โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

03-7 กล่องแห่งความลับ

ชื่อตอน : 03-7 กล่องแห่งความลับ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 588

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2562 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-7 กล่องแห่งความลับ
แบบอักษร

​เพราะคำพูดที่คังยองโฮสั่งกับซึงรกว่าให้คอยสังเกตดูแพทย์ประจำตัวผู้มีสิ่งน่าสงสัยมากมาย พอซึงรกรายงานเสร็จจึงกลับมายังคอนโดทันที ซึ่งฮันจูกำลังเก็บตัวอยู่ในห้องเหมือนในรายละเอียดที่เขารายงานให้คังยองโฮฟังไปเมื่อสักครู่ ประตูห้องถูกเปิดไว้ อีกฝ่ายไม่ได้หลบซ่อนและไม่ได้หลีกหนีใดๆ


“มาแล้วเหรอครับ”

“ครับ ทำ...อะไรอยู่เหรอครับ”


ถ้าพูดถึงความเชื่อใจแล้ว การแสดงออกแบบนั้นเหมาะกับทางนี้มากกว่าหรือเปล่านะ ซึงรกคิดอย่างผิดหวัง เขามองเข็มฉีดยาในมือของฮันจูแล้วถามออกไป อีกฝ่ายผู้ชื่นชอบการวิจัยและการทดลองมักจะจดบันทึกหรือทำอะไรบางอย่างอยู่ทุกวัน รวมถึงบรรจุเทสเตอร์ยาที่กำลังวัดปริมาณหรือทำสำเร็จเรียบร้อยแล้วลงในขวดเล็กๆ ด้วย


“กำลังทำของที่จำเป็นอยู่ครับ”


ของที่จำเป็นเหรอ ซึงรกหรี่ตาลงแล้วจ้องมองสิ่งที่อยู่ในมือของฮันจูอย่างตั้งใจ


“ท่านประธานคังไม่สงสัยอะไรเหรอครับ”


ก่อนจะตั้งสติได้หลังได้ยินคำถามของฮันจู เขาพูดอย่างลนลานแล้วไม่นานก็สงบลง


“เอ่อ คือ ไม่...ได้พูดอะไรเป็นพิเศษแต่ก็สงสัยอยู่ครับ เดิมทีเขาก็มีนิสัยที่ไม่เคยเชื่อใจคนอื่นอยู่แล้ว ที่จู่ๆ เรียกหาผมคงเพราะไปทำอะไรไม่ถูกใจเข้า...”

“ไม่หรอก”


ฮันจูยกสิ่งที่อยู่ในมือขึ้นส่องกับแสงไฟแล้วพูดขัดซึงรกอย่างฉับไว


“ไม่ใช่ผม คุณต่างหากครับ”


ขณะนั้นเองที่ฮันจูหันหน้าไปทางด้านหลัง แม้ดวงตาที่สบกันจะกำลังยิ้มแต่กลับเย็นชาอย่างประหลาด ไม่ใช่สายตาที่สงสัยและวิตกกังวลอะไรเป็นพิเศษแต่กำลังเรียกร้องคำตอบอยู่ ซึงรกคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นผู้ชายที่น่ากลัวมากกว่าที่คิดจริงๆ ก็ได้


“ผม...ระมัดระวังตัวอย่างสุดความสามารถครับ เพื่อไม่ให้เขาสงสัย ผมเห็นประสิทธิภาพของยาที่ให้มาแล้วด้วยครับ น่าตกใจมากจริงๆ ผมมาอยู่กับท่านประธานได้สามปีแล้ว แต่ตอนรายงานวันนี้เป็นครั้งแรกที่มีสติครบถ้วน แปลกดีจริงๆ เลยใช่ไหมครับ”

“งั้นเหรอครับ”


ถึงฮันจูจะเป็นคนถามออกไป แต่กลับเป็นน้ำเสียงเนือยๆ ที่ไม่รู้สึกกระตือรือร้นในคำตอบ เพราะปฏิกิริยาตอบรับของอีกฝ่ายดูเฉยชา ซึงรกเลยรู้สึกกระวนกระวายใจพิลึกราวกับประหม่าในการพิสูจน์ความจำเป็นของตัวเอง เพราะอีกฝ่ายไม่เคยร้องขอเลย


“แล้วก็...ดูไม่สบายใจนะครับ บางทีอาจเป็นเพราะผลลัพธ์ที่ออกมาวันนี้ ถึงจะไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษก็จริง แต่การแสดงปฏิกิริยาตอบรับแบบนั้นก็น่ากังวลเหมือนกันนะครับ ทั้งๆ ที่คนที่ต้องการให้อัตราการปฏิสนธิของคุณชายสูงขึ้น ก็คือท่านประธานคังเองแท้ๆ”

“คงเพราะผมทำตัวให้ไม่ถูกใจน่ะครับ”


คนที่ไม่ชอบจะทำอะไรก็คงไม่ชอบอยู่แล้ว เพราะอย่างนั้นก็เลยไม่ใช่ผลลัพธ์ที่จะยอมรับกันง่ายๆ ฮันจูยกยิ้ม


“จิตใจคนเรานี่ช่าง... แต่ยังไงก็เถอะ หลังจากที่ก่อนหน้านี้แอบสืบเรื่องของคุณอย่างลับๆ ก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยครับ”

ถึงเป็นเด็กเจ็ดขวบก็รู้ว่าคังยองโฮคงจะแอบสืบเรื่องของเขาอย่างลับๆ เพราะมันเหมือนเป็นการฝากฝังทายาทของตัวเองที่หวงแหนและเลี้ยงดูมาอย่างดีกลายๆ ดังนั้นการใส่ใจในทุกๆ เรื่องอย่างเป็นพิเศษจึงจำเป็นมาก

