พฤษภา (Pruesapha)

ขอบคุณสำหรับการติดตามน้า #ด้วยรัก #พฤษภา <3

CHAPTER 27 : ลอยกระทง

ชื่อตอน : CHAPTER 27 : ลอยกระทง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 16:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 27 : ลอยกระทง
แบบอักษร

CHAPTER 27

ลอยกระทง

Can I float this krathong with you every year?


    ลานกว้างริมสระน้ำของมหาวิทยาลัยยามนี้คาคั่งไปด้วยผู้คนจำนวนมาก หลอดไฟกลมสีส้มนวลถูกแขวนเป็นสายโยงระย้าไอตามต้นไม้เหนือร้านค้าของเหล่านิสิตนักศึกษา บทเพลงและเสียงดนตรีเคล้าคลอจากเวทีกลางขนาดไม่ใหญ่มากช่วยเพิ่มสีสันให้คืนวันลอยกระทง ในฐานะนิสิตปีหนึ่งแน่นอนว่านี่คือการลอยกระทงครั้งแรกที่นี่ เคยได้ยินมาก่อนว่าประเพณีลอยกระทงที่มหาวิทยาลัยของผมขึ้นชื่อมาก อีกทั้งความเชื่อหลากหลายที่เล่าต่อๆกันมาก ก็ทำให้ใครต่อหลายคนอยากจะมาลองพิสูจน์กันทั้งนั้น สังเกตได้จากป้ายไวนิลที่ติดอยู่หน้างาน


ลอยคนเดียวจะได้คู่ ลอยเป็นคู่จะได้ฤกษ์


ผมเหลียวซ้ายทีขวาทีมองหาคนที่นัดกันเอาไว้ รออยู่ตรงนี้มานานเกินสิบนาทีแล้ว เดี๋ยวเถอะโผล่หน้ามาเมื่อไหร่จะเฉ่งให้ยับเลยคอยดู


"ไปลอยด้วยกันไหมกันต์" เจ้าของใบหน้าแย้มยิ้มเอ่ยชวนผมให้ไปที่ท่าน้ำจำลองด้วยกัน ผมส่ายหน้าปฏิเสธเพราะต้องรอใครอีกคน หากแต่สามสาวที่มาหยุดยืนที่ด้านหลังในช่วงจังหวะพอดิบพอดีก็เล่นแซวผมแบบไม่ต้องรีรอ


"คนมีคู่ก็งี้แหละ"


"กรอกตารัว"


"เหม็นความรัก"


ผมแยกเขี้ยวใส่ทั้งสามคนที่ยืนกอดอกหน้ากระดานเรียงหนึ่งแล้วสะบัดบ็อบพร้อมเพรียง 


"ไปก่อนเลย เดี๋ยวตามไป"


"ย่ะ" คริสตินเป็นตัวแทนของคนที่เหลือพูดขึ้นมา ก่อนที่ทั้งหมดจปลีกตัวเดินไปยังท่าน้ำ ระหว่างนั้นผมสังเกตเห็นเพื่อนสุดขรึมอย่างร่มธรรมกำลังจะแย่งกระทงจากมือของกรีนมาถือ ทว่ากลับโดนอีกฝ่ายฟาดมือลงบนต้นแขนจนสะดุ้ง


เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เวลาล่วงเลยไปน่าจะเกินยี่สิบนาทีเข้าแล้ว ไอหล่อก็ยังไม่คิดจะปรากฏตัว จากที่หงุดหงิดน้อยๆอยู่แล้ว ตอนนี้อารมณ์ผมเดือดปุดๆยิ่งกว่าน้ำร้อนที่ใช้ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวของร้านค้าข้างๆนี่เสียอีก


"ฮัลโหล..อยู่ตรงไหน"


"............."


