facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 100 : กระดาษโปร่งใส

ชื่อตอน : ตอนที่ 100 : กระดาษโปร่งใส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.9k

ความคิดเห็น : 92

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 16:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 100 : กระดาษโปร่งใส
แบบอักษร

ตอนที่ 100 : กระดาษโปร่งใส


“พวกมึงมากันได้ไงวะเนี่ย”

อิฐพูดออกไปอย่างตกใจ เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสามคนของตนมายืนอยู่ตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง ชายหนุ่มเข้าใจว่าว่านน่าจะอยู่ในช่วงลาพักร้อน ส่วนเพียวกับโฟคก็น่าจะยังอยู่ที่เชียงใหม่กันทั้งคู่ ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยที่จะมาโผล่อยู่ตรงหน้าได้ในเวลานี้

“กูเก่งไง” หมอว่านพูดแบบกวนๆ

“ไอ้ไป๋โทรตาม” เพียวตอบง่ายๆ ตรงๆ อิฐหันไปมองแฟนของตนเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายก็ยักไหล่มาแบบไม่ได้แก้ตัวอะไร

“มึงโอเคเปล่าวะ อย่าเครียดนะเว้ย” โฟคพูดต่ออย่างเป็นห่วง

“อืม กูไม่เป็นไรหรอก ดีขึ้นเยอะแล้ว” อิฐหันไปพูดพร้อมยิ้มกว้างให้กับโฟค

“ออกไปคุยกันข้างนอกเถอะ จะได้คุยกันสบายๆ”

ไป๋พูดขึ้น อิฐก็หันมาพยักหน้ารับ ก่อนจะดับเครื่องยนต์และลงจากรถ ไป๋เดินนำทุกคนไปยังบริเวณศาลาเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากงานฌาปนกิจออกมา ไป๋หันไปมองดูบริเวณงานก็ไม่ได้ติดใจอะไร พนักงานจากบ้านเขากำลังช่วยกันจัดการทุกอย่างเขา ไป๋เองก็ปล่อยให้คนของเขาจัดการไปตามเรื่องอย่างรู้ฝีมือกันดี อิฐเองก็ปล่อยให้เขาจัดการทุกอย่างโดยที่ไม่โต้แย้งอะไร


“ตกลงมาไงวะเนี่ย” อิฐหันไปถามเพียวหลังจากที่หาที่นั่งกันในศาลาเป็นที่เรียบร้อย

“เมื่อเช้าไอ้ไป๋มันโทรไป กูกับโฟครู้ข่าวก็รีบซื้อตั๋วบินกลับมาเลย เดี๋ยวของอย่างอื่นค่อยฝากพี่เฟี๊ยตกลับมา” เพียวพูดเล่า

“เชี่ย มึงไม่ต้องรีบมาก็ได้นะ กูทำพวกมึงลำบากเปล่าเนี่ย” อิฐพูดแบบเกรงใจ

“ก็ไม่นะ กูก็แค่อยากมา” เพียวตอบด้วยหน้าเฉยๆ แต่ประโยคดังกล่าวก็ทำเอาอีกฝ่ายรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

“แล้วนี่มึงหายโกรธไอ้อิฐยัง” ไป๋เอ่ยถามไปทางโฟคอย่างตรงไปตรงมา

“เออ กูอารมณ์ร้อนไปหน่อย ไอ้อิฐก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอก กูก็คุยกับไอ้เพียวแล้ว” โฟคตอบรับด้วยหน้าปูเลี่ยนๆ โฟคเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ไม่คุยกับอิฐก่อน

“อืม กูขอโทษด้วยนะ กูไม่ได้ตั้งใจ เรื่องมันก็นานจนกูแทบลืมไปแล้ว ความจริงกูก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไร” อิฐพูดตรงๆ กับโฟค

“ช่างมันเถอะ กูไม่ติดใจอะไรแล้ว” โฟคตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“ขอบคุณหวะ” อิฐยิ้มออกมาอย่างคลี่คลาย

“ความจริงกูก็เข้าใจผิดเยอะเกินจริงไปบางเรื่องหวะ กูเลยโมโหไปหน่อย พอได้คุยกับไอ้เพียวจริงๆ เลยรู้ว่าไม่ใช่อย่างที่กูคิด กูเองก็ใจร้อนไปด้วย กูก็ต้องขอโทษมึงเหมือนกัน” โฟคพูด

