sundog

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มายากลขึ้นเทพ

ชื่อตอน : มายากลขึ้นเทพ

คำค้น : นิยายรักดราม่า นิยายวาย นิยายรักหวานซึ้งกินใจ ดราม่าน้ำตกตก สะเทือนอารมณ์ เศร้า สะเทือนใจ รักเสียสละ รักยิ่งใหญ่ นิยายรักวัยรุ่น นิยายรักผู้ใหญ่ นิยายแวมไพร์ นิยายแฟนตาซี นิยายตลกขำขัน นิยายขายหัวเราะ นิยายผ่อนคลายอารมณ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 91

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2561 14:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มายากลขึ้นเทพ
แบบอักษร

ชายหนุ่มปริศนาอุ้มปกรณ์มาส่งถึงเตียงนอน เขาค่อย ๆ วางร่างบอบบางของปกรณ์ลงบนเตียงอย่างนุ่มนวลแผ่นเบา พร้อมห่มผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะหันมาทาง นนท์ที่ยืน งง ในดงเลือดหมู อยู่หน้าห้องของปกรณ์...


"ทำไมเจ้ายังไม่ไปอีก?"

"ไป?   ไปไหน? ผมก็พักที่หอนี้เหมือนกัน จะให้ผมไปไหนไม่ทราบครับท่าน?"

"ไปชำระล้างสิ่งสกปรก"

"แล้วคุณล่ะ?  ทำไมยังไม่ไปอีก? มาส่งเสร็จแล้วก็ไปซะสิ! "

"ข้าจะไปหรือไม่ เจ้าไม่มีสิทธิมาออกคำสั่ง"

"ถ้าคุณไม่ไป  ผมก็ไม่ไป  เข้าใจตรงกันนะ?"


นนท์ไม่ยอมกลับไปที่ห้องของเขา เพราะเขากลัวว่าชายชุดดำคนนี้จะทำอะไรไม่ดีกับปกรณ์ นนท์เดินไปลากเก้าอี้มานั่งเฝ้าปกรณ์อยู่ข้างเตียง ส่วนชายหนุ่มลึกลับคนนั้น นั่งอยู่ที่ปลายเตียงของปกรณ์   ถ้ามีใครมาเห็นพวกเขาตอนนี้ ก็คงจะคิดประมาณว่า รักสามเศร้า ของเราสามคม ทำนองนั้นแหละ...


นนท์คอยเฝ้าสังเกตุชายหนุ่มปริศนาเป็นระยะ ๆ อย่างเงียบ ๆ เขาพินิจดูแล้ว ชายคนนี้หล่อเหลาก็จริง ข้อนี้ไม่เถียง แต่หน้าซีดขาวยังกับพวกแวมไพร์ในนิยายที่เขาเคยอ่านเลย  เขาเพิ่งจะอ่านนิยายเรื่องหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้  ชื่อเรื่องผีดูดเลือด

ในหนังสือบอกอธิบายลักษณะของ ผีดิบดูดเลือดเอาไว้ว่า   พวกนี้จะชอบอยู่ในห้องมืด ๆจะไม่ค่อยพูด  หน้าตาหล่อเหลาแต่ไร้เงา ใบหน้ามักจะซีดเผือดถ้าไม่ได้ดื่มเลือด สายตาคมกริบ สามารถสังหารศัตรูได้ภายในพริบตา ผีดิบบางตัวสามารถงอกแขนขาได้ใหม่ด้วย  คิดมาถึงตรงนี้  นนท์ก็มองผู้ชายคนนั้นอย่างพิจารณาอีกครั้งอย่างละเอียด มันตรงกับที่ในหนังสือระบุไว้เป๊ะ เลยทีเดียวแต่ก็ยังไม่แน่ใจ เพราะถ้าเขาเป็นผีดูดเลือด ป่านนี้ ปกรณ์กับเขาคงกลายเป็นอาหารไปแล้วละ  แล้วเขาเป็นใครกันน้า หรือว่า เขาจะเป็นผีดูดเลือดจริง ๆ  นนท์เริ่มสับสนในความคิดตัวเอง...


"เจ้ากำลังคิดว่า ข้าเป็นผีดูดเลือด?"

