ปีศาจโด
email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Warm!! ตอนที่1 กว่าจะได้เจอกัน

ชื่อตอน : Warm!! ตอนที่1 กว่าจะได้เจอกัน

คำค้น : สยบรัก Cool Hot Warm นิยายกุลณัฐ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 92

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2561 14:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Warm!! ตอนที่1 กว่าจะได้เจอกัน
แบบอักษร

ปฐพี*พริมา

ครืด ครืด ครืด

พ่อเลี้ยงแห่งไร่องุ่นละมือจากกองเอกสารเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาเพื่อดูชื่อ ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

‘ข้าวกล้า’

“ไงเรา โทรหาพี่เสียดึกดื่น” ปฐพีกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ทันทีที่กดรับสาย นึกแปลกใจไม่น้อยที่รู้ว่าเป็นแฟนของรุ่นน้องที่ตนรู้จักโทรมา

(สวัสดีครับ ขอโทษด้วยนะครับพี่ดินที่ต้องโทรมารบกวนเวลามืดค่ำ ตอนนี้พี่ว่างคุยกับผมมั้ยครับ) เสียงหวานใสของคนปลายสายถามขึ้นอย่างรู้สึกเกรงใจ

“ถ้าตอบว่าไม่ได้มั้ย” ปฐพีถามอย่างขี้เล่น

(ไม่ได้ครับ ฮ่าๆๆ)

“ว่าแต่เรากับไอ้โชนเป็นไงบ้าง ไม่ได้คุยกันตั้งนาน สบายดีมั้ย” ปฐพีเริ่มเป็นฝ่ายถามถึงสารทุกสุขดินของคนปลายสายกับรุ่นน้องของตน

(ผมกับพี่โชนสบายดีครับ แล้วพี่ล่ะ)

“กายก็สบายดี แต่ยังขาดคนดูแลหัวใจ”

(พี่ก็รีบหาได้แล้วนะครับ แก่แล้ว)

“กล้าสนใจมาดูแลหัวใจให้พี่ไหมล่ะ ถ้าเป็นกล้าพี่จะยอมเลิกนิสัยเจ้าชู้เลย”

(อะแฮ่ม คนนี้เมียน้อง เว้นไว้สักคนเถอะพี่) เสียงเข้มของผู้ชายอีกคนดังแทรกเข้ามาในสาย

“อ้าว นายก็อยู่แถวนี้ด้วยหรอโชน” ปฐพีทักเมื่อได้ยินเสียงรุ่นน้อง

(ก็นอนคุมเมียตัวเองคุยอยู่กับผู้ชายเจ้าชู้)

(อื้อ พี่โชน! ข้าวจะคุยธุระสำคัญกับพี่ดิน พี่อย่าเพิ่งกวนได้มั้ย อ๊า)

“กล้ามีอะไรจะคุยกับพี่หรอ” ปฐพีถามขึ้นด้วยความสงสัย

(คือว่าผมมีเรื่องที่จะรบกวนพี่ดินหน่อยนะครับ อ๊า) เสียงปลายสายพูดสั่นๆ ปฐพีกระตุกยิ้มที่มุมปากเมื่อรู้ว่าตอนนี้คนในสายกำลังทำอะไรกันอยู่ 

“ว่ามาสิ”

(คะ คือมีรุ่นพี่ที่ผมรู้จักคนนึง เธอเป็นนักเขียนและอยากศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาเขียนลงในเนื้อเรื่อง อ๊ะ! แบบพระเอกเป็นเจ้าของไร่อะไรประมาณนี้ มันจะเป็นการรบกวนมั้ยครับถ้าผมจะให้เธอไปที่ไร่ของพี่)

“อ๋อ! เรื่องแค่นี้สบายมาก แล้วเธอจะมาวันไหน”

(แปลว่าพี่ตกลงใช่ไหมครับ อื้มม งั้นผมส่งไลน์ส่วนตัวของพี่ให้เธอนะ เธอจะได้แจ้งรายละเอียดให้พี่ทราบ)

“อืม เอาอย่างนั้นก็ได้”

