โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

03-9 กล่องแห่งความลับ

ชื่อตอน : 03-9 กล่องแห่งความลับ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 545

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2562 19:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-9 กล่องแห่งความลับ
แบบอักษร

“…ฮืม ฮือ ฮืม...”


เสียงฮัมเพลงดังออกมาอย่างไม่คาดคิดจากริมฝีปากที่สัมผัสกับน้ำที่ไหลลงมาของฮันจู มันคือเพลงกล่อมเด็กของโมสาร์ท ทำนองที่ผิดเพี้ยนไปหมดและจังหวะของเพลงที่หยุดชะงักอยู่บ่อยๆ แม้จะฟังดูน่าอึดอัดใจ แต่กลับมีพลังกระตุ้นความรู้สึกของคนฟังได้อย่างน่าประหลาด ถึงจะไม่มีใครฟังอยู่นอกจากเขาแล้วก็เถอะ

เป็นเพลงเดียวที่จำทำนองได้ ในตอนยังเด็กมากๆ เป็นท่วงทำนองที่ชายผู้โอบกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนร้องออกมาจากปากซ้ำไปซ้ำมา

คุณแม่ผู้น่าเวทนาของเขาไม่สามารถร้องออกมาได้แม้กระทั่งเนื้อเพลงสั้นๆ และเรียบง่าย


ท่วงทำนองในความทรงจำยิ่งร้องออกมามาเท่าไหร่ก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นเสียงสะอึกสะอื้น ฮันจูไม่ได้ร้องไห้ คนที่ร้องเพลงให้เขาฟังต่างหากที่ร้อง เสียงสะอึกสะอื้นผสมปนเปไปกับเสียงฮัมเพลง การมองเห็นแสนคับแคบของเด็กน้อยที่ตัวสั่นไหวไปกับความทุกข์ระทม มองเห็นเพียงแค่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน


แม่กำลังร้องไห้พร้อมกับหัวเราะ


ยูจูโฮร้องไห้ไปพร้อมๆ กับหัวเราะเหมือนทุกวัน จะไม่ร้องก็ต่อเมื่อมีพ่ออยู่ข้างๆ เท่านั้น แม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรควิกลจริตมาตั้งนานแล้ว แต่ถ้าพ่อกลับบ้านมาเมื่อไหร่แม่ก็จะทำเพียงยิ้มเผล่ราวกับจะถามว่าตัวเองร้องไห้ตอนไหนกัน


นั่นคือความรักหรือเปล่านะ ความรักงั้นเหรอ ถ้าเป็นความรักล่ะก็

ฮันจูที่ยิ้มจนติดเป็นนิสัย ก็เรียกว่าความรักหรือเปล่า



พูดออกไปไม่ได้ เขาคิดวนไปมาพร้อมกับปิดน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัว หยดน้ำเริ่มไหลลงมาจากเส้นผมเปียกโชก ไหลผ่านสันจมูกโด่งลงมาที่คาง ไหลผ่านต้นคอ หัวไหล่ และหยดลงด้านล่าง สายน้ำหยุดแล้ว เพลงก็จบลงแล้ว ไม่มีความจำเป็นในการนึกถึงทำนองต่อไปของเพลงที่ไม่เคยตั้งใจหามาฟัง เพราะเพลงกล่อมเขาจบลงแค่นั้นเสมอ

เพลงส่วนที่เหลือยากจะฟังให้เข้าใจ เพราะผสมปนเปไปกับเสียงสะอึกสะอื้นหมดแล้ว


สำหรับเขาผู้คุ้นเคยกับรอยยิ้มมีเพียงน้ำตาของความยินดีเท่านั้น แม้จะน่าตกใจแต่นอกจากตอนยังเด็กมากๆ แล้ว ฮันจูไม่มีความทรงจำว่าเคยร้องไห้เลย เขามักจะทำให้ตัวเองอารมณ์ดีขึ้นก่อนจะระเบิดออกมา แล้วสักพักอารมณ์พวกนั้นก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ถ้าอาการสติฟั่นเฟือนเป็นกรรมพันธุ์ แน่นอนว่าเขาคงจะป่วยเป็นอะไรสักอย่างเหมือนกับแม่ แม้จะอยากร้องไห้หรือแม้ว่าจะร้องไห้อยู่ แต่สุดท้ายก็เหมือนไม่รู้วิธีลดมุมปากของตัวเองลง

ลืมวิธีหยุดยิ้มไปหมดแล้ว


ไม่คิดจะเช็ดร่างกายเปียกชื้นแล้วออกมาจากห้องน้ำด้วยร่างเปลือยเปล่าเปียกปอน ฮันจูมุ่งหน้าไปยังห้องนอนแล้วเอนตัวลงบนเตียงอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ไม่มีอะไรบีบบังคับตัวเขาในตอนนี้เลย เขาไม่ใส่แม้แต่กางเกงชั้นในแล้ววางมือทั้งสองข้างบนท้องของตัวเองทั้งอย่างนั้น

ฮันจูหลับตาลงราวกับกำลังรอคอย


‘ยอมแพ้ซะ’


แล้วก็นึกถึงคังยองจีขึ้นมา


‘หยุดนะ ปล่อย’


