ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 19: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ความรู้สึกของไออุ่น 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 19: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ความรู้สึกของไออุ่น 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2561 12:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 19: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ความรู้สึกของไออุ่น 100%
แบบอักษร


​HATE LOVE 19: ความรู้สึกของไออุ่น

แม้ทั้งวันจะมีเรื่องให้มากระทบจิตใจอยู่มากแต่อิทุกรก็พอจะแยกแยะออกว่าอะไรควรทำอะไรควรที่จะทิ้งออกไป วันนี้เป็นวันสุดท้ายของงานมอร์เตอร์โชว์บริษัท PK AUTO GROUP และท้ายที่สุดทุกอย่างในวันนี้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี... ภาคย์เองที่เริ่มแสดงความรู้สึกมากขึ้นได้แต่ติดตามเธอด้วยความเป็นห่วงอยู่ด้านใน เรียกได้ว่าเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นเขาก็มีส่วนสร้างมันขึ้นมาด้วย


ด้านปวันที่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาสามารถปลงให้กับชีวิตคู่ที่เพิ่งจะพังทลายลงได้เยอะแล้วก็เริ่มมีความรู้สึกใหม่มาแทนที่ เขาคิดย้อนกลับไปว่าตอนนั้นมีความสุขก็แค่ชั่วคราวแต่ว่าในเวลานี้เขากลับรู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก มากที่สุด... หลายๆปัญหาในชีวิตค่อยคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น สถานการณ์ทางการเงินก็เริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางแม้จะยังไม่เรียบร้อยทั้งหมดเสียทีเดียวก็ตาม


"คุณปวันคะ!!" ชายหนุ่มสะดุ้งตามเสียงเรียก กันตาโบกมือไปมาผ่านใบหน้าของเขาช้าๆด้วยรอยยิ้ม "กันย์เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วค่ะ"


"อะ ครับ เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านนะ" ปวันไม่รีรอเขาเดินนำหน้ากันตาออกจากบริเวณที่จัดงาน เนื่องจากเห็นว่าดึกแล้วจึงไม่อยากจะให้กันตาเดินทางกลับตามลำพัง ในระหว่างที่กำลังขับรถก็มีเพียงแค่หญิงสาวที่นั่งข้างๆเขาคอยหาเรื่องพูดคุยอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้บรรยากาศนั้นเงียบเกินไป "ผมขอถามอะไรกันย์อย่างหนึ่งได้ไหม?"


"คะ?" กันตาทำหน้าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย "ได้สิคะ!"


ปวันถอนหายใจ "ถ้าหากว่ากันย์มีสามีที่คิดว่ารักมาก แต่พอตอนเลิกกันแล้วกลับรู้สึกเสียใจแค่ชั่วครู่ แบบนั้นกันย์คิดว่ากันย์รักสามีของตัวเองจริงๆหรือเปล่า?"


จู่ๆก็มาถามแบบนี้แล้วคนที่ไม่มีประสบการณ์แบบเธอจะตอบอย่างไรกัน กันตายิ้มออกมาอีกครั้งแล้วตอบกลับตามความคิดของตน "ที่เสียใจก็คงเพราะเสียดายเวลาที่เคยอยู่ด้วยมั้งคะ? กันย์ยังไม่มีประสบการณ์เรื่องนี้คงจะให้คำตอบมากกว่านี้ไม่ได้หรอกค่ะ" ปวันนั่งฟังและพยักหน้าคำถามของเขาคงจะยากเกินไปสำหรับเธอ เขาขับรถไปเรื่อยๆด้วยบรรยากาศที่เงียบลงมาตลอดทางจนกระทั่งมาถึงหน้าบ้านของเธอ 


กันตาสะพายกระเป๋าแล้วลงจากรถในทันที "ขอบคุณนะคะ ลำบากคุณปวันมาส่งกันย์ทุกวันเลย"


ชายหนุ่มที่ลงตามมาส่งยิ้มให้หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า "ไม่ลำบากเลยครับ กันย์เป็นผู้หญิงจะให้กลับคนเดียวได้ยังไง ดึกๆแบบนี้ให้ผมมาส่งน่ะดีแล้ว"


"ค่ะ ขับรถปลอดภัยนะคะ" กันตาเปิดประตูรั้วหน้าบ้านของเธอแล้วหันกลับมาอีกครั้ง "กลับได้แล้วค่ะคุณปวัน ดึกแล้ว" 