(งะ งั้นแค่นี้นะครับ พะ พี่ดิน ขะ ขอบคุณครับ ติ้ดด) เสียงคนในสายพูดขึ้นขาดห้วงก่อนที่สายจะถูกตัดไป ปฐพีสายหัวให้กับรุ่นน้องทั้งสองเมื่อรู้ว่ากิจกรรมรีดเหงื่อกำลังจะเกิดขึ้น รอเพียงชั่วอึกใจ เสียงแจ้งเตือนจากแอพลิเคชั่นไลน์ก็เด้งขึ้นพร้อมกับข้อความที่ถูกส่งมาจากเพื่อนใหญ่ ซึ่งน่าจะเป็นบุคคลที่ข้าวกล้าหมายถึง

ไลน์พริมา

พริมา : สวัสดีค่ะคุณปฐพี ดิฉันชื่อพริมา เป็นนักเขียน และเป็นรุ่นพี่ของข้าวกล้าที่ให้ช่วยติดต่อกับคุณเรื่องสถานที่ที่ดิฉันต้องการไปศึกษาดูงาน

ปฐพีอ่านข้อความในช่องแชทก่อนจะเลื่อนสายตาไปดูที่ภาพโปรไฟล์ น่าเสียดายที่มันเป็นเพียงแค่รูปพระจันทร์หลับ ไม่ใช่รูปของหญิงสาว ทำให้เขาไม่รู้ว่าหน้าตาของเธอเป็นอย่างไร

ปฐพี : ครับ คุณจะมาวันไหน

พริมา : จะเป็นการรบกวนเกินไปมั้ยคะ ถ้าฉันจะบอกว่าพรุ่งนี้ (คนปลายทางพิมพ์ตอบกลับมาด้วยความเกรงใจ ถ้าไม่ติดว่าเธอต้องรีบปั่นต้นฉบับส่งบก. เธอคงไม่เป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้)

ปฐพี : ตกลง

พริมา : รบกวนด้วยนะคะ

ปฐพี : ครับ

หลังจากนั้นปฐพีก็คุยรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่นัดเจอกับพริมาต่ออีกสักพัก ก่อนที่ชายหนุ่มจะจัดการโทรไปสั่งงานกับเลขาฯ ให้เรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ก่อนทีเขาจะนั่งเคลียร์งานต่ออีกสักพักจนนาฬิกาล่วงเลยสู่วันใหม่เขาถึงได้พักผ่อน

เช้าวันศุกร์อาจจะเป็นเช้าที่สดใสของใครหลายคนเนื่องจากวันนี้จะเป็นวันทำงานวันสุดท้ายในรอบสัปดาห์ แล้วจะได้หยุดพักชาร์จพลังตั้ง 2 วัน แต่ไม่ใช่สำหรับพริมา นักเขียนสาวสุดเร้าร้อน เพียงแค่ฟังคำต่อท้ายของเธอก็พอจะเดาๆ ได้แล้วว่าเธอรักงานเขียนแนวอีโรติกเป็นชีวิตจิตใจ แต่ที่ดูเหมือนจะขัดกับบุคลิกของเธอนั้นก็คือ เสื้อ ผ้า หน้า ผม ที่แลดูจะเฉิ่มและเชยยิ่งกว่าคุณป้าข้างบ้าน ฟันธงว่าเธอยังเวอร์จิ้น แต่ที่รู้เรื่องทุกอย่างราวกับคนมากประสบการณ์นั้นก็ศึกษามาจากหนังโป๊บ้าง หนังเอวีบ้าง ถึงขนาดบางครั้งเธอยังต้องใช้นิ้วของตัวเองไปตามประสาคนโสด

“ให้ตายเถอะยัยพริม ทำไมแกป้าขนาดนี้” พริมาพูดกับตัวเองในกระจกขณะกำลังนุ่งผ้าเช็ดตัว มือข้างหนึ่งถือชุดที่ตนเองใช้ใส่เป็นประจำทาบกับลำตัว ผมเผ้าที่ถูกรวบรัดแบบลวดๆ บ่งบอกให้รู้ถึงการไม่ใส่ใจ ก็วันๆ เอาแต่หมกมุ่นกับการเขียนนิยายจนไม่มีเวลาได้ออกไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ หน้าตาก็ไม่ต้องแต่ อยู่แต่บ้าน จะให้แต่งไปอวดใคร

