แอชเชอร์Asher

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) นิยายอัพเรื่อยๆจ้า

ชื่อตอน : ตอนที่1

คำค้น : ไม่ดราม่า,Pure blood,omegaverse,yaoi,พอร์ตแลนด์,ออริกอน,สหรัฐอเมริกา,เลือดบริสุทธิ์,ท้อง,อัลฟา,โอเมก้า,เบต้า,หมาป่า,แวมไพร์,4p

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2561 23:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1
แบบอักษร

ตอนที่1



ผมใช้เวลาเกือบ20ชั่วโมงบนเครื่องบิน คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเอง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนตั้งรับไม่ทัน คนที่ฆ่าพ่อจะต้องถูกลงโทษ


"ผมสัญญาว่าพ่อจะต้องไม่ตายฟรี..."  


เดินออกจากสนามบินมาเพื่อขึ้นบัสไปเมืองพอร์ตแลนด์ที่ที่พ่อเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้ เหมือนเขารู้...ว่าวันนี้จะมาถึง วันที่ผมต้องทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว


พอร์ตแลนด์ ,ออริกอน ,สหรัฐอเมริกา


3ชั่วโมงบนรถบัส ตลอดทางเต็มไปด้วยแสงไฟของไฟข้างถนน ตอนนี้เวลาทุ่มกว่าๆ ก็ถือว่ามืดแต่ยังดีที่มีไฟข้างทาง ไม่เหมือนที่เมืองไทยบางที่แม้แต่ไฟสักดวงก็ไม่มีให้ เดินทีก็กลัวจะถูกปล้นฆ่า


"น่าจะใช่ที่นี่แหละมั้ง..." ผมกระชับเป้บนหลังให้แน่นก่อนจะมองไปที่บ้านสองชั้นหลังเล็กตรงหน้า บ้านเลขที่ตรงตามที่พ่อเขียนเอาไว้ให้ นี่คงจะเป็นบ้านที่พ่อซื้อเอาไว้เพื่อส่งมาเรียนที่นี่ พ่อวางแผนไว้หมดแล้วจริงๆ


"เอาวะ ลูกผู้ชายต้องไม่ร้องไห้ สัญญากับพ่อเอาไว้แล้วนี่นะ..." ผมพึมพำเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน


ภายในบ้านตกแต่งด้วยความคลาสสิก แต่ก็ยังดูอบอุ่นตามสไตล์ของพ่อ ผมทิ้งตัวลงที่โซฟารับแขกก่อนจะโยนกระเป๋าไปไว้ที่โซฟาอีกตัว


"เห้อ...." ผมหลับตาลงก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลลงมา แค่วันเดียวก็ผิดสัญญากับพ่อซะแล้ว แค่คืนนี้คืนเดียว พรุ่งนี้ผมจะไม่ร้องให้อีกแล้ว


เช้าวันต่อมา


รูปร่างสมส่วนของจีนเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนโซฟาท่าเดิมตั้งแต่เมื่อคืน เพราะเหนื่อยจากการเดินทางและการร้องไห้ทำให้ตื่นสายกว่าปกติ 


โครก


เสียงท้องร้องดังขึ้นมาจากคนที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว จนในที่สุดก็ต้องตกใจจนตื่นเพราะเสียงท้องร้องของตัวเอง 


ผมตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจเสียงดังเมื่อครู่ ยกยิ้มน้อยๆเพราะรู้ว่าเสียงมาจากตัวเอง ก่อนจะยกมือมาลููบหน้าลูบตาให้คลายความง่วง แสงเเดดยามสายสาดเข้ามาทางหน้าต่าง ทำเอาต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย และตัดสินใจลุกจากโซฟาเพื่อไปอาบน้ำ


"วันใหม่ สู้เว้ยไอ้จีน!!" ตะโกนเรียกกำลังใจให้ตัวเองหลังจากอาบน้ำเสร็จ และโดนมาเปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรกิน


"ไม่มี....ไม่มี....ตู้นี้ก็ไม่มี" 


