deeppublishing

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 4 [50%]

ชื่อตอน : ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 4 [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2561 13:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 4 [50%]
แบบอักษร

**​ **

ขึ้นเตียงครั้งที่ 4

กงจื่อเปยชุย : เขียน,  เฟินเถา : แปล

**ต้นฉบับนี้ยังไม่ผ่านการพิสูจน์อักษร จึงอาจมีคำผิดปรากฏอยู่บ้าง**





“ลุง ขอโทษด้วย เมื่อกี้ประชุมอยู่ ไม่ได้พกมือถือ”

เสียงอบอุ่นน่าฟังของวังไห่ดังลอดออกมาจากหูโทรศัพท์ แฝงความดึงดูดเล็กน้อย

“อ้อ” หม่าเจารับคำอย่างกลบเกลื่อนไปคำหนึ่ง

“ทำไมถึงไม่ยอมรับสายเร็วหน่อย” วังไห่ไม่ถือสาท่าทีของหม่าเจาสักนิด

“เมื่อกี้อาบน้ำอยู่ ไม่ได้ยินเสียงมือถือ” น้ำเสียงอ่อนโยนของวังไห่ทำให้หม่าเจาไม่อาจปั้นปึ่งเย็นชาต่อไปได้อีก รู้สึกเหมือนตนเองเป็นเด็กขี้งอน เขาต้องแสดงท่าทีเป็นผู้ใหญ่ใจกว้างและน่าเคารพยำเกรง

“อาบน้ำนี่เอง!” วังไห่เอ่ยซ้ำเสียงเบา

“นายว่าอะไรนะ” หม่าเจาได้ยินเพียงเสียงแทรก ไม่ได้ยินที่วังไห่พูดสักคำ

“ไม่มีอะไร ทำไมคุณถึงโทร.หาผม” น้ำเสียงขณะเปล่งวาจาของวังไห่แฝงด้วยรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มต่างจากเสียงของต้วนเจ๋อ  ฟังแล้วเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่ง

“สองทุ่มครึ่งคืนนี้ คลับ DZ ฉันจะทำให้นายกลับมาผงาดสมชายอีกครั้ง”

“จริงเหรอครับ”

“แน่นอน” หม่าเจาตบอกให้สัญญา

“ดี ผมจะไปถึงตรงเวลา”

ความตื่นเต้นตื้นตันของวังไห่ทำเอาหม่าเจากระหยิ่มยิ้มย่อง ในความกระหยิ่มยิ้มย่องแฝงด้วยความอึดอัดคับข้องใจ วางสายแล้วก็ฮัมเป็นทำนองเพี้ยนพร้อมถือกางเกงในเดินเข้าห้องน้ำ

นัดกับทุกคนไว้ตอนสองทุ่มครึ่ง แต่หม่าเจาแบกภาระหนักไว้บนบ่า ดังนั้นจึงมาถึงคลับก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง นั่งไขว่ห้างลิ้มรสของสะสมล้ำค่าของต้วนเจ๋อและเลือกสาวงามให้วังไห่ไปด้วย

คนนี้ยั่วยวนไป ผ่าน

คนนี้อยู่บนเตียงแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ ไม่มีอารมณ์ ผ่าน

คนนี้หน้าตาไม่ถึงเกณฑ์ ผ่าน

คนนี้รูปร่างไม่ดี ผ่าน

คนนี้ก้นงอน แต่อกไม่อวบอิ่ม ผ่าน

อืม คนนี้ไม่เลว ผมยาวสลวย หน้ารูปไข่ คิ้วเรียวยาว ปากเป็นกระจับ กระโปรงสีฟ้ายาวถึงบั้นท้ายขับรูปร่างให้โดดเด่น

เดี๋ยวก่อน ที่อยู่ข้างๆ ก็เหมือนว่าโอเค ผูกผมหางม้าดูสดใส แต่งหน้าอ่อนๆ สวมชุดกะลาสีเรือตัวสั้นยาวจากต้นขาลงมาเพียงสองนิ้ว ประกอบกับดวงตากลมโต ให้ความรู้สึกเหมือนสาวนักศึกษาที่ยังบริสุทธิ์

