OM.G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4 รำลึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 116

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2561 11:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 รำลึก
แบบอักษร

บทที่  4  รำลึก

จีรู้สึกเซ็งๆ ไม่พร้อมที่จะพบหน้าใครโดยเฉพาะกับคนๆนั้น  ไม่ใช่ทำใจไม่ได้แต่พอพบเจอความเจ็บปวด  ในหัวใจก็มักจะวูบขึ้นมาตลอด  จนถึงกับที่ บางครั้งนึกอิจฉานางผู้อยู่ในใจของเขา  จีรู้ดี  รู้มาตลอดว่าเป็นได้แค่เพียง ‘เพื่อน’ แม้จะถูกย้ำเตือนจากเพื่อนทั้งสองคนอย่าง   เซฟี่น่า และโอมา  หรือแม้แต่ท่าทางที่สนิทสนมของเชนเอง ก็ยังให้ได้แค่ขอบเขตของ ‘เพื่อน’ แต่เพราะหัวใจของตนเองไม่รักดี  ไม่เชื่อฟังสมอง และยังคงมีความหวังเสมอ  แต่นี้คงถึงเวลาแล้ว  เวลาที่จะต้องตัดใจ  ตัดให้ขาดและเหลือเพียงความเป็น ‘เพื่อน’ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้หัวใจก็กระตุกวูบไหว เจ็บแน่นไปทั้งอก  จีเงยหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำตาไหล  ปล่อยให้มันกลิ้งอยู่ในนั้น  พร้อมกับหลับตาลง  สักวันหัวใจดวงนี้คงแข็งแรงและหายดี จียกมือกุมหัวใจจิกที่อกของตนเองเพื่อให้ความเจ็บปวดจากภายนอกบรรเทาความเจ็บปวดจากภายใน  เมื่อลืมตาอีกครั้ง ขาก็พาจีก้าวเดินไปจนจึงถึงลำธาร เสียงน้ำที่ไหลเอื่อยๆ  พร้อมกับสายลมเย็นพัดแผ่วเบาราวกับกระซิบคำปลอบประโลมใจ  ก่อนจะมองไปที่สายน้ำใส  ทำให้ย้อนนึกถึงวันที่ตนเองและผู้พิทักษ์รู้จักกันครั้งแรก  วันนั้นจีโดนท่านพ่อและท่านแม่ลากตัวมาเพื่อเข้าโรงเรียนสำหรับเตรียมความพร้อมของเผ่ามังกร  จีเดินหลังงองุ้ม ในสายตาก็หวาดกลัวคนแปลกหน้า และเดินตามหาท่านพ่อกับท่านแม่เพราะหลงทางจนไปชนเข้ากับผู้พิทักษ์ที่ยืนอยู่หน้าห้องกับองค์รักษ์  จีไม่รู้ว่าผู้พิทักษ์เป็นใคร  แต่เมื่อคุยและรู้ว่าเรียนอยู่ห้องเดียวกันก็ทำให้จีเดินตามตลอดเวลาจนเจอกับพ่อแม่  และความสัมพันธ์แบบเพื่อนก็เริ่มต้นขึ้น  บ่อยครั้งที่จีมักนั่งหลังห้องเมื่อเหลือบมองคนด้านหน้าที่แผ่นหลังตรงราวกับตั้งใจเรียนเสียมากมาย  พร้อมกับนำกระดาษมาปั้นและเขวี้ยงใส่หัวผู้พิทักษ์เพราะแอบสัปหงกอยู่หน้าชั้นเรียน  และบ่อยครั้งที่ต้องนั่งคัดลอกลายมือ  ที่ต้องส่งล้วนเป็นฝีมือของจี  แต่สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์สนิทแน่นมากขึ้นก็คงจะเป็นตอนที่หลงป่าและต้องใช้ชีวิตร่วมกัน  เหตุการณ์หลงป่าทำให้ทั้งจี  เซฟี่น่า  โอมา  และผู้พิทักษ์  สนิทกัน  จียังคงนั่งขำถึงภาพวันเก่า  พร้อมกับเจ็บที่ใจที่ต้องเก็บงำความรู้สึกของตนเองที่มีต่อผู้พิทักษ์เอาไว้  จนกระทั่งจีต้องสะดุ้งจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง  เชนนั้นเองที่เอ่ยปากทัก