แต่วันนี้เธอต้องออกไปดูงานนอกสถานที่ เธอจะออกไปทั้งแบบนี้ไม่ได้

“วันนี้ไม่ใช่วันของเธอ” หญิงสาวยัดชุดทรงมนุษย์ป้ากลับไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าดังเดิม ก่อนจะควานหาชุดล่าสุดที่เพื่อนในกลุ่มซื้อมาให้เป็นของขวัญวันเกิด

เสื้อยืดสีขาวลูกไม้ทันสมัยสไตล์วัยรุ่นกับกางเกงยีนขาสั้นที่ยาวขึ้นมาจากหัวเข่าเกือบสองคืบ ใบหน้างามถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ผมยาวสะลวยถูกปล่อยสยาย เพียงใช้แปรงหวีสามสี่ครั้งก็จัดทรงเข้าที่ ตบท้ายด้วยการสวมถุงเท้าข้อสั้นกับรองเท้าผ้าในสีขาวคู่ใจ กระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่ภายในบรรจุอุปกรณ์สำคัญไม่กี่อย่างถูกนำมาสะพายหลัง ดูโดยรวมแล้วให้ความรู้สึกชิคๆ ต่างจากมนุษย์ป้าคนละคน

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย หญิงสาวตบเท้าเดินออกจากบ้านไปอย่างชะล้าใจ ใช่แล้ว เธอลืมหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่กุส่าเตรียมไว้ดิบดี รังสรรค์ชุดที่คิดว่าปังที่สุด เลิศที่สุด มันถูกวางลืมทิ้งไว้บนเตียงนอน

ถ้าคิดว่าการขับรถไปทำงานหรือเที่ยวต่างจังหวัดคนเดียวเป็นอะไรที่ปังเว่อร์ คุณคิดผิดแล้วในพจนานุกรมของพริมา เพราะมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด อีกเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั่นที่เธอจะมีชัย ตบไฟเลี้ยวเข้าไปในไร่องุ่นของคุณปฐพี แต่รถคู่ใจของเธอดัน....

ครืด ครืด กึก

ตายยยยยยย

ดันสนิทไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับ

“เห้ย! ไอ้แก่ แกจะมาตายแบบนี้ไม่ได้นะ ตื่นมาเดี๋ยวนี้” พริมาโวยวายเมื่อไอ้แก่ของเธออาการเก่ากำเริบ นั่นคืออาการที่เรียกว่า หอบสังขารต่อไปไม่ไหว มักเกิดขึ้นเสมอเมื่อถูกใช้งานเป็นเวลานาน หญิงสาวเหยียบเบรคพร้อมกับบิดกุญแจ พยายามสตาร์ทมันอยู่หลายครั้ง

“ติดสิ ติดสิ ติดสิ” ได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ พร้อมพูดสั่งการ แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้มันจะตายจริงไร้ซึ่งวิญญาณให้อาลัย

“จะเอาอย่างนี้ใช้มั้ย” เธอตัดสินใจเปิดฝากระโปรงรถ เดินฝ่าแดดร้อนลงไปทำซีพีอาให้มันสักหน่อย

ทันทีที่พริมาเปิดฝากระโปรงรถ ควันสีดำโขมงพวยพุงออกมาปะทะหน้าเจ้าหล่อน เธอไอแค่กๆ เพราะเผลอสูดดมกลิ่นควันเหม็นๆ เข้าไปเต็มปอด

"ไอ้แก่บ้า" เธอโวยวายใส่รถเจ้ากรรมอย่างเหลือทน หากไม่ติดที่ว่ารถคันนี้เป็นมรดกตกทอด จากรุ่นสู่รุ่น เธอคงตัดใจขายมันทิ้งไปอย่างไม่รู้สึกเสียดาย แต่ครั้งนี้เธอตัดสิ้นใจเด็ดเดี่ยวแล้ว ไม่ว่ายังไงเธอก็จะขาย ขาย ขาย ขาย

