โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 04-6 Mounting

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 731

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2561 16:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
04-6 Mounting
แบบอักษร

​ทุกๆ อารยธรรม ไม่ว่าจะตามมารยาทหรือแบบแผน สามัญสำนึกหรือกระบวนการ สิ่งเหล่านั้นหลงเหลือสัญชาตญาณอันเศร้าสร้อยซึ่งเหมือนถูกทำให้โดดเดี่ยวเอาไว้ ทำให้ยองจีร้องไห้ เป็นแบบนี้ได้ยังไง จะต้องทำยังไง ไม่รู้อะไรสักอย่าง รู้สึกว่าร่างกายที่เหมือนหลุดออกจากที่นี่แล้วเกี่ยวกระหวัดกันนั้น เหมือนกับสัตว์เดรัจฉานไม่มีสมองแต่มีเพียงสัญชาตญาณ

และอะไรแบบนั้นเป็นลักษณะที่สมกับเป็นอัลฟ่ามากที่สุด


“ฮ้า...ฮึ อึก...อือ...อ๊ะ!”


ร่างกายค่อยๆ คุ้นเคยกับความเสียวกระสันขึ้นทีละนิด ครั้งแรกย่อมยากแต่ครั้งที่สองก็ไม่ยากแล้ว ทุกครั้งที่แก่นกายใหญ่สอดแทรกทะลวงเข้ามา ยองจีก็รู้สึกดีจนร้องไห้ รู้สึกดีแล้วกลัวไปพร้อมๆ กัน เหมือนจะกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ กำลังร่วงลงไปยังเบื้องล่างอันมืดมิดไปตลอดกาล แม้เขาจะร้องไห้อยู่แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงร้องออกมา เขารู้ความจริง

เพียงแค่ไม่สามารถยอมรับได้เท่านั้น

แขนของฮันจูโอบลงมากอดรัดยองจีไว้ราวกับรู้ว่าเขากำลังเป็นแบบนั้น แขนโอบกอดลงมาท่ามกลางความหวาดกลัวทั้งหมดแล้วกลายเป็นที่พึ่งพิงสำคัญของเขา ยองจีลังเลแต่สุดท้ายก็สวมกอดฮันจูโดยใช้แก่นกายซึ่งดันเข้ามาจนสุดด้านในเป็นข้ออ้าง


“รู้อะไรไหม ฟู่...ฉันนะ...แฮ่ก”


เสียงพูดออกมาอย่างเอาแต่ใจปะปนไปกับเสียงหายใจติดขัด ยองจีฝังฟันลงไปบนไหล่ของฮันจูแล้วกัด เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้นจะรู้สึกเหมือนทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

ร่างกายของทั้งคู่ขยับตามจังหวะเดียวกัน รู้สึกดีจนท่วมท้นและนุ่มนวล พูดไม่ออกและน่าขำ แต่ไม่อยากปล่อย แขนของยองจีกระชับให้แน่น


“…ถ้านาย...แฮ่ก...ถูกทำลาย...”


ตอนนี้จะเป็นยังไงก็ได้ ด้านล่างสั่นไหวและอ่อนยวบลงมา ช่องทางลื่นไหลอ่อนตัวเพราะน้ำกามของเขา ร่างกายของฮันจูทะลวงเข้ามาด้านในอย่างรุนแรงหลายต่อหลายครั้งและกำลังโอบกอดยองจีไว้แน่น

ยองจีฟังเสียงอันอ่อนโยนของฮันจูที่รู้สึกเหมือนอยู่ไกลแสนไกล แล้วยิ่งซุกเข้าไปในต้นคอของอีกฝ่าย เพราะตรงนั้นมีกลิ่นหอมฟุ้งออกมาชัดเจนที่สุด


“…ก็จะดี”


กลิ่นที่แม้จะน่ากลัวแต่ก็หอมหวาน

แขนของฮันจูโอบกอดเขาที่ล้มลงเอาไว้


* * *


ถ้าเป็นเซ็กซ์แบบนี้ล่ะก็ ดูเหมือนว่าจะทำซ้ำสองรอบไม่ได้

เขาไม่ได้อยากส่งเสียงที่ดูอ่อนแอออกมา แต่ถึงอย่างนั้นก็คิดว่าจะไม่ทำอีกครั้ง ยองจีให้คำมั่นสัญญาในใจตัวเองหลายครั้ง

หลังจากที่เซ็กซ์ตรงหน้าประตูห้องจบลงด้วยความโล่งใจที่ไม่ได้เป็นลมไปเสียก่อน ฮันจูก็ดึงตัวของยองจีซึ่งนอนหมดแรงอยู่ให้ลุกขึ้น พาไปที่เตียง... แต่พอได้ยินน้ำเสียงอ้อนวอนราวกับคำสั่งที่พึมพัมออกมา ฮันจูก็ยกร่างของยองจีขึ้นมาพาดไหล่ทันที

