Aliyah.P
facebook-icon Instagram-icon Line-icon

NIGHTSHADE’S STORIES 🥃 [No.4] VAYO x ROSÉ ขอบคุณทุกการสนับสนุนนะคะ 💰⭐️🔑

ชื่อตอน : UNFAITHFUL 🥀 Ep.1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 34k

ความคิดเห็น : 197

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2561 08:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
UNFAITHFUL 🥀 Ep.1
แบบอักษร

————————————————

วิธวินท์ เตชะอัครา (วาโย)

KING OF GJB 👑

กำลังศึกษา : คณะอัญมณี สาขาธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ (ปี 2)

ทายาท AKR Jewelry

งานอดิเรก : ออกแบบเครื่องประดับ

บุคลิก : เจ้าชู้ ขี้เล่น กวนมากกก นิ่งบ้างกับคนไม่รู้จัก

————————————————


“ลิซเรียนที่อื่นก็ได้นะ”


น้ำเสียงอ่อนโยนพูดขึ้น พร้อมกับแววตาที่จ้องมาเหมือนรู้ทันว่าฉันกำลังคิดอะไร หลังจากนั่งอ่านประวัติของใครคนหนึ่งที่ฉันคุ้นเคย ผ่านหน้าเพจ Facebook ของเหล่าแฟนคลับ Nightshade แก๊งค์เทพเจ้าของมหาลัยที่ลิซ่า น้องสาวฝาแฝดของฉันตั้งใจว่าจะกลับไปเรียนให้ได้หลังจบ High School จากที่นี่


‘เฮียพายุ’ กับ ‘เฮียวาโย’ 2 ใน 5 สมาชิก Nightshade คือรุ่นพี่กลุ่มเดียวกันกับพวกฉัน ที่นับจากวันนั้น..วันที่พวกเขาเรียนจบและย้ายกลับไปไทย เราก็ไม่เคยได้เจอกันแบบตัวเป็นๆมาปีหนึ่งได้แล้ว มากสุดก็ไลน์คุยกันใน group ไม่ก็.. ตามกด Like รูป หรือ status ใน IG Facebook กันก็แค่นั้น


“ไม่เป็นไร”


ฉันตอบลิซไปแล้วพับจอ Notebook ปิดลงช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้ามาในห้อง ลากกระเป๋าเตรียมเก็บของเงียบๆ แล้วลิซก็เดินตามเข้ามา


“โรสโอเคจริงๆใช่มั้ย? ลิซรู้มันนานแล้ว แต่ลิซว่าโรสดู....”


แววตาที่ดูกังวลกับท่าทางขี้เกรงใจถูกส่งมาให้ฉันตามสไตล์น้องสาวขี้เป็นห่วงที่มีมาเสมอ ฉันเลยพยักหน้าตอบกลับไปและส่งยิ้มไปให้เพื่อให้ลิซคลายกังวล แม้ในใจมันจะหน่วงๆ ภาพวันนั้น เสียงนั้น จะแล่นอยู่ในหัวซ้ำๆทุกวันก็เถอะ


“บอกว่าไม่เป็นไรไง ไม่รีบเก็บของ ตกเครื่องอดกลับไทยไม่รู้ด้วยนะ”


ฉันแกล้งพูดให้ลิซตื่นเต้นไปงั้น เพราะรู้ว่าถ้าไม่ตัดบท ลิซต้องดึงดราม่าแน่ๆ เพราะยัยนี่ทำหน้าตาแบบนี้ แล้วก็พูดประโยคนี้ซ้ำๆมาเป็นร้อยรอบได้แล้วมั้ง ตั้งแต่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะกลับไปเรียนที่นั่น


“งื้อออ งั้น..เค้าไปก่อนนะ เค้าไปเก็บของก่อน เดี๋ยวไม่ทัน~”


แล้วก็เป็นไปตามที่คิดเป๊ะ พอได้ฟังลิซมันก็รีบวิ่งออกจากห้องฉันไปเลยไอ้ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยเมื่อกี๊หายเกลี้ยง เรื่องกระโตกกระตากจนบางทีไม่ค่อยจะมีสติต้องยกให้ลิซเลย เพราะแบบนี้นี่ไงถึงปล่อยให้ไปคนเดียวไม่ได้ แม้ว่าสุดท้ายการกลับไทยของฉันมันจะไม่เป็นผลดีกับใจตัวเองสักเท่าไหร่..


.

.

.

.

.


ย้อนกลับ 1 ปีก่อน..

พิธีจบการศึกษา High School


ตึก ตึก ตึก..


“โรสๆ เดี๋ยวโรส..!”


