Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 23

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 23

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2561 21:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 23
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 23

FULONG PART

            ปัง!


            ปัง!


            เสียงคำรามของอาวุธดังขึ้นปะทะกันระหว่างผมกับคนของแก๊งหลินจาง หนึ่งในแก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในฮ่องกงไม่ต่างกับแก๊งซือหลิวในตอนนี้ ใบหน้าคมฉายแววเป็นกังวลพร้อมกับเหลือบตามองศัตรูผ่านพนังกำแพง โดยมีผู้ชายบอบบางร่างเล็กที่เป็นเป้าหมายตามคำสั่งของคุณจีซัสอยู่ข้างกาย


            “จำเด็กที่ชื่อพระจันทร์ได้หรือเปล่าฟูหลง”

“เด็กจากพ่อค้าทาสที่ถูกแก๊งหลินจางประมูลไปใช่ไหมครับ ผมจำได้ว่าเขาเป็นน้องชายของคุณพระพาย”

“อืม**! ไปพาตัวมาซะ”

          ช่างเป็นคำสั่งเรียบง่าย แต่ทำได้ยากเสียเหลือเกิน!


            “คุณเป็นใคร” น้ำเสียงเหนื่อยหอบดังขึ้นจากบุคคลที่เป็นเป้าหมาย ไม่คิดว่าน้องชายของคุณพระพายจะมีใบหน้าที่หวานสวยขนาดนี้


            “คุณไม่จำเป็นต้องรู้” ผมตอบกลับก่อนจะจับเรียวแขนเล็กกระชากให้เตรียมหนีออกทางประตูทางออก ขืนยังอยู่ในที่แบบนี้ผมคงเสียเปรียบแน่ ไม่ได้เตรียมกำลังคนมาเยอะซะด้วย ถ้าโดนจับได้คงได้ตายกันพอดี


            “ผมจำเป็นต้องรู้…คุณเป็นศัตรูของคาร์ลใช่ไหม” คุณพระจันทร์ถามขึ้นเสียงเครียด เรียวแขนเล็กฝืนตัวไว้ไม่ยอมเดินตามผม ความดื้อรั้นแบบนี้เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง


            “ใช่! ผมเป็นศัตรูแต่รับรองได้ว่าผมเป็นมิตรกับคุณ” ผมพูดก่อนจะออกแรงดึงอีกฝ่ายให้วิ่งลงตามบันไดเมื่อเห็นว่าด้านหลังคือพวกแก๊งหลินจางที่ไล่ตามมาไม่หยุดหย่อน สมกับเป็นคนสนิทของหัวหน้ามาเฟียจริงๆ


            “หมายความว่ายังไงที่คุณบอกว่าเป็นมิตรกับผม” น้ำเสียงเหนื่อยหอบเอ่ยถามขณะที่เราทั้งคู่กำลังวิ่งหนีพวกหลินจาง


            “คุณเป็นคนของซือหลิว เพราะคุณเป็นน้องชายของ…”


            ปัง!


            “ชิท! หนีก่อน”


            พูดยังไม่จบประโยคดีเสียงคำรามของอาวุธปืนก็ดังขึ้นมาอีกนัด ผมเบี่ยงตัวหลบตามความเคยชินพลางกดลั่นไกปืนในมือยิงตอบโต้อีกฝ่าย ฝ่ามือหนาจัดการรั้งข้อมือเล็กให้วิ่งตามมาจนถึงประตูทางออกจนโผล่มาที่สระว่ายน้ำหลังโรงแรม อย่างน้อยออกมาถึงที่นี่ได้ก็คงพอได้เปรียบพวกหลินจางอยู่บ้างล่ะ


            ปัง!


            “หยุดอยู่แค่นั้นแหละฟูหลง!” น้ำเสียงทุ้มเข้มทรงอำนาจดังขึ้นหลังเกิดเสียงดังลั่นของกระสุนในมือ ผมหยุดชะงักขาที่ก้าววิ่งก่อนจะไล่สายตามองคนตรงหน้าพลางยกยิ้มขึ้นมุมปากทั้งที่เหงื่อเริ่มชุ่มมือ


            ดันมาเจอหัวหน้าซะได้ แย่ชะมัด!