ยองจีไม่ได้เต็มใจให้อีกฝ่ายยกร่างของเขาขึ้นราวกับแบกกระสอบ แต่เพราะเขาไม่ได้คิดแม้แต่จะลุกขึ้นมาแล้วเดินด้วยขาของตัวเอง ยองจีจึงปล่อยให้ตัวอ่อนยวบราวกับผ้าเปียกแล้วให้ฮันจูยกร่างของตนเองไป เป็นพละกำลังที่มากมายมหาศาลจริงๆ ว่าแล้วก็ไม่ลืมที่จะชื่นชมอีกครั้ง

ฮันจูพายองจีไปยังห้องนอนแต่ไม่ได้ปล่อยให้เขาพักอย่างสงบ ยองจีถูกโยนลงไปบนฟูก เขาตะเกียกตะกายอยู่พักหนึ่ง จนฮันจูขึ้นคร่อมบนร่างของเขาอีกครั้ง ส่วนอ่อนไหวนั้นยังคงขยายใหญ่และตั้งตรงอยู่ แม้จะมองไม่เห็นเพราะทั้งห้องตกอยู่ในความมืดแต่เขามั่นใจว่าฮันจูกำลังมีอารมณ์ และไม่ว่าต่อจากนี้จะปลดปล่อยไปอีกกี่ครั้ง ส่วนนั้นก็จะยังคงตื่นตัว

เพราะช่วงผสมพันธุ์ก็เป็นแบบนี้แหละ

สิ่งที่น่าโล่งใจมากๆ ก็คือยองจีไม่มีอัตราความเป็นไปได้ในการเป็นไบน์ดิ้ง (Binding) เพราะเขาไม่ใช่โอเมก้า เพราะหากเป็นเช่นนั้นฮันจูจะต้องสอดใส่ความเป็นชายเอาไว้ข้างในตัวของเขา จนกว่าช่วงผสมพันธุ์ของอีกฝ่ายจะหมดลง


แต่ถึงเป็นอัลฟ่าก็ไม่ได้มีอะไรดีกว่า ต่อไปข้างหน้าน้ำตาคงจะไม่ไหลและไม่สามารถแผดเสียงร้องใดๆ ออกมา ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่โดนแกนกายของฮันจูสอดแทรกเข้ามาแล้วช่องทางที่ถูกขยายออกกว้างนั้นไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่ถึงแม้ว่าความรู้สึกดีที่โหมเข้ามาอย่างต่อเนื่องนั้นจะดุนดันอยู่ตรงร่างกายส่วนล่างของยองจีราวกับปรับความหนักเบาให้เหมาะสม ช่วงหนึ่งก็นึกขึ้นได้แล้วถูกทำให้จนมุมด้วยสถานการณ์ยากลำบาก


สุดท้ายครั้งนี้ฮันจูก็พูดถูก การจูบนั้นเทียบกับเซ็กซ์ประตูหลังไม่ได้เลย


เตียงเป็นที่ที่นุ่มสบายและสบายใจที่สุดเพียงหนึ่งเดียวที่ฮันจูจะสามารถทำการกระทำไม่ดีกับยองจีได้ ตอนนี้ฮันจูไม่ได้อยู่คนเดียวบนเตียง แม้เป็นสภาพซึ่งไม่คาดคิดมาก่อนแต่เรื่องที่อัลฟ่าสองคนเกิดความใคร่แล้วเกี่ยวกระหวัดร่างกันและกันอยู่คือเรื่องแน่ชัด ยิ่งถ้าฝ่ายหนึ่งอยู่ในช่วงผสมพันธุ์ก็ยิ่งไม่มีอะไรต้องพูดถึง

ยองจีเอนตัวลงพร้อมกางขาออก เขานอนคว่ำหน้าแล้วถูกกระแทกลงมาจากด้านหลังอย่างน่าอับอายในท่าชันเข่า จริงๆ แล้วมีท่าทางอีกหลายแบบนอกจากท่านี้แต่เขาจำอย่างชัดเจนไม่ได้

เพราะระหว่างนั้นยองจีก็สติหลุดไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน


“…บ้าเอ๊ย...จะทำแบบนี้...จนถึงเมื่อ...ไหร่...”


ก็ต้องทำไปเรื่อยๆ

น้ำเสียงแหบแห้งสะลึมสะลือบ่นพึมพำออกมา เป็นเสียงไร้พลังซึ่งเบามากและไม่ชัดเจนจนไม่รู้ว่าฮันจูจะได้ยินหรือเปล่า ยองจีรับรู้ได้ว่าฮันจูยังคงขยับเข้าออกในร่างกายของเขาและรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาทันที

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น