ฉันหันกลับไปตามเสียงเรียกของใครคนหนึ่งในชุดครุยพะรุงพะรังที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับเรียกชื่อฉันดังลั่นจนคนบรรดาแขกในงานหันมอง


“ว่าไงพี่ ใจเย็นดิเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไป”


พอเห็นว่าเป็น ‘พี่ริว’ รุ่นพี่ที่รู้จักกันวิ่งเข้ามาแล้วหยุดตรงหน้าฉันแบบหอบๆ ฉันเลยแซวออกไป แล้วเขาก็หลุดยิ้มออกมาแบบขำๆ


“หึ.. ถ่ายรูปกัน เรานี่มันหาตัวยากชิบ”


“หาเจอก็บ้าแล้วพี่ โรสเพิ่งมาเหยียบที่นี่ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ มาๆ กล้องไหนพ่อซุปตาร์?”


ฉันตอบกลับไปแล้วหันไปหาช่างภาพของพี่ริวที่วิ่งตามมาอีก 3-4 คนได้ ไม่รู้จะเล่นใหญ่อะไรเบอร์นั้น แล้วพวกเขาก็รัวชัตเตอร์แข่งกันใหญ่เลย เรียกว่ายิ้มกันจนเมื่อยปากกว่าจะยอมหยุด


แชะ! แชะ! แชะ!


“อ่ะ พี่ให้”


แล้วอยู่ๆพี่ริวก็ยื่นกุหลาบช่อใหญ่มาให้ฉัน แถมยังคว้ามงกุฎดอกไม้ในมือช่างภาพคนหนึ่งมาใส่ให้ฉันแบบไม่ทันตั้งตัวก่อนจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น และน้ำเสียงที่ดูตั้งใจ


“คบกันมั้ย?”


“หื้ม..” พอได้ฟังแบบนั้นฉันก็ออกอาการแปลกใจ และเลิกคิ้วสงสัยออกไปจนพี่ริวถึงกับประหม่าขึ้นมาทันที -////-


“คือพี่..แอบชอบเรามานานแล้วว่ะ”


พี่ริวพูดออกมาตามสไตล์ห้าวๆของเขาที่เรามักจะคุยกันแบบนี้เสมอ ซึ่งนั่นก็ทำให้ฉันตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะไม่เคยมีสักครั้งที่ฉันคิดเกินเลยกับพี่ริวไปมากกว่านั้น


“พี่ริวคือโรส..”


หมับ! พรึ่บ!


เพื่อนยืนรอมัวแต่มาอ่อยผู้ชาย!


ฉันยังพูดไม่ทันจบ ร่างของฉันก็ปลิวไปตามแรงดึงจนตัวเซ ก่อนที่เจ้าของมือนั้นจะพูดขึ้นมาเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยแววตาไม่พอใจออกมาจนเห็นได้ชัด แล้วแค่แว๊บเดียวเท่านั้นแววตาคู่นั้นก็ปรับกลับไปเป็นเรียบเฉยตามสีหน้าของเขา


“เบาดิเฮีย เจ็บ!” ฉันบ่นอุบอิบออกไป พอมือใหญ่ของเฮียโยกำข้อมือฉันกระชากเอาๆ แล้วเขาก็ตอบกลับมา


“ไอ้พายรอถ่ายรูป”


“เฮียก็ไปก่อนดิ อีกแป๊บเดี๋ยวโรสตามไป”


พอหันไปเห็นพี่ริวยืนทำหน้านิ่งๆอย่างรอคำตอบ ฉันเลยบอกเฮียโยแล้วกำลังจะเดินกลับไปหาพี่ริว แต่เฮียก็มาคว้าแขนฉันไว้อีก แถมยังส่งเสียงเข้มออกมาเหมือนไม่พอใจ


“ต้องไปเดี๋ยวนี้!”


“แต่โรสยังคุยธุระไม่...”


มีผัวละ” ฉันกำลังจะอธิบาย แต่อยู่ๆ เฮียโยก็โพล่งขึ้นมา พร้อมกับหันไปหาพี่ริวด้วยสีหน้าหงุดหงิดไม่รู้ไปโกรธใครมา เล่นเอาพี่ริวอึ้งกิมกี่มองฉันด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อทันที ที่จริงอย่าว่าแต่พี่ริวเลย ฉันเองก็ตกใจในคำพูดเฮียเหมือนกัน


“ห๊ะ?!”