ปวันยกมือเกาท้ายทอยแล้วยิ้มอีกครั้งก่อนจะโบกมือลาช้าๆ "อ่า ครับ ฝันดีนะครับ"


กว่าจะแยกย้ายกันได้เขาก็เผลอยืนมองเธออยู่นาน ปวันรู้สึกผ่อนคลายที่ได้พูดคุยกับกันตาเพราะเหมือนกับว่าเขาได้กลับมาคิดทบทวนอะไรบางอย่าง ก่อนหน้านี้เขามีความสุขกับชีวิตคู่จริงๆหรือไม่? อาจจะเป็นเพราะความหลงใหลและการหลอกตัวเองของเขาที่ทำให้ดูว่าในช่วงแต่ละวันที่ผ่านนั้น มีความสุข....


หลายวันต่อมา...


อินทุกรและกันตาเข้าสู่ช่วงการสอบของมหาวิทยาลัย หลังจากที่เรียนคาบสุดท้ายของวันนี้เสร็จแล้วก็ได้ปรึกษากันว่าจะหาที่สงบๆช่วยกันติวหนังสือ และก็ไม่ลืมที่เอ่ยชวนนุชรีย์ไปด้วยแต่คำตอบที่ได้กลับมาก็ถูกปฏิเสธอีกตามเคย


"เธอสองคนไปกันเถอะ ฉันขอบาย...วันนี้มีนัดกับที่บ้านแล้ว" นุชรีย์ยังคงมีท่าทีเย่อหยิงเหมือนเช่นเคย หลังจากเก็บชีทและหนังสือเรียบร้อยแล้วนุชรีย์ก็หันมาพูดกับอินทุกรอีกครั้ง "ลืมไป มีคนอยากเจอเธอนะไออุ่น เขาฝากมาบอกว่าเรียนเสร็จแล้วจะรอที่ร้านกาแฟหน้ามหา'ลัย"


"ใครหรอ?" อินทุกรถามกลับด้วยความสงสัย


"เขาไม่ให้บอก ไปเจอแล้วเธอก็จะรู้เองล่ะ" พูดจบนุชรีย์ก็เดินออกจากห้องเรียนไป 


กันตาถอนหายใจช้าๆ "นี่เขาจะเลิกคบกับเราสองคนแล้วล่ะมั้ง?"


อินทุกรหัวเราะออกมาเบาๆ "คงไม่หรอก เรารีบไปกันดีกว่า อุ่นอยากรู้แล้วว่าใครที่นุชพูดถึง"


สองสาวเดินลงมาจากตึกเรียนแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟที่อยู่หน้ามหาวิทยาลัยในทันที ตลอดทางก็พูดคุยกันในเรื่องสัพเพเหระรวมถึงเรื่องการเรียนและการฝึกงาน ถูกแล้วที่พวกเธอควรจะนึกถึงเรื่องพวกนี้เพราะปีหน้าก็เป็นปีสุดท้ายของการเรียนและต้องคิดกันแล้วว่าอยากจะฝึกงานที่ไหน


ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย...


อินทุกรและกันตาเดินเข้ามายังด้านในของร้านก็รู้สึกถึงความผิดปกติเพราะบรรยากาศแบบนี้มันเงียบเกินไป ร้านนี้ตั้งอยู่ด้านหน้าที่มีผู้คนพลุกพล่านแต่กลับไม่มีใครเลยนอกจากผู้หญิงสวมชุดสีน้ำเงินนั่งอยู่ด้านในสุดของร้าน เพียงแค่เห็นด้านหลังอินทุกรก็รู้แล้วว่าเธอเป็นใคร


"พี่ชะเอม" หญิงสาวเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ โดยที่กันตาเองก็เขยิบไปอยู่ข้างหลังของเธอ "มีธุระอะไรกับอุ่นหรอคะ?"


