OM.G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10 ความสิ้นหวัง

ชื่อตอน : บทที่ 10 ความสิ้นหวัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 94

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2561 12:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 ความสิ้นหวัง
แบบอักษร

บทที่  10 ความสิ้นหวัง

ฝนที่ตกหนักมาหลายวัน  ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถที่จะออกไปไหนได้  หญิงวัยกลางคนนั่งมองนอกหน้าต่าง สายตาจับอยู่ที่สายฝนพร่ำลงมาอย่างหนาเม็ด  ก่อนจะเฝ้าถอนหายใจ  หลายคืนที่ผ่านมา นางฝันไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ตื่นขึ้นมาหัวใจก็กระตุกแปลกๆ  มันวูบๆ หวิวๆอย่างบอกไม่ถูก เหมือนจะเกิดเรื่องอะไรไม่ดีขึ้นอย่างนั้น  ก่อนจะนึกถึงใบหน้ากลม ตาโต  รอยยิ้มกว้างของลูกสาวตนเอง  ก็ยิ่งให้ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง 

“เฮ้อคิดถึงเจ้าหนูจริงๆ  ป่านนี้จะเป็นอย่างไร” นางบ่นออกมาพึมพำ แต่ก็พอให้คู่ชีวิตที่นั่ง ทำงานซ่อมแซมเครื่องเรือนใกล้ๆได้ยิน

“เอาน่าแม่ก็  เจ้าหนูไปทำงานคงไม่มีอะไรหรอก  ก็เห็นว่าแวะมาหาบ่อยๆ นะ” คนเป็นพ่อเอ่ยขึ้น 

“แต่แม่ใจคอไม่ค่อยดีเลยตั้งแต่ที่เจ้าหนู มอมแมมเนื้อตัวเปรอะเลอะไปหมด  ที่มาหาเราครั้งสุดท้ายกลัว เจ้าหนูจะเป็นอะไรไป”  คนเป็นแม่เอ่ยบ่นอย่างเป็นห่วง

“ลูกนะเราเลี้ยงได้แต่ตัวนะ  เขามีชีวิตของเขา”  ทั้งสองคนพยักหน้าก่อนจะมองเลยออกไปนอกหน้าต่างท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก 

            ‘ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก’

เสียงเคาะประตูที่แผ่วเบา  แต่ก็ยังพอให้สองคนสามี ภรรยา  หันมามองหน้าอย่างสงสัย  ยามฝนตกเช่นนี้ยังมีผู้ใดกันที่มาเยี่ยมเยือนตนเอง  ก่อนจะเดินที่หน้าประตู   ผู้เป็นภรรยาเกาะสามีแน่น คนเป็นสามีเองก็ได้แต่กุมมือปลอบใจภรรยา  

เมื่อเปิดประตูออกมาร่างหนึ่งก็ร่วงลงพื้น  คนเป็นภรรยาเอามือปิดปากก่อนที่จะมีเสียงใดเล็ดลอดออกมา   

“เจ้าหนูของเรา  เป็นอะไรนะ  พ่อดูซิ  ลูกเป็นอะไร”  คนเป็นภรรยาเอ่ยเสียงเร่งร้อน  คนเป็นพ่อจึงเขาไปจับร่างอันหมดสติของลูกสาวก่อนจะอุ้มไปนอนที่เตียง  น้ำตาของคนเป็นแม่เอ่อไหลออกมาเป็นทาง 

“เป็นอะไรมากไหมพ่อ  ลูกเป็นอะไรไป”  คนเป็นแม่ที่เร่งเดินตามมาเอ่ยอย่างร้อนรน  คนเป็นพ่อส่ายหน้า 

“ไม่รู้ซิ  แต่ดูเหมือนจะโดนแทงมาที่หน้าอก  ดีที่ตำแหน่งพลาดเลยขึ้นไปจากหัวใจหน่อย”  คนเป็นพ่อที่ดึงเศษผ้าที่ขาดและเกาะติดปากแผลที่เริ่มจะอักเสบ  และมองดู

“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะพ่อ”  คนเป็นแม่ร้อนรนจนมือไม้สั่น  ฝันของนางเป็นจริง  มันเป็นลางบอกเหตุ 

“แม่ดูแลเจ้าหนูไปก่อน  เปลี่ยนเสื้อผ้าเช็คแผลด้วย”  คนเป็นพ่อเอ่ยกระตุ้น คนเป็นภรรยาตรงหน้า คนเป็นภรรยายังว้าวุ่นเดินพล่าน 