"ต้องให้ใช้ความรุนแรงใช่มั้ย" เธอจัดการจับๆ ดึงๆ เคาะๆ อะไรมั่วตั้วเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา และแน่นอนว่าครั้งนี้เองก็ดูเหมือนจะได้ผล

"ต้องให้ใช้ความรุนแรง" ว่าจบหญิงสาวก็ขึ้นไปสตาร์ทรถใหม่อีกครั้ง แต่ขับไปได้ไม่ถึง 10 เซนติเมตรด้วยซ้ำ รถเจ้ากรรมก็ดันมาดับอีกเช่นเคย

"ไม่ไหวแล้วโวย" ในที่สุดความอดทนของเธอก็หมดลง ทั้งอากาศร้อน อาการของรถเก่ากำเริ่ม นี้ท้องของเธอก็ดันมาแหกปากเรียกร้อง ต้องการอาหารลงไปทักทายกับน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร เป็นแบบนี้ทุกทีเลยเวลาเครียด มักจะหิวเสมอ

"เดินก็เดินวะ" พริมาตัดสินใจเก็บข้าวของให้เรียบร้อย สะพายกระเป๋าใบใหญ่ จัดการล็อกรถแล้วมุ่งหน้าเดินไปยังไร่องุ่น เนื่องด้วยไม่ชอบเป็นคนรอโชคชะตา บวกกับเธอมักประสบกับปัญหานี้เป็นประจำ การรอคอยใครให้มาช่วยจึงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับเธอ อย่าพึงแต่จะหวังน้ำบ่อหน้า เพราะเธอเป็นพวก 'ชอบช่วยตัวเอง'

การเดินเท้าเปล่าด้วยระยะทางหนึ่งกิโลเมตรฟังดูเหมือนยากสำหรับหลายคน แต่สำหรับพริมาแล้วมันกลับไม่ใช่เรื่องอยาก เพียงแค่ต้องใช่เวลา

สภาพของหญิงสาวในครานี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อโทรมกาย เธอยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อเป็นรอบที่ร้อยเห็นจะได้ ขาเรียวยาวสั่นเทาก้าวไปยังจุดนัดหมายที่เจ้าของไร่หนุ่มได้นัดเธอไว้เมื่อคืน แต่ตอนนี้เธอไม่แน่ใจว่าเขาจะยังรอเธออยู่มั้ยเนื่องจากเธอมาช้ากว่าเวลานัดหมายเกือบชั่วโมง

เป็นเพราะไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าของไร่ มีเพียงไลน์ส่วนตัวเท่านั่น ก่อนเริ่มออกเดินทางเธอจึงไลน์ไปบอกเขาไว้ก่อนแล้วว่าจะมาถึงช้า ครั้นจะโทรไปถามเบอร์ของเขาจากรุ่นน้องก็เกรงจะรบกวนเวลางาน เพียงเท่านี้ก็มากพอแล้ว หากเธอบอกว่ารถเสียยิ่งจะทำให้เรื่องราวใหญ่โตไปกันใหญ่ ทางที่ดีมาถึงไร่แล้วจัดการเคลียร์เรื่องงานให้เรียบร้อยก่อนเธอค่อยหาจ้างวานคนไปจัดการเรื่องรถ

เพียงเท่านี้ก็น่าจะพอเดาได้แล้วว่าเธอเป็นพวกที่ ‘ชอบช่วยตัวเอง’ มากขนาดไหน ถึงขนาดยอมเดินเท้ามาเกือบชั่วโมง เรียกได้ว่าชีวิตนี้เธอไม่หวังพึ่งใคร

