Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่9 : ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป

ชื่อตอน : บทที่9 : ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป

คำค้น : My doctor,รักโหดๆ,มุ้งมิ้ง,หมอตรี,เจแปน,Nc18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2561 21:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่9 : ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป
แบบอักษร

บทที่9 : ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป

.

.

.

21:45น.


"..."จ้องเขม็ง

"ทำไมไม่นอน?"

"บอกมาก่อนสิถึงจะนอน"

"เรื่อง?"

เอ้า!...ตาลุงนี่มองเสื่อมหรือความจำสั้นวะเนี้ย? เมื่อเย็นยังบอกว่ามีเรื่องจะบอกกูอยู่เล้ย แล้วทีงี้ทำเป็นลืม เดี๋ยวปั๊ด!...

ร่างบางที่ชักจะเริ่มหงุดหงิดกับท่าทีของร่างสูงที่ทำเหมือนลืมอะไรไปซะงั้น ผิดกับร่างบางที่ท่องจำขึ้นใจ ในใจนี่ก็อยากรู้อยากเห็นจนจะบ้า

"ก็เมื่อเย็นพี่มึงบอกอะไรกูไว้ล่ะวะครับ? มาทวงนี่ไงอย่าทำเป็นลืมดิครับ"

"ง่วงแล้ว นอนกัน"

"เห้ย เดี๋ยวๆ คุยเรื่องนี้ยังไม่จบเลยนะเว้ย!"

"นอนซะ"

ร่างบางในชุดนอนสีฟ้าอ่อนกางเกงขายาวที่เตรียมพร้อมนอนเต็มทีก็ต้องชะงักก่อนจะรีบรุดวิ่งเข้าไปประชิดตัวร่างสูงทันที ก่อนจะจ้องตาไม่กระพริบด้วยความที่อยากจะรู้จนใจแทบขาด

ร่างสูงที่พึ่งออกมาจากห้องแต่งตัวเมื่อกี้นี้ก็ต้องหยุดชะงักเช่นกันเมื่อร่างบางหน้าหวานวิ่งมาดักหน้าเขาเป็นที่เรียบร้อยแถมไม่ยอมถอยให้เดินด้วย

"บอกมาก่อนซี่ อยากรู้ๆ"

"ฉันง่วง"

"ไม่! บอกมาเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นก็ห้ามนอน!"

"หึ สั่ง?"

"ใช่สั่ง พี่มึงก็บอกกูมาเหอะครับ ว่ามันเรื่องอะไร โคตรจะลีลาอ่ะ!"

ร่างบางเบะปากขมวดคิ้วงุ่นทันทีเพราะร่างสูงมัวแต่ลีลายืนทำหน้าตายอยู่ได้ บทจะพูดก็น้อยนิดโคตรจะประหยัดเกินความจำเป็น

ตาลุงนี่แม่งโคตรลีลา อยากรู้จะตายอยู่แล้วชอบทำให้มันยุ่งยากชะมัดตาบ้านี่! 

"แลกกับอะไร?"

"ฮะ? ต้องมีของมาแลกด้วยหรอ โห่...ไม่มีตังค์ให้หรอกนะ แล้วไอ้ที่จะบอกต้องเสียตังค์ด้วยหรอ?"

"ไม่มี ก็ใช้อย่างอื่น"

นั่น...กูบอกไว้ก่อนเหอะตอนนี้กูไม่มีตังค์สักกะบาท จะเอาอะไรไปแลก! แล้วที่สำคัญ...กูจะอยากรู้มากไปทำไมวะ!?

ร่างบางที่เบนสายตาคู่สวยมองไปทางอื่นแทนที่จะเป็นร่างสูงพลางนึกคิดว่าจะหาเอาอะไรมาแลกกับไอ้เงื่อนงำนี่ก็ชักจะไปกันใหญ่แล้ว สุดท้ายก็นึกคิดอะไรไม่ออกทำได้เพียงใช้นิ้วชี้ยกขึ้นมาจิ้มแก้มย้วยๆของตัวเองต่อสายตาคมที่กำลังจับจ้องอยู่ไม่ลดละ

จับฟัดมันตอนนี้เลยดีมั้ย?...

"ว่าไง?"

