OM.G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 9 สับสน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 104

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2561 15:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 สับสน
แบบอักษร

บทที่  9  สับสน

จีเดินทางขึ้นหุบผามังกร  ด้วยท่าทางเหงาหงอย มันคือการทำโทษที่จีไม่ต้องการเจอมากที่สุด  ก่อนจะนึกเคืองๆ เชนที่สั่งลงโทษตนเองแบบนี้  แต่สุดท้ายก็ได้แต่เฝ้าถอนหายใจ  เคืองแล้วทำยังไงได้  จีไม่ได้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเชนขนาดนั้น ก็แค่ ‘เพื่อน’ คำที่ตอกย้ำจีจนชินชากับความปวดร้าวในหัวใจไปแล้ว  คนที่ไม่ใช่  ยังไงก็ไม่ใช่  จีหัวใจกระตุกวูบ  ก่อนจะมองไปทางกำแพงวัง  และรีบมุ่งหน้าเดินทางในเวลาอันรวดเร็ว

จีมองปากถ้ำที่เด่นตะหง่านอยู่ท่ามกลาง ต้นไม้ใหญ่และเสียงของน้ำตกและลำธารที่ไหล เอื่อยลงไปตามเส้นทางของลำธาร  จีมองแสงเรืองรองที่สว่างวับแวบรอดออกมาจากในถ้ำ  ก่อนจะหัวใจเต้นระรัว  มือเท้าช้าไปหมด  กองไฟกองเล็กยังพอทนกัดฟัน ฝืนทนมองได้  แต่ถ้ากองใหญ่ จีก็มิอาจจะทนยืนมองมันได้นาน  จีไม่รู้หรอกว่าทำไมตัวเองถึงได้กลัวกองไฟขนาดนั้น  แต่ตอนที่อยู่กับท่านพ่อท่านแม่ จียังวิ่งหลบไปซบหลังของพวกท่านได้แต่ที่นี้  จีจะทำยังไง  กองไฟศักดิ์สิทธิ์  ที่ต้องมาคอยไฟเติม ฟืน  แค่คิดก็ช่างเป็นการลงโทษที่เบาสำหรับคนอื่น แต่มันหนักหนาสำหรับนางมากเกินไป

ภายในถ้ำแสงสว่างสีเขียวส่องออกมาจากผนังถ้ำเรืองรองจีมองไปรอบๆ  ก่อนจะเห็นกองไฟศักดิ์สิทธิ์ที่จะมอดดับไม่ได้  จีมองก่อนจะหลบตาจากกองไฟ  ปฎิกิริยาของร่างกายที่สั่นสะท้านเมื่อเจอกับกองไฟตรงหน้า  ร่างกายเขม็งเกร็งแต่จะให้ทำยังไง  จีเขยิบร่างช้าไปหยิบฟืน และค่อยยื่นมือสายตาก็ค่อยๆเหลือบมองไม่กล้าที่จะมองตรงๆ  หย่อนลงไปในกองไฟแล้วก็กระโดดตัวลอยถอยห่างออกมา  จีถอนหายใจก่อนจะมองกองฟืนที่ยังไม่มีพวกช่างมาวางเรียง  นางจะเดินหลบออกไปนอกถ้ำเพื่อหาฟืนมาเตรียมเอาไว้   

เมื่อจีหาฟืนมาพร้อมก็วางสัมภาระทั้งหมดลงที่ด้านหนึ่งก่อนจะเคลื่อนย้ายตัวเองออกจากถ้ำเพื่อหาอะไรรองท้อง  ตอนนี้ท้องของนางหิวมากจนแทบจะกินต้นไม้ทั้งต้นอยู่แล้ว  อีกอย่าง หลังเสร็จสิ้นพิธีศักดิ์สิทธิ์ฝนคงตกลงมาอีกหลายวันแน่   จีจึงต้องเตรียมฟืนและหาเสบียงเอาไว้เผื่อว่าจะไม่สามารถออกจากถ้ำได้