“เฮ้ย! คุณ” พริมาตะโกนเรียกขึ้นสุดเสียงแหบพร่าของเธอเมื่อเห็นหลังไวๆ ของชายคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่เธอนัดไว้ เขากำลังจะเดินไปจากจุดนั้น ซึ่งนั้นก็หมายความว่าเขาจะไม่รอเธอ แต่ตอนนี้เธอมาแล้ว ถึงแม้จะเกือบไม่ทัน “คุณ เดี๋ยวก่อน ฉันมาแล้ว” หญิงสาวตะโกนเรียกพร้อมกับวิ่งตรงไปยังชายหนุ่ม

ปฐพีได้ยินเหมือนเสียงเรียกจึงหันกลับไป แต่ด้วยขาเรียวที่ผ่านการเดินมาอย่างหนักทำให้ขาของเธอสั่นและหมดแรงเสียดื้อๆ จึงทำให้เธอล้มลงไปนั่งกองกับพื้น

พรืบ

 “โอ้ย!” พริมาร้องโอดครวญ

“เห้ย! คุณ! เป็นอะไรมั้ย” ปฐพีที่ถึงแม้จะตกใจที่จู่ๆ ก็มีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาตะโกนเรียกตนแถมยังวิ่งมาสะดุดล้มตรงหน้า ชายหนุ่มหมายจะเข้าไปช่วยแต่ก็ไม่ทันเมื่อหญิงสาวคนนั้นหยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยตนเองโดยไม่ร้องขอความช่วยเหลือสักคำ

“ไม่ ไม่เป็นอะไรค่ะ ฉันเอง พริมาค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณต้องรอนาน” พริมาขอโทษขอโพยเจ้าของไร่องุ่น เธอไม่แยแสแผลที่หัวเข่าเลยสักนิด แม้ตอนนี้มันจะบวมแดงและมีเลือดซึมออกมาก็ตาม

“ไม่เป็นไรครับ คุณโอเคนะ” ปฐพีนึกแปลกใจกับท่าทาของหญิงสาว เธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยพบเจอเลยสักนิด ที่เขาว่าไม่เหมือนก็คือ สภาพใบหน้าดำขวับไม่รู้ไปเปื่อนอะไรมา เนื้อตัวมอมแมมเปียกซกไปด้วยเหงื่อ ทั้งแผลสดที่หัวเข่าทั้งสองข้างนั้นอีก เรียกได้ว่า ดูไม่ได้

“ฉันโอเคค่ะ” พริมาตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มมิตรภาพ

“แต่ผมว่าคุณไม่โอเค” ปฐพีค้าน ถึงแม้จะรู้สึกไม่ชอบใจ เพราะโดยปกติแล้วเขาไม่ชอบอยู่ใกล้ใครที่เนื้อตัวสกปรก แต่ชายหนุ่มจำใจต้องมองข้ามข้อเสียข้อนี้ไป พยายามปรับใบหน้าให้เป็นมิตร แต่มันทำยากเสียเหลือเกิน

พริมาสังเกตได้ถึงแววตาแปลกๆ ที่เจ้าของไร่ใช้มองเธอ หญิงสาวจึงถอยห่างเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในเวลานี้ สภาพของเธอคงจะน่ารังเกียจและสกปรกเกินไปสำหรับเขา แว้บแรกในความคิดเธอรู้สึกไม่ชอบผู้ชายคนนี้ขึ้นมาแปลกๆ เพียงแค่เธออยู่ในสภาพนี้หรอเขาถึงได้มีท่าทีแบบนี้กับเธอ แต่ที่ยังคงทำดีด้วยก็เป็นเพียงเพราะเธอเป็นคนรู้จักกับรุ่นน้องของเขา

“ขอโทษค่ะ พอดีฉันลืมไปว่าตัวฉันสกปรก” พริมาอดที่จะพูดกระทบชายหนุ่มไม่ได้

“คือ ผมไม่ได้รังเกียจคุณนะครับ แต่ผมไม่ชอบอยู่ใกล้คนที่แบบ...” ปฐพีพยายามคิดคำพูดที่จะอธิบายสภาพของหญิงสาวในเวลานี้ เธอมีสภาพไม่ต่างจากนักรบแถวตะเข็บชายแดนที่เพิ่งผ่านการทำสงครามมาเป็นแรมปี