"แหะๆ ไม่มีอะไรแลกหรอกนะ อีกอย่างจะรู้ไปทำไมก็ไม่รู้"

"นั่นสิ"

ร่างสูงของคุณหมอตรียักไหล่ไหวๆก่อนจะปึ่งชาหน้าตายเหมือนเดิมทำเหมือนไม่ได้ใส่ใจ ทั้งๆที่ร่างบางบอกเองว่าจะรู้ไปทำไม แต่มันก็กลับกันกับท่าทางสิ้นเชิง

โอ๊ย! อยากรู้ๆก็อยากรู้เว้ย ตาลุงนี่แม่งมีอะไรที่ชอบให้สงสัยตลอด! 

"ไปนอนได้แล้ว"

"อื้อ!"

สุดท้ายร่างบางก็เดินคอตกไปที่เตียงก่อนจะล้มตัวนอน แน่นอนว่าเขายังคงต้องนอนรวมเตียงเดียวกับคุณหมอตรี ส่วนไอ้ห้องที่ใช้เป็นห้องเก็บของเจ้าของห้องก็ไม่ยอมให้คนมาทำความสะอาดสักที เจแปนนี่ละอยากจะมีพื้นที่ส่วนตัวจะตายอยู่แล้ว

พรึ่บ...

แสงไฟจากโคมไฟที่หัวเตียงดับลง ภายในห้องก็กลับเข้าสู่ความมืดไปโดยปริยาย มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสองพร้อมกับเสียงเครื่องปรับอากาศดังออกมาเป็นระยะ ตอนนี้ร่างสูงก็ยังคงไม่หลับเพราะยังรู้สึกว่าอีกคนยังไม่หลับไปเสียที

"นอนไม่หลับ?"

"ปะ..เปล่า"

"หนาว?"

"ไม่ได้อะไรทั้งนั้นแหละ นี่...พี่ตรีมึงบอกกูมาเถอะว่ามีเรื่องอะไร มันตะขิดตะขวงใจอ่ะ นะๆ"

นี่ก็เป็นนิสัยอีกข้อหนึ่งของร่างบางที่ไม่อยากให้มีเรื่องคาใจจนนอนไม่หลับแบบนี้ เขาไม่ชอบพวกเงื่อนงำอะไรแบบนี้ สิ่งที่เขาจะต้องได้รู้ก็ต้องได้รู้เดี๋ยวนี้

"เรื่องแค่นี้เอง"

ร่างสูงพูดออกมาในความมืดภายในห้อง ทำให้ร่างบางที่นอนตะแคงข้างให้ก็ต้องพลิกตะแคงหันไปหาร่างสูงทันที

"ก็ใช่ไง บอกมาสักทีเถอะ ง่วงจะตายอยู่แล้ว"

"นอนสิ"

"ไม่! บอกมาก่อนสิวะครับ"

"พรุ่งนี้ ตอนเย็นได้มั้ย?"

"โห่ ก็ได้ๆ อย่าลืมด้วยนะ!"

สงสัยเวลานี้ร่างบางคงต้องยอมไปก่อนเสียแล้วก่อนจะพลิกตะแคงหันหลังให้กับร่างสูงเหมือนเดิม ยังไงซะทนรอถึงพรุ่งนี้ตอนเย็นก็คงไม่ได้เสียหายอะไร

แต่ไม่ทันไรที่บทสนทนาจบลง ร่างสูงก็ค่อยๆขยับกายเข้ามาหาร่างบางอย่างช้าๆที่กำลังจะข่มตาหลับ

หืม?...ทำไมมันอุ่นจังวะข้างหลังกูเนี่ย

"เจแปน กอดนะ"

ขนลุกสัส! ตาลุงมันทำอะไรกูวะเนี้ย ตากู..อย่าพึ่งปิดสิวะ เห้ย!...แหกตาตื่นกอดไอ้เจ ตาลุงมันจะกอดมึงแร่วววว

ร่างบางที่พยายามจะลืมตาขึ้นมาโวยวายก็ต้องปล่อยผ่านไปเพราะสภาพร่างกายเขาตอนนี้ต้องการพักผ่อนให้เต็มที่ สิ่งที่สัมผัสได้ตอนนี้มีเพียงลมหายใจของอีกคนที่กำลังหายใจรินรดอยู่ที่ทายทอยเขาอยู่ ปลายจะจมูกโด่งไล่สูดดมเบาๆ มันไม่ได้น่าตกใจอะไรอย่างที่คิดแต่มันรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าในหัวสมองของร่างบางคิดแบบนั้น

