โซซอล
facebook-icon

ซูเปอร์อัลฟ่า ปะทะ ซูเปอร์อัลฟ่า(?) จะเป็นยังไงนะ...

03-6 กล่องแห่งความลับ

ชื่อตอน : 03-6 กล่องแห่งความลับ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 729

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2562 18:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-6 กล่องแห่งความลับ
แบบอักษร

‘ห้าจุดสองเปอร์เซ็น’


ตัวเลขที่แสดงอยู่ก็เพียงพอจะทำให้ทุกคนภายในคฤหาสน์ตกใจ ถึงจะมีเพียงแค่คังยองโฮที่เฝ้าดูกระบวนการตรวจสอบตั้งแต่แรกจนจบกับแพทย์อีกสามคนรวมถึงฮันจู เพื่อทำการยืนยันผลลัพธ์โดยตรงในห้องตรวจ แต่ข่าวลือนี้ก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

พอถึงตอนบ่ายก็ไม่มีใครเลยที่ไม่รู้ว่าตัวเลขนี้หมายถึงอะไร คนรับใช้ทุกคนก็ต่างพากันกระซิบกระซาบพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน

ถือเป็นการบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าในที่สุดทายาทตระกูลคังแห่งฮโยรยองก็ได้หลุดพ้นจาก ‘ศูนย์เปอร์เซ็น’ แล้ว เป็นเวลาสิบวันที่ฮันจูได้มาเป็นแพทย์ประจำตัวของยองจี พอคิดว่าหนึ่งเดือนมีสามสิบวัน นี่ก็ใช้เวลาไปถึงหนึ่งในสามแล้ว แต่เขาไม่ได้ทั้งเจาะเลือดหรือให้ยา แค่เพียงทำการปรึกษาและปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆ เท่านั้น

คังยองโฮกระวนกระวายใจมากขึ้นจนต้องร้องขอผลลัพธ์จากแพทย์ประจำตัวตั้งแต่ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนดี การตรวจสอบจึงถูกดำเนินการขึ้น ซึ่งนอกจากฮันจูแล้ว ก็ยังมีแพทย์อีกสามคนร่วมด้วย เพราะแพทย์ประจำตัวอาจจะโกหกหรือทำอะไรตุกติกก็ได้ คังยองโฮจึงเตรียมแผนรับมือไว้ก่อน

จริงๆ แล้วฮันจูไม่ได้สนใจอะไร แถมถามกลับว่าไม่ต้องทำตามที่ท่านประธานต้องการเหรอด้วยซ้ำ และไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอยู่ข้างๆ ฮันจูก็ทำแค่สิ่งที่ตัวเองต้องทำ เขาเปิดดูการบันทึกชาร์ตนิ่งๆ ก่อนจะทำการตรวจสอบเลือดที่ดูดมาจากร่างของยองจีที่กำลังหลับอยู่เท่านั้น

และผลที่ออกมาคือห้าจุดสองเปอร์เซ็น เป็นตัวเลขที่ไม่ได้สูงมากมายอะไร แต่เป็นผลลัพธ์ที่สามารถคาดหวังได้ในหลายๆ ด้านมากกว่าศูนย์ ยิ่งกว่านั้นคือจนถึงตอนนี้ฮันจูไม่เคยทำการรักษาอย่างที่ควรจะทำเลย

สูงกว่าเกณฑ์ของคังยองโฮ


‘ทำได้ยังไงน่ะ’


ในที่สุดคังยองโฮที่เฝ้าดูอยู่ก็ถามแพทย์ประจำตัวออกมา ซึ่งคำตอบของฮันจูก็เรียบง่าย


‘เหมือนว่าก่อนหน้านี้ผมจะบอกไปแล้วนะครับ ...ทั้งอัลฟ่าและโอเมก้า สุดท้ายก็เป็นเพียงมนุษย์’


ถึงแม้ว่าคำตอบนั้นจะไม่ถูกใจแต่...


อีกคนก็พิสูจน์ความเป็นไปได้ด้วยผลลัพธ์ ทำสิ่งที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีให้ทำได้จนสำเร็จอย่างง่ายดาย แม้แต่ผลลัพธ์นี้ก็เป็นสถานการณ์ที่ปฏิเสธไม่ได้ แพทย์ประจำตัวให้ผลลัพธ์ที่คังยองโฮต้องการและสร้างความหวังว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอาจจะเกินห้าสิบเปอร์เซ็น ซึ่งจริงๆ แล้วนี่เป็นเรื่องที่คังยองโฮปรารถนาอย่างแรงกล้ามากกว่าอะไรทั้งหมด

แต่ความสำเร็จของแพทย์ประจำตัวมีเศษเสี้ยวของความไม่สบายใจปนอยู่ เหมือนความสำเร็จของอีกฝ่ายกำลังบอกเป็นนัยว่า ‘วิธีการที่คุณทำมาจนถึงตอนนี้มันผิด’ จริงๆ แล้วถึงจะคิดหรือไม่คิด คังยองโฮก็รู้สึกแบบนั้น คุณผิด ผมต่างหากเป็นฝ่ายถูก


ในที่สุดก็กลายเป็นแบบนั้นจนได้


“เหมือนจะมีอะไรแปลกๆ นะ...”