ผ่านการคัดกรองรอบหนึ่ง สุดท้ายหม่าเจาเลือกสาวสวยไว้สามคน ที่หนึ่งคือเสี่ยวอีผู้มีชื่อเรื่องความเซ็กซี่ ที่สองคือเสี่ยวฉินผู้โด่งดังเรื่องรักใสซื่อบริสุทธิ์ ที่สามคือเสี่ยวอวิ้นผู้ใช้ความเป็นผู้ใหญ่ตีฝ่าวงล้อม

“คืนนี้พวกเธอพยายามกันให้สุดฝีมือ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน จะทำยังไงก็แล้วแต่ ให้เขาสบายตัวแล้วจะจ่ายทิปให้ไม่อั้นแน่” หม่าเจากำชับ

“ไม่มีผู้ชายคนไหนต้านทานความเย้ายวนของพวกเราอยู่หรอกค่ะ” สามสาวต่างแอ่นอกที่ตนภาคภูมิใจขึ้น

ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น

“ผู้จัดการหม่า เพื่อนคุณคนนั้นจะมาเมื่อไหร่คะ” เสี่ยวอีนั่งชิดข้างตัวหม่าเจา ใช้หน้าอกนุ่มนิ่มเบียดต้นแขนหม่าเจา “ก่อนเขามา ขอดื่มเป็นเพื่อนคุณก่อนดีไหมคะ”

เสี่ยวอวิ้นและเสี่ยวฉินเห็นดังนั้นก็เข้ามารุมล้อมหม่าเจา เสี่ยวอวิ้นซึ่งสวมชุดแหวกลึกถึงอกค้อมตัวลงรินเหล้าให้หม่าเจา “ผู้จัดการหม่า เสี่ยวอวิ้นขอดื่มคารวะสักแก้ว”

หม่าเจาได้แต่ดื่มลงคอ เสี่ยวฉินไม่เห็นด้วย เธอเป็นอันดับสองชัดๆ ทำไมถึงถูกที่สามแย่งความโดดเด่นไปเล่า จึงบิดส่ายสะโพกเดินมาหยุดตรงหน้าแล้วนั่งลงบนตักหม่าเจา โอบรอบคอเขาไว้ ริมฝีปากทาลิปสติกสีส้มจุมพิตเบาๆ ที่ข้างหูหม่าเจา “ผู้จัดการหม่า คุณบอกไม่ใช่เหรอว่าชอบฉันมากที่สุด”

“เหลวไหล ผู้จัดการหม่าชอบฉันมากที่สุดต่างหาก”

“เธอนั่นแหละเหลวไหล คราวก่อนผู้จัดการหม่ายังมอบสร้อยคอให้ฉันเลย”

“ผู้จัดการหม่า...”

“ผู้จัดการหม่า...”

สามสาวถกเถียงกันเจี๊ยวจ๊าวข้างหูหม่าเจา ทั้งยังเลิกกระโปรงที่สวมอยู่ขึ้นสูง ปลดเสื้อลงต่ำมาเรื่อยๆ เผยให้เห็นช่วงสะโพกกลมกลึงในกางเกงในแบบจีสตริงและหน้าอกหน้าใจขาวสล้าง ส่ายไหวไปมาจนหม่าเจาตาลาย

“ทั้งสามคนฉันชอบทั้งนั้น นั่งดีๆ รอฉันโทรศัพท์ก่อน”

อยู่ในสถานบันเทิงมานานหลายปีย่อมไม่ใช่เล่นๆ การสังเกตสีหน้าลูกค้าเป็นความสามารถขั้นพื้นฐาน เห็นสีหน้าหม่าเจาไม่ใคร่ดี ทั้งสามจึงรีบปล่อยมือ

นัดดิบดีว่าเจอกันตอนสองทุ่มครึ่ง แต่ต้วนเจ๋อและเมิ่งฉินเหยียนต่างไม่ปรากฏตัวตรงเวลา หม่าเจาโมโหจนดื่มของสะสมของต้วนเจ๋อหมดไปครึ่งขวด จากนั้นควักโทรศัพท์มือถือออกมาโทร.หาเมิ่งฉินเหยียน ปลายสายเป็นเสียงเย็นชาของสตรีแว่วมา

“ขออภัยค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ขณะนี้”

ถึงกับปิดเครื่องเลียนแบบฉัน ไม่เห็นแก่มิตรภาพเอาเสียเลย!