ถึงแม้ว่าไฟศักดิ์สิทธิ์แห่งหุบผามังกรจะลุกโชติช่วงเพียงใดแต่อากาศภายในถ้ำกับหนาวเย็นลงตามพระอาทิตย์ที่หายลับตาและยิ่งตกดึกเท่าไหร่อากาศยิ่งเยียบเย็นมากขึ้นแสงสีเขียวก็ยิ่งเปล่งรัศมีแข่งกับไฟศักดิ์สิทธิ์  จีหลังจากที่หาฟืนมาได้ก็หามุมหนึ่งปูผ้าและทำเป็นที่นอนก่อนจะล้มตัวลงนอนด้วยความอ่อนเพลีย  แต่หลายครั้งที่จีต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อเห็นกองไฟตรงหน้า  จีมองกองไฟก่อนจะนึกเจ็บใจ  น้อยใจ  ความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไปหมด ทั้งๆ ที่เชนนั้นก็รู้ว่าจีไม่ได้ชอบไฟเลย  แต่กับส่งจีมาดูแลไฟศักดิ์สิทธิ์  จีน้ำตาไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะพลิกหันหน้าเข้าหาผนังถ้ำและข่มตาตัวเองให้หลับลง 

โอและเซฟี่น่าเดินทางขึ้นเขามาพบเชน  เชนเองหลังจากรู้ว่าทั้งสองมาหาก็ดีใจอยู่ลึกๆเพราะตั้งแต่มีปากเสียงกันวันนั้นก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย  เชนเองก็อยากจะพบทั้งสองเหมือนกันเพราะว่าเขาเองก็วูบวาม จึงอยากที่จะขอโทษทั้งสองคนและตอนนี้ไอราก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมายด้วย  เชนจึงรีบรุดออกมาพบทั้งสองเมื่อมาถึงเห็นทั้งสองยืนอยู่เชนก็เดินยิ้มร่ามาหา 

“ว่ายังไงทั้งสองคน” 

“เอาไปให้คู่หมั้นของนายรักษา  มันเป็นสมุนไพรที่มีคนไปเอามาด้วยความยากลำบากเขาฝากมาให้” ทั้งโอมาและเซฟี่น่าหันมาหาก่อนจะยื่นห่อผ้าให้   

“ใครกัน”  เชนรับไปก่อนมองอย่างแปลกใจ โอมามองเชนด้วยหางตาจนเชนเองก็ไม่สบายใจนัก 

“ทำไมต้องถามด้วยล่ะว่าใคร  คนที่เจ้าสั่งลงโทษไง  และอีกอย่างนะ ข้าก็ไม่อยากก้าวก่ายหรอกแต่มันอดไม่ได้  เจ้าลืมไปแล้วหรือไงว่าจีนั้นไม่ได้ชอบไฟ   แต่เจ้ามัน...”    โอมาพูดไม่ออกก่อนจะหันหน้าหนีเชนไป

“ความจริงจีบอกให้พวกเราเอามาให้  แต่พวกเราเห็นจี โดนลงโทษก็เลยต้องบอกว่าที่จีมาช้าก็เพราะว่าจีไปหาสมุนไพรมารักษาคู่หมั้นของเจ้าไงล่ะ” เซฟี่น่าจึงเอ่ยแทน

เชนอึ้งก่อนจะนึกถึงธุระที่จีไม่ยอมบอก 

“สะใจเจ้ามากเลยใช่ไหม  ที่พวกเราต้องมาแตกกันเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง” โอมาหันมาอีกครั้งก่อนจะฉุดเซฟี่น่าเดินหนีออกมา

“นี้ข้าไม่ได้คิดว่าเพื่อนจะต้องมาแตกกัน  ทำไมเจ้าถึงพูดออกมาอย่างนั้น   ข้าขอโทษ  ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าทำเพื่อไอราได้ขนาดนี้”  เชนจึงวิ่งตามมา อ้อมมองเชน  ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงสูง 

