ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ป้อนยา (ต่อ)

คำค้น : ร่ายสวาทเล่ห์มนตรา, ซีรีส์ชุดเล่ห์มนตรา, ลึกลับ, คาถา, อมตะ, ความรัก, ความแค้น, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2561 18:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ป้อนยา (ต่อ)
แบบอักษร

            “หึหึ ยา” โธมัสเห็นใบหน้าซีดเซียวที่พยายามทำให้ขึงขังแล้วก็นึกขัน จนอดหัวร่อไม่ได้ ก่อนจะตอบคำถามของคนไม่สบาย

            “มีกระไรให้ท่านขันมากนักฤๅ” โรสยังคงถามด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น ความโกรธทำให้เธอไม่ทันคิดที่จะเบาเสียง หรือระวังว่าจะมีใครมาได้ยินเข้า

            ที่เฉลียงบ้าน ป้ารินกำลังนั่งผ่าผลหมากตากอยู่ ได้ยินเสียงดังเหมือนคนคุยกันอยู่ในห้องของหลานสาว จึงได้เดินด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุด เข้าไปแนบหูกับประตูแอบฟังด้วยความสงสัย

            “ก็ท่าทีของเจ้าอย่างไรเล่า ออกจะน่าขัน ทำท่าขึงขังจนน่ากลัวเหลือ คิดว่าเจ้าจะทำอะไรข้าได้อย่างนั้นฤๅ” โธมัสยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าสวยพูดอย่างท้าทายในท้ายประโยค

            เสียงผู้ชายสำเนียงแปร่งหูที่ดังออกมาจากในห้อง ชัดเจนเข้าไปในโสตประสาทของป้าริน โทสะก่อเกิดขึ้นทันที

            ปึ้ง**!!**... ประตูห้องเปิดออกรวดเร็วจนไปกระแทกกับผนังห้องเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงเรียกหลานสาวพร้อมกับสายตาผิดหวัง หน้าแดงจากความโกรธเกรี้ยว

            “นังโรส**!**”

            “ป้าริน**!**”

            “เออ ข้าเอง นี่เอ็งกล้านัดให้ไอ้วิลาศนี้เข้ามาหาถึงในห้องเยี่ยงนี้เทียวฤๅ” ป้ารินยืนชี้หน้าชายหนุ่มที่นั่งอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

            โธมัสบอกตัวเองว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่ยอมปล่อยให้หญิงสาวต้องเจ็บตัวหรือเป็นอะไรไปอีกแล้ว ชายหนุ่มขยับตัวเข้าไปใกล้โรส อย่างพร้อมจะปกป้อง

            “ไม่ใช่หนาป้า ฉันไม่ได้นัด”

            “ใช่ขอรับ แม่หญิงไม่ได้นัด ข้ามาเอง หากท่านจะถือโทษโกรธกัน ก็ให้เป็นข้าเถิด หลานสาวของท่านไม่ได้ผิดอะไรเลยขอรับ”

            “เอ็งไม่ต้องมาออกหน้าไอ้วิลาศ ถอยออกไปจากหลานของข้าประเดี๋ยวนี้” ป้ารินสวนกลับโธมัสด้วยน้ำเสียงที่อัดเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด พร้อมกับถลาเข้าไปดึงร่างของหลานสาวให้ลุกขึ้น ออกห่างจากร่างที่ใหญ่โตของชายหนุ่มชาวต่างชาติ

            “โอ๊ย..ป้าจ๋าฉันเจ็บหนา..โอ๊ย ๆ” โรสถึงกับร้องเสียงหลง เมื่อถูกป้ารินฉุดกระฉากให้ลุกขึ้น ทั้ง ๆ ที่เธอนั้นก็มีแผลอยู่เต็มตัว

            “ขออภัยเถิดขอรับ ปล่อยแม่หญิงเถิด ข้าขอรับโทษแทนแม่หญิงไว้ทั้งหมดเองขอรับ” โธมัสพูดพร้อมกับเอาตัวเข้าไปขวางโรสเอาไว้ ลำตัวสูงใหญ่เข้าขวางกั้นปกป้องคนที่เขารักเอาไว้อย่างเต็มที่

            ด้วยความโมโห ป้ารินหันมองซ้ายมองขวาเห็นขันน้ำวางอยู่ จึงหยิบขึ้นมาสาดน้ำใส่หน้าชายชาววิลาศเสียจนหมดเกลี้ยง