หม่าเจากัดฟันกรอด นึกด่ากราดในใจ แล้วโทร.หาต้วนเจ๋อ เขาไม่เชื่อหรอกว่าต้วนเจ๋อจะปิดเครื่อง ต้วนเจ๋อขึ้นชื่อว่าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่เคยปิดเครื่อง ไม่ผิดจากที่คาด สัญญาณดังไม่กี่ครั้งก็มีคนรับสาย ทางนั้นออกจะหนวกหู มีเสียงแทรกไม่น้อยเลย

“ต้วนเจ๋อ นายทำอะไรอยู่”

“อยู่บนถนน เกิดอุบัติเหตุ รอฉันจัดการเสร็จค่อยไป”

“แม่ง!”

เสียงดังเอี๊ยด ประตูถูกผลักเปิด วังไห่ซึ่งสวมเชิ้ตขาว กางเกงขายาวสีดำเดินเข้ามา พอเห็นหม่าเจาที่หน้าตาบึ้งตึงก็ยิ้มร่า

“ลุง พูดคำหยาบอีกแล้ว”

“แม่ง! นายมาสายแล้ว” หม่าเจาชี้เวลาสองทุ่มสามสิบสองนาทีบนนาฬิกาข้อมือให้วังไห่ดู

“ขอโทษด้วย รถติดมาก” วังไห่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาคู่งามโค้งเล็กน้อย ลูกนัยน์ตาสีดำส่องประกายระยิบระยับ

เกลียดที่สุดก็คือดวงตาของหมอนี่ หม่าเจาแอบด่าคำหนึ่งแล้วเก็บสายตากลับมา “เสี่ยวอี เสี่ยวฉิน เสี่ยวอวิ้น นี่คือประธานวัง”

“ประธานวัง ได้ยินชื่อเสียงโด่งดังมานาน!”

สามสาวต่างห้อมล้อมข้างตัววังไห่ เสื้อผ้า รองเท้า และนาฬิกาข้อมือบนตัววังไห่ราคาไม่ธรรมดาเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเพื่อนกับหม่าเจา ไม่ร่ำรวยก็เป็นพวกผู้ลากมากดี ปรนนิบัติเอาใจอย่างดีให้วังไห่มีความสุข ค่าทิปย่อมได้ไม่น้อย เหินทะยานถึงยอดกิ่งกลายเป็นหงส์ก็ไม่แปลก ทั้งสามสาวต่างคิดตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“ประธานวัง องุ่นนี้หวานมาก ฉันป้อนนะคะ”

วังไห่มองหม่าเจาที่นั่งดื่มเหล้าเพียงลำพังอีกฟาก อ้าปากงับองุ่นลูกนั้น เคี้ยวสองครั้งก่อนยิ้มแล้วพูดว่า “หวาน หวานมาก”

“แหม...คุณว่าองุ่นหวานหรือคนหวานล่ะคะ” เสี่ยวอีบิดส่ายร่างอย่างออดอ้อน เมื่อครู่เสื้อเกาะอกที่ดึงลงขณะเย้ายวนหม่าเจายังไม่ทันได้ดึงขึ้น  ไม่ได้สวมชุดชั้นใน แปะเพียงสติ๊กเกอร์บังส่วนยอดอก ประกอบกับค้อมตัวลงอย่างจงใจ อย่าว่าแต่วังไห่ กระทั่งหม่าเจาที่นั่งห่างออกไปสิบหมื่นแปดพันเมตรยังเห็นหน้าอกอวบอิ่มได้ถนัดถนี่

