TI

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 12.เพื่อน

คำค้น : รัก, โรเเมนติก.แฟนตาซี,กำลังภายใน,จีน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 54

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2561 10:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
12.เพื่อน
แบบอักษร

ณ โรงหมอถงอี๋​

​ซูจินลืมตาตื่นขึ้นอย่างช้าๆ เธอค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆก็พบว่าตอนนี้ตนไม่ได้อยู่ในป่านั้นอีกเเล้วเเต่อยู่ในห้องพักที่โรงหมอที่ตนเคยอยู่ เธอรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ซูจินนั่งตั้งสติพักใหญ่ก่อนพักหนึ่งก่อนจะพยายามลุกขึ้นยืน เเม้จะยังโซเซอยู่บ้างเเต่เธอก็ยังยืนทรงตัวเองได้เเละเดินไปยังโต๊ะที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องเพื่อที่จะดื่มน้ำอย่างหิวกระหาย

"นี้เราหลับไปกี่วันกันนี้ ทำไมยังมึนๆอยู่เลย " เธอพูดกับตัวเองขณะที่มีพยาบาลคนหนึ่งเดินถือถาดที่ในนั้นมีถ้วยยามาถ้วยหนึ่ง 

" ท่านเป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดจึงลุกยืนเล่า ท่านควรที่จะพักอีกสักหน่อย ร่างกายท่านยังต้องการการพักห่อน ท่านเสียพลังวิญญาณเเละพลังบำเพ็ญไปมากทีเดียว จำต้องรักษาตัวเพื่อฟื้นฟู" พยาบาลคนนั้นพูดขึ้นก่อนจะวางถาดในมือลงเเละพยุงซูจินเดินไปที่เตียงอย่างช้าๆ

"เออ...คือ..ข้าหลับไปนานเลยหลอ?" ซูจินพูดขึ้นเมื่อเธอมาถึงเตียงนอนเเล้ว

"ท่านหลับไปเพียง 2 วัน ท่านหมอบอกว่าอาการของท่านไม่ได้สาหัสมากนักเพียงเเต่สูญเสียพลังไปอย่างกระทันหันเเละท่านใช้พลังวิญญาณมากเกินไปกว่าที่ท่านเคยฝึกมา ทำให้ร่างกายเของท่านปรับตัวตามสภาพไม่ทัน มันไม่ใช่เรื่องร้ายเเรงหลอก หาไต้องกังวลไม่" 

"อ้อ...เเล้ว..คือ..."

" ท่านมีอะไรอีกหรือไม่"

"ไม่มีๆ"

"นี้คือยาที่ท่านหมอได้จัดเตรียมไว้ให้ท่าน โปรดดื่มให้หมดเถิด รากฉุยหยงต้มกับสมุนไพรเซียนอีก3ชนิดจะสามารถช่วยฟื้นฟูพลังวิญญารเเละพลังบำเพ็ญในกายท่านได้ "

ซูจินรับถ้วยยามาจากนางพยาบาลเเล้วค่อยๆดื่มไปทีละนิดๆ รสชาติขมเฝื่อนคอทำให้เธอแทบจะสำลักออกมาให้หมดเเต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะนางพยาบาลยืนจ้องเธอเขม่ง เธอจึงทำได้เพียงพยายามกลืนยานั้นลงคอให้หมดอย่างยากลำบาก หลังนางพยาบาลเดินออกไปพร้อมถ้วยยาเธอจึงค่อยๆลุกเเล้วแอบเดินตามไปอย่างช้าๆ จุดมุ่งหมายครั้งนี้ของเธอก็คือห้องพักของเหยียนเซิง เขาก็อยู่กับเธอในป่านั้นเช่นกันเเละดูเหมือนว่าอาการเขาจะเจ็บสาหัสกว่าตนเสียด้วย

"จะเป็นอะไรมากหรือเปล่านะ แอบออกไปดูซักเดี๋ยวเดียวคงไม่เป็นไรหลอกมั่ง" 

