จิงโจ้น้อย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 5

คำค้น : yaoi,omega,alpha

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.1k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 01:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5
แบบอักษร

​บทที่ 5









จิ้นชิงมาถึงที่ห้องโถงใหญ่

เขามองเห็นพ่อบ้านหยางกำลังยืนสั่งงานกับพวกบ่าวรับใช้อยู่

“พ่อบ้านหยาง...” เขาส่งเสียงเรียกออกไปแผ่วเบา

“ข้าน้อยคารวะฮูหยินขอรับ”

จิ้นชิงทำเพียงแค่ยิ้มให้ ก่อนจะเผลอตัวถอยเซไปด้านหลังเมื่อยังคงรู้สึกปวดร้าวตรงสะโพก โชคดีที่มีจู้เซียงคอยระวังไว้อยู่ก่อนแล้ว เขาจึงไม่เผลอทำกิริยาน่าขายหน้าต่อพวกบ่าว

“ฮูหยินไปนั่งรอก่อนเถิดขอรับ อีกไม่เกินหนึ่งเค่อชินอ๋องก็จะมาถึงแล้วขอรับ”

“ชินอ๋อง...?” จิ้นชิงเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ทำไมเขาต้องรอชินอ๋องด้วย?

“ขอรับ ชินอ๋องจะเป็นผู้ที่พาท่านเข้าไปคารวะองค์ฮ่องเต้ด้วยตัวเอง นี่เป็นธรรมเนียมที่ต้องพึงกระทำขอรับ”

จิ้นชิงได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่จะรู้สึกอับอายไม่น้อยที่แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆอย่างเช่นเรื่องนี้ แต่เขากลับไม่รู้…

การเป็นอนุภรรยาชายของผู้อื่นจะน่าสมเพชเท่านี้ไหม?

การเข้าวังครั้งแรกในชีวิตของจิ้นชิงเต็มไปด้วยความกดดัน

นอกจากจะกดดันเพราะจะได้พบกับผู้ที่อยู่เหนือทุกคนในแผ่นดินแล้ว...ก็ยังต้องมากดดันเพราะชายที่กำลังเดินนำหน้าตนเองอยู่

สามีของเขา...ชินอ๋อง

ตลอดการเดินทางสองเค่อมาที่นี่ เขากับสามีไม่ได้เอ่ยพูดอันใดเลย

เขาไม่กล้าพูดออกมา...ส่วนชินอ๋องก็ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเอ่ยอะไรกับเขาเช่นกัน

หัวใจของจิ้นชิงรู้สึกถึงความขมขื่นในตำแหน่งที่ตนเองได้รับมา เขาไม่รู้จะทำเช่นไรดี ยิ่งรถม้าเข้ามาในวังแล้วก็ยิ่งตื่นกลัวเล็กน้อยกับธรรมเนียมและข้อปฏิบัติที่ไม่เคยรู้มาก่อน

จิ้นชิงนิ่งเงียบ ทำเพียงแค่เดินตามหลังผู้เป็นสามีของตนเองเท่านั้น ไม่มองไปทางไหนเพราะกลัวว่าเผลอพลาดพลั้งสายตาไปเพียงแค่นิดเดียว...ชีวิตนี้คงลำบากแน่แล้ว

จนกระทั่งเดินตามชินอ๋องเข้าไปในห้องๆหนึ่ง

เขาได้ยินขันทีน้อยด้านหน้าห้องเอ่ยตะโกนเรียกเสียงเบา สักพักก็มีบุรุษผู้หนึ่งเดินออกมา

ท่าทางของบุรุษผู้นี้ไม่สมกับเป็นบุรุษเท่าใดนัก อาจจะด้วยเพราะรูปร่างที่เล็กกว่าเขา และใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาไรหนวด เขาจึงรู้ได้ทันทีว่านี่น่าจะเป็นขันทีเช่นเดียวกัน

แต่ระดับน่าจะสูงกว่าขันทีน้อยหน้าห้อง ดูได้จากเครื่องแต่งกายและชุดที่ใส่อยู่

“กระหม่อมกงกงคารวะชินอ๋อง คารวะฮูหยินพะยะค่ะ”

จิ้นชิงได้แต่อ้าปากค้างอย่างทำตัวไม่ถูก ขันทีผู้นี้ก็คือกงกง* แล้วเขาจะตอบรับอย่างไรดี?

