โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 04-1 Mounting

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 595

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 13:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
04-1 Mounting
แบบอักษร

04. Mounting

น้ำเสียงต่ำกว่าปกติ การเว้นจังหวะระหว่างคำก็ห่าง


ร่างกายถูกปกคลุมด้วยชุดคลุมอาบน้ำเพียงอย่างเดียว บางทีด้านในอาจจะไม่ได้ใส่อะไรเลย มองเห็นแผ่นอกวับๆ แวมๆ และเชือกที่ผูกไว้อย่างหลวมๆ ฮันจูเอนตัวพิงตู้รองเท้าอย่างหมดแรงแล้วมองมายังยองจี ไม่สิ จ้องเขม็งเลย ถึงจะหมดแรงแต่สายตาเย็นเยียบนั้นจ้องเขม็งมาที่ยองจีอย่างหยาบกระด้าง

เหมือนสัตว์ดุร้ายก่อนจะหมดลมหายใจเลย ยองจีคิด


“…กลับคฤหาสน์...ไปเถอะครับ”

“ช่วงผสมพันธุ์เหรอ”


แม้แต่คนโง่ยังรู้ว่าอาการของฮันจูคืออะไร แต่พอรับรู้แล้วกลับรู้สึกแปลกๆ มากกว่าเดิม ยองจีขมวดคิ้วทันที ขณะที่สัมผัสได้ถึงพละกำลังมากมายมหาศาล กลิ่นของโอก้าที่หอมหวานจนราวกับทำให้หายใจได้ไม่ทั่วท้องก็ส่งกลิ่นฟุ้งออกมา

เป็นเรื่องแน่นอนที่ร่างกายตอบสนองไปก่อนแล้วกับกลิ่นที่ขมขื่นพอๆ กับหอมหวาน ยองจีกัดริมฝีปากอย่างแผ่วเบา


“ใช่แล้วครับ...เพราะงั้น...ช่วยกลับไป...ก่อน...จะได้ไหมครับ...”


เขาดูไม่มีแรงแม้แต่จะพยุงตัวยืน ยองจีตื้นตันใจจนน้ำตาจะไหลกับความพยายามในการใช้คำพูดสุภาพในเรื่องแบบนั้น ถ้าเป็นช่วงผสมพันธุ์ สติก็คงแทบจะไม่เหลือแล้ว

ยองจีนึกถึงช่วงผสมพันธุ์ของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจแล้วเลิกล้มไปทันที ไม่ค่อยอยากจดจำมันแถมยังไม่มีฉากไหนที่นึกออกเลยด้วย


“ทำไม”


ยองจีกลับถามออกมาแทนประโยคว่า ‘ทำไมผมต้องกลับไปคฤหาสน์ด้วยล่ะ’


ฮันจูยกยิ้มพลางก้มหัวลงแล้วยกมือขึ้นมาปิดตาของตัวเองแทนการตอบคำถามของเขา เป็นท่าทางที่น่าประหลาดท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ แต่คนที่ทำท่าทางน่าขำนั้นคืออีกฝ่ายไม่ใช่เขา มือของฮันจูสั่นระริกเหมือนคนติดยาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว

ริมฝีปากภายใต้ฝ่ามือนั้นยังคงยิ้มอยู่ แต่ไม่มีช่องว่างให้สงสัยเลยว่านั่นคือขีดจำกัดของอีกคนหรือเปล่า


“ทำไมเหรอ...”


ฮันจูถามกลับ พูดสั้นๆ แต่ก็ไม่คิดจะเปิดอกคุยกัน เพราะทันทีที่เขาลดมือที่ปิดตาเอาไว้ลง ความต้องการซึ่งซ่อนไว้ในดวงตาคู่นั้นก็ถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่เขินอาย

เสียงพูดพึมพำอย่างไร้เรี่ยวแรงถูกส่งให้ยองจีที่จู่ๆ ก็หยุดหายใจ


“ผมคิดว่า...บอกไปแล้ว...นะครับ”


บอกว่าอะไรล่ะ ยองจีรู้สึกอึดอัดขึ้นมาและอยากกระชากคอเสื้อของฮันจูเสียตอนนี้ พร้อมกับพูดคำพูดที่อยู่ในใจทั้งหมดออกมา รออีกนิดก็น่าจะได้ เพราะตอนนั้นคงจะทนไม่ไหว ประตูเปิดออกแล้วแต่ใจกลับยิ่งร้อนกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก

ริมฝีปากของฮันจูเผยอออก


“ว่าไม่มี...ความคิดจะขืน...ใจคุณ”


น้ำเสียงที่พูดออกมาอย่างชัดเจนรู้สึกได้ถึงความรีบร้อนราวกับใช้พลังเฮือกสุดท้าย สายตาของยองจีที่คอยมองอีกฝ่ายนั้นสั่นระริกไปชั่วขณะหนึ่ง ยองจีสนใจกลิ่นของโอเมก้าราวกับมัวเมาจนลืมลักษณะทางพันธุกรรมจริงๆ ของฮันจูไปชั่วขณะ แล้วนึกขึ้นได้ทีหลัง

ยูฮันจูเป็นอัลฟ่า ซึ่งตอนนี้เพิ่งจะเริ่มช่วงผสมพันธุ์


“แล้วยังไง”


ขืนใจเหรอ ใครจะขืนใจ ยูฮันจูเหรอ ข่มขืนเขาเนี่ยนะ ยองจียังคงไม่เห็นด้วย แต่แน่นอนว่าฮันจูสรุปขึ้นมาเองเสร็จสรรพ