“ใครบอกว่าเพื่อคู่หมั้นเจ้า  แต่พวกเราทำเพราะว่าเจ้าที่เป็นเพื่อนเราต่างหาก  แต่เจ้าเคยทำอะไรเพื่อพวกเราบ้างไหม  อะไรที่จะไม่ทำให้เจ็บช้ำใจ  เจ้ารู้หรือเปล่าว่าคำพูดบางคำของเจ้านั้นมันทำร้ายใจใคร”  โอมามองเชนที่วิ่งตามมา  ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงสูงอย่างสุดทน

“พอเถอะ  เอาเป็นว่าพวกเราไม่มีอะไรกันแล้วนะ  ทุกอย่างเหมือนเดิม”  เซฟี่น่าเอ่ยห้ามและกลายเป็นคนฉุดโอมาออกไปเองและโบกมือให้เชนไปก่อน  เพราะถ้าคุยกันตอนนี้ก็คงไม่รู้เรื่องแน่  เชนจึงพยักหน้ารับก่อนจะกำห่อผ้าสมุนไพรแน่น

เชนเดินมาตามทางก่อนจะก้มมองถุงผ้าที่กำเอาไว้  ก่อนจะนึกถึงใบหน้ากลม  ตาโต  ที่วันนั้นวิ่งกระหืดหระหอบเข้ามาหาตน  ไหนจะร่องรอยเสื้อผ้าที่คงจะโดนกิ่งไม้ เกี่ยวจนขาดหลายจุด  ตามเนื้อตัวก็มอมแมม  แต่ใบหน้ายังคงยิ้มส่งมาให้ตนเอง  จนกระทั่งเขา.....ตวาดใส่ร่างเล็กนั้น  จนนางต้องก้มหน้าหลบ เชนถอนหายใจ แต่สิ่งที่สั่งไปแล้ว ไม่อาจถอนคืนมาได้  เขากำถุงผ้าจนแน่นก่อนจะเดินไปหา ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารัก  และเพื่อนของเขาก็ยอมทำเพื่อคู่หมั้นของตนเองโดยที่ไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ 

“สมุนไพรที่เพื่อนของข้าไปหามาให้เจ้า”  เชนยื่นถุงผ้าให้ไอราก่อนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา 

“ใครกัน”  ไอร่ามองอย่างแปลกใจก่อนเอ่ยขึ้น  เชนไม่ตอบก่อนจะเดินหนีไอราไป 

“นี้ท่านโกรธอะไรข้าหรือเปล่า  ถ้าข้าทำให้ท่านไม่พอใจ  ข้าก็จะไปเสีย” ไอราเอ่ยเสียงปนเศร้า  ก้มมองถุงผ้าที่มีสมุนไพรอยู่ กำจนแน่น

เชนมองร่างงดงามนั้นที่นั่งกำถุงผ้าแน่น  กัวใจชาวูบที่เห็นนางอันเป็นที่รักเศร้าสร้อยเขาหยุดยืนนิ่งมองอยู่เนิ่นนานแต่ก็ยังคงไม่ตอบเพราะในใจยังคงสับสนอยู่ระหว่างเพื่อนที่ทุ่มเทเพื่อเขากับคนรักตรงหน้า  ไอราจึงค่อยๆ ลุกเดินมาขวางหน้าเชน 

“หรือว่าเพื่อนของท่านพูดอะไรที่ไม่ดี  และไม่ยอมรับข้าใช่มั้ย”  ไอราพูดเสียงเศร้าใบหน้าเสมองไปทางอื่น ราวกับไม่ต้องการให้เชน เห็น น้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาจากตาของนาง เสียงสะอื้นน้อยๆ ทำให้เชนก้มลงมองไอราที่สีหน้าเศร้าสลด  เชนประคองวงหน้าของไอรา

