Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่12 : ง้อแลกจูบ

ชื่อตอน : บทที่12 : ง้อแลกจูบ

คำค้น : My doctor,รักโหดๆ,มุ้งมิ้ง,หมอตรี,เจแปน,Nc18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 20:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่12 : ง้อแลกจูบ
แบบอักษร

​****บทที่12 : ง้อแลกจูบ

.

.

.

เช้าวันรุ่งขึ้น


"นี่ พี่มึงไม่ไปทำงานหรอ แล้วนั่นไปไหนมาอ่ะ?"

"ไปเอาของ วันนี้วันหยุด"

ผมมองร่างกายที่สูงได้สัดส่วนที่กำลังนั่งแยกถุงสีนํ้าตาลออกเป็นกองๆภายในห้องนั่งเล่น เช้านี้ผมตื่นมาก็ไม่เจอตาลุงนี่เลยรีบตื่นขึ้นมาเดินหาหวังจะให้ทำข้าวเช้าให้กิน

"หมอมีวันหยุดด้วยหรอ?"

"แทบจะไม่ค่อยมี"

"อ่าว แทบจะไม่มีวันหยุด แล้วพี่มึงหยุดได้ไงอ่ะ?"

"อยากหยุด"

หน้าพี่มันก็ยังคงตอบแบบนิ่งๆไม่ได้มีความสะทกสะท้านอะไร แถมยังเอื้อมมือมาดึงแก้มผมเป็นว่าเล่นอีก

"อื้อ! เจ็บนะ!"

"หึ พึ่งตื่น?"

"อื้ม ตื่นเมื่อกี้เอง แล้วตอนนี้ก็หิวข้าวมากด้วย ทำให้กินหน่อยสิ"

"งั้นก็ไปอาบนํ้า เดี๋ยวจะทำรอ"

"รับทราบบบ!"

ผมยิ้มแป้นก่อนที่จะรีบวิ่งเข้าไปในห้องเพื่ออาบนํ้าทันทีแล้วจะได้รีบออกมากินข้าวที่ตาลุงจะทำให้ 

หลังจากอาบนํ้าเสร็จผมก็แต่วตัวสบายๆเสื้อสีนํ้าเงินเข้มกับกางเกงขาสั้นสีดำ ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องนอนพอตอนจะหันไปปิดประตูก็พบกับประตูของอีกห้องที่เปิดแง้มไว้

"ห้องเก็บของของตาลุงนี่หว่า"

เมื่อผมปิดประตูห้องนอนเสร็จแล้วด้วยความอยากรู้ว่ามันเป็นห้องเก็บของอะไร จนถึงตอนนี้ผมยังไม่เคยแตะเท้าเข้าไปเลยด้วยซํ้า

ดูหน่อยเถอะว่าตาลุงมันเก็บของอะไรจนผมต้องมานอนห้องเดียวกันกับไอ้โรคจิตนั่น

"เอ้า ก็ห้องนอนนี่หว่า ห้องเก็บของตรงไหนวะ?"

ผมมองไปรอบๆห้องที่ดูยังไงมันก็คือห้องนอน เตียงพร้อม อะไรต่อมิอะไรที่ผมสามารถอยู่ได้ แต่อีกคนดันบอกว่ามันคือห้องเก็บของ!

"หรือว่ามาทำความสะอาดแล้ววะ?"

"เด็กดื้อ!"

"เฮือก!...อะไรของพี่มึง นี่แล้วไหนบอกว่านี่มันเป็นห้องเก็บของ แล้วนี่อะไรมิทราบ!?"

"ก็ห้องของเธอ..."

"ฮะ! จริงอ่ะ...พี่มึงนี่ห้องกูจริงหรอ?"

"กับฉัน"

"What!?"

"หึ ชอบรึเปล่า?"