“ดีละ” ไป๋ตอบแบบเรียบๆ ในขณะที่สายตามองเลยออกไปยังทิวทัศน์ที่เลยรั้ววัดออกไป

“เออ เพียว บอกคนอื่นด้วยเลยดิ” โฟคหันไปสะกิดเพียวอย่างนึกขึ้นได้

“เฮ้ย เกิดไรวะ มึงท้องเหรอไอ้โฟค” ว่านแกล้งหันมาทำหน้าตื่น

“เชี่ย มึงเล่นดูสถานการณ์บ้างไหม ไอ้สัด โอ๊ย”

โฟคด่าขึ้นพร้อมหน้าแดง บรรยากาศที่อึมครึมอยู่จางๆ ในตอนต้นสลายหายไปทันทีเมื่อไอ้อิฐ ตัวต้นเรื่องของวันนี้เผลอหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงหัวเราะของอิฐดูเหมือนจะทำให้เพื่อนกลุ่มเล็กๆ ในศาลานั้นสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

“มันยังหัวเราะเลย แปลว่ากูเล่นถูกเวลาเหอะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ว่านโมเมพร้อมกลั้วหัวเราะ

“เออๆ มึงก็พูดได้แล้วเพียว ทำไมกูต้องมาอายอยู่คนเดียวเนี่ย” โฟคหันไปกระทุ้งแฟนของตนอย่างหมั่นไส้ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก็แอบขำตนเองไปด้วยกับเพื่อนคนอื่น

“อ๋อ เออ คือกูจะกลับมาอยู่บนภาคพื้นแล้วนะ ไม่ต้องออกทะเลแล้ว” เพียวออกมาหน้าเรียบๆ

“เฮ้ย มึงพูดจริงเปล่าเนี่ย” อิฐพูดออกมาอย่างตกใจ

“เช้ดโด้ว มาหวะ งานนี้พี่เพียวมาหวะ”

ว่านโวยวายอย่างตื่นเต้น ในขณะที่ไป๋ไม่ได้พูดอะไรออกไป นอกจากหันไปยิ้มกว้างกับทั้งเพียวและโฟคอย่างเต็มไปด้วยความยินดี

“ยังไงวะ เล่าดิ๊” ว่านซักไซ๊ต่อ

“ได้เลื่อนตำแหน่งหวะ ต่อไปก็มาประจำออฟฟิศ วางแพลนให้น้องที่หน้างานไปทำแทน ต่อไปก็เป็นมนุษย์ออฟฟิศหวะ หยุดงานเสาร์อาทิตย์เหมือนมึงอะอิฐ มึงได้เพื่อนเตะบอลละ ฮ่าฮ่า” เพียวเล่า พร้อมหันไปพูดตอนจบประโยคกับอิฐ เพื่อนสนิทของตนอย่างสบายๆ

“สักที” อิฐพูดยิ้มๆ พร้อมตบไหล่เพื่อนหนักๆ อย่างยินดีด้วย

“เออ สักที”

โฟคหันไปผลักหัวแฟนของตนอย่างหมั่นไส้ ดูเหมือนอยากจะสำทับอีกเสียงว่า การรอคอยที่แสนนานของตนนั้นสิ้นสุดลงเสียที


“อิฐ แล้วเรื่องพ่อมึงนี่มึงเป็นยังไงบ้าง มีอะไรให้พวกกูช่วยไหม” ว่านหันมาถามอิฐบ้างหลังจากบรรยากาศผ่อนคลายลงไปมาก

“เรื่องแม่งอธิบายยาก” อิฐพูดเหมือนไม่รู้จะอธิบายยังไงดี

“พอจะเล่าได้เปล่าวะ พวกกูเป็นห่วง” โฟคพูด

“ความจริงก็ได้นะ กูก็ไม่มีอะไรปกปิดพวกมึงหรอก แต่มันแค่เล่าแล้วอาจจะดูแปลกๆ หน่อย” อิฐพูด

“เรื่องที่มึงไม่ค่อยถูกกับพ่อมึงอะนะ” เพียวถามต่อ

“จะพูดแบบนั้นก็ได้หวะ แม่กูเสียตอนม.ปลาย แม่กูเสียได้แป๊บเดียว พ่อกูก็เปิดตัวแฟนใหม่เลย ตอนนั้นกูก็ยังเด็กแล้วก็ผิดหวังมาก กูกับพ่อก็ทะเลาะกันแรง กูก็จำไม่ค่อยได้ว่าพ่อเลิกส่งเงินกูก่อน หรือกูไม่รับเงินเค้าก่อน แต่หลังจากแม่กูเสีย กูก็ไม่รับเงินเค้าอีกเลย ใช้เงินที่ได้จากประกันชีวิตแม่อย่างเดียว จนที่ดินที่แม่ได้มาจากมรดกขายได้ กูก็ย้ายออกมา อยู่หอ สู้ชีวิตด้วยตัวกูเอง พ่อกูก็ไม่เคยติดต่อกูมาเลย เหมือนเค้าก็ไปมีชีวิตใหม่ของตัวเอง จนเนี่ยแหละ จนวันที่เค้าตายแล้วกูต้องไปรับศพเค้าออกมาจากโรงพยาบาล”