"รู้ได้ไงอะ? ยังไม่ถามเลย แค่คิดเฉย ๆ "

นนท์รู้สึกว่า คน ๆ  นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ  เป็นใครกันแน่นะ

"ข้าจะเป็นใคร ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า"

"เอ่อ!  นี่คุณอ่านใจผมออกเหรอ?  ทำได้ไงอะ?"  


ถ้าไม่ใช่ผีดูดเลือด คงต้องเป็นนักมายากลแน่ๆ อย่างที่พวกนักมายากลชอบอ่านใจคน เวลาถามว่าในกระเป๋ามีเงินอยู่เท่าไหร่ ?นักมายากลพวกนี้จะตอบถูก ตลอด...


ปกรณ์ขยับตัวยุกยิก ค่อย ๆ ลืมตาตื่น นนท์รีบพยุงปกรณ์ลุกขึ้นพิงหัวเตียง  ปกรณ์หันไปรอบ ๆ ห้องแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนส่งให้เหมันต์...


"เหมันต์  คุณช่วยผมไว้อีกแล้วใช่ไหม? ผมคิดเอาไว้แล้วว่าคุณต้องมาช่วยผม"

"กรณ์?  นายรู้จักเขาเหรอ?"

"ก็เพื่อนใหม่ ที่ฉันเล่าให้นายฟังไง"

"อ๋อ  มิน่าละถึงรู้จักห้องนาย "


**ปกรณ์ไม่ได้สนใจฟัง นนท์พูดเท่าไหร่ เพราะเขามัวแต่สนใจ เหมันต์ ที่กำลังมองมาที่เขาเหมือนกัน  พอนนท์เห็นปกรณ์ไม่สนใจตนก็พาลอารมณ์เสียใส่...


"กูอยู่นี่!  มองกูนี่! จะมองคนอื่นทำไมห๊า?"

"ไม่อยากมอง"

"ทำไมวะ!  กูว่ากูหล่อกว่าคุณ เหมันต์ อีกนะ"

" แว๊ะ...จะอ้วก...เหม็น...นี่มึงไปตกส้วมที่ไหนมาครับ? คุณนนท์   โอ้...  โคตรเหม็น "

รีบไปอาบน้ำเถอะ...  ดูสภาพแล้ว รับไม่ได้วะ "


พอปกรณ์บอกให้นนท์รีบไปอาบน้ำ  นนท์ทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ยอมเดินออกไปพร้อมปิดประตูห้องเสียงดัง ปั๊ง....

ด้าน เหมันต์ ยังคงนั่งอยู่ที่ปลายเตียงนิ่ง ไม่ขยับตัวไปไหน แต่หันหน้ามองออกไปทางระเบียงห้อง อย่างเคร่งเครียด...


"เหมันต์  คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ?"

"ชู้วววว ๆๆๆๆๆ......." 


เหมันต์ขยับจากปลายเตียงมานั่งซ้อนหลังปกรณ์ที่นั่งอยู่ทางด้านหัวเตียงพร้อมใช้มือเย็นเฉียบของเขาอ้อมจากด้านหลังของปกรณ์มาปิดปากปกรณ์เอาไว้  เพื่อเป็นสัญญาณบอกให้เงียบก่อน   ปกรณ์ทำตามอย่างว่าง่าย ไม่ทักท้วงอะไร นั่งตัวตรง แข็งทื่อ...

ปกรณ์ แค่สงสัยว่าทำไมมือของเหมันต์ถึงเย็นเหมือนน้ำแข็ง  เขาไปตากฝนมาอีกแล้วรึเปล่า?เขาจะหนาวไหม?


"ไม่ได้ตากฝน ข้าไม่หนาวหรอก"

"???   ผมแค่คิด ยังไม่ได้พูดออกมาแล้วคุณรู้ได้ยังไง?"

"ชู้วววว.... "  เหมันต์เอานิวชี้ของเขาแตะที่กึ่งกลางริมฝีปากของตัวเองเพื่อบอกให้ปกรณ์เงียบ ๆ ปกรณ์เริ่มกลัว แต่ก็ยังอยากรู้ อยากเห็น


"เหมันต์?  มีอะไรอยู่ข้างนอกนั่นเหรอครับ? "

"เหล่าผู้ล่า กำลังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้"

"ใครคือผู้ล่า?  ให้ผมไปจัดการให้ไหม?"