ถึงผมจะอึ้งแดกอยู่ก็เถอะ แต่ตอนนี้พอมองรอบๆห้องนี้อีกครั้งมันก็ดูใหญ่กว่าอีกห้องนอนที่ผมกับตาลุงหลายเท่า อีกด้านของฝั่งเตียงนอนก็เป็นระเบียงที่มาพร้อมกับวิวในเมืองใจกลางกรุง ห้องนั้นผมว่ามันดูดีและใหญ่แล้วแต่ห้องนี้มันใหญ่กว่าอีกเท่าตัว

อีกอย่างโทนสีห้องก็เป็นโทนขาวดำที่มันยังคงดูลึกลับเหมือนเจ้าของห้องไม่มีผิด 

"มีห้องนี้อยู่ตั้งนานแล้วใช่มั้ย แล้วตอนแรกทำไมไม่นอนห้องนี้"

"ก่อนหน้านี้ฉันอยู่คนเดียว"

"แฟนพี่มึงล่ะ?"

"ไม่มี แต่ตอนนี้จะมีแล้ว"

ร่างสูงพูดพร้อมกับยืนกอดอกมองหน้าผมโดยเป็นผมเองที่หลบสายตาคมคู่นั้นก่อน ทำไมอยู่ๆหน้ามันก็เห่อร้อนขึ้นมามือไม้เริ่มไม่รู้จะจัดวางมันเอาไว้ตรงไหนดี

"ย้ายของจากห้องนั้นมาเรียบร้อยแล้วนะ"

"ระ...หรอ งั้นขอไปดูห้องแต่งตัวกับตู้เสื้อผ้าหน่อยแล้วกัน"

ผมเงยหน้ามองอีกคนที่ก็รู้ๆอยู่ว่ามองผมอยู่ตลอด ตอนนี้แหละขอชิงหนีไปทำใจในห้องแต่งตัวก่อนแล้วกัน

เมื่อผมเดินเลี่ยงจากอีกคนมาได้ก็ถอนหายใจยาวทันทีก่อนจะใช้มือกุมอกด้านซ้ายขงอตัวเองเอาไว้ที่ตอนนี้มันเต้นแทบจะหลุดออกมา

"บ้าชิบ ทำไมใจต้องเต้นแรงด้วยวะ"

ผมยืนทำใจอยู่สักพักก่อนจะเริ่มสำรวจตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่สองใบที่อยู้ตรงหน้าโดยเปิดตู้แรกใบใหญ่ก่อนก็พบว่ามันแบ่งฝั่งซ้ายขวาชัดเจน คือฝั่งซ้ายเสื้อผ้าผมส่วนฝั่งขวาเสื้อผ้าของตาลุงมัน

"ทำไมมีสองตู้วะ ตู้เดียวก็เหลือให้เก็บเยอะแยะ"

ปึก~

ผมปิดตู้เสื้อผ้าตู้แรกไปก่อนจะเหลือบมองตู้อีกใบที่ใหญ่พอๆกัน สีหน้าผมตอนนี้คิ้วคงพันกันยุ่งไปหมดเพราะสงสัยจัดว่าทำไมตู้เสื้อผ้ามันต้องมีถึงสองตู้ ทั้งๆที่ตู้แรกก็เก็บผ้าได้เยอะพอสมควร

ผมค่อยๆเดินไปหยุดหน้าประตูไม้สีดำขลับที่เหมือนๆกับตู้แรก ก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปสัมผัสกับที่จับอลูมีเนียมสีเงินวาววับ...

"แน่ใจว่าจะเปิด?"

"เฮือก!"

ผมปล่อยมือจากที่จับประตูสีเงินอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจที่อีกคนโผล่มาตอนไหนไม่รู้ ตาลุงยืนใช้ตัวผิงกับขอบประตูก่อนจะมองหน้าผมที่รอคำตอบจาปเมื่อกี้

ผมที่ใจเต้นไม่เป็นสํ่ารู้สึกว่าหลังประตูบานนี้ไม้สีดำนี่มันต้องมีอะไรแน่ๆ ผมมองหน้าคุณหมอสุดหล่อหน้านิ่งสลับกับประตูไม้ที่อยู่ตรงหน้า

"น่ะ..นี่ตู้อะไร?"

"ตู้เสื้อผ้าไง"

"ชิ! พี่มึงคิดจะกวนตีนหรอ?"