อิฐเล่าออกมายาว สายตาของชายหนุ่มดูจะเต็มไปด้วยความสับสน ไป๋ไม่พูดอะไรสักคำนอกจากเอื้อมมือไปเกาะกุมมือคนตรงหน้าไว้ทั้งอย่างเป็นกำลังใจและเข้าใจ

“กูพอจะเข้าใจแล้ว” ว่านพึมพำออกมา

“ความสัมพันธ์ระหว่างกูกับพ่อมันแย่มาก มากพอที่จะทำให้กูสามารถพูดได้ว่ากูไม่ได้รักเค้าหวะ แต่พอเค้าตายแบบนี้ กูก็รู้สึกแบบ บอกไม่ถูก มันเป็นความใจหายมากกว่าความเสียใจ กูก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเอง มันผสมปนเปกันไปหมด” อิฐพูดเชิงระบาย

“มึงทำดีที่สุดแล้วอิฐ ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องเสียใจ เส้นทางที่มึงเลือกเดินมันดีที่สุดสำหรับทั้งมึงและพ่อมึงแล้ว มึงไม่ต้องเสียใจกับอะไรเลย พ่อมึงไม่ได้โดดเดี่ยว เค้าก็มีคนของเค้าดูแล มึงเก่งแค่ไหนแล้วที่มึงโตมาประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้” ไป๋พูดออกมาเมื่อเห็นเจ้าของมือที่ตนกุมอยู่เริ่มมีแววตาตัดพ้อกับตัวเอง

“...” คนอื่นในวงสนทนาเงียบอย่างรู้ว่าคงไม่มีใครปลอบใจอิฐไปได้ดีกว่าไป๋

“ก้าวออกมาอิฐ ก้าวออกมาจากความรู้สึกผิดทั้งหมดทั้งมวลของมึง ความตายเป็นธรรมชาติ เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต มึงไม่ต้องมาแบกรับ มึงไม่ต้องเสียใจ” ไป๋พูดต่อพร้อมกุมมืออีกฝ่ายแน่น

“...”

“มึงทำดีที่สุดแล้ว เมื่อมึงทำดีที่สุดแล้ว มึงก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ”

เมื่อประโยคของไป๋จบ อิฐก็โผเข้าสู่อ้อมแขนนั้นอีกครั้งอย่างเปราะบาง อิฐร้องไห้ออกมากับอกไป๋อย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เพื่อนคนอื่นก็ได้แต่เงียบและปล่อยเวลาให้ผู้สูญเสียได้ปรับความรู้สึกปรับจิตใจ โฟคเองที่เห็นเพื่อนที่ปรกติไม่เคยร้องไห้กำลังร้องไห้อย่างหนัก ทันตแพทย์หนุ่มก็เผลอร้องไห้ตามไปด้วย จนเพียวต้องดึงร่างบางนั้นมาซบไว้ที่ไหล่อย่างปลอบประโลมอีกคน




“เชี่ย กูโดนล้อแน่เลย”

อิฐพูดแบบแปร่งๆ หลังจากที่ร้องไห้กับแฟนของตนจนสุดแล้วจนผละออกมาจากอ้อมแขนไป๋ แล้วหันมามองหน้าเพื่อนทั้งสามคนที่เหลือ

“คนที่โดนล้อไม่ใช่มึงหรอก แต่เป็นไอ้โฟคเนี่ย เชี่ย ร้องไห้หนักกว่ามึงอีก ฮ่าฮ่า” ว่านแซวอีกคนอย่างติดสนุก

“สัด ก็กูเห็นใจเพื่อนอะ หาเรื่องกูเหรอ ครั้งหน้ามึงมาให้กูทำฟัน เดี๋ยวกูจะแกล้งถอนผิดซี่” โฟคเถียงกลับ พลางแกล้งขู่สู้

“เชี่ย เดี๋ยวนี้มึงเถียงกูเหรอโฟค ไอ้ไป๋มันเสี้ยมมึงมาใช่ไหม หนอยแน่ หาพรรคหาพวก” ว่านแกล้งโวยวายใส่ไป๋ แต่ดูก็พอรู้ว่าทำเพื่ออยากให้บรรยากาศผ่อนคลายลง