อัญชนาหันหน้ามาก็ทำทีลุกขึ้นเข้ามากอดเธอ "คิดถึงจัง ทำไมต้องทำเสียงเย็นชากับพี่แบบนี้ด้วยล่ะ ลืมความเป็นพี่น้องของเราไปแล้วสินะถึงได้บล็อกการติดต่อทุกช่องทางแบบนี้"


"เปล่าค่ะ" อินทุกรดันร่างของอดีตพี่สาวออกจากตัวแล้วถอยหลังไปสองก้าว "อุ่นไม่เคยลืมแต่ตอนนี้อะไรมันก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว"


อัญชนายิ้มแล้วนั่งลงกับเก้าอี้ข้างๆพร้อมยกขาขึ้นไขว่ห้างมองอินทุกรพลันยกยิ้มมุมปาก หญิงสาวในชุดเดรสสีน้ำเงินสั้นรัดรูปเอื้อมมือมาจับมือสายของอดีตน้องสาวเอาไว้แล้วลูบไปมาบนแหวนที่สวมอยู่ตรงนิ้วนางข้างซ้าย "รู้หรือเปล่าที่เธอสวมแหวนวงนี้ได้เพราะเขารู้ รู้ว่าเราสองคนสวมแหวนไซส์เดียวกัน" อินทุกรกระชากมือของเธอกลับแล้วหายใจเข้าออกถี่ๆ อัญชนาเองเริ่มรู้สึกสนุกกับการปั่นหัวทุกคนเล่นแบบนี้ ยิ่งเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายก็ยิ่งสะใจมากขึ้นเรื่อยๆ "ที่ภาคย์ทำดีกับเธอ เอาอกเอาใจและผลักไสพี่ให้ออกไปจากชีวิตเธอก็เพราะเขายังมีความรู้สึกให้กับพี่ อยากแก้แค้นที่พี่ทิ้งเขาไปแต่งงานกับปวัน"


"ไม่จริง พี่ภาคย์ไม่ใช่คนแบบนั้น" อินทุกรตอบกลับแม้ว่าในใจของเธอจะสั่นไหวตามแรงยุแยงของคนตรงหน้า กันตาเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีจึงจับแขนของเธอเพื่อพยายามเตือนให้เธอตั้งสติ "ถ้าพี่ชะเอมมีธุระแค่นี้ อุ่นขอตัวนะคะ"


"เธอควรจะยอมรับความจริงว่าเธอเป็นแค่ตัวสำรอง พี่ดีใจนะที่คอยปรนเปรอความสุขให้เขาได้" อัญชนายังคงไม่หยุดที่จะพูดจาปั่นความรู้สึกของอินทุกร เธออยากให้เป้าหมายของเธอได้เจ็บ สูญเสีย และได้เผชิญทุกอย่างแบบที่เธอกำลังได้รับ อัญชนาสูญเสียรายได้เนื่องจากถูกปลดออกจากการเป็นผู้ถือหุ้นของโรงแรมและตอนนี้กำลังจะถูกฟ้องเนื่องจากการนำแบบเครื่องประดับที่เป็นผลงานของปวันไปขายให้บริษัทคู่แข่ง เพราะ...ปวันกำลังยื่นฟ้องบริษัทนั่นแต่ที่เธอต้องโดนร่างแหไปด้วยเพราะเจ้าของบริษัทประกาศอย่างชัดเจนว่าซื้อแบบมาจากเธอ


เงินที่เธอมีในตอนนี้กำลังจะหมด การเอาคืนเพื่อเอาตัวรอดคือทางเดียวที่เธอควรจะต้องทำ...


โดยเฉพาะภาคย์และปวัน... ที่เธอจะต้องเอาคืนเขาอย่างสาสม


ในขณะตอนนี้มีแต่ความสับสนและว่าวุ่นเต็มไปหมด กันตาเปลี่ยนมือยกขึ้นมาจับไหล่ของอินทุกรแล้วบีบเอาไว้แน่น เธอเข้าใจว่าใครที่ได้ยินแบบนี้ก็ต้องรู้สึกหวั่นไหวเป็นธรรมดาและรู้ว่าจุดประสงค์ของอัญชนาไม่ดีแน่ๆ อินทุกรหันไปทางเพื่อนสาวที่กำลังยิ้มและส่งกำลังใจให้อยู่ก็เริ่มมีอีกความรู้สึกหนึ่งเข้ามา เพราะทุกครั้งที่นึกถึงภาคย์ก็ทำให้นึกถึงแววตาของเขา


แววตาคู่นั้นไม่เคยโกหกเธอ....