กลิ่นครีมสบู่อ่อนๆกลิ่นเดียวกันทั้งคู่ค่อยโชยมาแตะจมูกทำให้ผ่อนคลายเข้าไปอีก เอวคอดกิ้วที่ได้สัดส่วนนั้นถูกมือหนาไล่สัมผัสพร้อมกับออกแรงบีบขยำเบาๆ จนร่างบางต้องร้องประท้วงเพราะอีกคนกำลังกวนเขาอยู่

"อื้ออออ"

"ครับ ไม่กวนแล้วเด็กดี"

ฟอด~

สุดท้ายร่างสูงก็ยอมหยุดแค่กดหอมแก้มร่างบางไปฟอดหนึ่ง ก่อนจะโอบกอดอีกคนไว้อย่างหลวมๆพร้อมกับเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับร่างบาง...

.

.

.

.

.

"ตอนเย็นให้มารับมั้ย?"

"ไม่ต้องหรอก กลับเองได้อีกอย่างซ้อมกีฬาอาจจะเย็นด้วยแหละ เดี๋ยวกลับเอง"

"อืม"

ปึก!

ร่าบางที่ลงมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายเนื้อตัวขาวเนียนเหมืิอนนํ้านมคอบยืนส่งรถคันหรูที่เคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ เช้านี้เขาไม่ได้มาเองแบบแต่ก่อนแล้วด้วยซํ้า เพราะเมื่อเช้าก็ถกเถียงกับอีกคนอยู่นานสองนานกับไอ้เรื่องมารับมาส่ง

ร่างบางก็ปฏิเสธอยู่ลูกเดียวว่าไม่จำเป็น แต่ร่างสูงก็ยื้อด้วยหน้าตายว่าจะขอมารับมาส่ง แค่นี้เจแปนก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้วไหนๆต่อไปนี้ก็คงต้องพึ่งร่างสูงอีกหลายเรื่องเลยด้วยซํ้า

.

.

.

.

.

14:32น.

"ไอ้เจโว้ยยย!!"

"ไอ้เทล มึงเบาๆหน่อยสิวะ กูอายเค้า เสียงดัวชิบหาย"

ร่างสูงที่ไล่เรี่ยกับเพื่อนตัวดีของเขาอย่างเทลที่ดูจะลั้นลาจนน่าตกใจ ก็ถูกคู่หูมือเซ็ตเตอร์ของเขานั้นเอ็ดเขาให้ด้วยความที่อาจจะดูร่าเริงออกนอกหน้าเป็นพิเศษจนหน้าหมั่นไส้

"เรื่องของมึงสิ เจๆ...บ่ายนี้มีซ้อมยาวจนถึงเย็นเลยเว้ย ดีใจป้ะๆ"

ประโยคแรกเพื่อนรักนั้นหันไปตอกกลับคู่หูของร่างบางก่อนที่จะหันกลับมาพูดด้วยนํ้าเสียงที่ร่าเริงกว่าเดิมกับเจแปน ทำให้ปันต้อวกลอกตามองบนกับความไม่เท่าเทียมแบบนี้

"ดีใจกะผีมึงหรอกนะไอ้เทล"

"เอ้า ดีออกนะมึง กูจะได้โชว์ความแมนของกูให้พวกมึงเห็นเป็นบุญตา ว่ากูโคตรอึด!"

"คิก คิก...ฮะ ฮะ ฮ่าๆๆๆๆ"

"ฮ่าๆๆ อะไรนะไอ้เทล ฮะ..ฮ่าๆๆ"

"ขำส้นตีนอะไรกันครับเพื่อน เดี๋ยวโดนตีนหรอก"

"ปะ..เปล่าๆ ฮะๆๆ ช่างแม่งเหอะ"

ร่างบางหันไปสบตากับปันก่อนจะหยุดหัวเราะเพราะเกรงว่าถ้ายังไม่หยุดไอ้เพื่อนหน้าแบ๊วแต่หัวใจโคตรแมนจะมาแจกเท้าให้เขาทั้งคู่เสียก่อน

ในกลุ่มเพื่อนซี้ทั้งสี่ก็รู้กันดีว่าไอ้เทลเพื่อนรักของร่างบางคนนี้ชอบเพ้อว่าตัวเองแสนจะแมนแสนแมน ผิดกับหน้าตาลิบลับที่สาวๆหลายคนยังคงต้องร้องกรี๊ด เพราะเทลหน้าสวยกว่าผู้หญิงอีก...