“ทำไมมานั่งอยู่คนเดียว” 

“ก็ว่างๆเลยมานั่งเล่น”  จียิ้ม

“เหนื่อยเรื่องงานเหรอ”  เชนนั่งลงข้างๆ

จีมองหน้าเชนก่อนจะพยักหน้ายอมรับเพื่อหลีกเลี่ยงคำถามอื่นๆที่ไม่อยากตอบ 

“ก็นิดหน่อย”  เชนพยักหน้า

“ต้องทำใจนะเพราะว่าคนเก่าคนแก่ที่นี้เอาใจยากซักหน่อย” จีขำ

“เหอะน่าแค่นี้รับมือได้  ก็ดูแล้วนะพวกเขาก็ไม่มีอะไรหรอก  ข้ารับมือได้”  เชนจึงหันมายิ้มบาง

“นี้จี  ข้ามีเรื่องอยากจะถาม  เพราะว่าเจ้าเป็นเพื่อนผู้หญิงที่ข้าสนิทด้วย”   

“นี้เจ้ามองข้าเป็นผู้หญิงด้วยหรือนี้”  จีแกล้งเอ่ยกวน

“นี้ข้าจริงจังนะ”  เชนขำ

“งั้นว่ามาเลย”  จีจึงหันมาเผชิญหน้าก่อนทำหน้าขรึม

“ข้าก็อยากถามว่า  เจ้ารู้สึกยังไงถ้ามีผู้ชายอย่างข้าเอ่ยขอแต่งงานเจ้าจะตอบตกลงมั้ย”  จีหัวใจกระตุกวูบก่อนจะเข้าใจความหมายของเชน 

“ทำไมล่ะองค์หญิงเขาไม่ตอบรับเจ้าเหรอถึงได้กลุ้มใจ”

“ก็ไม่เชิงหรอกนะ  เพียงแต่นางบอกว่าต้องปรึกษาท่านพ่อก่อน”  เชนส่ายหน้า

“นางก็ทำถูกแล้วนี้ที่จะต้องปรึกษาท่านพ่อก่อน  เป็นข้าก็ต้องบอกเรื่องนี้ให้ท่านพ่อกับท่านแม่รู้เหมือนกัน”  จีพยักหน้าสนับสนุนความคิดของไอรา

“แล้วเจ้าคิดว่านางจะตอบรับข้ามั้ย”  เชนถามจีด้วยความไม่มั่นใจ  จี

“แน่นอน  ข้าว่าคงจะมีผู้หญิงสติไม่ดีไม่กี่คนหรอกที่จะตอบปฏิเสธเจ้า”  จีเอ่ยด้วยเสียงมั่นใจ  แม้ในใจจะปวดร้าว

“งั้นเหรอ  เจ้าคิดอย่างนั้นจริงๆ  หรือว่าเจ้าปลอบใจข้า”  เชนหันมายิ้มอย่างสดชื่น 

“เจ้าทำเป็นพวกหน้าตาขี้เหร่อย่างนั้นไปได้  ถ้าว่าหน้าตาอย่างข้าก็ว่าไปอย่างที่ต้องมานั่งกลุ้มใจ  นี้เจ้าหน้าตายังกับเทพบุตร  คุณสมบัติก็พร้อมเจ้ายังกลัวอะไรอีก”  จีเอ่ยอย่างเศร้าหมอง 

“ทำไมเจ้าว่าตัวเองอย่างนั้น  หน้าตาเจ้าก็ไม่ได้ว่าจะขี้เหร่”   เชนหันมามองจีก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มที่ จีดูถูกหน้าตาของตนเอง

“ฮึ ฮึ  ไม่ต้องมาปลอบ  ข้าทำใจได้แล้ว”  จีพูดอย่างปลงตก

“ข้าพูดจริงไม่ได้ปลอบและก็จะบอกว่า  วันหนึ่งเจ้าจะรู้ว่าความรักมันทำให้คนเราเปลี่ยนไป” 