“แล้วพ่อจะไปไหนล่ะ”  คนเป็นทั้งพ่อและสามีจึงหันมา 

“พ่อจะไปตามเซฟี่น่าและโอมา  คิดว่าพวกนั้นคงจะช่วยเราได้  แม่ดูแลลูกไปก่อน”  คนเป็นภรรยาพยักหน้าก่อนจะหันกับไปหาลูกที่นอนนิ่งไม่ได้สติ 

“โธ่  ทำไมถึงเป็นอย่างนี้นะ  ทำไม”  คนเป็นแม่เอ่ยคร่ำครวญ

เซฟี่น่ากับโอมารีบตามมาที่บ้านของจีเมื่อทราบข่าวจากพ่อของจีว่า  จีบาดเจ็บสาหัสและยังไม่ได้สติเลย  เซฟี่น่าหอบสัมภาระที่เป็นตัวยามารักษาจีด้วย  โอมาเองก็ได้แต่คอยปลอบแม่ของจีและนั่งคอยดูอาการอยู่ด้านนอกปล่อยให้เซฟี่น่าดูแลจีต่อ  จนในที่สุดเซฟี่น่าเดินออกมา  ทั้งโอมาและมารดาของจีผุดลุกพร้อมกัน 

“เป็นไงบ้าง/เป็นไงบ้าง”  ทั้งสองคนเอ่ยถามเซฟี่น่าพร้อมกัน

“ไม่ดีเลยท่าอาการยังทรงอย่างนี้คงไม่ดีแน่  และตัวยาของข้าก็ไม่พอ  ข้าว่าเราคงต้องไปขอความช่วยเหลือจากเชนแล้วล่ะ”  เซฟี่น่าเอ่ยออกมาอย่างกังวลใจ  อ้อมมองเซิร์ฟอย่างชั่งใจ 

“ถ้าเราไม่พึ่งเชน  เราจะหายาพวกนี้ได้ที่ไหนอีก” โอมามองเซฟี่น่าอย่างชั่งใจก่อนเอ่ยถาม  เซฟี่น่ามองจ้องโอมา

 “ทำไมล่ะ  เรากับเชนไม่ได้โกรธกันแล้วนี้”  เซฟี่น่าบอกออกมาอย่างแปลกใจที่โอมาจะไม่พึ่งเชน โอมาพยักหน้า 

“ไม่ได้โกรธ  แล้วทำไมมันปล่อยให้เพื่อนเป็นอย่างนี้” โอมาพยักหน้าแต่ก็ยังมีน้ำเสียงขัดเคืองอยู่ในที  เซิร์ฟมองอ้อมก่อนจะเอ่ยอย่างช้าๆ 

“มีเหตุผลหน่อยซิ  พวกเรายังไม่รู้เลยว่าจีไปโดนใครทำร้ายมา  เราจะโทษเชนไม่ได้นะ” เซฟี่น่าถอนหายใจก่อนจะบอกโอมาช้าๆ

“ไม่ได้โทษแต่  เราก็แค่ว่าทำไม  จีถึงบาดเจ็บได้ขนาดนี้ทั้งๆที่อยู่ภายในอาณาเขตที่เชนสามารถดูแลได้   และนี้มันไม่ได้บาดเจ็บแค่นิดหน่อยนะ  แต่เล่นกันถึงตายเลย”  โอมาบอกเหตุผลของตนเอง เซฟี่น่าพยักหน้า 

“ท่านป้า  ข้าอยากให้ย้ายจีไปอยู่กับพวกเราสักพัก  เพื่อที่ว่าจะได้อยู่ใกล้ยาและข้า”  เซฟี่น่าเอ่ยบอกท่านพ่อท่านแม่ของจี  คนเป็นแม่มองหน้าเซฟี่น่าก่อนจะมองหน้าจีที่นอนนิ่งอยู่อย่างนั้น  จนคนเป็นพ่อต้องเดินมาบีบไหล่ภรรยา 

“ไปเถอะ  แล้วข้าจะตามไปเยี่ยมบ่อย  แต่ช่วยบอกพวกเราหน่อย ได้ไหม ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลูกของเรา”   น้ำเสียงที่เอ่ยถามของคนเป็นพ่อและแม่ออกร้าวรานใจ และเสร้าสร้อยที่ต้องมาเห็นลูกของตนเองบาดเจ็บเช่นนี้ เซิร์ฟกับอ้อมมองหน้าก่อนจะส่ายหน้าพร้อมกัน 