แต่คังยองโฮจะไม่มีทางได้รู้ความจริงทั้งหมดที่ตัวเองต้องการแน่นอน

ตอนอายุยี่สิบ ฮันจูก็ได้รับบัตรพนักงานครั้งแรก ก่อนหน้านั้นเขาลงทะเบียนเป็นหนูทดลองของซีรินจ์เพื่อรักษาความปลอดภัยของตัวเองจึงต้องทำให้การมีอยู่ของเขาเป็นความลับสุดยอดเท่านั้น พวกเอกสารบันทึกการทดลองที่เกี่ยวข้องก็ถูกเก็บไว้เป็นความลับสุดยอดอันดับหนึ่งเช่นกัน ยิ่งกว่านั้นเมื่อสองปีก่อน หลังจากเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเป็นหนึ่งในกรรมการระดับสูงของกลุ่มคณะกรรมการบริษัท นอกเหนือจากบันทึกการทดลองแล้ว ฮันจูก็ได้ทำลายประวัติส่วนตัวของตัวเองทิ้งทั้งหมดด้วย

เพราะอย่างนั้น แม้ว่าจะเป็นคังยองโฮก็คงไม่สามารถหาข้อมูลที่ไม่มีอยู่ในโลกแล้วเจอหรอก


“คงทั้งหาข้อมูลไม่เจอแล้วก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางอเมริกาด้วย”

“จะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอครับ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ถ้าท่านประธานตั้งใจแล้วล่ะก็...”

“เป็นพระเจ้าเหรอครับ ทุกอย่างถึงต้องเป็นไปตามที่ตั้งใจไว้”


แม้จะเป็นพระเจ้าก็ยังไม่สามารถสั่งให้มนุษย์ทำอะไรตามใจได้เลยนะ ถ้าดูจากจุดเริ่มต้นของการต่อต้านพระเจ้าในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ถึงเป็นพระเจ้าก็แน่นอนว่าต้องมีเรื่องที่ทำไม่ได้

แล้วคังยองโฮก็ไม่ใช่พระเจ้าด้วย เป็นเพียงมนุษย์ที่อยากจะเป็นพระเจ้าแล้วดิ้นตะเกียกตะกายอย่างน่าขยะแขยงต่างหาก


“จากนี้ไปคิดจะทำอะไรต่อครับ ผมยังไม่รู้เลยว่าการทำให้ท่านประธานไม่สบายใจอยู่บ่อยๆ มันดียังไง”

“…ทำไมครับ กลัวว่าผมจะฆ่าท่านประธานคังเหรอครับ”


ถ้าตั้งใจจะฆ่าก็คงฆ่าทิ้งไปตั้งแต่วันแรกที่พบกันแล้ว

ฮันจูหัวเราะคิกคัก เงาสะท้อนที่เกิดจากการยืนใต้แสงไฟขยับไปมาตามไหล่ที่สั่นไหว นี่เป็นเรื่องที่ซึงรกก็ยังคงปรับตัวให้คุ้นชินได้ยาก แพทย์ประจำตัวเป็นชายหนุ่มที่ทำความเข้าใจได้ยากจริงๆ

แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่ก็มีส่วนที่น่าดึงดูด


“คนที่อยากฆ่าคังยองโฮน่ะ ถึงไม่ใช่ผมก็คงกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลกเลยล่ะครับ”


ฮันจูดูดเทสเตอร์ยาเข้าไปในเข็มฉีดยาอีกครั้ง จากนั้นก็แทงมันลงไปและกดจนสุด อันที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วถูกวางเรียงบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย


“ถ้าอย่างนั้น ต่อไปก็...คิดจะฆ่าท่านประธานเหรอครับ”


ซึงรกลังเลอยู่พักหนึ่งแล้วถามออกมาอย่างระมัดระวัง ฮันจูนิ่งเงียบเหมือนกำลังเหม่อลอย


“นี่เป็นปัญหาสำคัญสำหรับคุณเหรอ นั่นสินะ ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นได้นะครับ”

“ที่เห็นครั้งก่อน สิ่งนั้น...”

“อ๋อๆ”


หมายถึงปืนสินะ ฮันจูยิ้มอย่างเอ็นดูเหมือนเข้าอกเข้าใจ


“คงบอกได้แค่ว่านั่นเป็นป้องกันตัวอย่างหนึ่งน่ะครับ”

“…คิดอะไรอยู่ ไม่สิ ก่อนหน้านี้เอามันเข้ามาได้ยังไงครับ”


แน่นอนว่าตอนแรกที่เข้ามาในคฤหาสน์ การตรวจค้นทุกอย่างจะต้องผ่านหน่วยรักษาความปลอดภัยมาแล้ว ซึงรกได้แต่ตกใจกับความจริงที่อีกฝ่ายนำปืนเข้ามาได้จนถึงตอนนี้ ฮันจูนิ่งเงียบอีกครั้งกับเรื่องนี้ เป็นความสามารถพิเศษของกระเป๋าเหรอ คำอธิบายเกี่ยวกับปัญหาด้านเทคนิคมีแต่ความสับสนยุ่งยาก แถมเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสำคัญสักเท่าไรด้วย

สิ่งสำคัญมีเพียงเรื่องที่เขามีปืนหนึ่งกระบอกและในกระเป๋าก็เต็มไปด้วยยามากมายที่อันตรายมากกว่าปืนเสียอีก


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น