"เอานั่งๆ พักก่อนพวกมึงแล้วค่อยไปซ้อม"

"ขอบใจเว้ยซี มึงให้กูลอกการบ้านด้วยนะเว้ย"

"ไอ้เชี่ยไมล์ ทำไมกูต้องให้อ่ะ?"

"เพื่อนป้ะละ"

"สัส! ยอม"

เมื่อทั้งสามมาถึงก็ ต่างพากันนั่งที่โต๊ะไม้ใต้ร่มไม้ใกล้ๆโรงยิมฝึกซ้อม พากันชวนคุยเล่นไปเรื่อยตามประสาของกลุ่มเพื่อนสนิท

ไม่นานนักก็มีประโยคทำให้ทุกคนชวนคิดขึ้นมาซะดื้อๆ...

"พวกมึง อย่าลืมนะที่เราคุยกันไว้นะเว้ย"สไมล์พูดขึ้น

"กูจะลืมได้ไง แชมป์ปีนี้กูต้องคว้ามาเว้ย!"ซีโอพูดเสริมทับ

"กูจะพลาดได้ไงวะพวกมึง ตั้งใจมาขนาดนี้แล้ว"เทลก็ต่อท้ายตามมา

ร่างบางหน้าหวานเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มดีอกดีใจทันที อย่างน้อยทุกคนก็ไม่มีใครลืมคำพูดของตัวเองที่พูดให้กันไว้เมื่อหนึ่งปีก่อน 

"ตื่นเต้นว่ะพวกมึง ฮ่าๆ นึกถึงเรื่องปีที่แล้วแม่งลุ้นระทึกดีชิบหายเลย"

"จริงไอ้เจ ตื่นเต้นสัสตอนที่เข้าไปในรอบชิงแชมป์ ฮ่าๆๆ"

"อ่าว...ไอ้ปัน มึงนั่งเงียบจังวะ พูดไรหน่อยดิ มึงตื่นเต้นป้ะมึง"

เจแปนที่จับผิดสังเกตเห็นคู่หูเขานั้นเอาแต่นั่งเงียบมานานแล้วก็เอ่ยปากถาม ปันที่ค่อยๆเงยหน้ามองด้วยสีหน้าเรียบนิ่งก็ค่อยๆเปิดกระเป๋าสะพายแล้วหยิบกระดาษแผ่นสีขาวออกมาถือไว้ในมือ

"ฮึ่ย มึงเป็นไรเปล่าวะไอ้ปัน มึงทำไมเงียบจัง แล้วนั่นกระดาษอะไรอ่ะ?"

ร่างบางเอ่ยถามยาวเยียดก่อนจะพยายามสบตากับคู่หูเพื่อนรักที่พยายามจะเลี่ยงสบตาตลอด มันดูผิดไปจากเดิมหลายเท่าจากทุกวัน ทุกครั้งปันจะมีชีวิตชีวามากกว่านี้ แต่ทำไมวันนี้ดูสีหน้าไม่ค่อยสบายใจแววตาบ่งบอกอย่างรู้สึกผิด

"ปัน มึงตอบกูดิวะ เงียบทำไมวะ...มึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย"

"ขอโทษนะพวกมึง ปีนี้กูคงไม่ได้แข่งกับร่วมทีมกับพวกมึงแล้ว"

"ฮะ พูดอะไรของมึงวะไอ้ปัน?"

"นั่นดิวะ พูดอะไรให้พวกกูเข้าใจหน่อยดิ๊"

ตอนนี้เพื่อนรักทั้งสี่ต่างงุนงวยวุ่นกันไปหมด พลางมองหน้ากันและกันก่อนที่เจแปนจะพยายามถามยํ้าซํ้าอีกครั้ง

"ขอแบบตรงๆ ชัดๆ"

ผลคงไม่ใช่แบบที่เขาคิดใช่มั้ย คู่หูของเขานั้นจะไม่ทำในสิ่งที่เขากำลังคิดใช่มั้ย...