“เจ้าอย่าคิดมากเลยนะ  สมุนไพรนี้เจ้าเอาไว้รักษาตัวเถอะ”  เชนเอ่ยปลอบไอราเสียงเรียบ

“ข้าจะใช่มันได้อย่างไร  ก็ในเมื่อ  มันมาด้วยความไม่เต็มใจของเพื่อนท่าน” ไอรามองสมุนไพรในมือ  เชนส่ายหน้า 

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกไอรา  แต่ว่าข้าก็แค่ไม่สบายใจที่ทำให้เพื่อนโกรธ” เชนส่ายหน้าก่อนกล่าวสิ่งที่กังวลอยู่ภายในใจ   

“เพราะข้าใช่มั้ย”  ไอร่าถาม  “ถ้าข้าเป็นตัวทำลายความสัมพันธ์ของพวกท่าน  ข้าก็จะไป  ข้าไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้เลยนะ”  เชนพยักหน้าก่อนจะขมวดคิ้ว 

“เอาเป็นว่าเจ้าพักผ่อนเถอะ” เชนขมวดคิ้ว  กล่าวจบก็เดินออกไป ทิ้งให้ไอรายืนมองส่งร่างของเชนไปจนลับตา 



จีนอนหนาวอยู่ภายในถ้ำเพราะภายนอกฝนตกหนักมากไม่สามารถที่จะออกไปไหนได้เลย  ในที่สุดจีก็ทนหนาวไม่ไหวทั้งท้องก็ร้องว่าหิวข้าว  อาหารที่นำมาก็หมดแล้ว  จีผุดลุกขึ้นก่อนจะนั่งนึกฝันว่ามีอาหารหรืออะไรลอยเข้ามาในถ้ำ  แต่ในขณะที่นั่งนึกอยู่ๆฝ่ามือของจีก็ร้อนจนจีสะดุ้งและยกมันขึ้นมาดูแสงสว่างวาบก่อนที่จะทำให้เห็นว่าบนฝ่ามือนั้นมีผลไม้ปรากฏอยู่จีมองก่อนจะเอานิ้วจิ้มๆและสัมผัส  ก่อนจะคว้ามันขึ้นมากินด้วยมืออีกข้างหนึ่ง  ตอนนี้ความหิวมันมีมากกว่าความสงสัยว่ามันมาได้ยังไง  ยิ่งนึกเท่าไหร่ผลไม้ก็ยิ่งปรากฏออกมาเท่านั้นจนจีอิ่มพุงกางก่อนจะมองฝ่ามือของตัวเองและพลิกซ้ายขวาก่อนจะหัวเราะออกมา 

“นึกออกแล้วลุงผู้เฒ่านั่นเอง  ลูกแก้ววิเศษจริงๆ  อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เราอดตาย”  จีคิดก่อนจะหัวเราออกมา  เมื่อพักพุงเรียบร้อยจีมองฝ่ามือก่อนจะคิดว่ามันสามารถที่จะทำอะไรได้บางนะ   ก็เกิดปรากฏการณ์ขึ้นอยู่  จีรู้สึกเหมือนตัวเองลอยอยู่กับพื้นเมื่อก้มลงมองดูจีก็ตกลง 

“เฮ้ย  อะไรกัน”  จีเอียงตัวล้มขณะลอยอยู่เหนือพื้นศีรษะห้อยตกลงมาจีมองเห็นปีกทั้งสองที่งอกออกมา  ข้างหนึ่งเป็นปีกสีขาวล้วนสะอาดตาแต่อีกข้างกับเป็นเพียงปีกบางๆร่างแหมองทะลุโปร่งไปถึงข้างหลังจีมองก่อนจะเอ่ยขึ้น 