อินทุกรหันกลับไปแล้วจ้องอัญชนากลับเช่นกัน "อุ่นไม่รู้ว่าที่พี่ชะเอมกำลังทำอยู่ตอนนี้จะทำไปเพื่ออะไร แต่ถ้าพี่ภาคย์เขาจะใช้อุ่นเป็นเครื่องมือแก้แค้นพี่ชะเอมจริงๆ เขาคงทิ้งอุ่นตั้งแต่เขาทำให้พี่ชะเอมย้ายออกจากบ้านได้สำเร็จ และถ้าพี่ภาคย์ยังมีความรู้สึกให้พี่ชะเอมอยู่จริงๆเขาคงจะขอถอนหมั้นกับอุ่นแล้วกลับไปหาตั้งแต่พี่ชะเอมหย่ากับพี่ปวันแล้วล่ะค่ะ เขาคงไม่มาเสียเวลาอยู่กับอุ่นทุกวันแบบนี้หรอก" หญิงสาวจับไปที่แหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอเพื่อจะสื่อความหมายบางอย่างไปให้กับคนที่อยู่ตรงหน้า "น่าจะรู้ดีไหม่ใช่หรอคะ? พี่ภาคย์เขาเป็นคนพูดจริงและทำจริงในทันที"


อัญชนารู้สึกชาไปทั้งตัว เธอไม่คิดว่าอินทุกรที่เคยโอนอ่อนตามเธออยู่ตลอดเวลาตอนนี้จะเริ่มเปลี่ยนไป ทั้งๆที่รู้จุดอ่อนและจะใช้ให้เป็นประโยชน์แท้ๆเชียว "ดูเชื่อฟังภาคย์ดีนะ เขาคงจะบอกคำรักหวานๆให้เธอฟังทุกวันเลยล่ะสิ เอาเถอะ...พี่อุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดีเพราะเห็นแก่ที่เราเคยอยู่ด้วยกันมา ระวังเอาไว้ก็แล้วกัน" อินทุกรนิ่งไปอีกครั้งแต่ก็พยายามที่จะละทิ้งความสับสนของตนเองออกไป อัญชนากระเป๋าของเธอแล้วเดินเชิดผ่านไปด้วยใบหน้าและสายตาจิกกัดอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ระหว่างนั้นก็กระแทกร่างของกันตาจนกระเด็นด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัว "อุ๊ย! โทษทีนะ...พวกเมียน้อยมักไม่ค่อยอยู่ในสายตา"


"ฉันไม่ใช่เมียน้อยของเขา ที่เขาขอหย่าก็เพราะคุณทำตัวเอง" กันตาสวนกลับในทันทีในขณะที่อินทุกรช่วยพยุงร่างของเธอขึ้นมา


"หยุดเถอะค่ะ อย่าทำให้ทุกอย่างต้องดูแย่ไปมากกว่านี้อีกเลย" อินทุกรเองก็สุดจะทนกับพฤติกรรมแบบนี้ 


อัญชนายกไหล่และเบะปากไปพร้อมกันก่อนจะเดินเชิดออกไปจากร้านด้วยสีหน้าที่แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง ภาคย์ดุเตรียมรับมือกับเธอดีทุกอย่าง สามารถเปลี่ยนให้อินทุกรกล้าที่จะโต้ตอบเธอได้อย่างไม่หวั่นเกรง แต่ก็ใช่ว่าเธอจะยอมแพ้เสียที่ไหน...มันต้องมีสักทางที่เธอจะเอาคืนเขาได้อย่างสาสม คนอย่างภาคย์จะต้องได้รับรู้ถึงบทเรียนและความเจ็บปวดจนถึงที่สุดให้เหมาะสมกับทุกอย่างที่เขาทำไว้กับเธอ


######


ทางด้านของภาคย์ที่ยังคงนั่งทำงานอย่างเคร่งเครียด เขาต้องการที่จะสะสางงานทุกอย่าให้เสร็จสิ้นเสียก่อนที่อัศนัยจะกลับมาทำหน้าที่ตามเดิมและตัวเขาก็กลับไปอยู่ในที่ของตัวเองเสียที เอาตามตรงแล้วภาคย์ไม่ค่อยถนัดเกี่ยวกับงานทางด้านโรงแรมแต่ที่ผ่านมาได้ก็เพราะมีอัศนัยคอยเป็นที่ปรึกษาให้โดยตลอดทุกครั้งที่เขาเจอปัญหาในการทำงาน


"คุณภาคย์ คุณภาคย์ครับ!!" ปวันที่เข้ามาปรึกษาเรื่องงานจัดประมูลเครื่องเพชรได้สะกิดเรียกชายหนุ่มที่เหมือนจะมีอาการใจลอยเมื่อเขายื่นตัวอย่างแหวนสองวงที่ดีไซน์มาเพื่อเป็นคู่กันให้เขาได้ดู ภาคย์สะดุ้งแล้วจัดท่าทางของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ "ใจลอยไปหาใครแถวมหาวิทยาลัยหรือเปล่าครับ?"