“คงต้องรอให้เจ้าตัวฟื้นอย่างเดียวเท่านั้น” เซฟี่น่ากับโอมามองหน้าก่อนจะส่ายหน้าพร้อมกัน  ทั้งหมดจึงเงียบไป

จีถูกย้ายมาพักที่บ้านของโอมาและเซฟี่น่าค่อยตามมาดูแลรักษา  แต่จีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นเลย จนกระทั่งมารดาของจีวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกข่าวแกเซฟี่น่า 

“แย่แล้วเราคงต้องหนีกันแล้ว”  เสียงเอ่ยอย่างตกใจของมารดาจีทำให้ทั้งโอมาและเซฟี่น่า ต้องหันมาสบตากัน

“ทำไมล่ะ  ท่านป้า” 

“ไม่รู้เหมือนกัน  แต่มีพวกคนชุดดำมาตามหาจีที่บ้าน  ก่อนจะค้นไปทั่วหมู่บ้านเลยคิดว่าไม่นานคงมาถึงที่นี้”  มารดาจีเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว

“มัน..มา..แล้วเหรอ”  เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นจนคนทั้งสามหันมามอง  ก่อนจะตรงเข้ามาประคองจีที่ลุกขึ้นมาพร้อมกับกุมที่หน้าอกที่ตอนนี้มีเลือดซึมออกมา 

“เจ้าฟื้นแล้ว”  โอมาเอ่ยขึ้น  จีมองหน้าท่านแม่

“ข้าขอโทษที่นำแต่เรื่องมาให้”  จีมองหน้าท่านแม่ก่อนเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงตำหนิตนเอง  คนเป็นแม่ส่ายหน้าก่อนจะตรงเข้าก่อนจูบลูก 

“ไม่เป็นไร  แค่แม่เห็นเจ้าปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้วลูกเอ่ย”  จีน้ำตาไหลลงมา 

“ท่านแม่  ต่อไปถ้าข้าหายดีข้าจะมาอยู่กับท่านไม่ไปไหนอีกแล้ว”  จีน้ำตาไหลลงมา   คนเป็นแม่พยักหน้า  โอมาเดินเข้ามาพยุงจีพร้อมกับสวมเสื้อคลุมให้

“เราต้องไปแล้วล่ะ  ถ้าอยู่คงไม่ปลอดภัย  เจ้าไหวใช่มั้ย”  จีพยักหน้าทั้งที่ร่างกายเจ็บจนเคลื่อนไหวไม่ได้  เซฟี่น่าวิ่งเข้ามา 

“เจ้าไปก่อนข้าจะขวางเอาไว้เองพร้อมกับที่เซฟี่น่าดึงท่านป้าเอาไว้  โอมามองอย่างประหลาดใจแต่ก็รีบพาจีออกไปทางด้านหลัง  จีเองเอ่ยขึ้นก่อน  

“ทำไมเซฟี่น่าไม่มากับพวกเราล่ะ”  จีเอ่ยถามโอมา อ้อมมอง 

“นั่นซิ” โอมาเองก็ขมวดคิ้วมุ่น  ที่อยู่ๆ เซฟี่น่าก็ตัดสินใจรั้งรอเพื่อถ่วงเวลาให้พวกตนเอง   

โอมารีบพยุงจีเดินประคองหลบไปตามทางเล็กแคบๆ ของหมู่บ้าน  ลัดเลาะไปเรื่อยๆ  จนกระทั่ง  พ้นหมู่บ้านของตนเองทั้งสองคนจึงหลบมานั่งพักที่ โค่นต้นไม้ใหญ่  โอมาเหลือบมองร่างจีที่ดูทรุดโทรมลงไปทันตาเห็น  ขอบตาที่ดำคล้ำขึ้นเป็นวง ใบหน้าที่เคยกลมกับซูบตอบ  ร่างที่งองุ้มอยู่แล้วยิ่งดูงองุ้มมากขึ้นไปอีก เสียงหอบหายใจที่แม้จะแผ่วเบา แต่ก็พอจะรู้ว่าทรมานจากการสูดหายใจเข้าออก  คงจะเจ็บบาดแผลที่ถูกแทง มา  ลมหายใจ  ฟืดดด   ฟาดดด  ดูสากระคาย  โอมาจ้องมองอยู่แบบนั้นจนกระทั่ง จีเงยหน้าขึ้นมาและค่อยๆยกยิ้มให้กับเพื่อ