คำพูดที่ยองจีพูดกับเขาตั้งแต่ครั้งแรกคือการปฏิเสธ อย่าทำ หรือไม่ก็ หยุดนะ มากมายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับชายที่เพิ่งตั้งใจจะเริ่มในตอนนี้ มันก็เป็นการปฏิเสธอย่างเด็ดขาดจนเกินไป

บางทียองจีอาจจะสั่งเขา เหมือนที่เคยทำมาทั้งชีวิต เหมือนไม่ว่ากับใครก็ทำแบบนั้น ถ้าสั่งให้ยอมแพ้ก็ต้องยอมแพ้ ถ้าสั่งให้เริ่มก็ต้องเริ่ม


แต่จะทำยังไงล่ะ ตัวเขาทำแบบนั้นไม่ได้นี่นา


รู้ไหมว่าฉันตั้งหน้าตั้งตารอการพบนายมากแค่ไหน น้ำเสียงอ่อนโยนพูดออกมาอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าไม่มีคำตอบแต่เขาก็ไม่สนใจ เขารอโอกาสนี้มาสามสิบปี วันนี้ที่ถูกเสนอให้ทำอย่างนั้น นายจะจินตนาการออกสักนิดไหมว่าฉันโหยหามันมากขนาดไหน

คำตอบนั้นไม่จำเป็น ฮันจูที่หลับตาอยู่ยกยิ้มขึ้นแล้วหุบยิ้มลงทันที เพียงแค่นึกถึงยองจีก็ยิ้มออกมาบ่อยๆ คุณชายผู้ไร้เดียงสาและไม่รู้อะไรเลย คุณเกิดมาบนจุดสูงสุดแต่โตมาเหมือนนกที่กระพือปีกไม่ได้เลยสักครั้ง

คฤหาสน์ที่กว้างใหญ่จนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดหลังนั้นจริงๆ แล้วอาจเป็นเพียงกรงนกก็ได้


แม้เป็นเพียงไม่กี่นาทีก่อนจะตัดสินใจหยุดคิด แต่ในหัวก็เต็มไปด้วยความคิดนั้นโดยไม่รู้ตัว

นึกถึงคังยองจี


ลมหายใจหนักหน่วงพรั่งพรูออกมาจากปาก ต้นตอของลมหายใจร้อนผ่าวทำให้เขารู้สึกทรมานมาก ความต้องการอย่างรุนแรงพลุ่งพล่านขึ้นมาจนสุดคอ ไม่อยากปล่อยมันออกมา ฮันจูกัดปากแน่น แม้ว่าความต้องการอย่างรุนแรงจะข้ามผ่านมายังด้านหลังของช่องคออีกครั้งพร้อมกับเผาไหม้หลอดลมและหลอดอาหารจนหมดเกลี้ยงแต่เขาจะไม่ปล่อยมันออกมา

อืออือ ไม่ได้ส่งเสียงออกมาแต่ร้องอยู่ในลำคอ


‘งดงาม’


การเจอกันครั้งแรก ความอ่อนไหวที่ดึงดูดเขาไว้ในเวลาสั้นๆ ยังคงหลงเหลืออยู่และแพร่กระจายไปทั่วทั้งตัว ร่างกายไร้สิ่งปกคลุมนมีอิสระจนไม่เหลืออะไรที่สามารถซ่อนหรือขวางกั้นความเป็นชายที่เริ่มแข็งตัวขึ้นได้เลย งดงาม เขาพูดซ้ำไปมาเหมือนกำลังไตร่ตรองอยู่  ราวกับว่านอกจากคำนั้นก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก

ถ้าลองสูดหายใจเข้าลึกๆ การกระทำที่ไม่ดีทั้งหลายที่เคยทำมาก็เป็นเพียงแค่ของเล่นเด็กเท่านั้น การสอนให้คุณชายผู้ใสซื่อช่วยตัวเองและสอนให้รู้จักความรู้สึกในทางกามารมณ์ เป็นเรื่องง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

ถึงอย่างนั้น การรอคอยที่ตั้งหน้าตั้งตารอช่วงเวลาที่จะฟักตัวออกมาเอง อยากยืนยันด้วยตาตัวเองว่าจะงดงามมากแค่ไหน นายคงไม่รู้ว่าข้างในของฉันกำลังอดทนอย่างมากขนาดไหนเพื่อจุดไคลแมกซ์ที่รอคอยมาอย่างใจจดใจจ่อ และนาย...


‘จูบ...ถ้าแค่จูบล่ะก็’


ก็มายั่วยวนกันเสียเฉยๆ


ตอนนั้น อยากซุกหัวลงไปและถอดกางเกงออก อยากบีบนวดส่วนอ่อนไหวที่อ่อนแรงแล้วทำให้มีอารมณ์ อยากเอาแก่นกายของฉันที่แข็งตัวต่างจากของนายกระแทกเข้าไปในปาก อยากทำให้เปียกชุ่มไปทั้งหมด โดยเฉพาะตรงดวงตา


อยากทำให้ร้องไห้จนนายต้องคิดขึ้นมาด้วยตัวเองว่าอยากตายด้วยความละอายใจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น