่างรวดเร็ว ทันทีที่เห็นแจ็กเก็ตยับยู่ยี่นั้นตกอยู่ข้างๆ รองเท้า เขาก็กระโจนพรวดเดียวไปหามัน


“…นาย”


ระหว่างนั้นฮันจูก็ไล่ตามเขามาทางด้านหลัง เหยียบธรณีประตูแล้วเอนตัวพิงกับประตูทางเข้า ใบหน้าของฮันจูบูดเบี้ยว คงเพราะหัวที่ถูกศอกใส่อย่างแรงเมื่อครู่นี้ยังคงเจ็บอยู่ สายตาของยองจีมองสำรวจท่าทางของอีกฝ่าย มองไล่ลงไปด้านล่างแล้วตัวแข็งทื่อทันที

ในมือของอีกฝ่ายกำลังถือเข็มฉีดยาซึ่งไม่รู้ว่าว่าในนั้นคือยาอะไร


ยองจีมองฮันจูที่เดินโซซัดโซเซเข้ามาใกล้ ต้องหนี ยองจียังคงคิดอยู่แต่ขากลับไม่ขยับเลย อีกฝ่ายเดินเข้ามาสองก้าวแล้วหยุดอีกครั้ง แล้วก็เดินเข้ามาอีกสามก้าวอย่างยากลำบาก ระยะห่างระหว่างฮันจูกับยองจีค่อยๆ แคบลง ความเร็วและการเคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาดของอีกฝ่ายบอกได้ว่าเขาทรมานมากแค่ไหน

ยองจีกำเสื้อแจ็คเก็ตแน่น ถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องรีบเปิดประตูออกไปสิ เขาคิดแต่ร่างกายไม่ขยับ

ระหว่างนั้น ฮันจูเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนเกือบจะอยู่ตรงหน้าแล้ว กว่าจะตั้งสติได้ก็สายไปแล้ว มือของฮันจูซึ่งถือเข็มฉีดยาอยู่นั้นยกขึ้นสูงไปบนอากาศ


มือที่จับลูกบิดประตูอย่างยากลำบากก็จับแน่นขึ้นอีก


ทำไมร่างกายไม่ขยับตามใจคิดเลยนะ เพราะกลัวเหรอ หรือเพราะกังวล ผิดทั้งคู่ ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง ไม่อยากยอมรับแต่เป็นเพราะเป็นห่วงสภาพของยูฮันจู ซึ่งไม่มีสติแม้กระทั่งในสถานการณ์แบบนี้

ตาของยองจีมองลงมายังเข็มฉีดยาอย่างช้าๆ ไม่รู้ว่าในเข็มนั้นคือยาอะไร ไม่สามารถรู้ได้เลย

และเข็มฉีดยาก็ถูกกดลงไป


“…ไปซะ”


ฮันจูฮีดยาลงไปบนแขนซ้ายของตัวเอง


เขาแทงเข็มฉีดยาลงไปพลางก้มหน้าลงด้านข้าง ผมสีทองยุ่งเหยิงก็ปรกลงมาด้านหน้าไปพร้อมๆ กัน ยองจีเห็นริมฝีปากของอีกฝ่ายถูกกัดแน่นภายใต้ผมหน้าม้าที่ปรกลงมา เขาหยุดอยู่อย่างนั้นสักพักแล้วจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหอบหายใจอย่างแรงราวกับเพิ่งขึ้นมาจากผิวน้ำ ยองจีสะดุ้งตกใจเพราะเสียงนั้นแล้วหันหลังไป

ดวงตาของฮันจูที่หย่อนคล้อยลงและกลายเป็นสีแดงก่ำกำลังจ้องมองมายังยองจี อีกฝ่ายกำลังสั่นและดูเจ็บปวดมาก ไม่รู้ว่าคืออะไรแต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากำลังอดทนอย่างจริงจัง ฮันจูขบฟันกรามแล้วเปิดริมฝีปากอย่างยากลำบากด้วยอาการหดเกร็ง

เพื่อตักเตือน


“บอกให้ออกไปเดี๋ยวนี้...คังยองจี”


เพราะเขาไม่สามารถอดทนได้นาน นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดซึ่งฮันจูสามารถทำให้ยองจีได้

ยองจีไม่แม้แต่จะหันหลังไปมองภาพนั้นเป็นครั้งสุดท้ายแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไป



ยองจีมองไปเพียงด้านหน้าแล้ววิ่งไปอย่างไม่มีแบบแผน พร้อมกับบานประตูที่ถูกปิดลงจนส่งเสียงดัง แม้จะแน่ใจแล้วว่าฮันจูไม่ได้ไล่ตามมาอีกแต่เขาก็ไม่หยุดวิ่ง ถึงจะทำแจ็กเก็ตหลุดมือแต่ไม่มีแม้แต่ความคิดจะเก็บมันขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ต้องหนีไปให้เร็วและไกลกว่านี้ นิ้วกดปุ่มลิฟต์อย่างรีบร้อนหลายต่อหลายครั้ง

เขาไม่มีแผนอะไรเลยว่าจะไปที่ไหนยังไง ตอนนั้นคิดเพียงว่าต้องลงไปล็อบบี้ตรงชั้นหนึ่งเท่านั้น ต่อจากนั้นน่ะเหรอ จะกลับคฤหาสน์ยังไงนะ มือถือไปไหนแล้วล่ะ

ทุกอย่างยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด ไม่มีอะไรที่เป็นปกติหรือเป็นไปด้วยดีเลย

พอออกมาจากลิฟต์ยองจีถึงสามารถพักหายใจได้ แจ็กเก็ตยับยู่ยี่และเสื้อเชิ้ตที่ขาดวิ่นนั้นเกะกะรุงรังไปหมด วางมือลงไปบนเข่าทั้งสองข้างและควบคุมการหายใจที่พลุ่งพล่านให้กลับเป็นปกติ แต่ยังคงไม่มีแผนการอะไรเลย เขานึกแผนรับมืออย่างหลักแหลมหรือวิธีที่น่าจะเป็นไปได้ไม่ออก

แต่ก่อนอื่นต้องออกไป...แล้วก็ต้องกลับคฤหาสน์ คุณปู่ที่ไปต่างจังหวัดเพราะมีเรื่องอะไรบางอย่างอาจจะกลับมาแล้วก็ได้ ถ้าเขารู้ว่าตนไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์ก็จะยิ่งวุ่นวายมากขึ้นอีก ต้องอธิบายว่าอะไรล่ะ ปู่จะยอมฟังคำอธิบายไหมนะ เกิดคำถามมากมายแต่เทียบกันแล้วยองจีไม่สามารถเตรียมอะไรไว้ได้เลย


การกระทำที่ไม่ดีเกินขอบเขตเข้ามาแล้ว ตอนนั้นยองจีถึงได้นึกเสียใจทีหลัง

ตอนนั้นเอง


“คุณชาย…!"


เสียงกดแตรดังลั่นพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกตนเองทำให้ยองจีหันไปมอง ชายคนนั้น...


“รีบขึ้นเถอะครับ! ไม่มีเวลาแล้วครับ!”


ไม่ใช่การ์ดของฮันจูหรอกเหรอ ก่อนหน้านี้คนคนนี้ก็เคยคอยเฝ้าดูท่าทางน่าอายของตัวเองอยู่สองสามครั้ง

ไม่มีเวลาให้คิดเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ยองจีวิ่งไปตอนไหนไม่รู้ แม้ไม่มีใครเปิดให้ เขาก็เปิดประตูรถด้วยตัวเองและขึ้นไปนั่งตรงเบาะหลัง และพอเขาขึ้นมารถก็ออกตัวทันที


“ตรงเบาะหลังมีเสื้อผ้าอยู่ รีบเปลี่ยนชุดเถอะครับ”


ซึงรกพูดราวกับกำลังอ่านหนังสือคู่มือ


“แม้จะช้าไปแต่อีก 40 นาทีท่านประธานจะกลับมาถึงคฤหาสน์ครับ”

“…”

“ผมส่งการ์ดที่อยู่ที่นี่เมื่อวานไปปูซานก่อนแล้ว ตามสถานการณ์แล้ว ถ้าเป็นเช่นนี้คงจะต้องเตรียมส่งไปต่างประเทศด้วยครับ”


ยองจีเปิดถุงช็อปปิ้งซึ่งถูกเตรียมไว้ให้แล้วหยุดชะงัก ไปปูซาน ไปต่างประเทศ หมายความว่ายังไง


“รีบหน่อยเถอะครับ ผมอาจจะต้องขับรถอย่างรุนแรงหน่อยนะครับ”


ทันทีที่พูดจบการ์ดก็หักพวงมาลัย ร่างของยองจีเอียงไปพร้อมกับการหักเลี้ยวของรถ แม้จะไม่ใช่จุดยูเทิร์นแต่อีกฝ่ายกลับเลี้ยวรถตามใจชอบ ยองจีที่ไหลไปตามการขยับของรถราวกับสิ่งของอยู่พักหนึ่งนั้นไม่มีทางที่จะอารมณ์ดีเลย แต่หลังจากรู้ว่าอีก 40 นาทีคุณปู่จะถึงคฤหาสน์ ใจของเขาก็เต้นถี่รัว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น