"อ่ะเห็นแล้ว" 


ตู้ดๆๆ


ไม่คิดจะให้ตอบสักคำเลยหรือไง ผมทำหน้างงใส่หน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะเหลียวไปทางด้านหลัง ซึ่งก็ปรากฏร่างสูงใหญ่กำลังวิ่งตรงเข้ามาหาด้วยความเร็ว


แฮ่กๆ 


"โทษที แล็บเพิ่งเลิก" ไอหล่อยกมือขึ้นปาดเหงื่อตรงหน้าผาก ผมสังเกตเห็นที่มืออีกข้างของมันยังถือเสื้อกาวน์ปฏิบัติการเอาไว้ จากที่คิดเอาไว้ว่าจะตวาดสักยกสองยก แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดออกมาดีกว่า อีกคนคงรีบเท่าที่จะทำได้แล้วล่ะ


"รอนานหรือเปล่า" ร่างสูงเสยผมขึ้นโดยที่ดวงตาคู่คมมองตรงมาที่ผม


"แป๊บเดียว" ผมตอบยิ้มๆ ก่อนจะหยิบเสื้อกาวน์ของไอหล่อแล้วเดินอ้อมไปทางด้านหลังเปิดกระเป๋าเป้แล้วใส่ลงไปในนั้น 


"รีบมากหรือไง"


"กลัวมึงรอนาน" ไอหล่อตอบ ผมที่ยืนปิดซิบประเป๋าได้ยินก็อมยิ้มน้อยๆออกมา


"ไปตรงนู้นดีกว่า" 


ร่างสูงพยักหน้าและยอมให้ผมฉุดแขนเดินไปที่โซนร้านค้าขายของกิน จะของหวานของหวานมีให้เลือกละลานตา หากแต่ร้านแรกที่ผมแวะไปก็เป็นร้านขายเครื่องดื่ม


"น้ำเปล่าเย็นขวดนึงครับ"


"ได้ค่ะ" 


ผมยื่นเงินให้แม่ค้าสาวสวย และส่งต่อขวดน้ำเย็นๆให้คนตัวสูงที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลัง ไอหล่อรับไปกระดกที่เดียวหมดขวด 


คงต้องซื้อเป็นแกลลอนล่ะมั้ง


"ขออีกสองขวดครับ เอาผ้าเย็นด้วยครับ"


"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ" แม่ค้าคนเดิมพูดเสียงเจื้อยแจ้ว พลางเหลือบมองไอหล่อเป็นพักๆ เพื่อนของเธอที่ยื่นอยู่ข้างๆก็สะกิดแขนกันใหญ่ แหม่! คนดังจากคณะแพทยศาตร์นี่เสน่ห์เหลือล้นจริงๆ


"ครับ" ผมพยักหน้า ก่อนจะก้าวเดินออกจากร้านและฉีกซองผ้าเย็นยื่นให้คนเหงื่อซก ไอหล่อรับไปเช็ดหน้าและส่งคืนกลับมาพร้อมหยิบน้ำในถุงพลาสติกไปกระดกอีกหนึ่งขวด


อาหารการกินน้ำท่าจะสมบูรณ์~~

ไม่ใช่คำทำนายพระโคเสี่ยงทายวันพืชมงคล ทว่าเป็นของที่ร่างสูงหิ้วและถืออยู่ในมือต่างหาก เยอะล้นจนถ้ากินหมดนี่คงได้อิ่มหนำสำราญและอ้วนพีไปอีกหลายวัน ทั้งผัดไทยถาดกระทง ลูกชิ้นทอด ทาโกยากิ ขนมปังเนยน้ำตาลและน้ำหวานแดงโซดาสองแก้ว


"กินหมดไหมถามจริง" คนตัวสูงเอ่ยถามระหว่างที่กำลังเดินหาจุดนั่งกิน 


"สองคนน่าจะหมดนะ" ผมแย้มยิ้ม พลางชี้ไปที่ขอบฟุตบาทที่ยังว่างอยู่ คงต้องนั่งกินแถวนี้แหละเพราะโต๊ะม้าหินอ่อนเต็มทุกตัว