ภาคย์ทอดสายตาหนีไปอีกทาง "เปล่าครับ แค่กำลังคิดอะไรเพลินๆ" 


"เอาตามที่ตกลงนะครับ ผมจะจ่ายครึ่งแรกให้ก่อนอาทิตย์หน้าแล้วที่เหลือจัดการให้หลังจบงาน" ปวันเซ็นเอกสารในการขอเช่าพื้นที่ห้องจัดประชุมของโรงแรมเสร็จแล้วส่งคืนให้คนตรงหน้า "ขอบคุณสำหรับทุกความช่วยเหลือครับ"


"ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ที่ผมช่วยก็เพราะหวังผลประโยชน์จากคุณเหมือนกัน" ภาคย์เผยรอยยิ้มของเขาพร้อมกับบอกสิ่งที่ต้องการให้อีกฝ่ายรับรู้ มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับปวันนักหรอกและก็ยินดีที่ยอมให้ใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้แบบไม่มีปริปากบ่นเสียด้วยซ้ำ หลังจากเสร็จสิ้นธุระสำคัญปวันก็ขอตัวกลับในทันที


เวลาผ่านไปจนถึงช่วงค่ำ...


บ้านรัตนโยธิน...


ภาคย์ไปรับอินทุกรมาทานมื้อเย็นที่บ้านของเขาตามคำกล่าวของวาณิริณ แม้บรรยากาศของครอบครัวนี้จะอบอุ่นเสียจนน่าอิจฉาแต่ก็รู้สึกได้ว่ามีหลายๆอย่างที่เปลี่ยนไป ภิชญ์จากปกติจะต้องหาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาพูดคุยกลับเงียบราวกับว่าเป็นใบ้ ส่วนภัทธิราเองก็เหมือนกับว่ามีเรื่องราวบางอย่างที่ติดอยู่ในใจแต่ก็ไม่อาจพูดออกมาได้ ไม่ใช่ว่าภาคิณและวาณิริณไม่สังเกตลูกๆเลยแต่เพราะพวกเขาโตกันแล้วและควรจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง


โดยเฉพาะลูกชายคนโตของบ้านหลังนี้...


ระหว่างที่มื้อเย็นกำลังดำเนินไปอยู่นั้น นาตยาที่นั่งอยู่ตรงกลางก็กวักมือเรียกแขกของบ้านเข้าไปหา "มาสิจ๊ะหนู ย่ามีของจะให้" อินทุกรลุกออกจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปหาก่อนจะค่อยๆนั่งลงด้วยกิริยาอันนอบน้อม หญิงชราจับข้อมือซ้ายของเธอขึ้นมาแล้วสวมสร้อยข้อมือหินสีชมอ่อนให้ "ย่าไปทำบุญมาก็เห็นพวกวัยรุ่นชอบซื้อย่าเลยเอามาฝาก ให้ทั้งภัทร ภิชาแล้วก็หนูไออุ่นนี่แหละเพราะมันเหมาะกับผู้หญิง หินสีชมพูเนี่ยเขาเรียกอะไรก็ไม่รู้ ฮ่าๆ แต่เขาว่าความหมายมันดี ทำให้มีเสน่ห์แล้วความรักราบรื่น"


อินทุกรมองสร้อยข้อมือที่ได้รับมาแล้วยกมือไหว้ขอบคุณหญิงชราตรงหน้า "ขอบคุณค่ะคุณย่า สวยมากเลยค่ะ"


กึกๆ 


"ย่าครับ ทานข้าวเสร็จแล้วเราไปข้างบนกันดีกว่า เดี๋ยวผมนวดให้นะครับ" ภิชญ์คงไม่อยากจะอยู่ตรงนี้นานเสียเท่าไหร่ ทานอาหารเสร็จแล้วก็เอ่ยชวนคุณย่าสุดที่รักขึ้นไปพักผ่อนในทันที "น้องไออุ่นทานข้าวให้อร่อยนะครับเดี๋ยวพี่พาย่าขึ้นไปสวดมนต์ก่อน ถ้าลงมาทันเดี๋ยวพี่จะมาเป็นเพื่อนคุยด้วยนะ มีหลายรูปในวันงานที่ยังไม่ได้ให้ดูเลย"


"ค่ะ พี่ภิชญ์ส่งผ่านเมลล์มาให้ก็ได้ค่ะ อุ่นเกรงใจ" อินทุกรตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ลุงภาคิณ น้าณิริณคะ อุ่นขอไปถ่ายรูปเล่นที่สระน้ำได้ไหมคะ?"