สงสัยพ่อจะซื้อแต่ของตกแต่งบ้านกับเสื้อผ้าเอาไว้ให้ส่วนอาหารคงต้องออกไปซื้อเองสินะ ผมคว้าเสื้อแขนยาวเดินออกไปหาซุปเปอร์มาเก็ตใกล้ๆบ้าน จำได้ว่าเมื่อคืนเห็นผ่านๆตอนลงรถ 


"หัวมุมถนนนี้นะ ถ้าจำไม่ผิด....นี่ไง" ผมรีบจ้ำอ้าวเดินเข้าไปซื้อทั้งของสดของแห้งมาตุุนไว้ทันที ก่อนจะเดินมาจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์


"มาเที่ยวหรอไอ้หนู ไม่เคยเห็นหน้า" ลุงพนักงานถามขึ้นมาเมื่อเงยหน้าหลังจากคิดเงินให้เสร็จ


"เอ่อ...เปล่าครับ ผมมาเรียนน่ะครับ" ผมตอบออกไปและจ่ายเงิน


"อ้อ เป็นคนจีนสินะ หนีห่าวๆ" ลุกตรงหน้ายิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยทักทายเป็นภาษาจีน


"ผมคนไทยครับ ไม่ใช้คำว่าหนีห่าว เอเชียไม่ได้มีแค่จีนนะครับ" ผมบอกออกไปก่อนจะหยิบของและเดินออกมา


พวกฝรั่งนี่เห็นใครหัวดำหน่อยก็พากันหนีห่าวๆเชียว เอเชียไม่ได้มีแค่ที่จีนโว้ย แล้วไทยแลนด์ก็ไม่ใช่ไต้หวันด้วย คิดแล้วก็ขึ้น...



ตอนนี้ผมมาอยู่ที่นี่ได้เกือบเดือนแล้ว ชีวิตวันๆก็มีแค่บ้านแล้วก็ซุปเปอร์มาเก็ตเท่านั้น จนตอนนี้สนิทกับลุงพนักงานไปแล้ว เพราะลุงแกหนีห่าวทุกครั้งที่เจอหน้าแต่ผมก็ปลงแล้วแหละ


พรุ่งนี้ก็ได้เวลาเปิดเทอมแล้ว ชีวิตจริงๆคงจะเริ่มแล้ว หวังว่าพ่อจะดูผมอยู่นะ.... 


"อยากให้พ่ออยู่ด้วยจังครับ...มันเหงานะที่ต้องอยู่ที่นี่คนเดียว"


กริ๊งๆๆ กริ๊งๆๆ


เสียงนาฬิกาปลุกแผดเสียงดังลั่่น ทำเอาตกใจตื่นจนแทบตกเตียง 07:05 !! นาฬิกาปลุกตั้งสามรอบเนี่ยนะ


"ตายๆๆๆ วันแรกสายไม่ได้นะเว้ย" ผมรีบเด้งตัวลุกจากเตียงและวิ่งผ่านน้ำก่อนจะออกมาแต่งตัวด้วยความเร็วแสง ยังดีที่ไม่มียูนิฟอร์มนักเรียนไม่งั้นคงได้ตาเหลือกไปรีดชุดอีก



เฉียดฉิว ผมวิ่งออกมาทันรถบัสโรงเรียนพอดิบพอดี เกือบได้วิ่งตามแล้วมั้ยล่ะ ผมเลือกที่ว่างริมหน้าต่างแถวๆหน้ารถ เพราะดูทรงแล้วพวกหลังรถดูนักเลงยังไงไม่รู้ ผมยังไม่อยากโดนยำตั้งแต่เปิดเรียนวันแรกหรอกนะ


"หวัดดี นายเป็นเด็กใหม่หรอไม่เคยเห็นหน้าเลย" นักเรียนเบาะหน้าหันมาถาม


"ก็ต้องเด็กใหม่อยู่แล้วดิโจ หนีห่าวเด็กใหม่" อีกคนที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะชะโยกหน้าขึ้นมาตอบ