“ยัยนี่มีผัวแล้ว รู้เรื่องนะ!” เฮียโยพูดออกไปเสียงดังลั่นจนรอบข้างหันมอง แล้วลากฉันออกจากวงล้อมของคนที่เดินซอกแซกไปมาแบบไม่สนใจอะไร


“ไอ้เฮียบ้า พูดบ้าไรเนี่ย” ฉันถามออกไปแบบเดาใจเฮียไม่ถูก มีผัวแล้วเนี่ยนะ? ตั้งแต่โตมายังไม่เคยเสียเวอร์จิ้นให้ใครเลยนะเว้ย! จะไปเอาผัวตัวเป็นๆ ที่ไหนมาฟะ -.-?


แล้วไอ้ท่าทางหงุดหงิดของเฮียที่ดูยังไงก็ไม่ใช่แค่รอฉันถ่ายรูปเนี่ยคืออะไร? เพราะถัดออกไปบรรดาสาวๆในสต็อกของเขาก็ยืนออกันอยู่ตั้งมากมายจะเลือกถ่ายกับใครไปก่อนก็ได้ไง เมาแดดป้ะวะเฮียเนี่ย?!


“ชอบไอ้ริว?”


พอลากฉันมาได้สักพัก เฮียโยก็หยุดเดินตรงช่องใต้บันได แล้วหันมาจ้องหน้าฉันถามออกมาแบบไม่พอใจ


“ชอบไม่ชอบแล้วจะทำไม?”


ฉันตอบคำถามเฮียกลับไปแบบงงๆ ปกติเราก็ไม่ค่อยพูดกันดีๆเท่าไหร่อยู่แล้ว ออกแนวจะเป็นคู่กัดกันมากกว่าด้วยซ้ำ


“ไม่เห็นจะเท่ตรงไหน”


เฮียมองฉันนิดหน่อยแล้วหันหนี ก่อนจะพูดลอยๆแล้วทำหน้าไม่สนใจ พร้อมกับขยับชุดครุยให้เข้าที่เข้าทางแบบลวกๆ ฉันเลยแย้งกลับไป


“โห พี่ริวนี่ขวัญใจสาวๆเลยเหอะ”


ฉันพูดแล้วเอื้อมมือไปช่วยจัดชุดครุยให้ แล้วก็เอามือปัดคราบเลอะๆ บนชุดออกแบบไม่ต้องเดา คราบแป้ง คราบรองพื้นขนาดนี้ แสดงความยินดีกันท่าไหนไม่รู้ดิ ถ้าขืนให้เฮียทำต่อได้เละกว่าเดิมน่ะสิ คนอะไรไม่มีระเบียบเลยสักนิด.. พอได้ยินฉันพูดแบบนั้นเขาก็ส่งสายตาเซ็งๆกับน้ำเสียงแบบเดิมกลับมา


“น่ารำคาญฉิบหาย”


“หรอ หมายถึงตัวเองรึไง?”


เฮียพูดจบฉันก็สวนกลับไป แล้วแกล้งทำเป็นเลิกคิ้วสงสัย ถามจริงไปกินไรผิดมา พาลจัด! หรืออากาศมันร้อน ชุดครุยมันแน่นไปใช่มั้ย


ป๊อก!


“หมั่นไส้!” แล้วเฮียโยก็เอามือมาเขกหัวฉันเบาๆทีนึง แต่ก็ยังทำหน้าบึ้งอยู่แบบนั้น ฉันเลยโวยวายกลับไปบ้าง


“เห้ย แกล้งอยู่ได้ ไหนอ่ะเฮียพายรอถ่ายรูป?”


พอฉันหันซ้ายหันขวามองหาเฮียพาย อยู่ๆเฮียโยก็เอามือมาคว้ามงกุฎดอกไม้บนหัวฉันไป แล้วโยนมันลงถังขยะที่อยู่โคตรไกลแบบแม่นพอดีเป๊ะ


พรึ่บ! ตึง!


“อะไรของเฮีย พี่ริวอุตส่าห์ให้มา”


ฉันขมวดคิ้วบ่นออกไปอย่างเริ่มจะเซ็งๆกับไอ้ท่าทางพาลๆของคนตรงหน้าละ แต่เขากลับมองมาเฉยๆแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร แถมยังชี้ไปที่ซุ้มขายมงกุฎดอกไม้ที่อยู่ไกลๆพร้อมกับพูดออกมา


“อยากได้ไปเลือกเอาใหม่ ซื้อให้”


“เพื่อ? มันก็ไม่เหมือนกันอยู่ดีมั้ย” ฉันตอบกลับไป แล้วมองไปที่ซุ้มนั้นนิดหน่อย ไม่ใช่มงกุฎดอกไม้ที่ไม่เหมือนกัน แต่หมายถึงความตั้งใจของคนให้มันต่างกัน


“ทำไม เสียดายที่โยนของมันทิ้ง?” เฮียจ้องหน้าฉันแล้วถามออกมา ฉันเลยพยักหน้าตอบไปตรงๆ


“ก็ประมาณนั้น” แล้วเขาก็ยิ่งทำหน้าไม่พอใจออกมา..


