ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Accident : 2

คำค้น : ไทเกอร์ มิมิว เจ้าชู้ น่ารัก 18+

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 662

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 16:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Accident : 2
แบบอักษร



Accident​ : 2



Tiger Part


“โคตรช้า”

“ไม่ทันเหรอวะ”

“ใครจะอยู่รอมึง ลีลา” แคนตัสเหน็บแนมผมพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะหันกลับไปสนใจแชทสาวที่คุยค้างไว้ต่อ

“กูก็รีบสุดละ” ผมทิ้งตัวลงนั่งอย่างเซ็ง ๆ อุตส่าห์รีบมาแล้วเชียว ไม่ทันจนได้

แนะนำตัวก่อน ผมชื่อไทเกอร์ จริง ๆ ผมมีอีกชื่อว่าเสือ แต่เป็นชื่อที่ไม่ค่อยมีคนเรียกจนมันถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา

ผมอายุ 21 เรียนอยู่คณะบริหารมหาวิทยาลัยxxx ปี 4 ผมหล่อ ผมรวย นั่นคือความจริงที่ผมสามารถพูดได้โดยไม่อายปาก ก็มันเรื่องจริงนี่หว่า...

แล้วคุณคิดว่าผู้ชายที่มีทุกอย่างครบแบบผมนิสัยยังไง... ปิ๊งป๊อง! ใช่แล้วครับ ผมเป็นคนเจ้าชู้มาก ปลาไหลเรียกพ่อจนเพื่อนระอา ชื่อเสีย(ง)ของผมดังกระฉ่อนไปทั้งมหาวิทยาลัย แต่ถึงจะดังในแง่ลบแค่ไหนก็ยังมีสาว ๆ อยากจะเข้ามาทำความรู้จัก อ้อ ผมหมายถึงทำความรู้จักบนเตียงน่ะนะ ซึ่งผมก็ไม่ขัด แถมยังสนองให้สาว ๆ เหล่านั้นอย่างเต็มที่ ภายใต้ข้อแม้น้ำแตกต้องแยกทาง ไม่มีซ้ำสอง ไม่มีผูกมัด

ซึ่งถ้าถามว่าที่ผ่านมามีคนทำตามไหม แน่นอนว่ามี แต่คนที่ไม่ยอมก็มี ซึ่งปัญหาตรงนี้ก็ทำให้ปวดหัวไม่น้อย บางรายตามตื้อไม่หยุด บางรายมาวี๊ด ๆ ใส่ถึงคณะ หนักเข้าก็ถึงขั้นทำร้ายร่างกายผม กว่าจะเคลียร์ผู้หญิงที่มีปัญหาเหล่านั้นได้ก็เสียเวลาไม่น้อย เพื่อตัดปัญหาทุกอย่างผมจึงไม่เลือกเป้าหมายเป็นคนในมหาวิทยาลัยที่สามารถตามตัวได้ง่ายอีกเลย ส่วนมากสาว ๆ ที่เจอกันตามสถานบันเทิงจะคุยง่ายกว่า จบง่ายกว่า

แต่แล้วผมก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เพราะเมื่อวันก่อนผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมีทุกอย่างที่ตรงสเปคผม ทั้งสวย ขาว หุ่นดี ยิ้มเก่ง ข้อเสียเพียงข้อเดียวของเธอคือเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับผมนี่แหละ

แต่ผู้ชายแบบผม ความอยากได้มันเอาชนะได้ทุกสิ่ง วันนี้พอเพื่อนโทรมาบอกว่าเจอผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่กับเพื่อนแถวคณะ ผมเลยรีบงัดตัวเองขึ้นจากเตียงเพื่อมาเจอหน้าเธอ อาจจะโชคดีได้คุยได้แลกไลน์อะไรก็ว่าไป

แต่ไม่ทัน

แม่ง! หงุดหงิด!!