            “ป้า**!**...” โรสอุทานเรียกป้าของตนด้วยความตกใจ

            เสียงเอะอะบนเรือน เรียกให้ป้ารวยที่นั่งกลับปลาในกระด้งอยู่บนแคร่หน้าบ้านต้องรีบขึ้นไปดูด้วยอีกคน

            “ตาเถรโผล่กลางเรือน**!**” เสียงอุทานของป้ารวยดังขึ้นทันทีที่เห็นว่ามีผู้ชายอยู่ในห้องด้วยอีกคน “นี่มันกระไรกัน แลพ่อหนุ่มชาววิลาศนี่มาอยู่ในห้องนังโรสได้อย่างไรเล่า”

            “ข้าขออภัย ที่เข้าออกไม่ทำให้ถูก ข้าเพียงต้องการจะมาเยี่ยมดูอาการของแม่หญิง แลนำยามาให้เพียงเท่านั้น” เป็นโธมัสที่ตอบกลับป้ารวยด้วยถ้อยคำสุภาพ

            “จริงจ้ะป้า นั่นจ้ะยาที่เขาเอามาให้ฉัน” โรสพูดพร้อมกับชี้ไปที่ห่อยาที่ยังคงวางอยู่ข้างเสื่อปูนอนของเธอ

            “ถึงจักแค่เอายามาให้จริงก็เถิด แต่เอ็งเข้ามาในห้องของหลานข้าอย่างนี้ ถ้าใครมารู้มาเห็นเข้าอีก นังโรสก็จักได้เป็นขี้ปากคนมากเข้าไปอีก รู้บ้างฤๅไม่ ข่าวเดิมยังไม่ทันจาง ข่าวใหม่จักได้ไปต่อให้เรื่องอื้อฉาวขึ้นไปอีก ครานี้คนมิพูดกันไม่รู้จักจบจักสิ้นดอกฤๅ” ป้ารินหันมาบอกหนุ่มสาวที่ทำอะไรไปโดยไม่คิดถึงผลเสียที่อาจจะตามมาได้

            “ท่านพูดถึงเรื่องข่าวที่คนพูดกันก็ดีแล้ว ข้าอยากขอคุยกับท่านทั้งสองถึงเรื่องนี้ด้วยหนา” โธมัสตัดสินใจพูด ถึงเรื่องที่เขาเองก็คิดใคร่ครวญอยู่นาน

            “ข้าไม่มีกระไรจักคุยกับเอ็งทั้งนั้น เอ็งรีบออกไปจากบ้านข้าประเดี๋ยวนี้ ฤๅจักต้องให้ข้าต้มน้ำร้อนมาสาดไล่” ป้ารินตอบกลับน้ำเสียงเฉียบขาด อย่างไม่ต้องการจะผูกสัมพันธ์กับพ่อหนุ่มชาววิลาศไม่ว่าจะเกี่ยวกันในฐานะอะไรก็ตาม ทำเอาโธมัสถึงกับหน้าเสีย

            โรสนั้นขยับเข้ามาสะกิดป้ารวย ส่งสายตาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือเต็มที่ เพราะตอนนี้ป้ารวยคือที่พึ่งและความหวังสุดท้ายของเธอ

            ถึงไม่มีเสียงพูด แต่ป้ารวยก็รู้ใจหลานสาวว่าต้องการอะไร ทั้งที่ป้ารวยเองก็รู้สึกลำบากใจ สิ่งที่เกิดขึ้นท่านไม่ได้เห็นด้วย แต่ก็สงสารหลานสาวผู้อาภัพจับใจ ยิ่งสบสายตาที่ส่งมาอ้อนวอนด้วยแล้ว ก็อดไม่ได้

ที่จะช่วย สุดท้ายจึงต้องเอ่ยปาก

            “พี่รินใจเย็น ๆ เถิดหนา ข้าว่าเราฟังพ่อหนุ่มวิลาศผู้นี้พูดสักหน่อยเถิด ถ้าพูดไม่เข้าทีก็ค่อยไล่ไปก็ยังทันดอกหนา”