"หนีห่าวเด็กใหม่ ฉันชื่อโจส่วนหมอนี่ชื่อเจค เราเป็นแฝดกัน" คนริมหน้าต่างบอกออกมา 


"ฉันไม่ใช่คนจีนนะไม่ต้องหนีห่าว" ผมบอกออกไปก่อนจะมุ่ยหน้าเล็กหน่อยอย่างไม่สบอารมณ์นัก พวกนี้ไม่รู้จริงๆหรือว่าเหยียดกันแน่


"เย็นไว้พวกอย่างพึ่งหน้าบึ้ง พวกฉันแค่ล้อเล่นเอง" โจคนที่อยู่ทางซ้ายมือพูดขึ้นมา


"ว่าแต่นายชื่ออะไรหรอ" เจคถามออกมา


"ชื่อจีน" ผมหันไปตอบและเสหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างดังเดิม


"ยีน/จิน" ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกันก่อนจะหันกลับไปนั่งดีๆตามเดิม


7:45 


รถบัสจอดที่หน้าโรงเรียนคนด้านหน้าทยอยลงไปก่อนจนใกล้ถึงคิวแถวของผม ผมลุกขึ้นกระชับกระเป๋าเป้และเดินออกไปยืนอยู่ตรงทางเดิน


พลัก!!


"หลบๆๆ เกะกะโว้ย" ผมโดนชนจนเกือบล้มตามมาด้วยตะโกนให้คนอื่นๆหลบไป ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าคงเป็นพวกเด็กนักเลงหลังรถที่เห็นตอนขึ้น


"เย็นไว้ ไอ้จีนใจเย็นไว้..." ผมพึมพำเป็นภาษาไทย เพื่อสะกดอารมณ์หงุดหงิดของตัวเอง แต่เหมือนว่าหนึ่งในนั้นจะได้ยินเข้าให้


"ซวยแล้วกู..."  


อยู่ดีๆก็โดนกระชากคอเสื้อจนเท้าเกือบจะลอย ซวย ซวยของแท้เลยโว้ยยย


"เมื่อกี้แอบด่าพวกเราเป็นภาษาตัวเองใช่ไหมไอ้ไชน่า" คนที่กำคอเสื้อผมถามออกมา 


"เปล่านี่ ฉันก็แค่...ดีใจที่ได้มาโรงเรียน เลยเผลอพูดภาษาบ้านเกินออกมา...." ผมแก้ตัวจนรู้สึกแสบสีข้างไปหมด


"หรอ...." มันยังคงจ้องหน้าและกำคอเสื้อผมไว้แน่น


"ใช่สิ....ว้าววววโรงเรียนสวยจังเลย ล้าลาาาา"ผมตอบออกไปและค่อยๆแกะมือที่จับอยู่ออก ก่อนจะทำเป็นชื่นชมโรงเรียนเดินลงรถไป


"ฟู่ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ" ยกมือขึ้นตบอกเบาๆเป็นการเรียกขวัญตัวเอง  


ผมเดินไปหาฝ่ายการเรียนเพื่อดูตารางเรียนของเทอมนี้ และไปที่ล็อคเกอร์ของตัวเองเพื่อเก็บหนังสือและของที่ไม่จำเป็นเอาไว้ กว่าจะเปิดล็อคเกอร์ได้ก็กินเวลานานโขเกือบไม่ทันคลาสแรก 


วิชาแรกที่ได้เรียนก็คือ ประวัติศาสตร์ วิชาเเรกก็น่านอนซะแล้วแม่คุณ เจริญ~~  


ผมนั่งลงตรงที่ว่างริมหน้าต่าง และมองออกไปข้างนอกส่วนหูก็ฟังที่อาจารย์พูดเข้าหูบางประโยคบางประโยคก็เข้าและออกเลยก็มี...