"ได้จ้ะ ระวังหน่อยนะ" วาณิริณกล่าวด้วยรอยยิ้ม


ภิชญ์เห็นดังนั้นก็ไม่ได้อยู่ต่อ เขาพานาตยาเดินออกจากโต๊ะอาหารกลับขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านหลังนี้ ภาคิณถอนหายใจกับภาพที่รู้สึกจะขัดใจเขาอยู่ตรงหน้า แม้จะรู้ว่าภาคย์จะเป็นนิ่งๆแต่ก็ไม่คิดว่าจะนิ่งราวกับเป็นท่อนไม้ขนาดนี้ พอได้ยินจากภิชญ์และภัทธิราถึงเรื่องราวที่เกิดในวันงานจัดมอเตอร์โชว์ของบริษัทก็อุตส่าห์เบาใจไปได้เยอะ แต่ที่เห็นตอนนี้มันขัดใจจริงๆ "ช่วงนี้บ้านเราเป็นอะไรกันนะ มีลูกสามคนสองในสามเป็นผู้ชายก็ดูแปลกๆกันไปหมด คนโตก็ปากแข็งส่วนไอ้คนเล็กก็จีบคนที่เขามีเจ้าของแล้ว ดีจริงๆ"


"พี่คิณคะ!! เดี๋ยวหนูไออุ่นได้ยินจะรู้สึกไม่ดีเอาได้" วาณิริณตำหนิสามีถึงสีหน้าและน้ำเสียงที่ได้แสดงออกมา "ใกล้วันเกิดภาคย์กับภัทรแล้วพ่อกับแม่ว่าไปจัดงานวันเกิดบ้านพักที่ประจวบฯดีไหม? ชวนหนูไออุ่นกับคุณอัศนัยไปด้วย ทำงานกันเหนื่อยๆจะได้ไปพักผ่อนกันบ้าง"


"แล้วแต่พ่อกับแม่เลยค่ะ ภัทรไม่มีปัญหาอะไร...แล้วภาคย์ล่ะว่ายังไง?" ภัทธิราหันไปถามแฝดผู้พี่ที่ยังคงนั่งทานข้าวเงียบๆ


"ยังไงก็ได้ครับ" ภาคย์รวบช้อนแต่ทว่าสายตาของเขากลับมองไปยังบริเวณสระน้ำของบ้าน ภาคิณเห็นอาการของลูกชายคนโตแล้วก็อากจะหาอะไรมาทุบปากให้หายจากอาการปากแข็งเสียที "ทุกคนมีอะไรหรือเปล่าครับ?"


"เปล่าจ้ะ แค่สงสัยว่าคนปากแข็งทำไมทานข้าวได้ ทานอิ่มกันแล้วใช่ไหม? แม่จะได้ให้แม่บ้านมาเก็บโต๊ะเลย" วาณิริณจัดการเก็บรวบรวมถ้วยจานแล้วส่งให้กับคนรับใช้ในบ้านที่ยืนรออยู่ด้านหลัง "เดี๋ยวขึ้นไปแล้วภัทรเอาแบบบรัชออนรุ่นใหม่ให้แม่ดูหน่อยนะ เหมือนรอบนี้น่าจะมีอะไรต้องแก้อยู่"


"ค่ะ" ภัทธิราตอบกลับ


สีหน้าของภัทธิราดูไม่ค่อยร่าเริง ภาคิณหันไปทางลูกสาวจึงได้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง​ "ไม่สบายหรอลูก พ่อพาไปหาหมอดีไหม?"


"แค่เครียดเรื่องงานค่ะพ่อ ที่น่าห่วงคือคนข้างๆของภัทรมากกว่า ปากจะหนักไปไหนก็ไม่รู้" แฝดผู้น้องพูดด้วยรอยรอยยิ้มบางๆและภาคย์เองก็รู้ตัวว่าถูกนินทาแบบจงใจเสียแล้ว 


"เฮ่อ! พ่อว่าเราสองคนไปช่วยแม่เขาในครัวดีกว่า ปล่อยให้เล่นตัวแบบนี้ไปให้เข็ดเถอะ" ภาคิณเองก็จนปัญญากับการแสดงออกของภาคย์แล้ว สงสัยคงต้องให้เจอกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ก่อนล่ะมั้งถึงจะเลิกอาการแบบนี้ได้


เมื่อไม่มีใครอยู่ด้านล่างของบ้านหลังใหญ่แล้ว...