“ฮ่าฮ่าฮ่า โฟคสู้หวะ” อิฐพูดพลางหัวเราะ

“ไว้เดี๋ยวจบงานกูเล่าเรื่องที่เชียงใหม่ให้ฟัง โคตรสนุก” เพียวทำหน้าซุบซิบ ในขณะที่โฟคหันมาฟาดอีกฝ่ายที่ไหล่เข้าฉาดใหญ่

“ไม่ต้องเลย มึงหนะ พูดเก่งเฉพาะเรื่องที่ไม่ควรพูด ฮึ” โฟคบ่นออกมาอย่างหมั่นไส้ เมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังจะโดนแฉที่แกล้งให้เพียวจีบตัวเองใหม่แล้วก็เขินม้วนแพ้ไปเอง

“ฮ่าฮ่าฮ่า มึงไม่ต้องพูดเลยไอ้โฟค ให้ไอ้เพียวมันเล่านั่นแหละ มันไม่เล่า เดี๋ยวมึงก็เอาเรื่องไปแต่งในนิยายมึงอยู่ดี พวกกูรู้ทันหรอกน่า มึงหนะอ่านง่ายยิ่งกว่ากระดาษโปร่งใส ฮ่าฮ่าฮ่า”

ว่านพูดพร้อมหัวเราะชวนครึกครื้น เรียกคนอื่นให้หัวเราะตามไปด้วย ในขณะที่ไป๋หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูและเห็นข้อความว่าพนักงานของตนแจ้งว่างาดรดน้ำศพพร้อมแล้ว ชายหนุ่มจึงหันไปชวนทุกคนให้กลับไปที่ส่วนงานฌาปนกิจ




พิธีรดน้ำศพในตอนเย็นวุ่นวายกว่าที่ทุกคนคิด

เนื่องจากพ่อของอิฐเป็นข้าราชการครูที่ค่อนข้างมีตำแหน่งสูงและมีลูกศิษย์มาก จำนวนคนที่มาร่วมพิธีรดน้ำศพจึงมากกว่าที่อิฐและไป๋คาดไว้ พวกเขาทั้งห้าคนต้องช่วยกันวิ่งรับรองแขก จัดการเรื่องลำดับงาน และขอสถานที่บางส่วนเพื่อมาตั้งเก้าอี้ส่วนเพิ่มให้เพียงพอต่อจำนวนผู้คน กว่าที่งานช่วงเย็นจะผ่านพ้นไปได้ พวกเขาทั้ง 5 คนก็แทบหมดแรง แต่พักได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องเตรียมตัวกับงานสวดพระอภิธรรมต่อในช่วงหัวค่ำ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะวุ่นวายมาก แต่ท่าทางอิฐก็ดูจะผ่อนคลายกับบรรยากาศรอบตัวมากขึ้น ราวกับว่าการเตรียมงานยุ่งๆ จะช่วยให้ความจดจ่อต่อรู้สึกผิดในใจลดน้อยถอยลง




“ซองช่วยงานที่แขกให้เก็บไว้ที่ใคร”

เสียงคำถามแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยดังถามขึ้น อิฐหันไปก็พบกับใครที่คาดเดาได้โดยง่าย ครูกฤติกา คนที่อิฐเองก็ไม่เคยเรียกสรรพนามความเป็นญาติอื่นใด นอกจากคำว่าแฟนใหม่ของพ่อ ครูกฤติกาเป็นครูโรงเรียนเดียวกับพ่อของอิฐ หญิงวัย 50 กว่าเต็มไปด้วยริ้วรอยตามอายุสภาพ แต่ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก การแต่งกาย และการวางตัว ก็ต้องถือว่าแฟนใหม่ของพ่อดูสวยกว่าอายุจริงของตนอยู่ประมาณหนึ่ง

“ครับ?”