"กูถูกชวนให้ไปเล่นในทีมเอ็ม.แมนเตอร์ ต่อไปนี้กูไม่ได้อยู่ทีมเดียวกับพวกมึงอีกแล้ว"

"มึงว่าไงนะไอ้ปัน?"

"กูจะย้ายไปเอ็ม.แมนเตอร์"

ทั้งสี่ต่างชาวาบไปหมดทุกสัดส่วนเมื่อได้ยินเช็ตเตอร์ประจำทีมกำลังจะย้ายไปอยู่กับคู่แข่งของพวกเขาที่ขึ้นชื่อว่าแกร่งที่สุด เจแปนที่แทบจะพูดอะไรไม่ออก รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้เขากำลังโกรธจัด

"มึงแม่งโคตรเห็นแก่ตัว"

"ไอ้เจ ฟังกูก่อน"

ปัง! 

"จะให้กูฟังอะไร! มึงทำแบบนี้มันชัดเจนอยู่แล้วไอ้ปัน มึงกำลังทิ้งกูและกำลังทิ้งแม้กระทั่งทีม! จะให้กูฟังอะไรอีก!"

มือเรียวบางตบลงที่โต๊ะไม้ดังสนั่นด้วยแรงของตำแหน่งมือตบหัวเสาอยู่แล้วยิ่งทำให้ทุกคนนิ่งเงียบ มีเพียงร่างบางที่กำลังจะพยายามตอกกลับคู่หูของเขาอยู่นั้น

"มึง นี่มันโอกาสกูแล้วนะ กูไม่อยากปล่อยไปให้มันไร้ค่า กูไม่ได้จะเห็นแก่ตัว...แต่กูกำลังคว้าโอกาสเอาไว้อยู่นะ"

"อ๋อ! ด้วยการตกลงจะย้ายทีมใช่ป้ะ!?..."

"..."

"โอเคปัน นั่นมันชีวิตมึงนิเนอะ..."

ใบหน้าหวานที่กำลังหน้าเสียลงอย่างเห็นได้ชัด กระบอกตากลมคู่สวยเริ่มมีนํ้าใสเอ่อล้นออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาเสียใจ...เสียใจที่สุดที่มันเป็นแบบนี้ ทั้งๆที่เราทุกคนต่างตั้งมั่นไว้ว่าจะไปคว้าแชมป์ปีนี้มาด้วยกัน เขาคงโลกสวยมากเกินไปไม่ว่าจะอะไรเขาก็นึกว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งที่เจแปนคิดกับความเป็นจริงมันต่างกันลิบลับเกินกว่าจะทำใจ

"ฮึก! กูเข้าใจแล้วปัน กูเข้าใจแล้ว..."

"เจ โอกาสนี้มันไม่ได้จะมีมาง่ายๆมึงก็รู้ใช่มั้ย กูขอโทษที่ทิ้งพวกมึงและทิ้งทีม แต่ถ้าเป็นมึงละปัน กูรู้มึงก็จะคว้ามันไว้เหมือนกับกู"

เพื่อนทุกคนต่างนิ่งเงียบไปในความรู้สึกเดียวกันคือ 'เสียใจ' แต่คนที่จะเสียใจมากที่สุดคือเจแปนต่างหากทุกคนย่อมรู้ดี ร่างบางที่ไหลาสั่นไหวไปด้วยการสะอื้นเป็นระยะก็ค่อยๆใช้มือปาดนํ้าตาใสๆของตัวเองออกอย่างลวกๆ

แล้วหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาแล้วรูดซิปเปิดหยิบกระดาษแผ่นสีขาวที่เป็นการเชิญให้ย้ายทีมเหมือนกันออกมา จังหวะนี้ทำให้ทุกคนต่างอึ้งเข้าไปกันใหญ่

ไม่ได้มีแค่ปันที่ถูกเชิญไปร่วมทีม แต่มีเจแปนด้วย!...