“องุ่นของฉันของน่ากิน ทั้งใหญ่ทั้งฉ่ำ” เสี่ยวอวิ้นที่แสนอวบอัดพูดพลางแสร้งทำสายชุดชั้นในที่พาดบนบ่าร่วงหลุด

เสี่ยวฉินที่อกโตไม่พอเห็นความสนใจของวังไห่อยู่ที่ตัวเสี่ยวอวิ้นและเสี่ยวฉี ไม่ยอมแพ้ บิดส่ายย้ายสะโพกอวบอัดงอนงามเดินข้ามมา “ประธานวัง ฉันเพิ่งเรียนเต้นรำมา จะเต้นให้คุณดู คุณช่วยวิจารณ์หน่อยนะคะ”

“ได้สิ!”

วังไห่เอนหลังพิงโซฟา เพลิดเพลินกับองุ่นที่เสี่ยวอีป้อน ดื่มไวน์แดงที่เสี่ยวอวิ้นป้อน อีกทั้งท่าเต้นอันเย้ายวนของเสี่ยวฉิน โอบซ้ายโอบขวาสำราญเสียยิ่งกว่าจักรพรรดิ

เห็นวังไห่ยิ้มระรื่นให้บรรดาสาวๆ หม่าเจารู้สึกแน่นอก

แม่ง! ไหนว่าไม่สนผู้หญิงอย่างไรเล่า

“ลุง ว่าไง เต้นไม่น่าดูเหรอ” วังไห่มองหม่าเจาที่ทำหน้าอูมอยู่ตลอดเวลา

“น่าดู แน่นอนว่าน่าดู” หม่าเจาฉีกยิ้ม “ว่าไง ชอบสาวสวยที่ฉันเลือกให้ไหม”

“ไม่เสียแรงเป็นลุง สายตาแหลมคม” วังไห่ตอบด้วยท่าทีคลุมเครือ

หม่าเจาแยกแยะไม่ออกว่าคำพูดของวังไห่มาจากใจจริงหรือเสแสร้ง แต่เขาจะถือเสียว่ามาจากใจจริงทั้งหมดก็แล้วกัน

แต่เมื่อเห็นเสี่ยวฉินเลิกกระโปรงสั้นขึ้นจนเห็นกางเกงในจีสตริงและสายตาของวังไห่ที่เอาแต่จดจ้องความงามยั่วยวนนั้น ระดับความอึดอัดในอกของหม่าเจายิ่งลึกล้ำมากขึ้น  ต่อหน้าสิ่งสวยงามยั่วกำหนัด เขาถึงกับไม่มีความปรารถนาเลยสักนิด อาจเป็นเพราะนั่งเครื่องบินมาทั้งคืนจึงเหน็ดเหนื่อยเกินไป หม่าเจาปลอบตนเองไปทั้งอย่างนี้

หม่าเจาหยิบคีย์การ์ดใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกงยื่นส่งให้วังไห่

“อย่าว่าลุงไม่ดีต่อนายเลยนะ เปิดห้องให้นายไว้แล้ว คืนนี้สามสาวสวยจะอยู่เป็นเพื่อนนาย”

“ขอบคุณครับลุง ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”

พูดจบ วังไห่ก็พาสามสาวเสื้อผ้าหลุดลุ่ยออกจากห้องเหมา

หม่าเจาจ้องประตูที่สะวิงอยู่นานกว่าจะปิดลงบานนั้น อารมณ์บางอย่างจุกที่ลำคอ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกอย่างไร ได้แต่กรอกเหล้าเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่า ราวกับจะกลืนบางอย่างที่จุกตรงลำคอลงท้องไป น่าเสียดายที่ดื่มเหล้าสะสมของต้วนเจ๋อจนเกลี้ยงแล้ว ก็ไม่ได้สบายอารมณ์ขึ้นเลย

เอนพิงพนักโซฟา แหงนมองโคมระย้าแชนเดอเลียร์บนเพดาน ความคิดจิตใจของหม่าเจาค่อยๆ ลอยล่องไปแดนไกล