"พูดถึงเรื่องหมาป่าในเขตรัฐเรา มีใครเคยได้ยินเรื่องมนุษย์หมาป่าบ้าง....เธอล่ะเด็กใหม่ว่าไง" ผมสะดุ้งสุดตัวเพราะอยู่ดีๆก็ได้ยินอาจารย์เรียก อุส่าไม่สบตาแล้วเชียว 


"ห้ะ อะ เอ่อ มนุษย์หมาป่าหรอครับ ก็เคยเห็นแต่ในซีรีย์ครับ" ผมตอบออกไปตามจริง


"แล้วในความคิดของเธอๆคิดว่ามนุษย์หมาป่าเป็นยังไง" อาจารย์ประจำวิชายังคงถามมาที่ผม


"เอ่อ คิดว่า....น่าอิจฉามั้งครับ" ผมบอกออกไปทำให้ทั้งห้องตั้งใจฟังมาขึ้น


"น่าอิจฉางั้นหรอ ยังไง" 


"เพราะว่าแข็งแรงครับ แล้ว...แล้วก็ตัวอุ่นครับ" ผมยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขินเพราะไม่รู้จะตอบอะไร


"เป็นคำตอบที่น่ารักดีนะ...เอาล่ะ งั้นงานที่ต้องทำส่งอาทิตย์หน้าให้เขียนว่าคิดยังไงกับพวกมนุษย์หมาป่าแล้วกันนะ ส่งก่อนเริ่มคลาสล่ะ" พูดจบเสียงออดหมดคาบก็ดังขึ้นมา ทุกคนพากันลุกอย่างรวดเร็วเพื่อไปทานอาหารกลางวัน ผมเก็บของใส่กระเป๋าและเดินออกมาคนสุดท้าย


"เห้ เด็กใหม่ไปกินข้าวด้วยกันมั้ย" ผมหันไปตามเสียงเรียกก็เจอกับแฝดสองคนเมื่อเช้ายืนบอกมือหยอยๆอยู่ไม่ไกล


"เอาสิ ไม่อยากกินข้าวคนเดียวอยู่พอดี" ผมเดินเข้าไปหาสองคนนั้น และพากันตรงไปที่โรงอาหาร 


มาถึงโรงอาหารก็มีเสียงจ้อกแจ้กจอแจของเด็กนักเรียนเต็มไปหมด เหมือนในหนักไฮสคูลเลยมีแต่คนหน้าตาดีเต็มไปหมดเลยแฮะ ผมเดินไปเลือกอาหารและเดินตามสองแฝดไปนั่งที่โต๊ะ


"ว่าแต่นายอยู่เกรดอะไรงั้นหรอ" แฝดที่อยู่ตรงหน้าด้านซ้ายถามขึ้นมา


"เกรด11 แล้วพวกนาย..." ผมถามกลับไป


"เหมือนกัน/เหมือนกัน" ทั้งสองคนตอบพร้อมกัน ผมพยักเป็นเชิงรับรู้แล้วจึงก้มหน้ากินข้าวกลางวัน


"มาเป็นเพื่อนกันมั้ย/มาเป็นเพื่อนกันเถอะ" ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน...อีกแล้ว


"ก็ได้ งั้นมาเป็นเพื่อนกัน" ผมเงยหน้าขึ้นไปตอบแล้วค่อยก้มลงไปกินต่อ ส่วนอีกสองคนก็คุยกันไปด้วยกินไปด้วยไม่รีบร้อนอะไร จนกระทั่ง...


"หึ เบต้าแฝดนี่ หาพวกเพิ่มหรอ"  เสียงที่ไม่ได้รับเชิญถามขึ้นมา 


ผมเงยหน้าขึ้นมาจากจานข้าวเพราะเห็นว่าทั้งสองคนเอาแต่เงียบไม่ตอบอะไร จนไปสบเข้ากับตาของคนมาใหม่เมื่อครู่ สีน้ำเงินเข้ม ผมก็สีน้ำตาล เหยดดดด  แต่ก่อนหน้านี้หมอนั่่นพูดว่าอะไรนะ เบต้า?