"พูดผิดตรงไหนกัน?"

เออว่ะ...ตู้แม่งใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องเอามาใส่เสื้อผ้าสิวะ โอ๊ะ!...อะไรของกูเนี่ยเจแปนน มึงเมาอารายยย~

"แล้วข้างในมีอะไร?"

"เสื้อผ้า..."

"..."

ผมนิ่งเงียบสบตากับร่างสูงที่มองผมก่อนจะเหล่ตาไปมองตู้เสื้อผ้าที่อยู่ตรงหน้าผม ก่อนจะยกยิ้มแล้วอีกทั้งยังเว้นประโยคพูดให้น่าสงสัยจนอยากรู้เข้าไปอีก

"เสื้อผ้า เฉพาะ ของเธอ"

"เฉพาะของผม?"

"อืม"

"เสื้อผ้าผมก็มีไม่เยอะนะจะมีเฉพาะของผมด้วยหรอ?"

"ฉันซื้อมาไว้ให้"

"ฮะ? ไม่เห็นรู้เลย งั้นผมขอดูหน่อยนะ"

"กลัวเป็นลมจัง"

ผมชะงักแล้วหันกลับไปมองร่างสูงทันทีที่พูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอและแววตาคู่คมที่จ้องมองผมอยู่

แบบนี้มันทำให้ผมชั่งใจว่าจะเปิดมันดีมั้ย กลัวชิบหายเลยถ้าเปิดไปเจอศพล่ะ! ผมก็หนีไม่รอดสิวะถ้าโรคจิตฆ่าหั่นศพอยู่ตรงหน้า!

เดี๋ยวนะ!

ทำไมกูคิดไปไกลขนาดนี้ เพ้อเจ้อละ!...

"คิดจะเล่นอะไรอยู่วะพี่มึง ในนี้มีศพอยู่รึไงฮะ!?"

"จิตนาการสูงเชียว"

"เออ! คิดไว้ก่อนเสียหายตรงไหนกันล่ะวะ! อย่างน้อยถ้าหนีรอดก็จะไปแจ้งตำรวจแหละ!"

"หืม?...ถึงตอนนั้นก็คงอยู่ในตู้นั่นแล้วล่ะ"

ผมหน้าซีดทันทีเนื้อตัวนี่โคตรจะสั่นไปหมด ตาเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกมือไม้สั่นไปหมด ส่วนไอ้คนที่ดูท่าว่าจะเหมือนฆาตกรโรคจิตเข้าไปทุกที่ก็ยกยิ้มแล้วหัวเราะในลำคอก่อนที่จะสาวเท้าเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น

"หึ ทำหน้าแบบนี้..."

"อะ..อะไร?"

"มันน่าฟัดนะรู้มั้ย"

เอ๋?...ทำไมกูรู้สึกว่าถูกหลอกให้กลัวเหมือนเด็กอนุบาลเลยวะ เออเห้ย! กูถูกต้มแล้วนี่หว่า!

"ฮะ!? นี่ลุงมึงหลอกให้กูกลัวหรอวะ! ไอ้..ไอ้บ้า!"

"ช่วยไม่ได้ เชื่อเอง"

"หืม! ไอ้โรคจิต คอยดูนะจะฟ้องพ่อให้ด่าหัวหายเล้ย!..."

พรึ่บ!

"อ๊ะ! ทำอะไรเนี้ย!!?"

"หิวข้าวจัง ไปกินข้าวกัน"

"เห้ยยย! ปล่อยให้กูลงเดี๋ยวนี้เลยนะ! ไอ้บ้า! บอกให้ปล่อยไงเล่า! ปล่อย!ๆๆ"

ผมโวยวายลั่นห้องทันทีกับไอ้แค่โดนหลอกก็เจ็บใจจะแย่ ไหนจะต้องมาถูกอุ้มซะจนตัวปลิวมาอยู่บนบ่าของอีกคนอย่างง่ายดายนี่อีก เจ็บใจสุดๆ!