"ไม่พ้นกูอีก"


"อย่าพูดมาก" ผมยกมือขึ้นมาห้ามไม่ให้อีกคนพูดเยอะพูดแยะ ไอหล่อทำทีเป็นกรอกตาแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร


เสียงดนตรีจากชมรมดนตรีสากลช่วยกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของผมให้ทำงานได้อย่างดี และดูเหมือนจะดีกว่าปกติเสียด้วย เพราะตอนนี้ได้ฟาดลูกชิ้นทอดและทาโกยากิคนเดียวไม่แบ่งใคร สังเกตเห็นคนด้านข้างหรี่ตามองและขมวดคิ้ว แต่เลือกที่จะเพิกเฉยไม่สนใจ พุงผมไม่ใช่พุงมันสักหน่อย


"เพลาๆลงบ้างเรื่องกิน"

"ก็มันอร่อย" 


"แล้วอย่ามาบ่นว่าปวดท้อง"


"รู้แล้วจ้า" ผมหันไปเบ้ปากใส่พ่อคนรู้ดี ซึ่งนั่นทำให้ผมพบกับแรงดีดจากปลายนิ้วเข้าตรงกลางหน้าผากพอดิบพอดี ดังโป๊กกกก!!


เป็นโป๊กที่ลงจังหวะกลองชุดบนเวทีพอดิบพอดี นี่ถ้ามือกลองเกิดนึกรัวไม้กลองขึ้นมา หน้าผากผมคงปูดเป็นลูกมะกรูดแน่ๆ


"เจ็บนะเว้ย" ผมร้องท้วงและกำลังจะลุกขึ้น ทว่าโดนมือหนากดลงให้นั่งลงตามเดิม


"อย่าดื้อ" ทั้งยังปรามผมเสียงเข้มอีกด้วย ซึ่งน้ำเสียงแบบนี้ผมไม่เกรงกลัวหรอก พร้อมมากที่จะต่อปากต่อคำและรบรา หากแต่บรรยากาศรอบข้างที่ลืมสังกตไปทำให้ความคิดในหัวมลายหายสิ้นไปโดยปริยาย


เหล่านักศึกษาสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อมองมาที่ผมกำลังไอหล่อ บ้างก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป เสียงซุบซิบที่คล้ายจะคุยกันแต่กับกลุ่มเพื่อน ทว่าเมื่อพูดกันหลายคน มันก็ลอยมาเข้าหูผมกับคนด้านข้างจนได้


'ดูเขาจู๋จี๋กันสิ'


'น่ารักมากก'


'งื้อใจบางเลย'


'เหมาะสมกันที่สุด'


ผมหน้าอิหลักอิเหลื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น เหลือบมองคนตัวสูงก็เห็นว่ามันยิ้มอยู่ เป็นยิ้มที่เปิดเผยมากด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้สาวๆ ส่งเสียงกรี๊ดและซุบซิบกันใหญ่ 


"ขอถ่ายรูปคู่หน่อยได้ไหมคะ" 


"กับผมเหรอ" ผมเลิกคิ้วและชี้นิ้วที่ตัวเอง 


"เปล่าค่ะ สองคน" สาวแว่นผิวขาวส่ายหน้า ก่อนจะชูสองนิ้วเล็งมาที่ผมกับไอหล่อแทน


เอ้า ไหงเป็นงั้น?