"เบต้า?" ผมถามออกมา


"ดูเหมือนว่านายจะเป็นมนุษย์ธรรมดาสินะ แต่ก็อ่อนแอ จืดชืดเหมือนพวกเบต้านั่นแหละ" คนตรงยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะมองมาด้วยสายตาเหยียดหยาม


"พูดอะไรวะ งงเว้ย" ผมเริ่มขึ้นเสียงอย่างลืมตัว คงเป็นเพราะไม่พอใจที่หมอนี่ใช้สายตาดูถูกเหยียดหยาม 


"ใจเย็นๆ จีน" หนึ่งในสองแฝดพูดขึ้นมา


"จ่าฝูงไม่อยู่เลยกลัวงั้นสินะ" คนตรงหน้ายังพูดจางงๆและดูข่มขู่ไม่เลิก ให้ตายมาวันแรกก็เจอตัวเป้งซะเเล้ว 


แต่ทำไมสองแฝดถึงได้ดูไม่กล้าสบตาของหมอนี่กัน ทำไมต้องกลัวด้วยก็ไม่รู้ ขนาดตัวก็ไม่ได้ต่างกันมากถึงหมอนี่จะดูมีกล้ามมากกว่านิดนึงก็เถอะ จริงสิ แล้วยังมีพวกลูกหาบยืนรอบๆอีก3-4คนอีก จะโดนยำทันมั้ยเนี่ย


"รีบกินเถอะ กินเสร็จแล้วพาทัวร์โรงเรียนหน่อยนะโจ เจค" ผมปรับอารมณ์เป็นร่าเริงและเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะดูท่าสองคนนี้จะดูกลัวหมอนี่จริงๆ


"เดี๋ยวฉันพาทัวร์เอง" พูดจบก็ดึงแขนของสองแฝดไป ส่วนผมก็รีบโกยข้าวคำสุดท้ายเข้าปากแล้ววิ่งตามไป พึ่งได้เป็นเพื่อนกันไม่ถึงชั่วโมง เพื่อนจะโดนตืบแล้วหรอวะเนี่ย...


พวกนั้นพากันเดินมาที่ป่าหลังโรงเรียน ถามจริง? โรงเรียนทำไมต้องมีป่าเนี่ยนี่มันที่กระทืบดีๆเลยนะ แล้วสองคนนั้นก็เดินตามเขามาไม่ขัดขืนอีก เจริญล่ะพ่อคุณ 


"แล้วนายจะตามมาทำไม" หมอนีหันมาถามผมที่เดินตามมา 


"เผื่อพวกนายกระทืบพวกนี้จนตายฉันจะได้แจ้งจับได้ถูกคนไง" ผมกอดอกก่อนจะตอบออกไปอย่างภูมิใจ? และได้รับสายตาที่ปลื้มปริ่ม?จากสองแฝดกลับมา


"มนุษย์อย่ามายุ่ง!!" คนตรงหน้าพูดออกมาก่อนจะผลักที่อกผมอย่างแรงจนล้มลงกับพื้น แรงเยอะชะมัด แล้วพูดอย่างกับตัวเองไม่ใช่คนงั้นแหละ....


"แล้วนายไม่ใช่คนหรือไงเล่า!!" ผมตะโกนออกไปและพยายามลุกขึ้น 


"อยากรู้รึไง" ถามออกมาก่อนจะกระชากแขนของผมที่กำลังลุกขึ้้นจนชนเข้ากับหน้าอกแข็งๆนั่น ไอ้บ้านี่ถ้าจะบ้าออกกำลังกายสินะ


"นายกลับไปเรียนต่อเถอะจีน/พวกเราไม่เป็นไร" แฝดทั้งสองคนพูดขึ้นมา 


"จะรีบไปไหนล่ะ เด็กใหม่" พูดพลางเลื่อนมือมาบีบที่คางผมอย่างแรง เล่นเอาเจ็บจนน้ำตาเล็ด


"หมอนี่ไม่เกี่ยว ปล่อยเขาไป ขอร้องล่ะอีธาน" หนึ่งในแฝดพูดขึ้นมา 


"แล้วนี่นายจะจับสองคนนี้มาทำไม ปล่อยได้แล้ว สองคนนั้นยังไม่ได้ทำอะไรเลย" ผมพูดก่อนจะเดินไปดึงสองคนนั้นให้มาอยู่ข้างหลังตัวเอง ผมแอบเห็นทั้งสองคนน้ำตาคลอด้วย ซึ้งที่พี่ทำล่ะซี่ไอ้น้อง คิๆ