เออ...กูผิดเองแหละที่ตัวเตี้ย แม่ง!...

"เอา กินข้าว"

"..."ผมเบือนหน้าทันที

"เจแปนกินข้าว"

"..."ก็ตีมาดนิ่งทำเมินไปเรื่อย

หึ!..ไอ้ลุงบ้า อย่ามาคิดจะสั่งเจแปนคนนี้เชียวนะ ไม่มีทางกินข้าวที่อยู่ตรหน้าหรอก ฝันไปสิ!

"อย่าทำให้ต้องบังคับ"

"แล้วยังไงล่ะ หัวร้อนหรอฮะพี่มึง จะเอาข้าวยัดปากกูรึไงล่ะ?"

ผมเชิ่ดหน้าเถียงกลับด้วยความไม่เกรงกลัว ใบหน้าหล่อคมที่นิ่งยังไงก็นิ่งอย่างงั้นแต่กลับตอนนี้มันนิ่งซะจนใจผมหายวาบ แต่ช่างสิ!...ตาลุงมันไม่ทำอะไรผมหรอก

"อย่าดื้อ กินข้าว"

"ไม่! ไม่กินหรอกเว้ย!"

"เจ แปน"

ร่างสูงของคุณหมอกดเสียงตํ่าเรียกชื่อผมทันที แถมยังจ้องหน้าผมปานจะกินหัว แบบนี้ผมยิ่งไม่กลัวด้วยซํ้าออกจะดีใจซะมากกว่าที่ตาลุงจะตบะแตกซะตรงนี้

แบบนี้ก็ตากูแก้เผ็ดแล้วสิวะ

"หึๆ จะหัวร้อนที่ผมดื้อหรอครับ"

"เจแปน ฉันบอกให้กินข้าว"

"ก็บอกว่าไม่หิว พูดไม่รู้เรื่องรึไง?"

ตาลุงแม่งโกรธจริงดิวะ แล้วนี่ยังจะมีหน้ามาขู่กันอีก โธ่...กลัวตายอ่ะ

"ถ้าเธอยังดื้อด้าน โดนดีแน่!"

"เหอะ! จะทำอะไรมิทราบ! อย่ามาข่มกันหน่อยเลยน่า'

"หึ ฉันจะจับเธอถอดกางเกงแล้วตีก้นเธอน่ะสิ!"

สตั๊นแป็ป...

ผมนิ่งค้างทันทีกับประโยคเมื่อกี้ ไอ้หมอแม่งเอาจริงแน่ๆ ตายๆกูพลาดแล้วแน่เลยแบบนี้ ผมที่ชะงักไปก็เผลอหน้าแดงขึ้นกับไอ้ประโยคโรคจิตชนิดที่ว่าผมคือเด็กน้อยที่เวลาไม่เชื่อฟังก็จะถูกจับตีก้น

Fuckมาก ที่ทำกูอึ้งได้เลยนะไอ้ลุงบ้า!

"หึ ไม่เถียง?"

"สนุกมากใช่มั้ยที่ทำแบบนี้?"

"..."

"น่าตลกมากใช่มั้ยฮะ! สนุกมากเลยสินะที่ทำให้กูเถียงไม่ได้ ตลกมากเลยใช่มั้ยที่เห็นกูเหว๋อแดกขนาดนี้!"

"..."

พรึ่บ!

ผมลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากโต๊ะอาหารทันทีหลังจากตะคอกร่างสูงกลับไปซะดังลั่น ผมแค่ไม่เข้าใจเท่านั้นเองที่ทำไมถึงเถียงผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย ทำไมถึงตอกกลับอะไรที่แสบๆคันๆกลับไปไม่ได้สักที

โคตรเสียชื่อไอัเจแปนอ่ะ...

ปัง!

"บ้าที่สุด!"