            “ไงครับ! คุณคาร์ล” ผมเอ่ยทักพลางค่อยๆ ก้าวถอยไปด้านหลังเรื่อยๆ หากแต่คนของแก๊งหลินจางที่ตามมาสมทบทางด้านหลังกลับทำให้ต้องหยุดชะงักไป


            เพราะทำงานในฐานะมาเฟียมานาน แค่ได้มองสถานการณ์ตรงหน้าก็รู้ว่าดูยังไงตัวเองก็กำลังจนตรอก ผมแสร้งยิ้มหยันกลบเกลื่อนความกังวลก่อนจะหันไปจ้องหัวหน้าแก๊งหลินจางทั้งที่ตัวเองกำลังเป็นฝ่ายถูกต้อน


            “จีซัสส่งแกมาใช่ไหมฟูหลง”


            “ถ้าใช่แล้วจะทำไมครับ” ผมตอบกลับก่อนจะเล็งปืนในมือไปทางหัวหน้าแก๊งหลินจาง คิดว่าคนอย่างผมจะบุกเข้าหาพวกมังกรด้วยตัวคนเดียวจริงเหรอ ถึงกำลังคนจะไม่มากเท่าอีกฝ่ายแต่แผนที่วางไว้ก็ไม่ใช่เล่นๆ ตอนนี้น่าจะได้เวลาแล้วมั้ง


            “คุณคิดว่าผมที่มาพาตัวคุณพระจันทร์ออกไปจะไม่เตรียมแผนรับมืออะไรเลยงั้นเหรอครับคุณคาร์ล” ผมพูดพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเมื่อสังเกตได้ว่าคนของตัวเองกำลังเริ่มแผนตามที่วางไว้ก่อนหน้านี้


            พรึ่บ!


            ชายชุดสูทสีดำซึ่งเป็นคนของแก๊งซือหลิวประมาณสิบกว่าคนค่อยๆ โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ที่ใช้ซ่อนตัวพลางเล็งอาวุธปืนในมือมาทางหัวหน้าแก๊งหลินจางตามที่คุยกัน ถึงจำนวนคนจะไม่เยอะเท่าฝ่ายศัตรูแต่อย่างน้อยก็คงใช้ขู่กันได้


          “หึ! เตรียมแผนได้ดี”


            “…”


            “งั้นบอกฉันหน่อยฟูหลง เจ้านายของแกต้องการตัวพระจันทร์ไปทำไม” คำถามเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นมาตามที่ผมคิดไว้ จะให้เรื่องที่คุณพระจันทร์เป็นคนของแก๊งซือหลิวหลุดรอดไปไม่ได้เด็ดขาด อย่างน้อยก็เป็นการปกป้องอีกฝ่ายจากพวกมันถ้าเกิดมีเรื่องอะไร


            “คุณไม่ต้องรู้หรอกครับ” ผมตอบก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงไปทางมาเฟียตรงหน้าพร้อมกับกระชากคนร่างบางให้วิ่งหลบตรงพุ่มไม้เมื่อเห็นว่าคนของผมกับอีกฝ่ายเริ่มยิงตอบโต้กันจนกลายเป็นสงครามขนาดเล็ก


            “อยู่ตรงนี้อย่าออกไปไหนนะครับ” ผมพูดสั่งอีกฝ่ายเสียงเข้ม เพราะรู้ว่าคุณพระจันทร์ดื้อไม่ต่างอะไรกับคนพี่ แต่ในเวลาแบบนี้หวังว่าอีกฝ่ายจะยอมฟังกันบ้าง


            “ดะ เดี๋ยว!” เสียงเรียกชื่อของผมไม่ได้หยุดขาที่ก้าวเดินเพื่อปิดฉากเกมตรงหน้าแม้แต่นิด ผมต้องพาคุณพระจันทร์กลับแก๊งซือหลิวให้ได้ เพื่อคุณพระพายแล้ว ผมไม่อยากเห็นใบหน้าโศกเศร้านั่นอีก


            ปัง!