            ป้ารวยเดินเข้ามาบอกกับพี่สาว พร้อมกับโอบตัวป้าริน บีบนวดแขนทั้งสองข้างให้เบา ๆ เพื่อให้คลายความใจร้อนลงไปบ้าง ก่อนจะดันร่างให้ออกมาคุยกันนอกห้อง แล้วหันกลับไปพยักหน้าให้หลานสาว โรสจึงได้หันไปพยักหน้าส่งสัญญาณบอกให้โธมัสเดินตามป้าของเธอออกไป ซึ่งชายหนุ่มก็เดินตามไปแต่โดยดี และโรสเองก็กำลังจะเดินตามออกไปด้วยอีกคนเช่นกัน

            “นังโรส เอ็งนอนพักอยู่ในห้องนี่ ไม่ต้องตามออกไปดอก”

            เสียงป้ารวยทำให้หลานสาวต้องชะงักเท้า หน้าจ๋อยทันที ถึงร่างกายจะไม่สบายแต่ความอยากรู้อยากเห็นก็ยังทำงานได้ดีอยู่ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน กลับไปนอนรอฟังข่าวอย่างใจจดจ่อ

            ฉลียงหน้าบ้าน  กลายเป็นพื้นที่สำหรับการพูดคุยของสองป้า

เจ้าของบ้านและหนึ่งหนุ่มชาววิลาศผู้มาเยือน ป้ารินนั้นยังคงแสดงออกว่าไม่พอใจชายหนุ่มตรงหน้าอย่างชัดเจน แม้แต่หน้าก็ยังไม่อยากจะมอง ดังนั้นเรื่องการเจรจาพูดคุย จึงตกไปเป็นหน้าที่ของป้ารวยน้องสาว

            “ข้าไม่อ้อมค้อมดอกหนา ข้าอยากรู้ว่าเอ็งคิดกระไรกับหลานสาวข้า”

            “ข้ามีใจให้แก่แม่หญิง” ถามตรงก็ตอบตรง โธมัสตอบกลับอย่างไม่ลังเล แววตาแน่วแน่จริงจัง “ข้าขออภัย หากที่ผ่านมาข้าทำให้แม่หญิงแลท่านทั้งสองต้องเสียหาย หากท่านต้องการให้ข้าชดใช้ฤๅแก้ไขด้วยสิ่งใด ข้ายินดีทำยิ่ง ได้โปรดบอกข้ามาเถิด”

            “เฮอะ**!** น้ำหน้าอย่างเอ็งจักมีปัญญามาแก้กระไรได้ ข่าวเสียหายลือออกไปทั้งบาง จนตอนนี้ถ้านังโรสมันเดินออกนอกเรือนไป คงต้องใช้ปี๊บคลุมหัวไปด้วยแล้วกระมัง” น้ำเสียงแสดงความเหยียดหยามดังมาจากป้ารินที่นั่งฟังอยู่และอดไม่ได้ต้องพูดขึ้น

            “พี่รินใจเย็น ๆ หนาพี่” ป้ารวยยื่นมือไปจับที่ตักของป้าริน เตือนให้พี่สาวลดความใจร้อนลง ก่อนจะหันมาพูดกับชายหนุ่มต่อ

            “เอ็งรู้ใช่ฤๅไม่ ว่าตอนนี้ชาวบ้านพูดถึงนังโรสกันว่ากระไร”

            “ข้ารู้”

            “แลเอ็งคิดจักทำการเช่นใด”

            “ข้าอยากจะสู่ขอแม่หญิงมาเป็นเมีย หากท่านทั้งสองไม่รังเกียจ” โธมัสตัดสินใจพูดในสิ่งที่เขาต้องการ และคิดว่าจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้

            “ข้ารังเกียจ” ป้ารินตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นรวดเร็วอย่างไม่ต้องคิด จนป้ารวยต้องส่งเสียงปรามอีกครั้ง

            “พี่ริน...”

            “เอ็งจักเรียกข้าว่ากระไรนังรวย ก็ข้าเกลียดมัน ข้าก็บอกว่าเกลียด ข้าผิดฤๅ” ป้ารินหันมาเสียงดัง ตอบกลับน้องสาว อารมณ์ยังคงคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง

            “ข้าขอตัวไปคุยกับพี่สาวข้าก่อน เอ็งรออยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยวหนา” ป้ารวยที่เห็นท่าไม่ดี หันมาพูดกับโธมัส ก่อนจะดึงมือพี่สาวลงเรือนไปคุยกันที่แคร่หน้าบ้าน

            ป้ารวยจับป้ารินมานั่งลงที่แคร่แล้วพูดเตือนให้นึกถึงหลานสาวเอาไว้ให้มาก ๆ จะได้ลดความใจร้อนลงไปบ้าง ทั้งนี้ก็เพราะรู้ว่าพี่สาวของ