พอเข้ามาในห้องนอนใหม่ที่ถูกจัดไว้เรียบร้อยก่อนหน้านี้ก็ถูกผมทำลายซะไม่เหลือชิ้นดีด้วยความโมโห ผ้าห่มหรือผ้าปูที่นอนถูกผมกระชากออกมาแล้วกระทืบมันจนยับไม่เหลือชิ้นดี ผมสติแตกอยู่นานพอสมควรก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็เป็นบ้าซะเหนื่อยเลย

ตุบ~

"ฟู่วววววววววว"

ผมทิ้งตัวลงนอนกับเตียงใหญ่ที่เละจนไม่เหลือชิ้นดี พลางยกหัวดูสภาพห้องที่บนพื้นก็เกลื่อนไปด้วยผ้าห่ม หมอน ร่วมไปถึงผ้าปูที่ผมกระชากออกไป

อย่างน้อยก็ไม่ตบะแตกจนเสียสติไปต่อหน้าไอ้ลุงมันแล้วกัน เป็นแบบนี้พอจะใจเย็นขึ้นมาหน่อย คิดดูอีกทีตัวเองก็ทำเกินไปจนเป็นเด็กไม่น่ารักทำนิสัยแบบนั้นใส่ตาลุงไป

"เห้อ...เดี๋ยวค่อยไปขอโทษแล้วกัน อืมมม"

พี่มันจะเป็นเป็นยังไงบ้างวะ?

จนสุดท้ายผมก็เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าที่เสียแรงกับความสติแตกไปเยอะมากพอสมควรจนในที่สุดก็หลับคาสภาพห้องที่เป็นแบบนี้ไป..

......

.....

....

...

..

.


19:58น.



"อืออออออ กี่โมงแล้ววะ"

ผมงัวเงียตื่นมาอีกครั้งก็พบว่าพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ก่อนที่จะดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆห้องที่ยังคงมีสภาพเดิมคือ 'เละ'

"พี่มันอยู่ไหนอ่ะ?"

ทั้งๆที่นึกว่าจะเข้ามาปลุกตั้งนานแล้วซะอีก แต่มันคงไร้วี่แววตั้งแต่ผมเข้ามาตบะแตกในนี้แล้วเผลอหลับไป ตอนนี้เป็นห่วงตาลุงมันจังกลัวว่าจะโกรธผมแทน แทนที่ผมจะโกรธลุงมันน่ะสิ

แกร๊ก~

ผมที่ค่อยๆเปิดประตูออกมาจากห้องก็พบเพียงความว่างเปล่าพร้อมกับความมืดภายในห้อง มีเพียงแสงสลั่วที่ส่องผ่านเข้ามาเพียงเล็กน้อย ผมค่อยๆก้าวเท้าเดินไปรอบๆห้องเพื่อหาอีกคนก็พบว่าร่างสูงไม่อยู่

"ไปไหนแล้วล่ะ?"

โครกกกกก~

ผมกุมท้องตัวเองที่มันร้องโครกครากดังซะขนาดนี้ก็แหงละเมื่อเช้าผมยังไม่ได้แตะข้าวเลยและช่วงบ่ายก็อย่าคิดเชียวว่าผมจะได้กินเพราะเผลอนอนยาวมาถึงเย็นเลยนี่

ผมลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆก่อนจะเดิยเข้าไปภายในครัวแล้วหาของกินรองท้องทันที พอเปิดตู้เย็นก็พบว่ายังคงมีกับข้าวที่ร่างสูงทำไว้เมื่อเช้า มันดูยังไม่ถูกแตะอะไรแม้แต่นิด ที่นี้คงเหลือแค่ผมที่ต้องเอาไปอุ่นกินเอง

"อึก อึก อ่าห์! อิ่มสุดๆ"

กึก!