“ฉันคงรบกวนคุณแค่นี้ ที่พักฉันอยู่ที่ไหนหรอคะ” พริมาพูดตัดบท เธอเองก็ไม่อยากจะอยู่ใกล้ผู้ชายที่มองคนเพียงเปลือกนอก

“คุณคงเหนื่อย ผมให้คนจัดห้องไว้ให้คุณแล้ว” ว่าจบปฐพีก็เดินนำพริมามายังบ้านพักของตน

“จะให้ฉันพักในบ้านนี้หรอคะ” พริมาถามขึ้นด้วยความแปลกใจ รูปภาพครอบครัวที่ถูกติดอยู่ตามผนังบอกให้รู้ว่านี้คือบ้านของเขาจริงๆ บ้านหลังใหญ่โมเดิร์นทันสมัยที่ตั้งอยู่กลางไร่องุ่น ข้าวของเครื่องใช้และเทคโนโลยีไฮเทคครบครัน

“คุณเป็นคนรู้จักของรุ่นน้องผมก็เหมือนกับว่าคุณเป็นแขกของผมด้วย ผมควรต้อนรับคุณในถานะแขกถึงจะถูก” ปฐพีขยายความ

“ดูเหมือนฉันเอาเปรียบพวกคุณเลยค่ะ ให้ฉันพักที่ไหนก็ได้ ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายรบกวนพวกคุณ” พริมาพูดขึ้นด้วยความเกรงใจ

                “นี่ห้องของคุณ” ปฐพีพาพริมมาไปยังห้องรับแขกที่ให้แม่บ้านมาจัดเตรียมไว้ “ห้องของผมอยู่ตรงนั้น ขาดเหลืออะไรบอกผมได้ไม่ต้องเกรงใจนะครับ” ชายหนุ่มบอกกับหญิงสาวพร้อมชี้นิ้วไปทางห้องของตนซึ่งเป็นห้องที่อยู่ถัดจากเธอเพียงสองห้องและเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด “วันนี้คุณพักเถอะ คุณคงเหนื่อยกับการเดินทาง” ว่าจบชายหนุ่มก็ทิ้งให้พริมาเผชิญกับห้องของเธอเพียงลำพัง

หญิงสาวเดินเข้ามาในห้องแล้วทิ้งสำภาระทุกอย่าง เธอคว้าผ้าเช็ดตัวที่พักเป็นระเบียบที่ว่างอยู่ตรงโต๊ะข้างตู้เสื้อผ้าก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ร่างกายเธอต้องการอาบน้ำโดยด่วน

เกือบหนึ่งชั่วโมงที่พริมานอนแช่น้ำอุ่นเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย ยามนี้ลูกเป็ดขี้เหร่ที่ร่างกายเต็มไปด้วยคราบสกปรกได้มลายหายไป ผิวพรรณเนียนสวยขาวผ่องช่างหอมหวนไปด้วยกลิ่นครีมอาบน้ำ เธอนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนบางออกมาจากห้องน้ำอย่างสบายใจ ถ้าแม้จะรู้สึกเจ็บๆ แผลแต่คนอย่างพริมาหรือจะใส่ใจ โนสนโนแคร์ เดี๋ยวมันก็หายไปเองไมต้องเสียเวลาไปใส่ยาเหมือนในละคร

“ได้อาบน้ำสระผมแล้วสดชื้นขึ้นเป็นกอง” พริมาพึมพำกับตัวเองอย่างมีความสุข แต่แล้วเธอก็ได้ค้นพบว่า

เสื้อ ผ้า อยู่ ไหน ?