            “กันไว้ให้มากที่สุด เรามาเพื่อพาเขากลับไปเท่านั้น!” ผมออกคำสั่งคนของตัวเองพลางหลบวิถีกระสุนที่ยิงตอบโต้มาหลังต้นไม้ใหญ่ สายตาสอดส่องดูจำนวนคนที่เหลือรอดก่อนจะหยุดมองคนของตัวเองที่กำลังลอบยิงหัวหน้าแก๊งหลินจางอยู่ไม่ไกล


            “รอจังหวะแล้วยิงได้เลย” ผมพูดเสียงเรียบแววตาจดจ้องไปยังเหยื่อรายใหญ่ที่กำลังยิงตอบโต้คนของผม ทุกช่วงเวลามักมีจังหวะเป็นของตัวเอง คนที่ผมเตรียมมาไม่ได้ไร้ฝีมือ พวกเขาผ่านการเป็นนักฆ่ามาแล้วทั้งนั้น นี่จึงเป็นโอกาสที่จะฆ่าหัวหน้าแก๊งศัตรู


            “ยิง!”


            ปัง!


            “คาร์ล!” เสียงตะโกนเรียกของคนที่ไม่คาดคิดทำให้ผมหยุดชะงักเบิกตามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยหัวใจหล่นวูบเมื่อร่างเล็กของคุณพระจันทร์ก้าวออกมาขวางวิถีกระสุนจนตกลงสระน้ำไปพร้อมกับหัวหน้าแก๊งหลินจาง


            ตู้ม!


            “คุณพระจันทร์!” ผมตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายพร้อมกับมองน้ำในสระที่อาบไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม ผมยืนมองรอจนกระทั่งคนที่ตกลงไปโผล่หัวขึ้นจากน้ำ ฝ่ามือแกร่งกระชับปืนในมือแน่นความรู้สึกกรุ่นโกรธเกิดขึ้นในใจอย่างห้ามไม่อยู่ ทำไมคุณพระจันทร์ต้องเสี่ยงชีวิตขนาดนั้น


            แกร็ก!


            เสียงลดนกปืนในมือพร้อมกับลำปืนยาวที่ยกเล็งศีรษะคนร่างสูงทำให้คนสองคนที่อยู่ในสระน้ำเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยอารมณ์ที่ต่างกัน ด้านหลังผมยังคงวุ่นวายกับการต่อสู้ เพียงแต่คนของแก๊งหลินจางที่เริ่มเข้ามาสมทบทำให้ฝ่ายของผมเริ่มเสียเปรียบ ต้องรีบปิดเกมให้เร็วที่สุด


            “คุณฟูหลงอย่ายิงเลยนะ” น้ำเสียงอ้อนวอนขอร้องจากเหยื่อในคราวนี้ดังขึ้นอย่างน่าสงสาร ผมเหลือบตามองคนร่างบางนิดหน่อยก่อนจะพูดกลับไปเสียงนิ่ง


            “ไปกับผมเถอะครับคุณพระจันทร์”


            “ผมไม่รู้หรอกนะว่าทำไมผมถึงไปเป็นพวกคุณได้ แต่ผมขอร้องอย่ายิงเลยนะ”


            อะไรคือสิ่งที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ยอมก้มหัวร้องขอชีวิตให้กับพวกมาเฟียกัน คุณพระจันทร์คงไม่เข้าใจสินะว่าการที่ผมทำแบบนี้มันจะดีต่อตัวของคุณเอง คงต้องบอกความจริงไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงไม่ยอมกลับไปด้วยกันแน่ ถึงมันจะเป็นอันตรายกับตัวคุณในภายภาคหน้าก็ตาม


            ปัง!