จีมองเชนก่อนจะเสหันไปมองทางอื่น  ‘ข้ารู้ว่าความรักเป็นอย่างไร ก่อนที่เจ้าจะพบกับองค์หญิงนั่นอีก’  จีคิดในใจ  เชนเห็นจีเงียบไปจึงตบบ่าและลุกขึ้น 

“ไปเถอะ  เดี๋ยวข้าจะไปส่ง”  จียืนขึ้นและเดินตามไป

#############################

ไอราเดินกลับไปกลับมาภายในห้องอย่างกลุ้มใจ  ไอราไม่อยากให้จีกลับมา  ไม่อยากให้จีพบกับเอสอีกครั้ง  เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ความจริงเปิดเผย  สายตาที่โดดเดียวคู่นั้นของเอสก็จะมีเพียง จี  เท่านั้น  รอยยิ้มที่จะส่งให้ก็จะมีเพียง จี ที่ได้  อ้อมกอดนั้นอีก  จีก็จะได้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว  จี  นางไม่ควรได้สิ่งใด  ทำไม  ทำไมความรัก ความเอ็นดู ทุกอย่างต้องผ่านตนเองไปและถูกมอบให้กับจี  นางก็แค่ชนเผ่าปักษา  นางก็แค่น้องสาว  แล้วทำไมเอสถึงต้องทุ่มเท   ทุกสิ่งอย่างเพื่อนาง  คนไร้ค่า  อย่างจี  ไอรากำหมัดแน่น  ตนเองมีตรงไหนที่เทียบนางไม่ได้  ทั้งสติปัญญา  รูปร่างหน้าตา  กิริยามารยาทที่เพียบพร้อม  แต่ทำไมเอสไม่เคยมอง  ไม่ว่าจะในอดีต  หรือแม้แต่ปัจจุบันคนที่ทำให้ให้แววตาของเอส วูบไหวเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน  และรอยยิ้มอบอุ่นนั้น  มีเพียงน้องสาวของเขา ‘จี’  การถูกเปิดเผยตัวตนไม่สำคัญกับตนเอง แต่ไอราไม่ต้องการที่จะให้เอสรู้ว่าตนเองโกหก  เพื่อที่จะได้มาอยู่กับพ่อบุญธรรมและทิ้งจีให้เป็นเด็กรับใช้แทนตน  นางยอมไม่ได้ ถ้าความจริงข้อนี้ถูกเปิดเผยนางจะสูญสิ้นทุกสิ่ง รวมทุก  เอส    ไอราขบเม้มริมฝีปากบางอย่างครุ่นคิด  ไอราไม่ต้องการที่จะทำงานล้มเหลว  ไม่อยากให้ เอสมองว่าตนเองเป็นหญิงรับใช้  เป็นคนไร้ค่า  ไอราต้องการให้เอส มองว่าตนเองเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมทุกอย่างคู่ควรกับเอส    ไอราหลงรักเอสตั้งแต่ยังเด็ก  เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ไอราเอ่ยขึ้น

“เข้ามา”  ไอราเอ่ยขานรับ

ชายในชุดดำทะมึนเสื้อคลุม คลุมตั้งแต่ศีรษะถึงปลายเท้า  ไอราหันมามองก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเนิบช้าแต่หนักแน่น 

“ข้าจะให้เจ้าติดตามข้า  ไปจัดกำลังพลของเจ้าให้พร้อม  ห้ามเปิดเผยตัวตน”  ชายชุดดำคำนับก่อนจะหายตัวไป 

ไอราเดินกลับไปมาอีกรอบก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ตามทางเดินที่มีเพียงแสงสว่างจากแสงจันทร์ส่องทอลอดผ่านลงมา  แต่ภายในใจของไอรากับร้อนรุ่ม  ไอราเดินมาที่ห้องของบิดาก่อนจะเดินเข้าไปพบ  ชายชราหันมามองเห็นไอราก่อนจะยิ้มออกมา 

“เจ้ามาหาพ่อมีเรื่องอันใด”  ไอราเดินมายืนเคียงข้างก่อนเอ่ยขึ้น 

“ลูกคงต้องไปทำงานตามที่คุณชายสั่งไว้  อาจจะไปนานท่านพ่อคงต้องดูแลทางนี้ด้วยเพราะลูกคิดว่าพวกของแม่ทัพลีคงไม่ปล่อยเราเอาไว้”  คนเป็นพ่อพยักหน้า 