ผมเหลือบมองคนด้านข้างเพื่อดูท่าที แต่พ่อเจ้าประคุณรุนช่องกลับนั่งนิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าไม่ได้ปฏิเสธอะไร ส่วนคนที่ยังกระอั่กกระอ่วนและสมองตีบตันขึ้นมากระทันหันก็คิดอะไรไม่ออกได้แค่เอามือขึ้นเกาหัวและยิ้มแห้งเมื่อสาวคนเดิมเริ่มจัดตำแหน่งการถ่ายรูป


คือต้องยอมสินะ ฮือTT


"ขยับใกล้กันหน่อยค่ะ"


ไอหล่อเลื่อนของกินที่กั้นระหว่างกลางเราสองคนออก ผมมองตามแล้วถลึงตาอย่างไม่บิดปัง


"ทีงี้ล่ะรู้งาน"


"เปล่าสักหน่อย" คนยกยิ้มมุมปากยักคิ้วแล้วขยับเบียดร่างผมก่อนจะหันไปมองกล้อง


"หัวใจจะวายเลยค่ะ" เพื่อนของน้องแว่นเอามือทาบที่หน้าอกและใช้มืออีกข้างปิดปากเพื่อกลั้นความฟินในเลือดที่น่าจะกำลังพลุ่งพล่าน ผมได้แต่ถอนหายใจกับสิ่งที่เห็นรอบข้างและสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้


ไม่เป็นผมไม่เข้าใจหรอก เหอๆ


มีหนึ่งก็ต้องมีสอง จากตากล้องคนเดียวบัดนี้มีอีกหลายคนที่ลั่นชัตเตอร์เก็บภาพผมกับไอหล่อ จนแอบสงสัยนิดหน่อยว่าเราสองคนไม่ได้กำลังถ่ายปกนิตยสารหรือถ่ายทำละครสักเรื่องใช่ไหม กว่าบรรยากาศพลุกพล่านจะคลี่คลายก็ทำเอาปาดเหงื่อและใช้มือนวดกรามที่ต้องฉีกยิ้มจนเมื่อยปาก


"ยิ้มอะไร"


"เปล่า" ไอหล่อยักไหล่ แล้วยิ้มน้ำขึ้นมาดื่ม 


รู้อยู่หรอกว่ากินน้ำกลบเกลื่อน อดหมั่นไส้ไม่ได้เลยกระทุ้งศอกที่สีข้างไปแบบให้พอสะดุ้งเล่น


"ทำร้ายร่างกาย" ร่างสูงโอดครวญ


"น้อยไปเถอะ"





ก่อนจะดึกไปมากกว่านี้ ผมกับไอหล่อก็สงบศึกเลิกทะเลาะกันชั่วคราว ลุกเดินไปหากระทงเพื่อจะได้ไปลอยแล้วกลับไปนอน แทบทุกร้านในปีนี้เน้นทำกระทงที่อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายง่ายและไม่เป็นขยะตกค้าง กระทงขนมปังหลากสีที่น่ากินมากกว่าเอาไปลอยน้ำตั้งเรียงรายให้เลือกสรร ถัดไปก็มีกระทงที่ทำจากกระดาษ และกระทงผัก ใจจริงอยากจะซื้อตังแต่ร้านแรกหากแต่โดนคนตัวสูงลากไปร้านที่อยู่ตรงหัวมุมสระน้ำแทน


กระทงกาบกล้วย?


"ชุดนึงครับ" ไอหล่อจัดการเสร็จสรรพด้วยความเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้แสดงความคิดเห็นอะไรทั้งนั้น มันลากผมไปยังท่าน้ำจำลอง แต่ด้วยคิวที่ยาวทำให้ต้องต่อแถวอยู่ด้านหลัง ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันนั้นผมเหลือบไปเห็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่อย่างไอซาวน์พอดี


"ไอซาวน์" ผมชูมือขึ้นแล้วกวักมือเรียกให้อีกฝ่ายเดินมาหา โดยไม่มันจะสังเกตหรอกว่าคนด้านข้างมีปฏิกิริยาอย่างไร


"แฟนมึงเรียกกูนะ" เมื่อมาถึงซาวน์ก็พูดกับไอหล่อก่อน ผมตวัดไปมองก็พบกับความจริงที่ว่า มีรัศมีขุ่นมัวแผ่อยู่รอบๆคนด้านข้าง


ได้แต่ยิ้มแห้งออกไป แล้วหันกลับมาที่ซาวน์ต่อ


"มากับใครอ่ะมึง"