ยองจียืนนิ่งมองฮันจู เขาไม่รู้เลยว่ามือของตัวเองกำลังสั่น ยิ่งเป็นแบบนั้นความรู้สึกของยองจีก็ยิ่งไม่ชัดเจน ต้องชื่นชมความอดทนของชายผู้นี้ที่ยังไม่เริ่มทำตามการประกาศกร้าวของตัวเอง ว่าจะมีเซ็กซ์ทางช่องทางด้านหลังสินะ ยองจีกังวลอยู่พักหนึ่ง

แต่ตอนนี้ยองจีก็รู้ ว่าการที่ฮันจูยังไม่ยื่นมือเข้ามาตน ไม่ใช่เพราะกำลังรักษามารยาทที่มีอยู่อย่างน้อยนิด การบอกออกมาว่าจะไม่ขืนใจนั้น ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับศีลธรรมจรรยาหรือความละอายต่อบาปอะไรทั้งสิ้น

บอกให้ ‘ตอบ’ ว่าดี ว่าต้องการ บอกให้พูดออกมา


“ฟังให้ดีนะคุณแพทย์ประจำตัว”


แต่ถ้าคิดจะผลักผมให้จนมุมด้วยวิธีการนี้ ครั้งนี้คุณคิดผิดแล้ว

ก่อนจะพูด ยองจีดึงคอเสื้อของฮันจูเข้ามา จริงๆ เขามีคำตอบที่เตรียมเอาไว้แล้ว


“มีเซ็กซ์...กับผมไหม”


กลิ่นหอมจนน่ากลัวลอยออกมาจากตัวคุณ

ไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ เพราะเป็นคำตอบในตัวของมันเองอยู่แล้ว กระทั่งเวลาที่มัวแต่ลังเลก็น่าเสียดาย เกือบเวียนหัวจนตาลายไปแล้วเพราะกลิ่นหอมหวานที่ออกมาจากฮันจู ยองจีผลักฮันจูไปชิดกับตู้เก็บรองเท้าแล้วประทับริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากของอีกฝ่าย ถ้าแค่จูบก็ดี ลืมท่าทางก่อนหน้านี้ที่แทบจะพูดออกมาไม่ได้ไปหมดแล้ว

ไม่มีเวลาแล้ว ริมฝีปากประทับลงไปเสียเฉยๆ อย่างดุดันแต่ไร้ความเชี่ยวชาญ  เพียงแค่สอดลิ้นเข้าไปด้านในริมฝีปากของฮันจูที่อ้าออกนิ่งๆ เท่านั้น

แต่ถ้ามีเวลาเหลือพอก่อนลิ้นจะขยับก็ต้องหนีไปตั้งแต่ตอนนั้น ตอนที่ยังสามารถเลือกได้ ตอนที่ประตูยังเปิดเชื่อมกับทางเดินอยู่


“อืม…"


กว่าจะตระหนักได้ว่าสายไปแล้ว ก็ตอนที่รู้สึกถึงมือที่ขยับมาจับตรงหลังศีรษะ


รู้ว่าฮันจูไม่ได้กำลังออกแรงอย่างเต็มที่ แต่มือของเขาจับตรงด้านหลังศีรษะของยองจีแน่นกว่าครั้งไหนๆ เพื่อให้ริมฝีปากของทั้งสองคนแนบสนิทกันจนไม่มีช่องว่าง หายใจไม่ออก ยองจีดึงคอเสื้อของฮันจูแรงขึ้นแต่ก็ไม่สามารถหยุดอีกฝ่ายได้

เพล้ง! เสียงดังขึ้นพร้อมๆ กับร่างทั้งร่างของยองจีถูกดันไปชนกระจกฝั่งตรงข้าม เพราะมือของฮันจูจับไว้อยู่เลยไม่เจ็บหัว แต่สติของเขาฟื้นคืนมาจากความรู้สึกแข็งกระด้างที่สัมผัสกับสะโพกและหลัง

ทันทีที่ลิ้นสอดเข้ามาภายในปากดวงตาที่หลุบลงด้านล่างก็สั่นระริก การจูบทำให้รู้สึกดีจนขนลุก ลิ้นนั้นสอดเข้ามาแล้วขยับตามอำเภอใจพร้อมกับกวาดไปทั่วทั้งปาก ทำให้รู้สึกดีจนเหมือนน้ำตาจะไหล ฮันจูกวาดลิ้นภายในปากของยองจีด้วยความพอใจ

สติหลุดไปกับอุณหภูมิและความเร็วซึ่งจู่ๆ ก็เพิ่มขึ้น มือปัดป่ายไปทั่วและสุดท้ายก็โอบกอดแผ่นหลังและไหล่ของฮันจู และตอนนั้นเอง...


มือข้างที่เหลือของฮันจูยังคงจับตรงลูกบิดของประตูซึ่งเปิดค้างอยู่


ปัง! เส้นทางหลบหนีถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์แบบพร้อมกับเสียงปิดประตูอย่างรุนแรง เกิดอะไรขึ้นนะ ยองจีอยากลืมตาขึ้นมาเพื่อดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เขาไม่สามารถทำอย่างนั้นได้เลย ริมฝีปากของฮันจูที่แนบชิดอยู่กับริมฝีปากของเขากำลังบดเบียดลงมาอย่างบ้าคลั่ง เพียงแค่จูบก็ทำให้มึนงงไปหมด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น