"ขอโทษนะ กูไม่ได้ทำแบบมึง กูทิ้งเพื่อนและทีมไม่ได้ และกูก็จะไม่มีวันทิ้งแน่นอนไอ้ปัน"

"..."

แคว้ก!

ร่างบางค่อยๆฉีกกระดาษในมือพร้อมทั้งนํ้าตาที่ค่อยๆไหลออกมาแต่ไร้เสียงสะอื้นจากคนร่างบาง เพื่อนทุกคนที่มองภาพเป็นตาเดียวกันก็รู้สึกสงสารเจแปนขึ้นมาจับใจ 

เพราะร่างบางรู้มาก่อนหน้านี้แล้ว...

เศษกระดาษที่ปลิวว่อนไปกับสายลมแต่ยังคงทิ้งให้หน้าหวานปล่อยสายนํ้าใสที่ค่อยๆไหลรินออกมาเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด เจแปนทำได้แค่เงียบและระงับอารมณ์ตัวเองให้มากที่สุด

"กูเลือกแล้วเจ และกูก็ต้องเลือกหนทางเหมือนกัน กูขอโทษอีกครั้งนะเจและพวกมึงด้วย แต่กูคว้ามันไว้แล้ว"

"..."

ไร้เสียงตอบรับจากหน้าหวานตรงหน้า เจแปนรู้ดีว่ามันอาจจะไม่ได้มีความสุขตลอดไป แต่ไม่นึกเลยว่ามันจะมาถึงรวดเร็วขนาดนี้กับความทุกข์

"กูคงต้องไปแล้วล่ะ ลาก่อนนะพวกมึง"

"..."

"ไอ้ปัน มึงจะไปจริงๆหรอวะ กูขอความจริงอีกครั้งได้มั้ย มึง.."

"กูเลือกแล้วไมล์ กูเลือกแล้วจริงๆ"

"ลาก่อนนะเจแปน"

ปันตอบกลับสไมล์อย่างแน่วแน่ก่อนที่จะหันไปบอกกับร่างบางที่ยังคงนิ่งเงียบไม่มีท่าทีว่าจะพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น ก่อนที่ปันจะลุกขึ้นและสะพายกระเป๋าแล้วเดินจากไป มันค่อยๆไกลออกไปเรื่อยๆจนร่างของปันลับสายตาไป

"เจ กูรู้ว่ามึงกำลังเสียใจนะ มึงต้องเข้มแข็งนะปัน"

"เทล ตอนนี้เจมันคงอยากอยู่คนเดียวสักพัก มึงให้เวลามันก่อนนะ"

"จริงที่ไอ้ไมล์พูดนะ ขอให้เจมันอยู่คนเดียวก่อนดีกว่ามั้ย"

"อะ..อืม"

เทลใช้มือบีบที่หัวไหล่ซ้ายของเจแปนเบาๆราวกับให้กำลังใจ เพื่อนอีกสามคนก็รู้สึกไม่ต่างอะไรกับเจแปนเลยสักนิดตอนนี้ แต่ตอนนี้เจแปนคงจะอยากอยู่คนเดียวสักพัก พวกเขาทั้งสามต้องให้เวลาร่างบางซะก่อน

"เย็นนี้กูไม่ซ้อมนะ"

"จะ...เจ เดี๋ยวดิมึง"

ถึงแม้เทลจะร้องเรียกตามหลังร่างบางก็คงไม่ทันอะไรแล้ว เมื่ออีกคนได้หยิบกระเป๋าสะพายแล้วก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว เทลก็เห็นเหมือนกัน...ว่าเจแปนกำลัง ร้องไห้

เมื่อร่างบางได้เดินออกมาจากโรงยิมเป็นที่เรียบร้อยเขานั้นก็ไม่มีจุดหมายอะไรที่จะไปนอกซะจากคอนโดที่เขาอยู่ตอนนี้ ณ เวลานี้เขาอยากจะอยู่คนเดียวกับความคิดของเขาสักพัก

ตอนนี้เขาทำใจไม่ได้...

ทุกๆอย่างทุกๆสิ่งจะเปลี่ยนไป...

และไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว...

ติดตามตอนต่อไป


Talk : น้องเจเราร้องไห้อีกแล้วววว ตามพี่ตรีของน้องมาที...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}