"ฉันบอกไปแล้วนะว่าอย่ามายุ่ง" อีธานพูดขึ้นมา แต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกกลัวแปลกๆ ทำไมอยู่ดีๆถึงได้อึดอัดแล้วก็อยากจะกลับบ้านก็ไม่รู้ ไม่ปลอดภัย ความรู้สึกไม่ปลอดภัยนี่มันอะไรกัน


ผมกำมือที่ชื้นเหงื่อของตัวเองเอาไว้แน่น และจ้องหน้าสู้กับคนตรงหน้า ผมไม่เชื่อหรอกว่าสายตาแค่นี้จะทำให้ผมกลับได้ขนาดนี้ 


"น่ากลัว...ไม่ปลอดภัย" ผมหลบสายตาของอีธานก่อนจะถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว 


"นายเป็นอะไรรึเปล่า/จีน" ทั้งสองคนถามออกมาเมื่อเห็นว่าผมมีอาการแปลกๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกกลัวอีธานขนาดนี้ 


ผมหันไปมองหน้าอีธานอีกรอบ หมอนี่เองก็ดูจะทำหน้าแปลกใจที่เห็นผมมีปฏิกิริยาตอบกลับไปแบบนั้น แต่ผมจะไม่อยู่ให้หมอนี่สอบสวนหรอกนะ ผมรีบคว้าข้อมือของสองแฝดแล้วพากันไปเรียนวิชาต่อไปทันที โชคดีที่เรียนวิชาเดียวกัน


14:30 น.


ออดเลิกเรียนดังขึ้นผมบิดขี้เกียจไปมา ที่นี่เลิกเรียนเร็วซึ่งเหมาะกับเด็กขี้เกียจแบบผมจะได้กลับบ้านไปงีบสักที


"นายจะไปไหนต่อไหมจีน....เอ่อ ฉันเจค" เจคเดินเข้ามาถามผมก่อนจะรีบบอกชื่อตัวเองออกมาเมื่อเห็นผมทำหน้างงว่าคนตรงหน้าชื่ออะไรกันแน่


"อ้อ เจคฉันว่าจะกลับบ้านนอนเลยน่ะ ง่วงจะตายชัก" ผมบอกแล้วรีบโกยของลงกระเป๋า 


เราสามคนเดินไปขึ้นรถบัสเพื่อกลับบ้าน ดีชะมัดที่มีเพื่อนกลับบ้านทางเดียวกัน ไม่นานก็ถึงซอยบ้านของผม ส่วนสองแฝดลงไปก่อนแล้วเพราะอยู่ซอยแรกๆเลยล่ะ 


"รู้สึกว่าของกินใกล้จะหมดแล้วแฮะ เข้าไปซื้อของเข้าบ้านหน่อยแล้วกัน" ก่อนจะเลี้ยวมุมเข้าบ้านก็ผ่านร้านซุปเปอร์มาเก็ตพอดี เลยตัดสินใจเเวะซื้อของตุนนิดหน่อย


"หนีห่าวไอ้หนู ยินดีต้อนรับ" ลุงพนักงานตะโกนทักทายผมด้วยน้ำเสียงหยอกนิดๆ ชินแล้วแหละ มาทีไรก็หนีห่าวๆตลอดขี้เกียจจะเถียงกับลุงแกแล้ว


ผมซื้อของใช้จำเป็นแล้วก็ของกินจนเต็มไม้เต็มมือไปหมด ถึงได้ตัดสินใจพอแล้วเดินหิ้วของพะรุงพะรังเต็มสองมือ 


หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จผมก็เดินสำรวจของรอบๆบ้าน เพราะคิดว่ามันน่าจะมีอะไรที่พ่อทิ้งไว้บ้าง อะไรที่ทำให้พ่อต้องซื้อบ้านที่นี่ไว้ 


"อืมมม พ่อชอบอะไรนะ....คิดสิวะไอ้จีน" ผมเดินวนรอบๆเก้าอี้อย่างใช้ความคิด พ่อน่าจะมีอะไรอยากจะบอกผมสิถึงได้ให้มาที่นี่ แต่ว่ามันคืออะไรล่ะ....