“เรียนคณะเดียวกัน ไงก็ต้องได้เจอป่าววะ หงุดหงิดทำไม”

“หงุดหงิดเพราะกูยังง่วงนี่แหละ เมื่อคืนมึงรู้ไหมว่ากูได้นอนกี่โมง เสียเที่ยวชิบหาย” ผมเสยผมด้วยท่าทีหงุดหงิดถึงขีดสุด แต่กลับเรียกเสียงหวีดเล็ก ๆ จากสาว ๆ ที่นั่งอยู่แถวนั้นได้ ผมเลยหันไปส่งยิ้มหล่อ ๆ ให้จนครบทุกคน แม้จะไม่หวังกินสาวในมหาวิทยาลัยเดียวกันแล้ว แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะบริหารเสน่ห์ให้สาว ๆ ได้กรี๊ดกร๊าดกัน เช็กเรทติ้งน่ะครับ

 เห้อ...ก็คนมันฮอตช่วยไม่ได้

เมื่อคืนเป็นอีกคืนที่ผมออกล่าเหยื่อ เอ่อ...ใช้คำนั้นจะดูน่ากลัวไปหน่อย เอาเป็นว่าเมื่อคืนผมออกไปเที่ยว แล้วก็เจอสาวถูกใจคนหนึ่ง ก็เลยพาไปเปิดโรงแรม หลังจากนั้นเรื่องราวก็เป็นไปตามขั้นตอนของมัน กว่าทุกอย่างจะจบก็เกือบตีสี่ และกว่าผมจะขับรถกลับถึงคอนโดก็ปาไปตีห้า พอเจ็ดโมงครึ่งไอ้แคนตัสดันโทรมาตามว่าผู้หญิงที่เล็งไว้นั่งอยู่ที่ใต้ตึกคณะ

ถามว่าทำไมผมต้องยอมลากสังขารมา ทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่าผมอยู่ปีสี่แล้ว ส่วนมากจะไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยบ่อยเหมือนแต่ก่อน ส่วนอีกฝ่ายก็ไม่ได้หาตัวง่าย ๆ เหมือนกัน คณะบริหารเป็นคณะที่ใหญ่ที่สุด และมีคนเรียนเยอะที่สุด โอกาสเจอกันเรียกได้ว่าน้อยมากจริง ๆ ยิ่งผมไม่รู้ว่าเธอชื่ออะไร เรียนเอกอะไรยิ่งเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร เพราะฉะนั้นถ้าได้เจอกันก็ต้องบุกอย่างเดียว มัวแต่รอพระพรหมท่านลิขิตให้ก็คงอด

“เอ้า! ไอ้เพื่อนเวร แล้วมาใส่อารมณ์กับกูทำไม”

“ไม่ได้ใส่อารมณ์ แต่เออ...โทษที กูไปนอนห้องสมุดนะ”

“เออ ๆ ไปไหนก็ไป มาทำตัวเหมือนผู้หญิงเป็นเมนส์อยู่ได้” มันโบกมือไล่หย๋อย ๆ อย่างกวนเบื้องล่างถึงที่สุด ถ้าไม่เสียดายความเป็นเพื่อนที่สั่งสมมาเกือบเก้าปีผมคงถีบมันตกโต๊ะไปแล้ว

แต่คิดไปคิดมา มีมันคนเดียวที่ยังทนคบผมได้จนถึงทุกวันนี้ เก็บมันไว้อุ่นใจกว่าเยอะ...




ห้องสมุด

“บรรยากาศแบบนี้สิที่ฉันต้องการ” ผมบ่นพึมพำคนเดียวไปเรื่อยพลางมองหาที่ ๆ จะสามารถนอนได้ เช้าขนาดนี้คนในห้องสมุดยังไม่เยอะมาก แต่ถ้านอนโจ่งแจ้งไปก็อาจจะโดนมองแรงได้ หาที่ที่มันแอบ ๆ หน่อยดีกว่า

อันที่จริงจะกลับไปนอนที่คอนโดก็ได้ ขับรถไม่ถึงสิบห้านาทีก็ถึง แต่ขี้เกียจหาที่จอดรถใหม่ สิ่งที่เหนื่อยที่สุดเวลามาเรียนคือหาที่จอดรถยากนี่แหละ ไม่รู้จะซื้อรถกันทำไมนักหนา

เออ...แต่ผมก็มีรถนี่หว่า งั้นความผิดก็คือคนสร้างมหาวิทยาลัย ที่สร้างที่จอดมาไม่เพียงพอต่อการใช้งาน!