“ไอ้พริมมมมมมมมมมมม” เธอแทบจะอยากดึงทึ้งศรีษะของตัวเองอย่างแรง ทุกอย่างเกือบจะสมบูรณ์แบบ มันติดที่ว่าเธอลืมเอาเสื้อผ้ามา กรรมล่ะทีนี่

“เอาไงดี เอาไงดี” พริมาเดินวนไปมารอบห้องเกือบสิบนาที คนที่ไม่เคยต้องพึ่งใครจะจัดการแก้ไขปัญหาของตัวเองอย่าไรล่ะทีนี้ เสื้อผ้าชุดที่ใส่เมื่อกี้ก็ยังคงแช่อยู่ในกะละมัง

หญิงสาวตัดสินในที่สุดเธอแกะผ้าคลุมผมมาคลุมไหล่ของตัวเองแล้วบากหน้าเดินไปเคาะประตูห้องของคนที่เป็นที่พึ่งที่สุดท้ายของเธอ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

                “คุณปฐพีคะ คุณปฐพี” หญิงสาวเรียกชื่อเจ้าของห้องเสียงสั่นเทา นี่เธอใจกล้าหน้าด้านเกินไปมั้ยที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ไม่สิ มีผ้าคลุมผืนเล็กอยู่ที่ไหล่ด้วยอีกหนึ่งผืนมาเคาะประตูห้องนอนผู้ชายที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก

แกร๊ก

“ครับ คุณมีอะไรให้...” เหมือนเส้นเสียงของปฐพีหายไปชั่วขณะเมื่อบานประตูห้องนอนถูกเปิดออก ชายหนุ่มตะลึงงันกับความสวยของสาวงามที่ยืนอยู่เบื่องหน้า ใบหน้าเรียงงามรูปไข่ จมูกโด่งรั้งรับกับคิ้วเรียวงามดุจคันสร ริมฝีปากเรียวเล็กจิ้มลิ้มที่กำลังพูดประโยคอะไรสักอย่างซึ่งเขาไม่ได้สนใจที่จะฟัง ใบหน้าขาวเนียนที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อจากความขวยเขิน สัดส่วนตั้งแต่ทรงอกยันเอวคอดกะเกณด้วยสายตาดูคร่าวๆ แล้วช่างพอดิบพอดีมือของเขา

“คะ คุณปฐพีคะ ได้ยินที่ฉันขอมั้ยคะ” พริมาถามย้ำทั้งยังขยับตัวเข้าไปยื่นใกล้ชายหนุ่มมากยิ่งกว่าเดิม เธอเอื้อมมือไปเขย่าแขนของเขาเบาๆ กลิ่นครีมอาบน้ำหอมอ่อนๆ ลอยฟุ้งกระจายเข้ามาภายในโพรงจมูก อารมณ์ปรารถนาแห่งบุรุษเพศตื่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“คะ ครับ เมื่อกี้คุณว่ายังไงนะครับ” ปฐพีพยายามสะลัดความคิดอกุศลออกจากหัว แต่มันกลับฟ้องออกมาด้วยการ...

“ว๊าย! คุณปฐพี! เลือด!”

เลือดกำเดาไหล

“สงสัยอากาศคงร้อนครับ” ปฐพีบอกพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้เลือดกำเดาหยดลงเปื้อนเสื้อ พริมาเองก็ตกใจ เธอจึงดึงผ้าที่ใช้คลุมไหล่ออกเพื่อให้ปฐพีได้ใช้ซับเลือด

“นี่ค่ะ”

“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มรับผ้ามาปิดที่จมูกก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นยืนก้มหน้าเพื่อให้เลือกกำเดาไหลออกมาไม่ไหลย้อนกลับลงท้อง แต่สายตาของเขาดันเหลือบไปเห็นเต้างามที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าขนหนูผืนเล็กอย่างจัง ไม่รู้ว่าการกระทำของเจ้าหล่อนในครั้งนี้จะช่วยให้เลือดกำเดาของเขาหยุดไหลหรือไหล่ออกมาหนักกว่าเดิม

‘โอ้! นมเน้นๆ’ ปฐพีคิดขึ้นในใจพลางรอบกลืนน้ำลายลงคอ


เยอบีร่า

กว่าคู่นี่เขาจะได้เจอกัน นานแท้5555 ตอนแรกก็บอกว่าจะมาอัพแต่ไรท์ก็หายตัวเขาหนังสือไปอ่านหนังสือสอบ ตอนต่อไปรอลุ้นนะตะว่าไรท์จะอัพคู่ไหน5555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น