ซูจินเดินมาจนถึงหน้าห้องของเหยียนเซิงที่นางพยาบาลคนเดิมที่ถือถ้วยยาให้เธอเดินออกมาพร้อมสีหน้าหนักใจ ซูจินมองไปยังถาดที่มีถ้วยยาอยู่จึงพบว่าถ้วยยานั้นไม่ได้ถูกเเตะต้องสักนิดเดียว

"นี้เขาดื้อไม่ยอมดื่มยาอีกเเล้วหรือนี้ ชอบสรา้งปัญหาจริงๆเลย"

 หลังนางพยาบาลเดินจากไปซูจินจึงรีบเดินเข้าห้องเหยียนเซิงไป เมื่อเธอเข้าไปก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น ทั้งสภาพห้องที่มีของกระจัดกระจายเต็มไปหมดเเละสภาพของเหยียนเซิงที่ดูโทรมลงมากจนไม่น่าเชื่อว่าตนหลับไปแค่ 2 วัน สภาพเขาเหมือเธอไม่เจอเขามาหลายร้อยปีได้ ดวงตาที่หมองคล้ำ ผมที่กระเซอะกระเซฺง เสื้อผ้าที่เลาะเทาะไปหมด เเถมใบหน้าที่ห่อเหี่ยว ไร้ซึ้งความรู้สึกใดๆ

"เกิดอะไรขึ้นกัน ทำไม....ห้องถึงมีสภาพเเบบนี้ละ ตัวเจ้าก็ด้วยเกิดอะไรขึ้นอีกกัน" ซูจินเอ่ยถามเเต่ก็ไม่ได้รับการตอบใดๆเลย เธอจึงเดินเข้าไปจับมือเขากำไว้พร้อมสีหน้าเป็นห่วง

"เหตุใดเจ้าอยู่ในสภาพนี้ละ เจ้าเป้นอย่างไรบ้าง หลังเจ้า! เเผล! เเผลที่หลังเจ้ายังมีเลือดซึมอยู่เลย ทำไมไม่มีผู้ใดมารักษา หากปล่อยไว้มันจะยิ่งสาหัสนะ  ข้าจะต้องไปบอกพวกเขาให้มารักษาเจ้า เหตุใดกันนะจึงละทิ้งคนเจ็บแบบนี้ " ซูจินมองไปยังแผ่นหลังของเหยียนเซิงที่ยังคงมีรอยแผลเเละรอยเลือดจากที่โดนเสือรัตติกาลกระดจนใส่อยู่ อีกทั้งเมื่อพิจารณาดูเเล้วเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อยู่ก็คือชุดเดิมจากเมื่อ 2 วันที่เเล้ว  เธอจึงลุกขึ้นเพื่อจะไปต่อว่าหมอเเละพยายามที่ละเลยเหยียนเซิง ไม่ทำการรักษาเเผลของเขาเเต่ก็กลับถูกมือหนึ่งดึงเอาไว้เสียก่อน เธอค่อยๆหันหน้ามาอย่างฉงน 

"อย่าให้ข้าต้องเป็นปัญหาของเจ้าอีกเลย อย่ามายุ่งกับข้าอีก" เหยียนเซิงพูดขึ้นพร้อมกับค่อยๆปล่อยมือซูจินออกอย่างช้าๆ

"เหยียนเซิง เจ้า..เป็นอะไรไป เจ็บแผลมากเลยใช่ไหม รอข้าเดี๋ยวนะ" 

" ข้าบอกว่าอย่ามายุ่งกับข้าไง!!!!." อยู่เหยียนเซิงก็ตะโกนลั่นออกมาอย่างครุ้มครั้งจนทำให้ซูจินตกใจจนสะดุ้ง

"ยะ..เหยียน..เซิง" ซูจินพูดชื่อเขาด้วยเสียงสั่นเพราะความกลัวปนตกใจ เธอไม่เคยเห้นเขามีทีท่าเเบบนี้มาก่อนเลย

"ข้าบอกให้เจ้าไปไงไม่ได้ยินข้าหรือไง ไปซะซูจิน อย่ามายุ่งกับข้าอีก ไปเถอะ "  เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง

"ข้ารู้ว่าทุกอย่างมันอาจจะหนักไปสำหรับเจ้า เเต่เจ้าจะต้องดีขึ้น เจ้าอาจจะเครียดที่ข้าไม่ได้มาเยี่ยมเจ้าเเต่....."