“ยังจะมายิ้มอีก”  โอมาเอ่ยว่าเสียงเบาๆ  ก่อนจะตรงเข้ามาโอบกอดร่างนั้น หลวมๆ

“ข้ายังไม่ตายซะหน่อย  เจ้าจะร้องไห้ทำไม  อย่านึกว่าแกล้งมาโอบข้าแล้วจะไม่รู้ว่าเจ้า กำลังแอบร้องไห้อยู่” จีเอ่ยว่าคนที่ทำเป็นปากดีปากกล้า  แต่กับอ่อนไหวเรื่องเพื่อน

“เจ้านี้มัน”  โอมาเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ก่อนจะคลายอ้อมกอดออก  แต่ยังไม่ทันจะได้พูดคุยกันมากมาย ก็มีเสียงมากมายตามมา  บ้างก็วิ่งตรงมาจน  โอมาสงสัย 

“ไปไหนกันลุง”  คนถูกเรียกหันมา

“ลูกบ้านนั่นนะซิโดนฆ่าตัดคอน่ากลัวเชียว”  ลุงคนที่ถูกเรียกหันมาตอบก่อนจะหมุนตัววิ่งไปตามทางเข้าหมู่บ้าน  ไม่นานควันไฟสีดำก็พวยพุ่งทะยานขึ้นฟ้าราวกับจะบอกลาคนทั้งสอง จีกับโอมามองหน้ากันก่อนจะย้อมกลับไปดู  ระหว่างทางทั้งสองคนพยายามคลุมเสื้อคลุมปกปิดใบหน้า  ถึงแม้จะอยู่ในหมู่บ้านตนเองก็ตามแต่ให้พวกท่านลุงท่านป้า  ในหมู่บ้านจำได้น้อยที่สุดเป็นดี   จนกระทั่งผู้คนหยุดชุมนุมอยู่ที่ลานบ้านหลังหนึ่ง  ที่มีเปลวไฟลามเลียไปทั่ว  พวกคนหนุ่มวิ่งกันวุ่นเพื่อจะดับไปไม่ให้โหมกระพือไปที่อื่น  ร่างหนึ่งที่ถูกห้อยกับต้นไม้ข้างลานบ้าน  แต่ไร้ศีรษะ  ถูกผู้คนชี้ชวนกันดูแล้วร้องระงม  ที่เผามังกรไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้  แต่ภายในวันเดียว...... จีมองอย่างตกตะลึงกับร่างของเซฟี่น่าที่ถูกตัดคอห้อยอยู่   

อยู่ๆร่างทั้งร่างก็สั่นเทิ้มไปหมด  หวาดกลัว กับภัยที่จีมองไม่เห็น  โกรธ กับสิ่งที่ถูกกระทำ   จีใช่เรี่ยวแรงทั้งหมดสะบัดหนีจากการเกาะกุมของโอมา  ก่อนจะร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง  แต่เสียงที่แหบแห้งจากอาการบาดเจ็บ  ทำให้มันไม่ได้ดังไปจากเสียงกระซิบ  แต่จียังคงตะเบ็งและดิ้นรนหนีจากการเกาะกุม  ความทุรนทุรายในหัวใจ  ความเจ็บปวดที่ประดังเข้ามา  ความสูญเสียตรงหน้าที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน    จียังคงดิ้นถึงแม้เรี่ยวแรงจะหมดลง 

โอมาโอบกอดร่างของจี แน่นแต่จะรู้สึกที่อาการสะอื้นและเสียงที่พยายามตะเบ็งออกมา  เสียงที่ไม่ได้ยินแต่กับเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ  ตอนนี้น้ำตาที่หยดลงมาโดนมือของตนเองที่โฮบกอดจี  ไม่สามารถแยกได้ว่ามาจากตนเองหรือของจีกันแน่  ร่างที่สั่นสะท้านโอมาแน่ใจ  ไม่ใช่แค่จีแต่ยังรวมถึงตนเองด้วย  ความรู้สึกของการสูญเสีย ‘เพื่อน’  ไม่ต่างกันเจ็บปวดไม่ต่างกัน  แต่ต้องมีสติเซฟี่น่าจะสละชีวิตไปอย่างสูญเปล่าไม่ได้  โอมากระชับโอบกอดจีแน่นขึ้นก่อนจะลากร่างนั้นเดินหนีออกมาให้ห่างจากที่แห่งความทรงจำเลวร้ายตรงนี้  