ผมว่างแก้วนํ้าลงบนโต๊ะก่อนจะคลี่ยิ้มทันทีเพราะว่ากับข้าวหมดนี่ถูกผมซัดลงท้องไปเรียบร้อย พอกินเสร็จแล้วผมก็รีบเอาจานไปเก็บก่อนจะไปอาบนํ้าต่อเพื่อจะเข้านอนเลย

หลังจากผมทำภาระกิจอะไรต่อมิอะไรทุกอย่างเสร็จสิ้น ตอนนี้ก็อาบนํ้าเรียบร้อยแล้ว แต่พอนึกขึ้นได้อีกทีผมคงต้องรอร่างสูงกลับมา

"เห้อ ต้องรอขอโทษพี่มันก่อนสิ"

ผมบอกกับตัวเองเบาๆก่อนจะรีบเก็บห้องเพื่อฆ่าเวลา ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน รวมถึงหมอน ก็ถูกผมจัดให้มันเป็นเหมือนเดิม แต่ว่าดูแล้วมันก็ยังยับยู่ยี่เป็นรอยอยู่

"แค่นี้ก็พอแล้วล่ะมั้ง"

แกร๊ก~

ผมหันไปมองที่ประตูห้องนอน เสียงภายนอกที่ดังแว่วๆเล็ดลอดเข้ามาแสดงว่าอีกคนคงกลับมาแล้วแน่ๆ ผมจึงรีบวิ่งเปิดประตูออกไปทันที

ตึกๆๆๆ

"พ..พี่ตรี"

"..."

เมื่อวิ่งออกมาแล้วก็พบกับร่างสูงที่ยังแต่งตัวเหมือนเดิมตั้งแต่เช้าในมือก็มีเพียงแฟ้มเอกสารทีี่ถือมาด้วย

ออกไปทำงานรึเปล่านะ?

"พี่ไปไหนมา"

"..."

ร่างสูงได้แต่มองหน้าผมแต่กลับไม่ตอบอะไรก่อนที่จะเดินเบี่ยงตัวผมผ่านไปแล้วเข้าห้องไปทันที ผมเองก็ไม่รอช้ารีบสาวขาสั้นๆเดินตามเข้าไปในห้อง

"พี่ตรี"

"..."

จะง้อยังไงดีวะ กูไม่เคยง้อคนโว้ย...

"ผมขอโทษผมผิดไปแล้ว ผมไม่ได้ตั้งใจ"

ร่างสูงที่ค่อยๆถอดเสื้อเชิ้ตสีดำออกก่อนจะเหวี่ยงลงตระกร้าผ้าเผยให้เห็นแผลงอกพร้อมกับหน้าท้องที่เป็นล่อน พร้อมกับใบหน้าหล่อที่หันมามองผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

"..."

"ยังโกรธอยู่ใช่มั้ย ก็ขอโทษแล้วไง อึก...จะให้ทำอะไรอีก ขอโทษ"

บีบนํ้าตาแม่งเลยเป็นไง...

ผมแทบอยากจะร้องกรี๊ดเพราะเกิดมาพึ่งเคยมาง้อคนจริงๆแบบนี้ ในเมื่อรู้สึกผิดจริงๆอีกคนก็ไม่เห็นจะพูดอะไร ก็บีบนํ้าตาใช้มารยาไปเลยแล้วกัน

"อย่าร้อง ไม่ชอบ"

"ฮึก ก็ขอโทษแล้วพี่มึงยังไม่หายโกรธกูเลย จะให้ทำยังไงอีก"

"ฉันรู้แล้วนี่ไง หยุดร้องได้แล้ว"

"อื้อ จะ..จริงนะ"

สัส!..รู้สึกหัวใจเบิกบานเป็นดอกไม้เลยเว้ยเห้ย

"อืม จริงสิ"

"..."

"ไม่เชื่อหรอ ต้องทำแบบนี้คงจะเชื่อสินะ"

"ฮะ!? ทะ..ทำอะไร อื้มมม!"

ร่างสูงที่ไม่ปล่อยให้ผมได้ตั้งตัวก็ใช้มือจับทายทอยผมแล้วกดริมฝีปากบดเบียดเข้ามาทันที มือแกร่งค่อยๆโอบกระชับสะโพกผมไว้ไม่ให้ดิ้น ผมที่ตะลึงก็สะบัดตัวเพื่อจะให้หลุดจากการถูกจูบ แต่ก็ไม่เป็นผล กลิ่นอายจากนํ้าหอมอ่อนๆจากอีกคนพอสูดดมเข้าไปแล้วก็ทำเอาตาผมแทบพร่ามัวเหมือนจะหลุมหลงเข้าไปในภวังค์นี้เสียแล้ว