"หยุดพูดเถอะ ข้าดีขึ้นเเล้ว เจ้าไม่จำเป็นต่อข้าอีกเเล้ว ข้าไม่ต้องการความสงสารหรือสมเพชใดๆ"

"เจ้า...ได้ยินข้าเเล้วหลอ?" ซูจินถามด้วยสีหน้าตกใจพร้อมกับเสียงที่สั่นเครือ

"ตอนนี้ข้าได้ยิน...เสียงเจ้าเเล้ว" 

"เเล้วเหตุใดเจ้าต้องพลักไสข้าละ ข้าไม่เคนคิดสมเพชเจ้าเลยนะ "

"ข้ารู้เเต่...ไปซะซูจิน"

"เหยียนเซิง เราผ่านเรื่องเป็นเรื่องตายด้วยกันมาตั้งมากมาย เรารอดจากป่านั้น ตอนนี้อาการเจ้าก็ดีขึ้นมาเเล้ว มีเเต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นเล้วเจ้าเป็นอะไรไป" 

" เราผ่านอะไรมาก็หลายเรื่องในเวลาสั้นๆ นั้นทำให้ข้ารู้ถึงสิ่งหนึ่งว่าข้านั้น...เป้นเพียงคนไร้ค่า ยามไร้ซึ่งพลัง ยามไร้ซึ้งบริวารรอบกาย ข้าไม่เเม้เเต่จะปกป้องเจ้าได้ ข้าไม่สามารถช่วยเจ้าหรือทำให้เจ้าปลอดภัยได้เลย" เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยอย่างกดเก็บอารมณ์ความเสียใจภายใน

"ไม่ เรื่องนั้นในป่ามันเกินสิ่งที่ข้าหรือเจ้าจะควบคุมได้ เเต่เจ้าก็ปกป้องข้าได้ถึงที่สุดเเล้วนี้" ซูจินพูดพร้อมเสียงที่สั่นเครือมากขึ้น

"หากไม่มีชายชุดดำผู้นั้นมาช่วยข้าไว้ ป่านนี้ข้าคงตายไปเเล้ว เจ้าไม่ลองคิดละว่าเเม้เเต่ตัวข้า ข้ายังไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เลย เเล้วข้าจะปกป้องเจ้าได้หรือ?"

"ข้าไม่ได้ต้องการให้ใครมาปกป้องดูเเล เราเป็นเพื่อนกันนี้...เราปกป้องซึ่งกันเเละกันได้ เพื่อนกันย่อมให้อภัยกับเรื่องเล็กๆน้อยๆได้ น้าเหมยโฮเคยบอกข้า." 

"มันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยๆ มันคือ ชีวิต!! ชีวิตของคนคนหนึ่ง อีกอย่างเจ้ากับข้า เราไม่ใช่เพื่อนกันเเละจะไม่มีวันเป็น "

"เหยียนเซิง" ซูจินพูดชื่อเขาออกมาอย่างแผ่วเบา 

"ไปซะ ออกไป!!!" เหยียนเซิงพูดด้วยน้ำเสียงเเข็งกล้าวก่อนจะตวัดมือไปกลางอากาศทำให้ร่างของซูจินหายจากหน้าเขาไปอยู่หน้าประตูห้องแทนเเม้ซูจินพยายามจะเปิดประตูเท่าไรก็ไม่สามารถเปิดออกได้เพราะเหยียนเซิงร่ายมนต์กันไว้ไม่ให้ผู้ใดเข้ามา 

ซูจินตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมากจนเธอเรียงลำดับเหตุการณ์แทบไม่ทัน เธอมองไปยังประตูห้องของเหยียนเซิงด้วยความรู้สึกเสียใจอย่างประหลาด ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ เเม้เธอรับรู้ได้ว่าเหตุใดเขาจึงต้องทำอย่างนี้ เขารู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องเธอได้เเต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าการที่เขาไล่เธอไปจะช่วยทำให้อะไรดีขึ้นหรือไม่ ในเมื่อทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว 