“ไม่ทันแล้ว  พวกเราช่วยไม่ทันแล้ว”  โอมาเอ่ยย้ำไปมา ทั้งสะอื้นและฉุดลากจีออกมา  จีมองเปลวเพลิงก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ไม่จริงทันซิ  ต้องทันพวกเราต้องเข้าไปช่วยทัน....ทัน...ยังทันนะโอมา  ฮืออออ  ฮือออ”  จีพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา  ดวงตาเหม่อลอยร้าวกับหัวใจได้หลุดออกไปจากร่างของตนเอง 

“พวกเราต้องไปแล้ว  อย่าให้ความตั้งใจของมันต้องสูญเปล่า”  โอมาเอ่ยบอกเสียงแผ่วเบาราวกับสายลม  จีมองกลับไปที่แห่งนั้นอีกครั้งก่อนจะกระอักเลือกออกมาและทรุดสงบลงไป  อ้อมมองอย่างตกใจ 

“เจ้าอย่างเป็นอะไรไปนะ  พวกเราต้องรอดเพื่อเซฟี่น่า  พวกเราต้องอยู่ต่อเข้าใจไหม” โอมาเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น  ก่อนจะจับร่างของจีกัดฟันลากร่างที่ไร้สตินั้นเดินต่อไปตามทาง  ทางที่ยังไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน  โอมาไม่รู้จะเริ่มอย่างไร  ไม่รู้จะทำยังไง  ตอนนี้ได้แต่ลากร่างที่ไร้สติของเพื่อนให้เดินออกมาห่างจากตรงนั้น  ห่างออกไป   ห่างออกไปทุกที่   หนทางที่อาจจะไม่มีวันได้กลับมาเป็นดั่งเช่นวันวานอีกแล้ว  



เชนทราบข่าวความวุ่นวายทั้งหมดแล้วก็ร้อนใจที่เห็นคราบเลือดภายในถ้ำ  เชนอดคิดไม่ได้ว่าจีจะเป็นอะไรมากไปกว่านี้หรือเปล่า  แต่เชนก็ไม่มีแม้เวลาที่จะลงไปหาพวกของเซฟี่น่าและโอมาเพื่อสืบข่าวของจีเลย  เชนได้แต่เดินวนไปวนมาอย่างร้อนรน  ก่อนจะเรียกทหารออกมาและสั่งให้ออกตามหาจีให้พบ  ลึกๆเขากับเป็นห่วงจีมากมาย 

เมื่อวานนี้เอง  เขาอยากจะขอโทษจีที่เข้าใจผิดแต่ก็เหมือนสายไปเสียแล้ว  เมื่อเข้าไปพบร่องรอยที่เกิดขึ้น  ความว้าวุ่นของเชนเป็นที่สังเกตได้ของไอรา

“ท่านมีเรื่องไม่สบายใจใช่ไหม” 

“มีเรื่องนิดหน่อยเท่านั้นเอง  ข้าทำร้ายเพื่อนที่รักข้าที่สุด”  เชนมองหน้าไอราก่อนยิ้มเศร้าๆ  ไอรามองก่อนจะรู้ว่าเชนหมายถึงใคร 

“ท่านหมายถึงเพื่อนคนที่พาข้าไปที่ทุ่งดอกไม้ใช่ไหม  เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”  ไอราเอ่ยถามออกมา   เชนส่ายศีรษะ  

“ไม่รู้เหมือนกัน  ข้าตั้งใจจะไปหานาง  ที่หุบผามังกร  แต่กับพบคราบเลือดและร่องรอยการต่อสู้  และหลบหนีออกมา”  เชนส่ายศีรษะ และเอ่ยเล่าออกมา

“นางตายแล้วเหรอ”  ไอราแสดงสีหน้าตกใจ ปากเม้ม แน่นราวกับครุ่นคิดเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น 

“ไม่รู้ซิ  ข้าตามหานางรอบๆ เขาแต่ก็ไม่พบ”  เชนหันมามองไอราก่อนจะโอบกอดนางเอาไว้อย่างต้องการการปลอบประโลม  “ข้าคงเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยใช่ไหม ที่ไม่ดูแลเพื่อนให้ดี”  ไอราลูบหลังของเชนอย่างปลอบโยน 