เป็นความรู้สึกแบบที่ไม่รู้ว่าไม่สบายใจตรงไหน คังยองโฮขบฟันกรามแน่น ถึงเป็นเพียงจินตนาการของเขาแต่ถ้าสมมุติว่าแพทย์ประจำตัวพูดแบบนั้นจริงๆ มันก็เป็นผลลัพธ์ที่ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดี

เขาดีใจแต่ก็ไม่สบอารมณ์ เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่สบายใจ


“ตอนทำการตรวจสอบไม่ได้รู้สึกถึงอะไรแปลกๆ ใช่ไหม แน่ใจนะ”

“ครับ ไม่มีแน่นอนครับท่านประธาน พวกผมคอยดูทุกอย่างอยู่ข้างๆ แล้วก็เช็กกระบวนการตรวจสอบกับผลลัพธ์อีกครั้งแล้วด้วยครับ”


อัตราการปฏิสนธิเป็นตัวเลขที่พูดถึงความเป็นไปได้ในการขยายพันธุ์ของผู้มีคุณสมบัติ โดยต้องเจาะเลือดมาตรวจสอบ รวมถึงตรวจสอบคลื่นสมองด้วย เพราะเป็นการตรวจเกี่ยวกับ ‘ความเป็นไปได้ในอนาคต’ ไม่ใช่อาการที่มีอยู่จริง เลยไม่ได้มีความแม่นยำมากหรือแสดงให้เห็นตัวเลขอย่างละเอียดอะไร แต่เพราะความเป็นไปได้ในการคลาดเคลื่อนมีไม่ถึงศูนย์จุดแปดเปอร์เซ็นจึงไม่เคยผิดพลาด

ถึงแม้จะเป็นแพทย์ประจำตัวที่เขาพามาด้วยการจ่ายเงินราคาสูง แต่ก็เป็นชายหนุ่มที่มีเรื่องราวน่าสงสัยมากมาย คังยองโฮจึงต้องให้แพทย์ที่ตัวเองรู้จักอีกสามคนเข้าไปอยู่ในห้องตรวจด้วยอย่างไม่มีทางเลือก แต่แพทย์ประจำตัวก็ไม่ได้โกหกและไม่ได้จัดฉากเพื่อหลอกลวงเขา ทั้งหมดนั้นคือความจริงที่ต้องยอมรับ

แต่ทำไมถึงไม่สบายใจขนาดนี้นะ แม้ก่อนพาตัวมาจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่การก้าวย่างของอีกฝ่ายสะกิดความรู้สึกอันว่องไวของยองโฮ

เขาแอบสืบเรื่องของ ‘ดอกเตอร์ไบรท์ตัน’ อย่างลับๆ ก่อนทำการติดต่อโดยตรง ทุกอย่างก็มีแต่ความไม่ชัดเจน เพราะถึงแม้ว่าจะค้นหาทุกวิถีทางแล้ว แต่ข้อมูลเกี่ยวกับด็อกเตอร์ไบรท์ตันในช่วงก่อนอายุยี่สิบปีหายังไงก็หาไม่เจอ ประวัติของชายหนุ่มเริ่มมาจากซีรินจ์ราวกับเกิดมาจากห้องทดลองของที่นั่น


ความสงสัยเป็นนิสัยติดตัวของคังยองโฮและเป็นธรรมชาติของเขา เริ่มจากบรรยากาศในคฤหาสน์ที่เปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด กระทั่งตอนฟังการรายงานล่าสุดของพวกการ์ด เขาวิตกกังวลตลอดว่าจะเกิดเรื่องอะไรที่เขาไม่รู้ในคฤหาสน์หรือเปล่า

คังยองโฮค่อนข้างรู้สึกไวกับเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง แต่กลับไม่เคยกังวลอะไรมากมายเลย เขาเป็นชายชราที่รู้เป็นอย่างดีว่าพลังของตัวเองคืออะไรและจะต้องใช้มันที่ไหนยังไง

แตกต่างกับทายาทของเขาที่อายุเกินสามสิบแล้วแต่กลับเหมือนเด็กยังไม่โต


และในความหมายแบบนั้น สถานการณ์ตอนนี้... แตกต่างกับสถานการณ์ก่อนหน้าสำหรับคังยองโฮ ทั้งความวุ่นวายใจและลางร้าย ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็มีแต่สิ่งที่เขาไม่ชอบใจทั้งนั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องวุ่นวายใจและไม่มีเหตุผลให้มันเป็นลางไม่ดี เพราะแผนที่เขาวางไว้จะต้องไม่มีความผิดพลาดหรือคาดการณ์พลาด แน่นอนว่าทุกอย่างเคลื่อนไหวอยู่บนแผ่นกระดานที่เขาสร้างขึ้นมา