"จินเออร์" เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังของเธอ  ซูจินหันไปก็พบว่าคนที่เรียกชื่อเธอก็คือผิงไห่นั้นเอง

"เหตุใดเจ้าจึงมายืนอยู่ที่นี้ละ เกิดสิ่งใดขึ้นหรือไม่?' ผิงไห่ถามขึ้นอย่างสงสัย

"ไม่มีสิ่งใดหลอกพี่ผิง พอดีข้า...มาเยี่ยมเหยียนเซิงนะ?" เธอพยายามปรับเสียงให้ดูปกติที่สุด

"เหยียนเซิง? ชายผู้นี้มีนามว่าเหยียนเซิงสินะ เเล้วเจ้าดีขึ้นเเล้วหรือจึงมาอยู่ที่นี้ได้?"

"ข้ารู้สึกดีขึ้นมากเเล้ว " ซูจินพยายามเเค่นยิ้มที่ดูสดใสให้ผิงไห่เเต่นั้นกลับเป็นยิ้มที่น่าสงสารที่สุดในสายตาของผิงไห่ที่เขาเคยเห็นมาเสียอีก เขาไม่รู้ว่าเหตุใดเธอจึงดูเศร้าใจขนาดนี้เเต่เขาก็ไม่คิดจะถามสิ่งใด เพราะหากถามซูจินก็คงไม่ตอบอยู่ดี

"ข้าว่าเจ้ากลับห้องได้เเล้ว ร่างกายเจ้าก็ใช่ว่าจะหายดี เจ้าต้องให้ท่านหมอตรวจดูเสียหน่อย ไปเถอะเดี๋ยวข้าพาไป"

ผิงไห่พูดเเล้วจึงเดินเข้ามาโอบร่างของซูจินพาเธอเดินกลับห้อง ทั้งคู่เดินกันมาถึงห้องพักของซูจิน ผิงไห่พาซูจินไปนั่งที่เตียงส่วนเขาก็เดินไปนำเก้าอี้มานั่งข้างๆเธอ

"ท่านจะจ้องข้าทำไมพี่ผิง" ซูจินถามขึ้นด้วยความเขิลอาย

"ข้ามีเรื่องที่จะต้องพูดกับเจ้า"

" ท่านมีเรื่องอะไรหลอพี่ผิง แลดูท่านเครียดๆ" ซูจินถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

"เครียดสิ ก็เรื่องที่เจ้าหนีไปที่ป่านั้นเเละบาดเจ็บกลับมา เจ้ารู้ไหมในป่านั้นมีสัตว์อสูรมากมาย วิญญาณสัตว์นรกอีก ใหนจะวิญญาณต่างๆที่ชั่วร้ายที่หลบหนีการคุมขัง มันแสนจะอันตราย เหตุใดเจ้าชอบก่อปัญหาอยู่เลื่อยห่ะ จินเออร์ รู้ไหมว่าทุกคนต่างเป็นห่วงเจ้า ทำสิ่งใดไม่เเม้เเต่จะคิดเลย หากเจ้าอยากไปที่ลำธารเจ้าบอกข้าก็ได้ หากราชินีบุปผารู้ว่าข้าดูเเลเจ้าไม่ดี ข้าอาจโดนตำหนิได้"  ผิงไห่พูดด้วยนำเสียงจริงจัง

"ที่เเท้ก็ห่วงตัวเอง!" ซูจินพูดขึ้นมาอย่างแผวเบาอย่างไม่ให้ผิงไห่ได้ยินเเต่ผิงไห่ก็ได้ยิน เขาจึงมองหน้าซูจิตาเขม่งกว่าเก่าจนซูจินรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจจากสายตาของผิงไห่ 

"ข้าขอโทษ...ครั้งหน้าข้าจะไม่ทำให้ท่านเป็นห่วงอีกเเล้วนะ ให้อภัยข้าเถอะ ข้าเป็นเพียงภูติบุปผาที่ไม่รู้ประสีประสาเลยจริงๆ ขอร้องพี่ผิงยกโทษให้แก่ข้าเถอะนะ " ซูจินพูดพร้อมกับลุกขึ้นไปนั่งคุกเข่าอ้อนวอนให้ผิงไห่ยกโทษให้ 

"หากท่านอภัยให้ข้าครั้งนี้ รับร้องจะไม่มีครั้งหน้าเเน่นอน" ซูจินจับมือผิงไห่ขึ้นมากุมไว้ใต้คางก่อนจะทำหน้าทำตาออดอ้อนอย่างเด็ก ผิงไห่มองซูจินจากความโกรธตอนแรกสลายกลับกลายเป็นความเอ็นดู เขาเอื้อมมืออีกข้างไปลูบผมซูจินเบาๆอย่างถนุถนอม

"ต่อไปนี้ หากเจ้าจะทำสิ่งใดต้องบอกพี่เป็นคนเเรกเข้าใจไหม" ผิงไห่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเเตกต่างจากตอนแรก

"เข้าใจ ตกลงพี่ผิงหายโกรธข้าเเล้วใช่ไหม" ไม่มีการตอบใด ผิงไห่เพียงเเต่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนเผยให้เห็นลักยิ้มของเขาตรงมุมปาก เเววตาของเขาเเลอ่อนโยนทุกครั้งเมื่อมองไปยังซูจิน เขานั้นก็ไม่สามารถเข้าใจตัวเองได้เลย

"หากเจ้าเข้าใจเเล้ว เจ้าก็พักเถอะ พี่มีอีกหลายอย่างต้องทำ"

"พี่ผิงเเละเรื่องที่ข้าขอให้ท่านช่วยละ ได้ความเเล้วหรือไม่?" ซูจินถามขึ้น

" ยังไม่มีสิ่งใดตอบมาจากแดนบุปผาเเต่พี่คิดว่า คนของพี่คงไปถึงเเดนบุปผาเเล้ว เจ้าอย่างกังวลเลย พักผ่อนให้สบายเถอะ"

ผิงไห่พูดเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินออกไปส่วนซูจินเธอเดินมานั่งที่ริมหน้าต่างมองไปยังรอบๆโรงหมอที่ต่างมีคนเข้า คนเข้าคนออกมากมาย เธอมองไปยังที่ต่างๆ เท่าที่สายตาเธอจะมองเห็น ซูจินพยายามมองหาดอกไม้สักดอกเเต่ก็ไม่พบ ที่ภพทัณนรกนี้ไม่มีบุปผาเลยสักดอกเดียว มีเเต่เพียงต้นไม้ทึบไปหมด มีเพียงพีชผลเท่านั้น ไร้ซึ้งสีสันสวยงาม เป็นที่ที่น่าสงสารที่สุดใน 3 ภพไร้ซึ้งความสดใสใดๆ เธอมองไปยังท้องฟ้ากว้างด้วยเเววตาเศร้าสร้อย เธอไม่สามารถคำพูดเเละการกระทำของเหยียนเซิงให้ออกไปจากหัวเธอได้เลย มันยังติดอยู่ในใจ ซูจินสงสัยตัวเองว่าเหตุใดเธอจึงให้ความสำคัญกับเขาถึงเพียงนี้ เขาเเละเธอก็เพียงรู้จักกันได้เพียงเวลาสั้นๆเเต่นั้นก้ทำให้เธอรู้สึกผูกผันกับเขาอย่างแปลกประหลาด 

"ซูจิน เจ้าเป็นอะไรของเจ้ากันเเน่ เหตุใดจึง....." หรือสาเหตุทุกอย่างมันอยู่ที่หัวใจของเธอกันเเน่ ซูจินคิดอยู่นานจนทุกๆอย่างเริ่มมืดลงช้าๆ เธอจึงเลือกที่จะเลิกคิดเกี่ยวกับเหยียนเซิงเเละข่มตานอนให้ได้

.


.TbC

อนุญาตพักเรื่องนี้ไว้สักพักนะครับ รอปีใหม่ค่อยมาต่อกันอีกที ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น