"หนังสือ!!" ผมรีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องหนังสือทันทีที่คิดได้ วันๆนึงพ่อชอบขลุกอยู่แต่ในห้องหนังสือที่บ้านที่ไทย 


"หนังสือๆๆๆ เล่มไหนวะ...." หนังสือมากมาเต็มชั้นหนังสือในห้องเล็กๆ แต่ไม่รู้ว่าเล่มที่ต้องการมันคือเล่มไหนนี่สิ 


"หนังสือเก่า!! พ่อชอบอ่านพวกหนังสือเก่าๆ งั้นก็ต้องเป็นเล่ม........เล่มนี้" หนังสือปกหนังสีดำเล่มหนาถูกดึงออกมาจากชั้นโดยฝีมือของผม ฝุ่นที่กระจายออกมาเล่นเอาจามไม่หยุดจนต้องออกมาจากห้องหนังสือ


ผมถือหนังสือเล่มที่เจอพลิกไปมาด้วยความสนใจ ก่อนจะเปิดหน้าแรกอ่าน....บทนำ!! ข้ามครับไม่อ่าน


"ไหนดูหน้าต่อไปดิ้ ลายมือนี่หว่า...พ่อบอกให้ย้อนกลับไปอ่านบทนำด้วยจีน!!" ลายมือพ่อ ผมรีบเปิดไปหน้าอื่นๆอย่างรวดเร็ว ทั้งเล่มคือลายมือทั้งหมด เเสดงว่าพ่อรู้ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ถึงได้เตรียมการทุกอย่างเอาไว้สินะ


"กลับไปอ่านบนนำก็ได้ มีอยู่ไม่กี่บรรทัดก็ยังจะให้อ่านอีกพ่อนะพ่อ..." ผมเปิดกลับไปที่หน้าบทนำอีกครั้งหลังจากมองข้ามไปในรอบแรก


​"                     บทนำ

​พ่อรู้ว่าจีนไม่ชอบอ่าน พ่อถึงได้ไปเขียนไว้หน้าถัดไปเพื่อที่ลูกจะย้อนกลับมาอ่านหน้านี้ พ่อเก่งใช่มั้ยครับ ตบมือหน่อย

​ถ้าหากว่าลูกได้อ่านมันแล้วแสดงว่าพ่อคงไม่ได้อยู่ข้างๆลูกแล้วใช่มั้ยครับ แต่พ่ออยากให้จีนรู้ไว้ว่าไม่ว่าลูกจะอยู่ไหนพ่อจะคอยเอาใจช่วยลูกเสมอ อ่านมาถึงตอนนี้ก็อย่าร้องไห้จนกระดาษเปียกล่ะ  อายเขานะครับ เช็ดน้ำตาแล้วตั้งใจอ่านที่เหลือดีๆนะ พ่อรักหนูนะครับตัวเล็กของพ่อ....

​สิ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้หากลูกได้อ่านไปแล้ว ชีวิตของลูกจะเปลี่ยนไป โลกที่เราคิดว่ารู้จักดีก็เหมือนกัน เข้มเเข็งเข้าไว้นะพ่อจะอยู่ในใจหนูเสมอ

​                              ​ด้วยรักสุดหัวใจ

​                           จากพ่อของตัวเล็ก.   "

"นี่เป็นบทนำที่เศร้าที่สุดที่เคยอ่านมาเลยนะครับพ่อ...." ผมมองลายมือของพ่อด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เปลี่ยน?ชีวิตที่จะเปลี่ยนไป?โลกที่เคยรู้จักก็เหมือนกัน พ่อจะรู้มั้ยครับว่าโลกมันเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่พ่อจากไปแล้ว....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}