“เรามีปีกงั้นเหรอ  เรามีปีกงั้นเหรอ”  จีท่องก่อนจะพึมพำเบาๆ 

“ไหนว่าเผ่ามังกรบินไม่ได้ไง  แล้วเราเป็นใครกันแน่”  จีคิดแต่จู่มือของจีก็ราวกับมีอาวุธพุ่งออกมาจนจีต้องใช้นิ้วกำเอาไว้แต่พอขยับนิ้วกำเอาไว้นั้น ก็มีรากไม้พุ่งออกมาพันกระชับมือกับอาวุธเอาไว้  จีมองก่อนจะแขว่งอาวุธไปมา 

“เอาล่ะซิ  เกิดอะไรขึ้นกับเราเนี้ย  แล้วจะลงยังไงล่ะ”  จีคิดก่อนอื่นต้องเอาหัวขึ้นก่อนไม่งั้นเลือดตกหัวตายแน่เลยเรา  จีพยายามบังคับอวัยวะที่งอกขึ้นมาใหม่ทั้งเพ่งสมาธิทั้งออกแรงแต่ที่ทำได้ก็แค่เพียงปีกกระพือขึ้นลงเล็กน้อยเท่านั้น  จีเริ่มหงุดหงิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองแต่จู่มีเสียงข้างนอกถ้ำดังขึ้นจีสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเกิดอาการหัวหมุนสามตลบตกลงมาก้นกระแทกพื้น  จีเอามือลูบก้นปอยๆก่อนจะพึมพำ 

“หายไปง่ายอย่างนี้เลยเหรอ” 

แต่ยังไม่ทันไรร่างหนึ่งก็เดินเข้ามา  จีมองก่อนจะทำหน้าแปลกใจกับบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าแต่ยังไม่ทันไรเมื่อจีลุกขึ้นเสียง 

‘ฉึก’  

ดังขึ้นก้องเข้าไปในโสตประสาทจีก้มลงมองหน้าอกตัวเองก่อนจะถอยหลังไปสองก้าว ร่างกายปวดแปล๊บขึ้นมาราวกับอวัยวะทั้งหมดถูกกระตุกออกไปจากร่าง  จียกมือกุมอกของตนเองก่อนจะก้มลงมองเลือดที่ไหลทะลักมาตามทาง  อย่างตกใจและสายตาที่พร่ามัวลงเพราะการเสียเลือดร่างทั้งร่างโงนเงน  ราวกับจะล้มลง  เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่  แล้วใครคนตรงหน้าที่ถือมีด งื้อง้าอยู่ในมือ  ร่างนั้นค่อยๆเดินมาอย่างเชื่องช้าราวกับว่าเดินเล่น  แต่ในความจริงคนตรงหน้ากำลังจะ ฆ่า  จีคิดได้ดังนั้น ก่อนจะเม้มปากแน่น  กัดฟันทนต่อความเจ็บปวด  เดินขยับถอยหลังไปพยายามเพ่งสายตา มองหาทางออก  ร่างนั้นราวกับยกยิ้มหัวเราะนาง  จีมองก่อนจะเห็นท่อนพืนข้างขาตนเอง  อยู่ๆจีก็กดปลายเท้าของตนเองลงกับหลุมเพื่อให้เกิดเศษดินเศษทรายขึ้นมา  จีแกล้งทรุดลงไปก่อนจะใช้มือข้างที่ดันกับพื้นกอบเศษที่ตนเองขุดเอาไว้กำใส่มือ  จากนั้นด้วยความรวดเร็วจีสะบัดเศษทรายในกำมือตน  ไปยังร่างในชุดดำนั้น  ก่อนจะลุกวิ่งพรวดและสไลด์หลบฝ่ามือที่ตามมาหมายจะฟาดใส่นาง  ร่างของจีที่สไลด์มาหยุดจีกุมอกก่อนจะผุดยืนและวิ่งโซเซออกจากถ้ำไป  ร่างในชุดดำ  กัดฟันกรอดที่เจอ จีปาเศษทรายใส่ตนก่อนจะส่งเสียงเกรี้ยวกราดในลำคอและหมุนตัวเดินตามออกไปนอกถ้ำ  มองตามหยดเลือดที่ไหลไป  ถึงแม้ว่าสายฝนจะตกกระหน่ำลงมา  แต่ก็ยังพอเห็นร่องรอยของคนที่หลบหนี  ร่างในชุดดำยกยิ้มมุมปาก  ก่อนจะค่อยตามร่องรอยนั้นไปอย่างช้าๆ  