            “ชิท!” ความเจ็บหนึบบริเวณต้นแขนทำให้มือที่ยกปืนเล็งคนตรงหน้าทรุดฮวบ เพราะเผลอปล่อยช่องว่างให้คนของศัตรูยิงใส่


            “ผมจะปล่อยคุณไปก่อน แต่ถ้ามีโอกาสคราวหน้าผมจะพาตัวคุณไปแน่!” ผมพูดเสียงเรียบพลางหันไปยิงปืนใส่คนของฝ่ายตรงข้าม เรายืดเวลามานานเกินไป คนของผมไม่พอที่จะสู้กับแก๊งหลินจางที่ตามสมทบแน่ๆ คงต้องถอยกลับไปก่อน


            “ยิงสกัดไว้ อย่าให้มันตามมา” ผมออกคำสั่งพร้อมกับไล่ปืนยิงคนของแก๊งหลินจางเพื่อเอาตัวรอด ถึงงานวันนี้จะไม่สำเร็จแต่อย่างน้อยก็ยังมีข่าวดีฝากไปถึงคุณพระพาย


            ข่าวที่ว่าคุณพระจันทร์ยังคงปลอดภัยดี


..

..


            “เป็นยังไงบ้างเฮีย!” เสียงของอาหยางดังขึ้นเมื่อเห็นสภาพของผมกับคนของแก๊งซือหลิววิ่งหนีมาทางด้านหลังโรงแรม คนของหลินจางยังคงตามมาไม่ปล่อยแม้จะยิงสกัดไปเยอะแล้วก็ตาม


            “อย่าเพิ่งถาม รีบหนีเร็วเข้า!” ผมออกคำสั่งก่อนที่คนของตัวเองจะแยกกันขึ้นรถที่เตรียมไว้ อาหยางทำหน้าที่เป็นคนขับพร้อมกับรอสนับสนุนอยู่ด้านนอกจึงไม่ต้องเข้าไปร่วมสู้ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน


            “เลือดเฮียออกเยอะชะมัด” อาหยางพูดขึ้นพร้อมกับปรายตามองผ่านกระจกหลังเมื่อเราทุกคนรีบขับรถหนีออกห่างจากแก๊งหลินจางเพื่อความปลอดภัย


            “พูดมาก! ขับไป” ผมกัดฟันตอบกลับไม่สบอารมณ์ ก่อนจะถอดเสื้อสูทที่สวมใส่จัดการฉีดแขนของเนื้อผ้าแล้วพันแผลที่ต้นแขนตัวเองลวกๆ โชคดีที่แค่โดนยิงถากๆ ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก


            “จะให้ไปสนามบินเลยไหมเฮียฟูหลง”


            “ถึงแผนจะไม่สำเร็จก็ต้องกลับฮ่องกง”


            “…”


            “ยังมีงานที่สำคัญรออยู่ที่นั้น” ผมพูดในขณะที่หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาด้วย ตอนนี้คุณจีซัสคงถึงฮ่องกงแล้ว เจ้านายของผมคงคิดจะเริ่มงานทดลองเร็วๆ นี้แน่


            “รับทราบครับเฮีย อย่าลืมโทรรายงานเจ้านายนะครับ”


            “อืม” ผมพยักหน้ารับก่อนจะจัดการโทรออกหาคนเป็นนาย มันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำแม้ว่าภารกิจจะล้มเลวไม่เป็นท่าก็ตาม ที่ผมเป็นห่วงคือสภาพจิตใจของคุณพระพาย ถ้าเขารู้เรื่องนี้จะทำใจได้ขนาดไหนกัน


            “/ไงฟูหลงแผนไม่สำเร็จสิเนี่ย/”


            “คุณรู้อยู่แล้วนี่ครับคุณจีซัส” ผมตอบกลับพลางขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกไม่สบอารมณ์ทุกครั้งที่อีกฝ่ายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวนแบบนี้ มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนสำหรับคนที่อยู่รับใช้มานาน


            เขากำลังเล่นสนุก


            “/งั้นกลับมาเร็วๆ นะฟูหลง เมียฉันคงอยากฟังข่าวร้าย/” สรรพนามที่ใช้เรียกคุณพระพายแบบนั้นผมเพิ่งมาได้ยินเอาตอนก่อนที่อีกฝ่ายจะขึ้นเครื่องกลับฮ่องกง คนอย่างคุณจีซัสไม่เคยจริงจังกับอะไร การที่เรียกคนร่างบางแบบนั้นคงเป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นตัวทดลองแสนสำคัญที่หาได้ยาก