"เจ้าช่างโง่เขลา เหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด คาร์เมน"

"???"


เหมันต์ยังคงนั้งซ้อนหลังปกรณ์อยู่เหมือนเดิม  ตายังคงสอดส่องออกไปนอกระเบียงห้องคำพูดของเหมันต์ยิ่งสร้างความสับสนงุนงงให้ปกรณ์เพิ่มขึ้น  ปกรณ์ไม่รู้ว่า เหมันต์กำลังคิดอะไรอยู่? แล้วใครคือผู้ล่า?

ใครคือคาร์เมน?  แล้วเหล่าผู้ล่า พวกเขากำลังล่าใครอยู่?

"พวกเขากำลังล่า มนุษย์อย่างเจ้านั่นแหละ คาร์เมน"

"คุย  กับผมเหรอครับ?"

"มีเพียงข้ากับเจ้าอยู่ตรงนี้ แล้วเจ้าคิดว่าข้ากำลังคุยกับใครล่ะ?"

"แล้วทำไมเหล่าผู้ล่า ต้องล่ามนุษย์ด้วยละครับ?"

"คาร์เมนของข้า ช่างไร้เดียงสาอะไรอย่างนี้  เจ้าลืมอดีตไปหมดสิ้นแล้วเหรอ?"

**ยิ่งฟัง ก็ยิ่งงง นั่นคือสิ่งที่ปกรณ์คิด  ตกลงว่าเขาชื่อ คาร์เมนเหรอ?   

"เจ้าคิดถูกแล้วล่ะ  นั่นแหละคือตัวตนของเจ้า"

"เอ๋ เหมันต์คุณนี่อ่านใจผมได้จริง ๆ ด้วยแฮะ  ว้าว!  สุดยอดไปเลย  ผมอยากอ่านใจคุณได้บ้างจัง  เอางี้  ช่วยสอนผมหน่อยได้ไหม?"

"เจ้าทำได้อยู่แล้ว ทำได้ดีเสียด้วยซ้ำ"

"ไม่  ไม่เลย ผมไม่เคยทำ  ไม่เคยเรียนมายากลมาก่อนเลย"


เหมันต์ไม่ตอบโต้บทสนทนา แต่สายตาที่สอดส่องออกไปทางระเบียง ดูเหมือนว่าเขาจะกำลังเครียดและกังวลกับบางสิ่งที่ดูเหมือนนกขนาดใหญ่  มีปีกบินโฉบเฉี่ยวใกล้เข้ามาทางระเบียงห้องมากขึ้นเรื่อย ๆ  แล้วเขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นไปเปิดประตู ทางระเบียงห้องออกพร้อมกับกระแทกปิดประตูกลับเข้าอย่างแรง  ประตูระเบียงปิดสนิทแล้ว  เหมันต์ยืนอยู่ริมระเบียงหันหน้ามองออกไปเหมือนกำลังใช้ความคิด... 


ส่วนปกรณ์ ร้องโวกเหวกโวยวาย กระโดดไปมาอยู่ที่หลังประตูด้านใน เพราะเขาอยากออกไปข้างนอกกับ เหมันต์  แต่ เหมันต์ปิดประตูล๊อคขังปกรณ์ไว้ ทำให้ปกรณ์ไม่สามารถเปิดออกได้ จึงได้แต่ยืนมองเหมันต์จากด้านใน ปกรณ์มองเห็น เหมันต์กำลังคว้าจับนกยักษ์ขนาดใหญ่ และหักคอ หักปีก แล้วปาซากของนกยักษ์ลงไปข้างล่าง ตัวแล้วตัวเล่า  ปกรณ์เห็นนกเหล่านั้นนอนดิ้นตายเกลื่อนถนนเต็มไปหมด ถนนด้านล่างเต็มไปด้วยเลือด และ ซากศพที่นอนตายเกลื่อนกลาดทับถมกันอย่างสยดสยอง  ปกรณ์ได้แต่ยืนมองเงียบ ๆ พร้อมกับเอามือปิดปากตัวเองไว้ไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกไป...