ในระหว่างที่จิ้นชิงกำลังยืนอึ้งอยู่นั้น ชินอ๋องก็เอ่ยปากอย่างไม่ใส่ใจ

“ไม่ต้องมากพิธี ฝ่าบาทอยู่หรือไม่?”

“พะยะค่ะ ฝ่าบาททรงงานอยู่ในห้องทรงพระอักษร พระองค์มีรับสั่งว่าถ้าหากชินอ๋องกับฮูหยินมาคารวะก็ให้เข้าไปได้ เชิญตามกระหม่อมมาทางนี้”

“...”

จิ้นชิงรีบเดินตามสามีที่ไม่รอตนเองสักนิดไป

เขาก้าวเข้าไปข้างใน...จนกระทั่งเห็นกงกงผู้นั้นกำลังยืนรายงานเสียงดังฟังชัดอยู่หน้าประตู

“ฝ่าบาท ชินอ๋องกับฮูหยินมาถึงแล้วพะยะค่ะ”

“...ให้พวกเขาเข้ามา”

“เชิญชินอ๋องกับฮูหยินพะยะค่ะ”

“...”

ชินอ๋องไม่ตอบอะไร แต่ขายาวเปิดประตูก้าวเข้าไปอย่างคุ้นเคย สำหรับเขาแล้วห้องนี้ก็เป็นห้องที่ตนเข้ามาตั้งแต่ยังวัยเยาว์แล้วจึงไม่ตื่นเต้นหรือรู้สึกอันใด

หากแต่กับจิ้นชิงนั้นไม่ใช่…

จิ้นชิงเดินเข้าไปก่อนที่กงกงจะปิดประตูด้านนอกให้ เขาไม่กล้าเงยหน้าไปมองพระพักตร์ขององค์เหนือหัว ทันทีที่ก้าวเข้ามาจึงรีบคุกเข่าพลางเอ่ยปากถวายบังคม

“กระหม่อมจิ้นชิง ถะ...ถวายบังคมพะยะค่ะ”

“...”

“...”

ทั้งห้องเงียบสนิท ไม่มีผู้ใดหรือเสียงอันใดเกิดขึ้น

จิ้นชิงแอบเหลือบตาไปมองด้านข้างของตนก็นึกแปลกใจว่าทำไมสามีไม่คุกเข่าถวายบังคมอย่างที่สมควรจะทำ

“ลุกขึ้นเกิดภรรยาของน้องเรา”

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทรงพลังและหนักแน่นดังขึ้นสมกับเป็นฮ่องเต้ หากแต่ประโยคที่ได้ยินนั้นกลับกลายเป็นราวกับว่าช่างสนิทชิดเชื้อกันเสียเหลือเกิน

ภรรยาของน้องชายอย่างนั้นหรือ?

“ยืนขึ้นเถิด แล้วเงยหน้ามาให้เรามองด้วย”

จิ้นชิงรีบลุกขึ้นยืน เขาเปลี่ยนอิริยาบถไปมากมาย ทนกัดฟันต่อความเจ็บปวดทางร่างกายเพื่อไม่อยากต้องรู้สึกอับอาย หากแต่คนที่ยืนด้านข้างกลับทำเพียงแค่ยืนนิ่งเท่านั้น

ดวงตาหวาดหวั่นของเขามองสบกับดวงตาของฮ่องเต้

ใบหน้าของฮ่องเต้ช่างคล้ายคลึงกับสามีของเขาเสียเหลือเกิน นอกจากร่องรอยบนใบหน้าที่มีมากกว่า แต่ทั้งกลิ่นอายของบุรุษที่ผ่านสนามรบมานั้นช่างเหมือนกัน ยกเว้นดวงตาของฮ่องเต้ดูจะอ่อนแววลงกว่าสามีของเขา

“อืม...นี่หรือบุตรชายคนเล็กของจวนหนิง”

“...กระหม่อม...”

“เจ้าชอบไหมลู่ซือ?” คราวนี้พระพักตร์เบี่ยงไปทางบุรุษที่ยืนนิ่งอีกคน

“...ก็ฝ่าบาทประทานให้ข้า ข้ามีสิทธิ์บอกว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างนั้นหรือ?”

ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความประชดประชันทำให้จิ้นชิงเผลออ้าปากค้าง นี่สามีของเขาใช้คำพูดแบบนี้กับองค์เหนือหัวได้เยี่ยงไรกัน?!

“หึหึ น้องชายของข้ายังคงเต็มไปด้วยอารมณ์ขันเช่นเดิม นี่พวกเราไม่ได้เจอกันกี่ปีแล้วกันนะ?”

“สาม” ชินอ๋องตอบห้วนๆ

“นั่นสินะ...ถ้าข้าไม่ประทานสมรสให้เจ้า กว่าข้าจะได้เจอเจ้าอีกครั้งก็คงเป็นตอนที่ข้าตายไปแล้ว”

“ไยฝ่าบาทต้องแช่งตัวเอง”

“ลู่ซือเอ๋ย ท่านพี่เป็นห่วงเจ้า เจ้าก็อายุเท่านี้แล้ว บุรุษอื่นวัยเดียวกับเจ้าต่างแต่งงานมีบุตรธิดาไปหลายคน ที่ข้าประทานสมรสให้เจ้าก็เพื่ออยากให้เจ้ามีครอบครัวไวๆ”

“ดังนั้นฝ่าบาทเลยหวังดีมอบอนุภรรยาให้ข้า?” ชินอ๋องย้อนถาม ทำราวกับว่าในห้อมีเพียงแค่พวกเขาพี่น้อง

“อย่างน้อยข้าก็ยังให้ตำแหน่งภรรยาหลวงเจ้าว่าง ให้เจ้าได้แต่งคนที่เจ้ารักไว้เป็นใหญ่”

“...”

“ลู่ซือ เรื่องบางเรื่องก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เหมือนกับคนบางคนที่ไม่มีทางเป็นของเรา เจ้าจงมองไปข้างหน้าแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียเถอะ ถึงจิ้นชิงจะไม่ได้เป็นคนที่เจ้ารัก แต่ข้ารับรองได้เลยว่าอนุของเจ้าผู้นี้จะไม่มากเล่ห์อย่างแน่นอน”

“ฝ่าบาทตรัสเสร็จแล้วหรือไม่ กระหม่อมยังมีเรื่องในกองทัพต้องไปจัดการ”

“เจ้านี่นะ...ไม่ได้เจอท่านพี่มาหลายปี ไม่แสดงความคิดถึงให้ท่านพี่เจ้าได้เห็นเลย ช่างเย็นชาจริงๆ เอาล่ะ...จิ้นชิง”

“ขะ...ขอรับ” คนโดนเอ่ยนามเผลอสะดุ้งขึ้นมาหลังจากเหม่อลอยในเรื่องที่ได้ยิน

“ข้าฝากน้องชายของข้าให้เจ้าได้ดูแลด้วยนะ ขอให้เจ้าอดทนไว้ ข้าจะรอเจ้าตั้งครรภ์ให้แก่น้องชายของข้าในเร็ววัน”

“...”

“เอาล่ะ ไปได้แล้ว เดินระวังหน่อยล่ะ”

“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชินอ๋องเอ่ยขึ้นก่อน ทำให้จิ้นชิงรีบทำตาม

พวกเขาทั้งสองคนเดินออกไปจากห้องทรงพระอักษร

ทันทีที่ลับร่างของคนสองคน ฮ่องเต้ก็เงยพระพักตร์ขึ้นมองตามอย่างครุ่นคิด เมื่อครู่...สามีภรรยาคู่นี้นั้น...

ไม่มีบรรยากาศของความเป็นสามีภรรยาแม้สักนิด ดูแล้วช่างเหมือนคนแปลกหน้าสองคนเท่านั้น






* กงกง คือ ขันทีที่ดูแลฮ่องเต้ เป็นตำแหน่งขันทีที่สูงที่สุดในระหว่างขันทีด้วยกัน หากเป็นขันทีตำแหน่งต่ำหรือว่าเป็นขันทีเด็ก จะถูกเรียกว่า ขันทีน้อย

______________________________________________________

ชอบไม่ชอบเม้นบอกกันได้เน้อออ

คืนนี้อัพฟรองซัวเซดริกค่ะ ดึกๆค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น