ภาคย์เดินออกมาที่บริเวณสระว่ายน้ำก็เห็นว่าอินทุกรกำลังนั่งแกว่งขาอยู่ในน้ำเล่นไปมาช้าๆ ใบหน้าของเธอดูราวกับกำลังซ่อนคำถามมากมายที่มีสำหรับเขาโดยเฉพาะ "กลับได้แล้วล่ะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง"


อินทุกรค่อยๆลุกขึ้นช้าๆ "อุ่น อุ่นมีเรื่องอยากจะถามพี่ภาคย์สักเรื่องได้ไหมคะ?"


"ได้สิ"


หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆหนึ่งทีก่อนจะเริ่มถามในสิ่งที่เธอต้องการรู้ "พี่ภาคย์รู้สึกยังไงกับอุ่นหรอคะ? อุ่นอยากได้ความมั่นใจ พี่ภาคย์บอกได้หรือเปล่า?"


ภาคย์ก้มหน้าลงเล็กน้อย "พี่เคยบอกไปแล้ว คิดว่าอุ่นคงจะเข้าใจ"


"เข้าใจแบบไหนคะ อุ่นรู้ค่ะว่าสถานะตอนนี้อุ่นเป็นคู่หมั้นของพี่ภาคย์ แต่ที่อยู่อยากรู้ก็คือในใจของพี่ภาคย์มีอุ่นบ้างหรือไม่ อยากได้ความมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองคนเดียว...รักอุ่นแบบที่อุ่นรักพี่ภาคย์หรือเปล่า?"


"....."


แววตาของอินทุกรเริ่มหม่นหมองลงอีกครั้งเมื่อคำตอบที่ได้กลับมานั้นไม่มีเสียงใดๆเลย ภาคย์เองเดินเข้าใกล้ๆแล้วเชยคางมนขึ้นให้เธอสบตาเขา "แล้วที่ทำอยู่ตอนนี้อุ่นคิดว่าพี่กำลังรู้สึกอะไรอยู่?"


"บางทีการกระทำกับคำพูดก็สำคัญเท่าๆกันนะคะ ถ้าพี่ภาคย์ไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็นไรค่ะ อุ่นจะไม่เซ้าซี้อะไรอีก...ขอไปรอที่รถนะคะ" เธอจับมือของเขาออกแล้วเดินกลั้นความรู้สึกออกไปเงียบๆ หรือว่าเธอจะคิดไปเองจริงๆ


ปึง !!!


ภาคย์ทุบกำปั้นแรงๆลงบนโต๊ะไม้ที่ตั้งอยู่ริมสระน้ำ เขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากที่ทุกอย่างที่เหมือนจะดีกำลังจะผันแปรไปอีกครั้งเพราะตัวของเขาเอง ที่เขารู้สึกก็คือตอนนี้กำลังหงุดหงิดตัวเองเป็นที่สุด คำง่ายๆที่มันควรจะพูดออกไปตั้งแต่วันที่รู้ตัวแล้วว่าตอนนี้ในใจเขากำลังมีใคร จนตอนที่เธอถามเขาก็เอาแต่เงียบ...


เหมือนน้ำกำลังท่วมปาก อยากพูดแต่ไม่ยอมพูดออกไปเสียที...


____________________________________  100 % ____________________________________________

ติดตามการอัพเดทของไรท์ทางเพจได้นะคะ ค้นหา: นิยายออนไลน์ By ชะโดตัวโต บนเฟซบุ๊คได้เลยจ๊าา


ช่วยกันงัดปากพี่ภาคย์หน่อยนะรีดเดอร์ !!

น้องไออุ่นเขาแค่หวั่นไหวนะ รีดเดอร์ใจเย็นๆกันน๊าาาา

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะคะ ไรท์อ่านของทุกคนเลยนะ

แต่ไรท์ตอบไม่ทันจริงๆ ขอโทษน๊าาา มากันเยอะมากเลยย

คอมเม้นท์กันมาเยอะๆนะคะ ไรท์ชอบอ่าน ^^


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น