“สรุปชอบมัน?”


“ไม่ได้ชอ...”


พรึ่บบบ!


ไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ อยู่ๆก็มีผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างฉันกับเฮีย แถมยังตั้งใจกระแทกไหล่ฉันจนเซถอยออกมานิดหน่อย แล้วจีบปากจีบคอพูดกับเฮีย แถมเกาะแขนเขาเอาหน้าอกหน้าใจถูๆไถๆแบบน่าละอายไม่หยุด


“รุ่นพี่..อยู่นี่เอง ลิลลี่รอนานแล้วนะคะ”


ถึงน้ำเสียงจะแอ๊บแบ๊วมากมายขนาดนั้น แต่เซ้นส์ผู้หญิงด้วยกันฉันมองก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้มันงูพิษชัดๆ! เฮียนี่ก็แปลก ตาบอดรึไง? หรือเน้นใหญ่อย่างเดียวก็ไม่รู้!


“เอ่อ..แหะๆ ลิลลี่ ไปรอตรงนู้นก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่ตามไปนะ”


หึ.. ชัดเลย! โดนอ้อนนิดอ้อนหน่อยเสียงเฮียนี่หวานขึ้นมาเชียว แล้วผู้หญิงคนนั้นก็มุดหน้าลงไปซบเฮียจนรองพื้นติดชุดครุยเฮียเป็นเทือก เออ เพิ่งปัดรอยเก่าออกไปเมืื่อกี๊ ให้ตาย!


“งื้อออ แน่ใจนะคะว่าไม่ได้หนีมากกใครอ่ะ”


เสียงหวานออดอ้อนถูกส่งไปให้เฮีย แต่สายตาอาฆาตเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อถูกส่งมาให้ฉัน เฮียแม่งก็เอาแต่ฟินกับสัมผัสแนบแน่นนั่นอยู่ได้ เอามือลูบหัวยัยนั่นแถมทำหน้าเคลิ้มออกมาจนน่าหงุดหงิด!


“แน่สิคะ ไม่เอาสิ ไม่ดื้อนะคะ รอแป๊บเดียวนะ”


พอเฮียเจรจา ผู้หญิงคนนั้นก็พยักหน้าออกมาอย่างจำยอมแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงยั่วยวน ก่อนจะออกแรงดันตัวเฮียให้ถอยหลังชนผนังแล้วพุ่งตามเข้าไปอย่างรีบร้อน


พลั่กกก! พรึ่บ!


“ก็ได้ค่ะ ถ้างั้น.. ขอลิลลี่ Kiss ทีสิคะ นะๆ”


“เดี๋ยวลิลลี่ พี่ว่า...อืมมม”


พูดจบผู้หญิงคนนั้นก็โน้มคอเฮียโยลงมาจูบทันทีโดยไม่รอฟังว่าเฮียจะพูดอะไร จนฉันที่ยืนมองเหตุการณ์นี้ถึงกับหันหน้าหนี คือมันก็เคยมีให้เห็นบ้างตามงานปาร์ตี้ และทุกทีฉันจะเป็นฝ่ายเลี่ยงออกไป.. แต่แบบที่ชัดตำตา แถมมายืนขวางทางไม่ให้ฉันออกได้แบบนี้ มันไม่มากเกินไปสำหรับฉันที่....


“อื้อ..รุ่นพี่~”


หึ! ถ้าแค่ผู้หญิงคนนั้นจูบเขาฝ่ายเดียว ฉันก็คงไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่เหมือนตอนนี้เฮียโยเองก็เคลิ้มตามไป จูบตอบจนยัยนั่นถึงกับหลุดครางออกมา แถมยังรุกเข้าไปแบบรวดเร็วและร้อนแรงขึ้นจนฉันที่ยืนดูมันถึงกับ....


พรึ่บบบ! พลั่กกก!


ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้ยังไงเหมือนกัน รู้ตัวอีกที ฉันก็ออกแรงกระชากสองคนนี้ออกจากกันจนกระเด็นไปคนละทิศละทางแล้ว ก่อนจะตะคอกออกไปเสียงดังลั่นจนเราทุกคนต่างก็เงียบไปตามๆกัน


“ให้เกียรติครุยที่ใส่หน่อยดีป้ะ?! ไม่งั้นก็ถอดแล้วเอากันใต้บันไดไปเลยไป!!!”








# ดีจ้ะ Nightshade’s Lady

ความคิดเห็น