อิฐหันไปพูดเชิงถามแบบงงๆ ความจริงชายหนุ่มไม่ได้สงสัยในประโยคคำถาม แต่สงสัยว่าอีกฝ่ายจะถามเรื่องแบบนี้ในขณะที่ตนกำลังฟังพระสวดให้ผู้ตายจริงๆ เหรอ แต่ดูเหมือนว่าการตอบรับแบบนั้นก็ทำให้ผู้หญิงคนนั้นไม่พอใจเท่าไหร่นัก

“ชั้นถามว่าซองช่วยงานที่แขกให้เก็บไว้ที่ไหน”

เสียงตอบกลับมานั้นมีความเป็นมิตรน้อยลงกว่าครั้งแรกอย่างชัดเจน เจ้าของชื่อกฤติกาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือตัวและแสดงท่าทีข่มออกมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่นั้นไร้ความปราณีปราศรัย และมองมาที่อิฐกับไป๋ที่นั่งคู่กันอยู่ราวกับเป็นคนที่เหม็นเบื่อกันมาแสนนาน

“ผมฝากไว้ที่ไป๋” อิฐตอบด้วยสีหน้าเรียบๆ อย่างเริ่มไม่พอใจเช่นกัน

“ส่งมาให้ชั้น”

อีกฝ่ายที่ตอนแรกกำลังพนมมืออยู่ ยื่นมือมาตรงหน้าพวกเขาทันทีอย่างออกคำสั่ง อิฐมองภาพคนตรงหน้าและมือที่ยื่นมานั้นอย่างผิดหวัง

“เดี๋ยวผมเก็บไว้ให้ก่อนก็ได้ครับ แล้วเดี๋ยวจะทำบัญชีรายละเอียดให้ตอนจบงาน” ไป๋พูด

“สอด! ชั้นไม่ได้ถามแก ไร้มารยาท” เจ้าของดวงหน้าสวยพ่นประโยคร้ายออกมาผิดกับบุคลิกที่ดูดีกว่าคำพูดมาก

“...” ไป๋นิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนจะทอดสายตามองคนตรงหน้าด้วยความนิ่งเฉย

“พ่อแม่ไม่เคยสอนแกเหรอว่าเวลาผู้ใหญ่เค้าไม่ได้ถามก็ไม่ต้องพูด สะเออะ!” อีกฝ่ายยังพูดต่ออย่างไม่ลดราวาศอก

“...” ไป๋ยังคงเงียบมองอีกฝ่ายอย่างเรียบสงบ

“หูหนวกหรือไง ชั้นบอกให้ส่งซองช่วยงานมาให้ชั้น อย่าคิดว่าชั้นไม่รู้นะว่าพวกแกเป็นอะไร พวกผิดเพศ น่าขยะแขยงที่สุด”

ผู้หญิงคนนั้นเริ่มด่าทอพวกเขาอย่างหยาบคาบ อิฐมีท่าทีโมโหเหมือนจะพูดอะไรสวนออกไป แต่ไป๋ก็เอื้อมมือไปบีบแขนอีกฝ่ายไว้อย่างเป็นสัญญาณให้ใจเย็น ไป๋มองหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ แต่ก็ไม่มีทีท่าจะส่งกระเป๋าที่เก็บซองช่วยงานไปให้

“อย่ามาเล่นแง่กับชั้นนะ พวกแกคิดจะขโมยเงินชั้นใช่ไหม ชั้นบอกให้ส่งมาเดี๋ยวนี้ ไอ้พวกลักเพศ!”

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยปกปิดไม่ให้คนโดยรอบรู้ว่าบทสนทนาระหว่างพวกเขารุนแรงแค่ไหน แต่ประโยคสุดท้ายที่หลุดออกมานั้นก็เป็นคำผรุสวาทโดยตรงไปที่ไป๋ที่ครอบครองเงินเหล่านั้นอยู่ในเวลานี้ อิฐทำท่าโมโหอย่างเห็นได้ชัดและทำท่าจะพูดอะไรแรงๆ กลับไป แต่ไป๋ก็ได้แต่แตะแขนให้ใจเย็น ก่อนจะหันไปมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉยและไม่มีทีท่าของความโมโหแม้แต่น้อย


“ชั้นบอกว่าส่งซองเงินมาให้ชั้นเดี๋ยวนี้ ไม่ได้ยินหรือไง อีตุ๊ด!”






นายพินต้า

ฝากเฟสกับทวีตโด้ย นายพินต้า ninepinta นะ รีบมาเยยย

เย้เย้เย้ ครบ 100 ตอนแล้ว ฮือ มาไกลมากเลย ผมรู้สึกว่าช่วงสัปดาห์นี้มีคนมาอ่านนิยายเพิ่ม ดีใจจัง มีกำลังใจเขียนงานมาก อิอิ เมนต์ให้หน่อยเร็ว ครบ 100 ตอนแล้วน้า ใครยังไม่เมนต์ เมนต์หน่อยเร็ว เมนต์ไม่อยากหรอก ลองๆ ดูสิ อิอิ

ความคิดเห็น