            “ทราบแล้วครับ” ผมตอบกลับเจ้านายตัวเองก่อนจะเป็นฝ่ายกดวางสายไปทั้งอย่างนั้น ใบหน้าคมฉายแววเหนื่อยล้าก่อนจะเหลือบมองวิวผ่านหน้าต่างรถทั้งที่ภายในหัวคิดเรื่องราวต่างๆ มากมาย


            เขาจะอดทนได้ถึงเมื่อไรกัน


            “บางทีถ้าคุณหลุดพ้นจากคุณจีซัสได้คงมีชีวิตที่ดีกว่านี้” ผมพึมพำขึ้นกับตัวเองพลางกดเปิดโทรศัพท์ไล่มองรูปคุณพระพายที่เผลอกดถ่ายไว้ด้วยสีหน้าเป็นกังวล สิ่งที่คุณต้องเจอหลังจากนี้อาจจะทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่เลยก็ได้ เด็กหนุ่มที่เคยมีรอยยิ้มในภาพคงจะกลายเป็นแค่อดีตไป คำว่าอดทนคงจะไม่พอแล้วสินะ


            “คุณพระพาย”


..

..


PHRAPHAI PART

HONGKONG

            ทันทีที่พาหนะลำใหญ่ลงจอดพื้นดินก็ราวกับเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าชีวิตผมกำลังไร้อิสรภาพ อากาศหนาวเย็นไม่คุ้นชินกับทัศนียภาพที่แตกต่างจากเมืองไทยทำให้ผมอดที่จะยกมือขึ้นลูบแขนทั้งสองข้างไม่ได้ มาถึงฮ่องกงแล้วสินะ


            “เราจะกลับไปที่แก๊งซือหลิวทันที มีเวลาไม่มากแล้ว” น้ำเสียงทุ้มเข้มของจีซัสพูดบอกคนของตัวเองก่อนจะหันมามองผมแล้วรั้งข้อมือบางไปจับไว้แน่น


            “อ๊ะ!”


            “เด็กนี่เป็นของสำคัญ ห้ามแตะต้อง” ประโยคคำสั่งเรียบเย็นพร้อมกับแววตากดดันทำเอาบรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมา ผมก้มลงมองข้อมือที่ถูกอีกฝ่ายจับไว้แน่นพร้อมกับใจที่เริ่มปวดหนึบ เพียงแค่อาทิตย์เดียวผมก็กลายเป็นสิ่งของของหัวหน้าแก๊งมาเฟีย


            “นายครับ” เสียงทุ้มเรียกเอ่ยขึ้นพร้อมกับชายชุดสูทสีดำที่ก้มหัวให้คนข้างกายโดยที่ด้านหลังมีผู้ชายในชุดเดียวกันอีกหลายสิบคนยืนทำหน้านิ่งราวกับรอการต้อนรับ คงเป็นคนของจีซัสสินะ


            “มาเร็วดีนี่ต้าหมิง” คนร่างสูงเหยียดยิ้มมุมปากพลางออกแรงดึงผมให้เดินตามไปที่คนของตัวเอง


            “ผมเตรียมรถไว้ให้แล้วครับ”


            “อืม”


            “แล้วเด็กคนนี้” ต้าหมิงขมวดคิ้วไล่สายตามองมาทางผมก่อนจะหันไปสบตากับผู้เป็นนายที่ยังคงกำข้อมือบางไว้แน่น


            “ตัวทดลองของฉัน” จีซัสพูดก่อนจะกระชากตัวผมที่ไม่ทันได้ระวังจนร่างกายบางปะทะเข้ากับแผ่นอกแกร่งของอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจเมื่อลำแขนแกร่งจัดการโอบที่ไหล่ผมไว้แน่น


            “อ๊ะ!”


