โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

03-9 กล่องแห่งความลับ

ชื่อตอน : 03-9 กล่องแห่งความลับ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 530

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2561 15:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-9 กล่องแห่งความลับ
แบบอักษร

“…ฮืม ฮือ ฮืม...”


เสียงฮัมเพลงดังออกมาอย่างไม่คาดคิดจากริมฝีปากที่สัมผัสกับน้ำที่ไหลลงมาของเขา มันคือเพลงกล่อมเด็กของโมสาร์ท ทำนองที่ผิดเพี้ยนไปหมดและจังหวะของเพลงที่หยุดชะงักอยู่บ่อยๆ นั้น แม้จะฟังดูน่าอึดอัดใจ แต่กลับมีพลังกระตุ้นความรู้สึกของคนฟังอย่างน่าประหลาด ถึงจะไม่มีใครฟังอยู่นอกจากตนแล้วก็เถอะ

เป็นเพลงเดียวที่เขาจำทำนองได้ ในตอนยังเด็กมากๆ เป็นท่วงทำนองที่ชายผู้โอบกอดลูกน้อยอยู่ในอ้อมแขนร้องออกมาจากปากซ้ำไปซ้ำมา

คุณแม่ผู้น่าเวทนาไม่สามารถร้องออกมาได้ แม้กระทั่งเนื้อเพลงสั้นๆ และเรียบง่ายนั้น


ท่วงทำนองในความทรงจำยิ่งร้องออกมามาเท่าไหร่ก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นเสียงสะอึกสะอื้น เขาไม่ได้ร้องไห้ คนที่ร้องเพลงให้เขาฟังต่างหากที่ร้อง เสียงสะอึกสะอื้นผสมปนเปไปกับเสียงฮัมเพลง การมองเห็นอย่างคับแคบของเด็กน้อยที่ตัวสั่นไหวไปกับความทุกข์ระทม เขามองเห็นเพียงแค่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน


แม่กำลังร้องไห้พร้อมกับหัวเราะ


ยูจูโฮร้องไห้ไปพร้อมๆ กับหัวเราะเหมือนทุกวัน จะไม่ร้องเฉพาะเวลาที่พ่ออยู่ข้างๆ เท่านั้น แม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรควิกลจริตมาตั้งนานแล้ว แต่ถ้าพ่อกลับบ้านมาเมื่อไหร่แม่ก็จะทำเพียงยิ้มเผล่ ราวกับจะถามว่าตัวเองร้องไห้ตอนไหนกัน


นั่นคือความรักหรือเปล่านะ ความรักงั้นเหรอ ถ้าเป็นความรักล่ะก็

ฮันจูที่ยิ้มจนติดเป็นนิสัย ก็เรียกว่าความรักหรือเปล่า



พูดออกไปไม่ได้ เขาคิดวนไปมาพร้อมกับปิดน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัว หยดน้ำเริ่มไหลลงมาจากเส้นผมเปียกโชก ไหลผ่านสันจมูกโด่งลงมายังคาง ไหลผ่านต้นคอ หัวไหล่ และหยดลงด้านล่าง สายน้ำหยุดแล้ว เพลงก็จบลงแล้ว ไม่มีความจำเป็นในการนึกถึงทำนองต่อไปของเพลงที่ไม่เคยตั้งใจหามาฟัง เพราะเพลงของเขาจบลงแค่นั้นเสมอ

เพลงส่วนที่เหลือนั้นไม่สามารถฟังเข้าใจได้ง่ายๆ เพราะผสมปนเปไปกับเสียงสะอึกสะอื้นหมดแล้ว


สำหรับเขาผู้คุ้นเคยกับรอยยิ้มมีเพียงน้ำตาของความยินดีเท่านั้น แม้จะน่าตกใจแต่นอกจากตอนยังเด็กมากๆ แล้ว ฮันจูไม่มีความทรงจำว่าเคยร้องไห้เลย เขามักจะทำให้ตัวเองอารมณ์ดีขึ้นก่อนจะระเบิดออกมา สักพักอารมณ์พวกนั้นก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ถ้าอาการสติฟั่นเฟือนเป็นกรรมพันธุ์ แน่นอนว่าเขาคงจะป่วยเป็นอะไรสักอย่างเหมือนกับแม่ แม้จะอยากร้องไห้หรือแม้ว่าจะร้องไห้อยู่ แต่สุดท้ายก็เหมือนเขาไม่รู้วิธีลดมุมปากของตัวเองลงเลย

ลืมวิธีที่จะหยุดยิ้มไปหมดแล้ว


เขาไม่คิดจะเช็ดร่างกายเปียกชื้นแล้วออกมาจากห้องน้ำด้วยร่างเปลือยเปล่าเปียกปอนนั้น ฮันจูมุ่งหน้าไปยังห้องนอนแล้วเอนตัวลงบนเตียงอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ไม่มีอะไรบีบบังคับตัวเขาในตอนนี้เลย เขาไม่ใส่แม้แต่กางเกงชั้นในแล้ววางมือทั้งสองข้างบนท้องของตัวเองทั้งอย่างนั้น

ฮันจูหลับตาลง ราวกับกำลังรอคอย


‘ยอมแพ้ซะ’


และเขาก็นึกถึงคังยองจีขึ้นมา


‘หยุดนะ ปล่อย’