“ อย่าโทษตัวเองอย่างนั้น  ตราบใดที่เรายังไม่พบศพ  แสดงว่าเรายังมีความหวัง  ที่จะพบกับนาง”  ไอราเอ่ยปลอยเชนเสียงละมุน ราวกับขับกล่อม  เชนดึงร่างของไอราออกมาก่อนจะมองหน้าของไอราอย่างขอบคุณคำปลอบประโลมของนางมีผลต่อหัวใจของเขา ที่กำลังเสียใจ

“นั้นซิ  ข้านี้ไม่ควรมาอ่อนแอให้เจ้าเห็น  ขอบใจมากนะที่เจ้าช่วยเป็นกำลังใจให้  ข้าคิดว่าถ้าจีรู้เรื่องนางเองก็คงจะไม่อยากให้ข้าเป็นเช่นนี้เหมือนกัน”  ไอรามองก่อนจะพยักหน้ายิ้มๆ



หลังจากที่เชนเดินออกไปไอราก็เดินกลับเข้าตำหนัก  อย่างรอคอย  นางรอคอยข่าวที่จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีขึ้น  ไอราแค้นใจที่เอสไม่เคยสนใจนางเลย  แค้นที่เอสพูดจาไม่เคยที่จะถนอมน้ำใจนาง  แค้นเพราะนางไม่เคยได้ความรักตอบกลับมา   นางรักเอสนอกจากแค้นอยู่ในใจยังมีสิ่งใดที่นางจะทำได้  ในเมื่อนางแค้นนางก็ยิ่งอยากทำลาย  ทำลายสิ่งที่เป็นความหวังของเขา  สิ่งที่เขาเฝ้ารอ  และเมื่อทำอย่างนั้น นางได้ความสงบกลับมาสู่หัวใจและนางอาจจะได้  หัวใจของเขาผู้นั้นให้หันกลับมามองนาง  นางผู้ที่คอยเฝ้าติดตามและทำทุกอย่างเพื่อเขา  นางเองก็หวัง  หวังให้เป็นเช่นนั้น 

นางมองออกไปที่ท้องฟ้าด้านนอก  คงเป็นวันแรกที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง  หลังจากฝนตก  หลังจากคืนนั้น  ความเจ็บแค้นในใจที่ถูกปฏิเสธกลับมาอย่างไร้เยื่อใย  ความโกรธความเสียใจความรู้สึกหลากหลายร้อยเท่า  ยิ่งเห็นจีด้วยแล้ว  ไอราก็ยิ่งอยากที่จะฆ่าๆ ให้จีหายไปจากโลก  หายไปจากที่นี้    คืนนั้นที่ไอราเดินขึ้นหุบผามังกร และตรงเข้าทำร้ายจี   จีเองก็กระเสือกกระสนหนีรอดมาได้  ทำให้ไอรานั้นต้องส่งทหารเงาออกไปตามล่าและจัดการจี....... 

ความคิดหยุดลงเมื่อลมพัดมาวูบหนึ่ง  ไอราหันมามองก่อนจะปรากฏร่างของทหารเงาขึ้น  ทหารเงาส่งโถกระดูกให้ไอรา

“เราจัดการฆ่ามันตอนที่มันนอนบาดเจ็บอยู่และเผามันทั้งบ้านจนไม่เหลือซาก”  จบการรายการ  ไอรายิ้มก่อนรับโถกระดูกมาจากทหารเงาก่อนจะไล่ออกไป  ไอรากระหยิมยิ้มย่องก่อนจะมองโถกระดูกนั้น 

“ไงล่ะในที่สุดเจ้าก็ต้องมานอนอยู่ในนี้  ความลับก็ยังคงเป็นความลับต่อไป  และไม่มีทางที่ข้าจะให้เจ้าฟื้นมาอีกตลอดไป ไม่มีทางจะให้เจ้ามาขัดขวางความรักระหว่างข้ากับพี่ชายของเจ้าได้  ความสุขทั้งหมดทั้งมวลที่จะเกิดขึ้นกับพี่ชายของเจ้า  ข้าจะเป็นคนกำหนดขึ้นมาเอง  มิใช่น้องสาวอย่างเจ้า”  ไอราหัวเราะแผ่วเบาอย่างสะใจ  สายตาแวววาวราวกับได้ของที่ถูกใจ  มองโถระดูกเต็มไปด้วยความยินดี  ความหวัง  มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างมีความสุข


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น