"อื้ออออ อืมมมม ยะ..อื้มมมม"

"อืมมมม"

ลิ้นสากหนาผมแทรกเข้ามาในโพรงปากผมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรุกลํ้าตวัดเลียชิมไปทั่วก่อนที่จะกัดริมฝีปากล่างผมอย่างหมั่นเขี้ยว แล้วกระแทกจูบอีกครั้ง ครั้งนี้เริ่มร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ นํ้าเชื่อมสีใสเริ่มย้อยออกมาจากมุมปากผม ก่อนที่จะรู้สึกขาดอากาศหายใจจึงใช้กำปั้นทุบที่อกแกร่งสามถึงสี่ครั้ง

"อึก อ่ะ..อ่าห์!"

"อืมมม จุ๊บ...หวาน"

"แห่ก แห่ก มะ...ไม่ พอแล้ว"

ร่างสูงกระชับเอวผมแน่นขึ้นพร้อมกับฝังจมูกสันโด่งเป็นรูปลงไปกับลำคอของผม เสียงหอบหายใจของอีกฝ่ายดูหื่นกระหายและสัมผัสที่หยาบโลน

พรึ่บ!

"อ๊ะ!?"

"ตัวแค่นี้ ทำไมถึงทำหน้าแบบนี้ได้"

"อะ..อะไร หน้าแบบไหน ไม่เห็นจะ...อืมมม"

ผมถูกผลักลงบนเตียงนุ่มตามมาพร้อมกับร่างสูงที่ขึ้นมาคร่อมร่างผมเอาไว้ก่อนจะบดริมฝีปากอีกครั้งทั้งๆที่ผมยังพูดไม่จบ

เราทั้งสองจูบกันอยู่นานและหลายครั้งพอสมควร ไม่รวมที่ร่างสูงนัวเนียฟัดแก้มผมเอย ไปถึงส่วนอื่นๆเช่น หน้าท้องที่แบนราบก็ยังไม่พ้นริมฝีปากร่างสูงที่ก้มลงไปจูบและนัวเนีย

"อึก อืมมมมมมม อ่าห์"

"อย่าทำหน้าแบบนี้"

"ทะ..ทำไม อืมมม"

"ฉันจะไม่ถนอมเธอน่ะสิตอนนี้"

ตาลุงมันพูดถึงอะไรของมันวะ รู้บ้างเหอะสมองกูขาวโล่งโจ้งขนาดนี้เพราะเมิงนะเห้ยยยย...

ความรู้สึกที่แทบจะไม่ขัดขืนแต่กลับน้อมรับทุกสัมผัสอย่างห้ามไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวผมเองถึงไม่ขัดขืนหรือกระทั่งจะร้องโวยวาย

ใบหน้าร่างสูงโน้มเข้ามาใกล้ผมแล้วกดจมูกลงบนแก้มผมแล้วฟัดอย่างแรงคล้ายกับอีกคนกำลังหมั่นเขี้ยว ผมที่ถูกฟัดแบบนี้อยู่นานสองนานตานี่มันก็แทบจะปิดอยู่แล้ว

"งื้ออออ ง่วง"

"อืมมม เด็กดีนอนซะสิ"

"อื้ออออ อย่ากวน พอแล้ววว"

ผมดันอกแกร่งให้ห่างออกจากตัวเอง ก่อนที่จะนอนตะแคงข้างพร้อมกับดึงผ้าผ่มมาคลุมตัวเองทันทีพร้อมที่จะหลับ

แต่ก็ไม่วายไอ้มือหนวดปลาหมึกก็ลูบๆคลําๆไปตัวตัวก่อนที่จะสอดเข้ามาใต้เสื้อนอนของผมพร้อมกับเสียงแหบพล่าที่เอ่ยกระซิบเบาๆอยู่ข้างหู

"หึ มาใส่ชุดที่ฉันเตรียมให้ก่อนสิ"















ติดตามตอนต่อไป


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}