คำพูดที่ยองจีพูดกับเขาตั้งแต่ครั้งแรกคือการปฏิเสธ อย่าทำ หรือไม่ก็ หยุดนะ มากมายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับชายที่เพิ่งตั้งใจจะเริ่มในตอนนี้ มันก็เป็นการปฏิเสธอย่างเด็ดขาดจนเกินไป

บางทียองจีอาจจะสั่งเขา เหมือนที่ทำจนถึงตอนนี้ เหมือนไม่ว่ากับใครก็ทำแบบนั้น ถ้าสั่งให้ยอมแพ้ก็ต้องยอมแพ้ ถ้าสั่งให้เริ่มก็ต้องเริ่ม เหมือนกับที่ทำกับคนอื่นๆ ทุกคน


แต่จะทำยังไงล่ะ ตัวเขาทำแบบนั้นไม่ได้นี่นา


รู้ไหมว่าฉันตั้งหน้าตั้งตารอการมาพบกับนายมากแค่ไหน น้ำเสียงอ่อนโยนพูดออกมาอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าไม่มีคำตอบแต่เขาก็ไม่สนใจ เขารอโอกาสนี้มา 30 ปี วันนี้ที่ถูกเสนอให้ทำอย่างนั้น นายจะจินตนาการออกสักนิดไหมว่าฉันโหยหามันมากขนาดไหน

คำตอบนั้นไม่จำเป็น ฮันจูที่หลับตาอยู่ยกยิ้มขึ้นแล้วหุบยิ้มลงทันที เพียงแค่นึกถึงยองจีก็ยิ้มออกมาบ่อยๆ คุณชายผู้ไร้เดียงสาและไม่รู้อะไรเลย คุณเกิดมาบนจุดสูงสุดแต่โตมาเหมือนนกที่กระพือปีกไม่ได้เลยสักครั้ง

คฤหาสน์ที่กว้างใหญ่จนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดหลังนั้นจริงๆ แล้วอาจเป็นเพียงกรงนกก็ได้


แม้เป็นเพียงไม่กี่นาทีก่อนจะตัดสินใจหยุดคิด แต่ในหัวก็เต็มไปด้วยความคิดนั้นโดยไม่รู้ตัว

นึกถึงคังยองจี


ลมหายใจหนักหน่วงพรั่งพรูออกมาจากปาก ต้นตอของลมหายใจร้อนผ่าวนั้นทำให้เขารู้สึกทรมานมาก ความต้องการอย่างรุนแรงพลุ่งพล่านขึ้นมาจนสุดคอในรวดเดียว ไม่อยากปล่อยมันออกมา ฮันจูกัดปากแน่น แม้ว่าความต้องการอย่างรุนแรงนั้นจะข้ามผ่านมายังด้านหลังของช่องคออีกครั้ง เผาไหม้หลอดลมและหลอดอาหารจนหมดเกลี้ยงแต่เขาจะไม่ปล่อยมันออกมา

อืออือ เขาไม่ได้ส่งเสียงออกมาแต่ร้องอยู่ในลำคอ


‘งดงาม’


การเจอกันครั้งแรก ความรู้สึกอ่อนไหวซึ่งดึงดูดเขาไว้ในเวลาสั้นๆ ยังคงหลงเหลืออยู่และแพร่กระจายไปทั่วทั้งตัว ร่างกายไร้สิ่งปกคลุมนั้นมีอิสระและไม่เหลืออะไรที่สามารถซ่อนหรือขวางกั้นความเป็นชายที่เริ่มแข็งตัวขึ้นได้เลย งดงาม เขาพูดซ้ำไปมาเหมือนกำลังไตร่ตรองอยู่  ราวกับว่านอกจากคำนั้นเขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก

ถ้าลองสูดหายใจเข้าลึกๆ การกระทำที่ไม่ดีทั้งหลายที่เคยทำมาก็เป็นเพียงแค่ของเล่นเด็กเท่านั้น การสอนให้คุณชายผู้ใสซื่อช่วยตัวเองและสอนให้รู้จักความรู้สึกในทางกามารมณ์นั้น เป็นเรื่องง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

ถึงอย่างนั้น การรอคอยซึ่งตั้งหน้าตั้งตารอช่วงเวลาที่จะฟักตัวออกมาเอง อยากยืนยันด้วยตาตัวเองว่าจะงดงามมากแค่ไหน คุณคงไม่รู้ว่าข้างในของผมกำลังอดทนอย่างมากขนาดไหนเพื่อจุดไคลแมกซ์ที่รอคอยมาอย่างใจจดใจจ่อ และคุณ...


‘จูบ...ถ้าแค่จูบล่ะก็’


ก็มายั่วยวนกันเสียเฉยๆ


ตอนนั้น อยากซุกหัวลงไปและถอดกางเกงออก อยากบีบนวดส่วนอ่อนไหวที่อ่อนแรงนั้นแล้วทำให้มีอารมณ์โดยไม่เต็มใจ อยากเอาแก่นกายของฉันที่แข็งตัวต่างจากของนายกระแทกเข้าไปในปาก อยากทำให้เปียกชุ่มไปทั้งหมด โดยเฉพาะตรงดวงตา


อยากทำให้ร้องไห้ จนนายต้องคิดขึ้นมาด้วยตัวเองว่าอยากตายด้วยความละอายใจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น