   จีที่วิ่งหนี  โซซัดโซเวไปตามทางก่อนจะลื่นไถลไปตามทาง  ก่อนจะค่อยๆพยุงร่างกายของตนเองให้ลุกขึ้น  แต่ก็ทรุดลงไปอีกรอบ  จนกระทั่งเสียงฝีเท้าที่ย่ำมาตามทาง แม้ว่าแผ่วเบา  แต่ก็ทำให้จีถึงกับสันหลังวาบขึ้นมาทันที  จีลุกขึ้นก่อนจะวิ่งไปข้างหน้า  แต่ยังไม่ทันไร ร่างขอจีก็ทรุดลงและเซถลาไปทางพุ่มไม้ก่อน  

จียังตัวเองไม่ทันพุ่งลงข้างทางลาดชันก่อนร่างๆทั้งร่าง กระแทกกับโขดหิน  และขูดไปกับรากไม้และกิ่งไม้ที่ดีด ใส่จนมือที่ยกขึ้นมาป้องใบหน้า  ร่างทั้งร่างปวดร้าวระบม ก่อนสติจะพร่าเลือน ปล่อยให้ร่างของตนเองกลิ้งลงไปตามทาง

สายฝนที่ตกเทกระหน่ำ ตกกระทบกับใบหน้าที่เลอะไปด้วยเลือดและดินโคลน  ร่างที่แน่นิ่งแผ่กายแน่นิ่ง จนกระทั้ง เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ กลอกไปมา พยายามที่จะลืมขึ้น  เสียงครางแผ่วเบา  เพราะอาการปวดร้าว  จีค่อยๆขยับเปลือกตาที่หนักขึ้นก่อนจะเพ่งมองไปรอบๆ มือที่กางออกข้างกาย ค่อยๆกระดิกนิ้วช้าๆ ก่อนจะยกขึ้น ร่างกายกับต่อต้านประท้วงเมื่อจีพยายามขยับ  ความปวดร้าวแล่นลึกเข้ามาจนเจ็บ จี๊ดถึงขั้วหัวใจ  อาการปวดหน้าอก เจ็บร้าวเสียวแปล็บ ทำให้ใบหน้าของจีบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด  ได้แต่กัดฟันวางมือที่กุมหน้าอก  ค่อยๆตั้งข้อศอกยันตัวลุกขึ้น  ร่างทั้งร่างราวกับหลุดออกเป็นชิ้นๆเมื่อขยับ เสียงครางแผ่วๆดังมาเป็นระยะของการขยับตัว  เมื่อยืนทรงตัวได้แต่ก็ขยับก้าวไปข้างหน้า อย่างเชื่องช้า  ไม่รู้เป็นเพราะตกมาจากเขา นักฆ่าถึงไม่ตามมาต่ออาจคิดว่าตนเองตายแล้ว  แต่ที่แน่ๆ  ใครกันที่คิดทำร้ายตนเอง  จีครุ่นคิดจนสมองแทบจะระเบิด ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองในช่วงนี้ที่มีทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่เลวร้ายที่สุด  ร่างกายก็ปวดร้าวไปหมดยามขยับเคลื่อนไหวร่างกาย  จีได้แต่กัดฟันหาทางกลับไปที่ 'บ้าน'  นั้นคือสิ่งเดียวที่จีคิดได้ตอนนี้


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น