            “ของของฉัน” น้ำเสียงทุ้มเข้มพูดบอกคนตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนมุมปาก ผมใช้มือยันหน้าอกของอีกฝ่ายไว้พลางเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคู่คมที่ก้มมองลงมาพอดี


            “เจอคนที่ถูกใจแล้วสินะครับ” คำตอบกลับของคนชื่อต้าหมิงทำให้ผมขมวดคิ้วเข้าหากันนิดๆ ใบหน้าหวานผละออกจากคนที่โอบกอดก่อนจะหันไปมองผู้ชายตรงหน้าที่ยังคงตีสีหน้านิ่งสนิทราวกับไม่มีอารมณ์ใดๆ ด้วยความสงสัย


            “พูดมากไปแล้ว” จีซัสพูดขึ้นไม่สบอารมณ์ คนร่างสูงจัดการรั้งร่างผมให้ก้าวเดินผ่านคนตรงหน้าอย่างไม่สนใจก่อนจะหยุดยืนอยู่ที่รถปอร์เช่สีดำคันหรูนั่งได้สองคน เปิดประตูแล้วจับผมให้เข้าไปด้านใน


            “เดี๋ยวก่อน!” ผมร้องท้วงพลางฝืนร่างตัวเองไม่ให้โดนดึงไปแรงของอีกฝ่าย


            “มีอะไร” จีซัสสบถขึ้นไม่สบอารมณ์ ดวงตาคู่คมจ้องมองผมอย่างหงุดหงิดก่อนจะกัดฟันถามขึ้นเสียงนิ่ง


            “คุณจะลากผมไปทั้งที่ผมไม่เต็มใจไม่ได้” ผมพูดขึ้นอย่างรู้สึกหงุดหงิด อย่างน้อยก็ยังดีกว่าตามคนตรงหน้าไปโดยที่ไม่ขัดขืนอะไร ผมไม่ได้อยากเป็นคนของพวกมาเฟียซะหน่อย


            “ฉันไม่ได้ขอความเห็น” จีซัสตอบกลับก่อนจะออกแรงผลักตัวผมเข้าไปในรถอย่างแรงจนต้องหลุดร้องออกมาด้วยความเจ็บ เมื่อคืนโดนอีกฝ่ายเล่นซะหนักผมยังไม่หายดีเลยนะ


            “โอ๊ย!”


            “นั่งนิ่งๆ อย่าให้ฉันหมดความอดทนจนต้องเผลอฆ่า” คนร่างสูงสั่งเสียงนิ่งก่อนจะเอื้อมตัวมารัดเข็มขัดนิรภัยให้ ผมเบือนหน้าหนีอีกฝ่ายแทบจะทันทีเมื่อใบหน้าคมขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย


             “หึ!” เสียงหัวเราะขำในลำคอทำให้ผมตวัดสายตามองอย่างไม่ชอบใจ จีซัสกระตุกยิ้มขึ้นนิดๆ ก่อนจะผละตัวออกห่างจากผมจัดการปิดประตูแล้วเดินข้ามมาฝั่งคนขับอย่างไม่รีบร้อน


            “เฮ้อ!” ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างตึงเครียด มาถึงขนาดนี้ผมคงไม่หนีรอดแล้วสินะ เอาเถอะ! อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ยังทำตามข้อตกลง ไว้ค่อยหาทางฆ่าคนตรงหน้าแลกกับอิสระของผมกับพระจันทร์ก็แล้วกัน


            ………………………………………………................................

อัพต่อแล้วจ้าาา เอาคุณคาร์ลกับพระจันทร์มาให้หายคิดถึงสักหน่อย

เอาจริงๆ แต่งไปก็เพิ่งรู้สึกว่าเนื้อเรื่องจริงๆมันเพิ่มจะเริ่มต่อจากนี้เท่านั้นเองค่ะ

ความสนุกเข้มข้นจริงๆมันหลังจากนี้ ใครรอฉากสู้กันเลือดกระจายบอกเลยว่าอีกไม่นาน

แล้วเจอกันตอนหน้า รอติดตามกันด้วยน๊าาา

..

..

To Be Continued

ความคิดเห็น