ดูเหมือนว่าสงครามระหว่าง เหมันต์ กับ เหล่านกยักษ์ที่ ปกรณ์อ้างถึง จะจบลงแล้วทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว  เงียบสงบ ไม่มีแม้แต่เสียงลมพัด หรือเสียงจิ้งหรีดร้องอีกต่อไป


แต่มันยังไม่จบแค่นั้น  เหล่านกยักษ์ ที่นอนตายเกลื่อนเต็มถนนเมื่อครู่นั้น ได้กลับฟื้นคืนชีพขึ้น แล้วค่อย ๆ บินหนีหายไปในความมืดทีละตัว จนไม่เหลือสักตัว...ปกรณ์ปากอ้าตาค้างไปชั่วขณะหนึ่ง  แล้วพยายามเคาะกระจกประตูระเบียง เป็นเชิงบอกให้ เหมันต์เปิดประตูให้   เหมันต์หันกลับมาเห็นปกรณ์โบกมือไปมาเรียกเขาอยู่ เขาจึงเปิดประตูให้ปกรณ์  ปกรณ์รีบฉุดดึงแขน เหมันต์ เข้าห้องไป พร้อมกับซักไซร้ไม่หยุด พร้อมปรบมือ แป๊ะ ๆ อย่างชอบใจ...


"ว้าว เหมันต์ คุณนี่ยอดเยี่ยมสุด ๆ ไปเลย  โชว์นี้มันไม่เลวเลยละ  ปลายเดือนนี้ที่ท้ายตลาดจะมีงานฉลองตลาดครบร้อยปี  ผมจะพาคุณไปเปิดหมวก  คุณสนใจไหม?แต่เอ๋...   นั่นเสื้อคุณเปื้อนเลือดนี่...  นั่นไงผมจับโกหกคุณได้แล้ว... คุณแอบไปเอาเลือดหมูที่ไหนมาใส่ไว้ในเสื้อตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?   อันนี้ไม่เนียนเลยน้าาา  แต่ไม่ต้องกังวลไปแค่นี้ผมก็อึ้งแล้วละ   มาผมเช็ดเลือดให้"


เหมันต์ขยับตัวออกห่างปกรณ์เล็กน้อย ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งของเขาลูบไปตามแนวเสื้อที่เปื้อนเลือด แล้วรอยเปื้อนนั้นก็หายไป  ปกรณ์เห็นดังนั้นก็ไม่อยู่เฉยรีบวิ่งเข้าไปจับตัว เหมันต์หมุนไปมาเพื่อสำรวจ


"ว้าว  โชว์นี้ผมยกให้เป็น...  มายากลขั้นเทพ ไปเลย มันเจ๋งจริง ๆ ผมคิดไม่ผิดจริง ๆที่คบคุณเป็นเพื่อน  คราวหน้าอย่าลืมสอนผมด้วยน้าาาา?"

"แล้วข้าจะตรองดูอีกที"

"จริงด้วยสิเมื่อตอนบ่าย... ผมไปซื้อต้มเลือดหมู ผมกะจะเอามาแช่ตู้เย็นไว้... เผื่อวันไหนคุณมา ผมจะได้อุ่นให้คุณทาน  แต่ว่าตอนนี้...  เพื่อนของผม ไอ้นนท์ มันเอาไปมาร์คตัวหมดแล้วล่ะ "


ปกรณ์ทำหน้าเศร้าประกอบฉาก ทำนองว่าเสียดายของสุด ๆ

"ไม่เป็นไรข้ายังไม่หิว  วันนี้ข้าต้องไปแล้ว แล้วพบกันใหม่ ฝันดี  ลาก่อน"

"เดี๋ยวก่อน!   พรุ่งนี้ คุณจะมาอีกไหมครับ?"

"ถ้าเจ้าต้องการข้าเมื่อไหร่ ตอนไหน ข้าจะมา"

"ผมจะรอ...  ที่นี่... เวลาเดิม"

"ตกลง"


พูดจบ เหมันต์ก็เปิดประตูระเบียงแล้วกระโดดลงจากระเบียงหายไปในความมืด ปกรณ์ได้แต่คิดชื่นชมอยู่ในใจ  ว่ามายากลของเหมันต์โครตเทพ เขาจะต้องพา เหมันต์  ไปเปิดหมวกให้ได้  นั่นคือความตั้งใจของปกรณ์...


--------------------------------------------------------------


Best of both worlds.

Sundog...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น