ตนนั้นก็รักหลานสาวไม่แพ้ตนเช่นกัน

            “พี่ริน พี่ใจเย็น ๆ หนา แลตรองดูเอาเถิด หากว่าเรายอมยกนังโรสให้ออกเรือนไปกับพ่อหนุ่มวิลาศนี่ นังโรสมันจักได้มีคนดูแลคุ้มกบาลมันหนา ถึงข้าจักไม่รู้จักเขามาก่อน แต่ข้าก็รู้มาว่าชายชาววิลาศที่เข้ามาในสยาม หากไม่เป็นบาทหลวงเข้ามาเผยแผ่ศาสนา ก็เป็นพ่อค้าเข้ามาค้าขาย มีเงินมีทองเสียภาษีให้กับหลวงมากเทียวหนา

            “เอ็งเห็นแก่เบี้ยของมันฤๅนังรวย” ป้ารินสวนกลับน้องสาวเสียงแข็ง

            “ไม่ใช่ แต่ข้าเห็นแก่หลานของเราต่างหากเล่า ที่ข้าพูดก็ให้พี่มองเห็นข้อดีของพ่อหนุ่มชาววิลาศนั่นบ้าง ถึงอย่างไรเสียมันสองคนก็มีใจให้กัน ไปแยกมันก็จักบาปหนา อีกประการคือข้าไม่เห็นว่านอกจากพ่อหนุ่มชาววิลาศนี้แล้ว ยังจักมีผู้ใดอีกที่สนใจหลานเรา มันหัวหดกลัวนังโรสว่าเป็นผีสางกันไปหมด หลานเรามันก็ถึงวัยออกเรือนได้แล้วหนา หากปล่อยให้ล่วงเลยวัยไปจักมีใครอีกฤๅที่สนใจมัน” ป้ารวยพูดเสียยืดยาว ยกมาหมดทุกประการที่ตนเองใช้ตรึกตรองเช่นกัน

            “.................” ไม่มีเสียงตอบกลับจากพี่สาว นอกจากท่าทีครุ่นคิดอย่างหนัก ทำให้ป้ารวยถือโอกาสตอกย้ำมากขึ้นอีก

            “พี่กับฉันก็ไม่รู้ว่าจักอยู่กันได้อีกนานเท่าใด แต่ที่แน่ ๆ คงอยู่ดูแลนังโรสมันไปไม่ได้ตลอดรอดฝั่งดอกหนา ให้มันออกเรือนไปกับคนที่มันรักเสีย จักไม่ดีกว่าฤๅ”

            ป้ารินนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจ

            “ได้**!** ถ้ามันมีปัญญาขนเงินทองมาตามที่ข้าเรียก ข้าก็จักยกนังโรสให้มัน” ป้ารินพูดจบก็ผลุนผลันเดินขึ้นเรือนตรงไปหาพ่อหนุ่มชาววิลาศ จนป้ารวยเดินตามขึ้นไปด้วยแทบไม่ทัน

            โธมัสที่นั่งรออยู่บนเรือน จ้องมองป้ารินและป้ารวยด้วยอาการลุ้นระทึกอยากรู้ในคำตอบที่ตนจะได้รับ

            “ถ้าเอ็งอยากได้หลานสาวข้า เอ็งต้องเอาทองมาเต็มกระบุง เงินอีกร้อยชั่ง[1] มากองไว้ตรงหน้าข้า แลข้าจึ่งจักยกนังโรสให้ แต่ถ้าเอ็งไม่มีปัญญาหาเงินทองมาตามที่ข้าเรียก ต่อไปก็อย่าเสนอหน้ามาให้ข้าเห็นอีก”

            เป็นคำขาดจากป้าริน ที่ป้ารวยเองก็ยังตกใจเมื่อได้ยินข้อเสนอที่ดูเหมือนจะเป็นการปิดตายประตูรักของสองหนุ่มสาว

            ส่วนโรสนั้น เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ถึงกับหมดกำลังใจ ข้าวปลาจากที่กินไม่ค่อยลงอยู่แล้ว ก็ยิ่งไม่แตะไปกันใหญ่

-------------------------------------------------

เรื่องนี้มีอีบุ๊คแล้วนะคะ สนใจจิ้มลิงค์หน้าเรื่องได้เลยค่ะ



ความคิดเห็น