บนเตียงสีขาวอันหรูหรา สามสาวสวยในชุดชั้นในอันเซ็กซี่และวังไห่ที่เปลือยเปล่าทั้งตัวนอนอยู่บนเตียงนั้น วังไห่กึ่งพิงที่หัวเตียง สาวนางหนึ่งคุกเข่าคร่อมบนหว่างขาของเขา ดูดอมแท่งเนื้อของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย อีกคนโอบไหล่ประกบจูบกับเขา ส่วนอีกคนใช้หน้าอกหน้าใจของตนเองอัดนวดท่อนแขนให้ ดูดเลียยอดอกของเขา วังไห่สำราญกับการปลุกอารมณ์ของสามสาวสวยเต็มที่ ทั้งจูบตอบแล้วบีบเคล้นหน้าอกกลมกลึงจนบี้แบน

เทคนิคการใช้ปากของหนึ่งในสาวสวยดีมาก อ้าอมอยู่เกือบสิบนาทีวังไห่ก็ทนไม่ไหว ผลักสาวอีกคนล้มหงาย กระชากจีสตริงที่แปะอยู่บนบั้นท้ายออก จ่อน้องชายเข้ากับช่องหลืบเปียกชื้น...

“แม่ง!”

หม่าเจากำแก้วเหล้าไว้แน่น นึกภาพวังไห่แสดงสีหน้าถึงอกถึงใจต่อหน้าคนอื่น เขาก็ยากจะรับไหว เกิดความคิดวู่วามอยากทะยานขึ้นไปลากตัววังไห่ นี่มันอย่างไรกัน

หม่าเจาล้วงกระเป๋ากางเกง ไม่พบซองบุหรี่ก็ยิ่งหงุดหงิด โทร.ไปสั่งให้คนนำบุหรี่มาให้หนึ่งซอง อาจเป็นเพราะน้ำเสียงเขาย่ำแย่ ผู้จัดการร้านคิดว่าเขาไม่พอใจที่ตรงไหน ถึงกับมาส่งบุหรี่ด้วยตนเอง

เอ่ยเรื่อยเปื่อยสองประโยคให้ผู้จัดการร้านออกไป หม่าเจาหยิบบุหรี่ออกมาหนึ่งมวน จุดไฟ ออกแรงดูดเข้าปอดหนึ่งคำ นิโคตินผ่านลำคอเข้าสู่ปอดค่อยๆ ซ่านกำจาย กลิ่นยาสูบอวลเต็มปากจมูก ความกลัดกลุ้มอึดอัดในใจค่อยๆ บรรเทาไปพร้อมควันบุหรี่ที่พ่นออกมา

หม่าเจาไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ แต่ในขณะที่อารมณ์ไม่ดี เขากลับชอบสูบสักมวน รับรู้ถึงการกระตุ้นสมองของสารนิโคติน ทำให้เขาผ่อนคลายได้อย่างรวดเร็ว

เสียงประตูเปิดดังเอี๊ยด สามสาวที่แต่เดิมควรอยู่เป็นเพื่อนพลิกเมฆคว่ำฝนกับวังไห่ที่ห้องชั้นบนต่างยืนเรียงหน้าสลอนตรงประตู สีหน้าออกจะไม่น่าดู

“เร็วขนาดนี้เชียว?”

หม่าเจาออกจะตกใจ เพิ่งจะครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

“คือว่า...”