“ตรงนี้แหละ” ผมย้ายหนังสือที่โดนวางทิ้งไว้ อดบ่นในใจไม่ได้ว่าเดี๋ยวนี้นักศึกษาไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้เลยเหรอ แค่เอาหนังสือไปเก็บยังทำไม่ได้เลย จะโตไปเป็นอนาคตของชาติได้ยังไง

เมื่อย้ายหนังสือไปไว้ไกลตัวแล้วผมก็ทิ้งตัวลงนั่งและฟุบหน้าลงเตรียมหลับ แต่ดันมีเสียงเล็ก ๆ เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อน

“นี่นาย”

“อื้อ”

“ทำไมมาย้ายหนังสือกันแบบนี้ นี่!”

“เงียบ ๆ คนจะนอน” ผมว่าด้วยความรำคาญ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยซ้ำ หนังตาผมหย่อนเหมือนมีหินมาถ่วงไว้ ณ จุด ๆ นี้ต่อให้พ่อมาปลุกผมก็ไม่ตื่น

“หึ้ย! คนอะไรทำไมนิสัยไม่ดี!”

ผมไม่สนเสียงเล็ก ๆ ที่ต่อว่านั่น ใช่ว่าผมจะอยากเป็นคนนิสัยดีเสียเมื่อไหร่ และดูเหมือนว่าเธอก็ขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด เลยยอมไปนั่งที่ ๆ ไกลออกไป ผมจึงปล่อยตัวเองให้เข้าสู่ห้วงนิทราทันที


สามชั่วโมงผ่านไป

มือถือที่ตั้งปลุกไว้ด้วยระบบสั่นปลุกให้ผมตื่น ผมยอมลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน ความเมื่อยจากการนอนท่าเดียวทำให้ผมต้องยืดเส้นยืดสายจนกระดูกดังกร็อบ แถมด้วยการยืดแขนยืดขา สะบัดคออีกเล็กน้อย แค่นี้ก็ทำรู้สึกดีขึ้นได้แล้ว

“เห้อ!” เสียงถอนหายใจที่จงใจทำให้ได้ยินทำให้ผมหันกลับไปมอง แล้วก็ได้เห็นหญิงสาวในชุดนักศึกษาถูกระเบียบนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออยู่ ผมสีอ่อนที่ปลกหน้าอยู่ทำให้ผมไม่รู้ว่าเธอคือใคร แต่ผมมั่นใจว่าเธอถอนหายใจใส่ผมแน่ ๆ

“นี่ ถอนหายใจทำไม”

“...”

“นี่เธอ...”

“นอนเต็มอิ่มแล้วก็ออกไปสิ” ผมถลึงตาด้วยความไม่พอใจ นี่เธอเป็นใครถึงมาไล่ผมแบบนี้แบบนี้ “ห้องสมุดไม่ใช่ที่นอน ใช้สถานที่ผิดจุดประสงค์ไม่พอ ยังมาย้ายของ ๆ คนอื่นหน้าตาเฉยอีก”

“ก็ใครจะไปรู้ ฉันเห็นมันกอง ๆ อยู่เหมือนถูกนักศึกษามักง่ายวางทิ้งไว้ก็เลยย้ายที่ให้ เผื่อคนมักง่ายคนนั้นมาเห็นจะได้ละอายใจไง”

“ฉันไม่ได้มักง่ายนะ!!”

ผมถอยหลังเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ร่างเล็ก ๆ นั่นก็ลุกพรวดขึ้น เธอจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่พอใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมตกใจเท่ากับ

“เธอ...”

นี่มันคนที่ผมอยากได้นี่หว่า....

บทจะเจอก็เจอกันง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอวะ...




เห้อ...ก็คนมันฮอตช่วยไม่ได้ - Tiger






นางเอกว่าล้นแล้ว พระเอกล้นกว่า เรื่องนี้มีแต่คนตลกค่ะ5555 เขียนไปหมั่นไส้พระเอกไป ความมั่นหน้านี้....

จุดประสงค์ที่เขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะเราอยากเขียนแนวคอมมาดี้ อยากให้คนอ่านอ่านแล้วรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าเครียด แต่ไม่รู้จะช่วยได้ไหมเหมือนกัน เราติดเขียนนิยายดราม่ามากกว่า พอมาเขียนแนวนี้แล้วสนุกมากนะคะ แต่ก็ยากมากเหมือนกัน หวังว่าจะชอบนะคะ

ชอบกันไหมคะ คอมเมนต์บอกกันให้ชื่นใจหน่อยเร้ววว




ความคิดเห็น