"เพื่อน" ซาวน์บุ้ยปากไปยังกลุ่มเพื่อนที่กำลังแซวสาวสวยที่เดินผ่านไปผ่านมา


"ที่หม้อสาวอยู่นั่นน่ะเหรอ"


"หม้อหนุ่มก็มี" คนตรงหน้าทำตาประกายวิบวับ ผมได้ยินก็ถอนหายใจอย่างระอา ก่อนจะรู้สึกว่ามีท่อนแขนยกขึ้นมาวางพาดตรงหัวไหล่


"หวงจังเลยนะ"


"อืม" ไอหล่อตอบสั้นๆคำเดียว หากน้ำเสียงมันดูกดต่ำพิลึก


"เออ เดี๋ยวกูไปก่อน ไว้นัดกินข้าวกัน" ไอซาวน์บอกผม ผมก็พยักหน้าตอบรับ แต่ดูเหมือนคนแถวนี้จะไม่อนุญาตเสียอย่างนั้นถึงได้ส่งเสียงคำรามขึ้นมาดังลั่น


"ไม่ให้ไป" 


นี่ถ้าไม่มีเสียงดนตรีเคล้าคลอ มีหวังคนได้หันมามองกันทั้งงานแน่


"อ่านไลน์ด้วย" และความกวนตีนของพ่อหนุ่มหล่อวิศวะฯก็น้อยเสียที่ไหนกัน เพิกเฉยต่อคำพูดของไอหล่อและหันมายักคิ้วหลิ่วตาให้ผมแทน 


"ไปละ"


"เออ" ผมยกมือขึ้นบาย ไอซาวน์ซึ่งเหมือนจะเดินออกไปหันกลับมาที่ผมอีกครั้ง


"เห็นป้ายหน้างานหรือเปล่า" ดูเหมือนจะไม่ได้พูดกับผมนะ เพราะสายตามองตรงไปที่คนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ


"..............."


"ลอยคนเดียวจะได้คู่ ลอยเป็นคู่จะได้เลิก"


"ฤกษ์" ไอหล่อสวนกลับทันควัน น้ำเสียงนี่โหดมาก ส่วนคนกวนประสาทก็ยิ้มชนะก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป ทิ้งไว้ก็แต่ผมที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อของฆาตรกรตัวสูง


ไอเพื่อนเลววว!!!


"มันแซวเล่นขำๆ" ผมสะกิดแขนคนอารมณ์ไม่ดี โดยที่ยิ้มหวานให้ อีกฝ่ายหรี่ตามองไม่พูดจา ซึ่งเป็นสัญญาณว่ายังไม่หายโกรธ


"กูขอโทษ" ผมขยับไปยืนตรงหน้าไอหล่อ เลื่อนมือของตัวเองไปกุมมือหนาเอาไว้ และเงยขึ้นสบดวงตาคู่คมซึ่งก้มลงมองผมเช่นเดียวกัน


"ไม่คิดว่ามึงจะโกรธ ขอโทษ" กะพริบตาปิ๊งๆให้อีกคนเข้าใจ ร่างสูงเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วถอนหายใจยาวก่อนจะหันกลับมาและดึงมือมันออกเปลี่ยนมาวางบนหัวผมแทน


"ไม่ได้โกรธ แค่หึง"


"หึงเก่ง" ผมอมยิ้มใส่คุณชายเย็นชาที่บางครั้งก็ตรงไปตรงมาจนคนฟังไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนจะขยับเดินไปตามแถวที่สั้นลงเรื่อยๆ


"นี่ของกู แล้วไหนของมึง" ผมว่าจะถามมันตั้งแต่ที่ร้านแล้วว่าทำไมถึงซื้อกระทงมาแค่ใบเดียว ซึ่งใบนั้นก็ตกอยู่ในความครอบครองของผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


"ลอยอะไรเยอะแยะ เป็นขยะเสียเปล่า"