ทั้งสามคนอยากเอ่ยแต่ก็ชะงักไป เหมือนอยากบอกบางอย่าง

“พวกเธอปรนนิบัติไม่ดีรึเปล่า เขาขอเปลี่ยนคนรึ” ตอนที่วังไห่ร่วมรักกับเขา อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงทุกครั้ง นานสุดถึงหนึ่งชั่วโมง คืนหนึ่งอย่างต่ำสามครั้ง ตอนนี้คงไม่หลั่งเร็วกระมัง

“ประธานวังคนนั้นเหมือนจะมีปัญหา” เสี่ยวอวิ้นลองบอกอย่างอ้อมค้อม ลูกค้าในห้องวีไอพีล้วนมีฐานะมากเงินตรา พูดผิดหูไปคำเดียวอาจต้องเก็บกระเป๋าไสหัว บุคคลเหล่านี้สำหรับพวกเธอแล้วเป็นนายทุน เป็นฮ่องเต้ ล่วงเกินไม่ได้เด็ดขาด

ใจหม่าเจาหล่นดังตุบ บี้ก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ ขยี้แรงๆ สองครั้ง ก่อนเงยหน้ามองสามสาวที่เสื้อผ้ายังไม่ได้สวมให้เรียบร้อย “สักครั้งก็ไม่หลั่งเลยเหรอ”

เสี่ยวฉินสะกิดเสี่ยวอี  เสี่ยวอีขึ้นนำหน้าไปหนึ่งก้าว เธอส่ายหน้าก่อนตอบ

“พวกเราผลัดกันอมให้เขาถึงครึ่งชั่วโมง แต่ไม่แข็งเลย”

“ไม่เลยสักนิดเหรอ”

“ไม่เลย”

“คืนนี้ลำบากพวกเธอแล้ว” หม่าเจาหยิบธนบัตรใหม่ปึกหนึ่งออกจากกระเป๋าสตางค์วางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา เอียงตัวเล็กน้อย ยิ้มพลางเอ่ยว่า “เรื่องที่เกิดคืนนี้ห้ามพูดออกไป หากให้ฉันได้ยินข่าวลือข่าวซุบซิบข้างนอก ผลลัพธ์ พวกเธอน่าจะกระจ่างดี”

“พวกเราไม่พูดออกไปหรอกค่ะ คุณวางใจได้” ทั้งสามรีบรับประกัน

“ประธานวังล่ะ”

“ยังอยู่ในห้อง”

“เมื่อครู่พวกเธอทำอะไรบ้าง”

“คุณอยากฟังเหรอ”

“อืม ว่ามา รายละเอียดทุกอย่างอย่าให้ตกหล่น”

เสี่ยวอีฝีปากดี ดังนั้นทุกนางจึงให้เธอเป็นตัวแทน เสี่ยวอีกัดริมฝีปาก เล่าด้วยใบหน้าแดงซ่าน

“เมื่อครู่พอเข้าห้อง พวกเราก็เปลื้องผ้าด้วยลีลาเย้ายวน ฉันคุกเข่ากับพื้น ถอดกางเกงของประธานวังด้วยปาก จากนั้นก็อมของเขา เสี่ยวอวิ้นใช้หน้าอกนวดหลังให้เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เสี่ยวฉินดูดกระตุ้นหัวนมประธานวัง ฝีมือปลุกอารมณ์ของพวกเราสามคนไม่ด้อย คุณเองก็รู้ แต่ประธานวังไม่ตอบสนองเลย ตอนให้เงินแล้วบอกให้พวกเราออกจากห้อง เหมือนว่าอารมณ์หมองเศร้ามาก”

“เท่านี้เองเหรอ”

“ค่ะ รายละเอียดสักนิดก็ไม่ตกหล่น เล่าออกมาหมดแล้ว”

“ฉันรู้แล้ว ออกไปเถอะ”

ตอนอยู่กับเขา วังไห่ที่เพียงแค่ลูบคลำ จูบสักครั้ง หรือแม้กระทั่งคำพูดไม่กี่ประโยคก็แข็งเหยียด แต่ไม่ตอบสนองสักนิดต่อการกระตุ้นปลุกเร้าของสามสาวสวยอย่างนั้นหรือ หม่าเจาออกจะไม่เชื่อ อย่างไรเสียวังไห่ไม่ใช่พวกรักร่วมเพศมาแต่กำเนิด แต่ก่อนก็เคยมีแฟน

-------------------------------------



HASHTAG TWITTER

#วังไห่หม่าเจา #ท่านประธานชวนขึ้นเตียง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น