ยองโฮเคาะนิ้วลงบนโต๊ะนิ่งๆ เป็นนิสัยที่เขาชอบทำตอนคิดมาก หนึ่งในสิ่งที่เหมือนกันเพียงไม่กี่อย่างระหว่างเขากับยองจี


-ผมเองครับท่านประธาน


เสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินหลังจากเสียงเคาะประตูทำให้เขาหลุดจากภวังค์ ตามกฎที่คังยองโฮกำหนดไว้ เวลาเคาะประตูให้เคาะแค่สองครั้งเท่านั้น และอีกฝ่ายคือหนึ่งในคนที่รู้กฎข้อนี้เป็นอย่างดี


“เข้ามา”


ชายผู้ปรากฏตัวขึ้นหลังประตูที่ถูกเปิดออกคือหัวหน้าการ์ด


“แพทย์ประจำตัวยังนิ่งเฉยอยู่เหรอ ไม่มีเรื่องที่ควรต้องรู้ใช่ไหม”


ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมาหลังจากโค้งตัว เสียงของคังยองโฮก็เร่งถามขึ้นมา น้ำเสียงเจือความโกรธแบบที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยๆ


“...ครับ กิจวัตรประจำวันเหมือนเดิมจนน่าตกใจ พอมาถึงบ้านเขาก็เก็บตัวอยู่ในห้อง ผมเองก็เข้าไปในในห้องนั้นไม่ได้ ตั้งใจจะลองแอบเข้าไปตอนเขาอาบน้ำ แต่... เขาน่าจะล็อกกุญแจไว้น่ะครับ”

“งั้นเหรอ”


แพทย์ประจำตัวไม่ได้ทำอะไรเลย ถึงอีกฝ่ายจะทำสิ่งที่ยองโฮคาดหวังมากที่สุดสำเร็จแล้ว แต่ในสถานการณ์แบบที่ไม่สามารถจับผิดอะไรได้เลยมันกลับไม่น่าพอใจเป็นอย่างมากจนรู้สึกสับสนวุ่นวาย


“ถ้ามีเรื่องไหนที่ควรรายงานก็บอกมาให้หมดเลย เข้าใจไหม”

“ครับ ท่านประธาน”

“รู้ใช่ไหมว่าฉันไว้ใจนายมาก”


ความเชื่อใจ เป็นคำที่ไม่เข้ากับการยกยิ้มของคังยองโฮเลย เขาไม่เคยเชื่อใครทั้งนั้น ซึงรกเองก็รู้ความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี แม้ว่าพลังของคังยองโฮจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่ได้น่าหลงใหล


“…แล้วก็รู้ใช่ไหมว่าจะเป็นยังไงถ้าหักหลังความเชื่อใจนั้น”


ลักษณะทางพันธุกรรมของคังยองโฮแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อครู่ราวกับอ่านความคิดของเขาออก ซึงรกหยุดหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง

คำพูดนั้นเป็นหลักฐานว่าคังยองโฮไม่ได้เชื่อใจเขา ไม่เพียงแค่เขา แต่ทุกครั้งที่ฟังการรายงานจากการ์ดทุกคนเลย หรืออาจจะเป็นวิธีการเฉพาะของคังยองโฮเพื่อใช้ควบคุมคนอื่นและโน้มน้าวให้ยอมรับสารภาพเลยจงใจเผยพลังอันน่ากลัวออกมา

เขาแสดงให้เห็นพลังที่เหนือกว่าโดยตรงเพื่อยับยั้งการโกหกหรือการกระทำที่ตั้งใจจะหลอกลวงตน ถึงมองไม่เห็นด้วยตาและยิ่งถ้าอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ก็ยิ่งยากเข้าไปอีก แต่วิธีการนี้ยอดเยี่ยมมาก ได้ผลมากทีเดียวโดยเฉพาะกับพวกอัลฟ่า เพราะยิ่งเป็นคนที่มีพลังมากเท่าไร ก็จะยิ่งกลัวพลังที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าตนมากเท่านั้น

ถ้าไม่ได้กินยาเม็ดสีแดงที่ฮันจูยื่นให้ก่อนมาห้องนี้ เขาอาจจะพูดทุกอย่างที่รู้ออกมาเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวไปแล้ว แต่วันนี้กลับไม่เหมือนเดิม ถ้าพูดถึงการเผชิญหน้ากับคังยองโฮตัวต่อตัวแล้ว ครั้งนี้รู้สึกดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมส ซึงรกประทับใจในความสามารถของฮันจูอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ในฐานะแพทย์ที่คิดค้นอะไรหลายๆ อย่าง ถ้าเป็นฝ่ายนั้นอาจจะทำแผนการนี้สำเร็จจริงๆ ก็ได้


“ออกไปได้แล้ว”

“ครับท่านประธาน ถ้ามีเรื่องต้องรายงานผมจะรีบติดต่อมาโดยเร็วครับ”


เพราะฮันจู ซึงรกจึงสามารถแกล้งเลียนแบบเป็นสุนัขที่แสนซื่อสัตย์ได้จนจบ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น