"แล้ว?" ผมเลิกคิ้วรออีกคนพูดต่อ


"ขอลอยด้วย" ไอหล่อทำเสียงหวานระคนออดอ้อน ผมได้แต่กรอกตาเป็นเลขไทย ครั้นจะไล่ให้มันไปซื้ออีกใบก็เกรงว่าน่าจะอีกนาน และที่สำคัญคงไม่ได้ลอยด้วยกันเพราะมันจะต้องไปต่อแถวใหม่


"จุดเทียนนะ" คนตัวสูงทำหน้าที่เป็นกำแพงหนา หยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดที่ปลายเทียนจนสีเหลืองทองส่องสว่าง ผมยกกระทงขึ้นโดยที่มือถูกซ้อนทับด้วยไออุ่นจากสองมือใหญ่


"พูดให้ได้ยินด้วยสิ"


"ใครเขาอธิษฐานเสียงดัง" ผมลืมตาและหันเอ็ดคนด้านข้าง 


"เหอะหน่า ไม่บอกใครหรอก" ไอหล่อยังเซ้าซี้ทำหน้าตาย ผมนี่อยากจะถีบให้ตกลงสระถ้าไม่เกรงใจคนในงาน แต่ความเป็นจริงทำได้แค่ถลึงตาปราม ขืนยังพูดมากไม่หยุดอย่าหาว่ากันตพลคนนี้ไม่เตือนนะ


หลังจากอธิษฐานเสร็จผมก็ส่งกระทงให้คนด้านข้างขอพรบ้าง ไอหล่อรับไปถือแล้วก้มลงนั่งยองๆ โดยกระตุกเสื้อผมให้นั่งลงด้วย


"ต้องพูดว่าไงอ่ะ" 


ผมถอนหายใจยาวกับคำถามของคนฉลาดที่โง่ผิดที่ผิดเวลา


"ก็ขอขมาพระแม่คงคา ที่เราล่วงเกินไรงี้ จากนั้นมึงก็ปล่อยทุกข์ ปล่อยโศกว่ากันไป" ผมพรรณายาว ไอหล่อพยักหน้าเข้าใจก่อนจะปิดเปลือกตาลง


"ขอขมาแม่คงคาที่ไม่ประหยัดน้ำ" สิ้นเสียงทุ้ม ดวงตาคู่คมก็ลืมขึ้นและหันมาที่ผม


"ได้มะ"


เหนื่อยใจกับมึงจริงๆ สาบานเลยว่ากูอยากจับหัวมึงกดน้ำมากเลยตอนนี้


"แล้วแต่มึงเถอะ เอากระทงมา จะลอยแล้ว" ผมดึงกระทงมาถือไว้กับมือก่อนจะขยับตัวไปใกล้ริมน้ำ ร่างสูงซ้อนมือใต้มือของผมและค่อยๆวางกาบกล้วยสีขาวเนียนลงบนผิวน้ำ


"ขอให้เราสองคนไร้ทุกข์โศก" คนตัวสูงพึมพำ ผมหันมองก็พบว่าไอหล่อมองมาก่อนแล้ว แววตาคู่ตรงหน้าจริงจังกว่าครั้งไหนๆ เราสองคนแย้มยิ้มให้กัน และนั่งมองกระทงที่ลอยห่างออกไป


TBC.

+++++++++++++++

​​

ด้วยรักอย่างมากมายยยมหาศาล

พฤษภา :)

ช่องทางการติดต่อไรท์

twitter : @nat_audy

FB Fanpage : พฤษภา Pruesapha

**ไม่ต้องจุดธูปนะคะ**

ขอบคุณภาพจาก

https://www.videoblocks.com/video/loi-krathong-festival-in-chiangmai-thailand-hand-releasing-floating-decorated-baskets-and-candles-to-pay-respect-to-river-goddess-thai-traditional-culture-on-full-moon-night-4j79gsq0eimkuhfwg

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น