“ไม่ต้องห่วง  ห่วงแต่เจ้าเถอะทำงานให้เจ้าอสูรนั้น  ถึงกับยอมแต่งงานกับคนที่เจ้าไม่ได้รัก”  ไอรามีสีหน้ามุ่งมั่นก่อนจะเอ่ยตอบอย่างเด็ดเดี่ยว

“ลูกทำได้  ถ้าจะทำให้คุณชายหันมามองลูกบ้าง”  คนเป็นพ่อมองลูกสาวก่อนจะเอ่ยขึ้น 

“เจ้าเองก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี  อย่าได้ถลำตัวไปให้มากกว่านี้เลย  ทุกอย่างมีทางแก้ไขนะ”  ไอรามองคนเป็นพ่อก่อนเอ่ยขึ้น 

“ข้าทราบท่านพ่อไม่ต้องห่วง  เพราะยังไงตอนนี้ท่านพ่อก็ได้ปกครองเผ่าโลได้สำเร็จแล้ว”  คนเป็นพ่อเงียบจนไอราเอ่ยขึ้น  “รักษาเอาไว้ให้ดี  ลูกขอตัวก่อน”  พูดจบไอราก็เดินออกไป


##############################


เสียงลูกธนูพุ่งมาตรงหน้าของจี  จนจีสะดุ้งก่อนจะหันไปหาที่มา  และพบกับขันทีที่พักอยู่ที่พักเดียวกับจี 

“มีอะไร  ทำไมทำแบบนี้มันอันตรายนะ” จีเอ่ยถามเสียงเข้ม

“ก้อทำไม  เจ้าถึงไม่ไปหาฝืนมาเก็บเอาไว้  มันหน้าที่ของเจ้าไม่ใช่เหรอ  ก็ในเมื่อข้ารับผิดชอบในเรื่องของงานบ้าน  เจ้าก็ต้องออกไปหาฝืนและน้ำมาเก็บไว้ซิ”  ขันทีร่างบึกเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์

“ไม่ใช่ไม่หาแต่เมื่อวานฝนตกหนักมากจะไปหาฝืนมาได้ยังไงกัน  แล้วน้ำข้าก็หามาให้แล้วด้วย”  จีเอ่ยตอบสิ่งที่ขันทีไม่สบอารมณ์

“เจ้าเอาฝนมาอ้าง”  ขันทีชักสีหน้าโมโหดุดัน

จีเริ่มมีอารมณ์บ้าง  พร้อมกับหันไปหาเพื่อนร่วมห้องพักอีกคนที่ยืนอยู่ด้วย 

“ข้าไม่ได้อ้างแต่ข้าออกไปไม่ได้จริงๆ  หรือว่าเจ้าอยากจะให้ข้าออกไปตาย  ในขณะที่ฝนตกหนัก  เจ้าก็รู้ว่าเวลาที่เผ่าของเราฝนตกหนัก มักมีดินโคลนไหลและถล่มลงมาจากภูเขามังกร” จีตอบ ด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้เรียบไม่ดุดันโวยวาย

“ทำไมต้องเอาเรื่องตายมาอ้าง  ด้วยถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องทำ”  ขันทีร่างบึกยังโวยวายไม่เลิก

“ไม่ใช่ไม่อยากทำแต่มันมีเหตุที่ทำไม่ได้และวันนี้ก็จะออกไปหา  ทำไมต้องใส่อารมณ์ด้วย”  จีเอียงคอมองคนตรงหน้าอย่างระอา  พร้อมกับส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย

“ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ก็รอนอนหนาวตายก็แล้วกัน  เอ่อ  ข้ามันผิดเอง”  เมื่อเห็นว่าจีไม่สะทกสะท้านหรือโต้ตอบตนเองอย่างที่ต้องการ  ร่างบึกจะเดินหนี

จีหันมามองเพื่อนอีกคนเพื่อขอความเป็นธรรมแต่เพื่อนกับส่ายหน้าประมาณว่าจีทำผิดอย่างมหันต์  และเดินหนีไป  จีมองอย่างไม่เข้าใจ  ก่อนจะเดินออกมา และปาลูกธนูไปอย่างโมโหและก้มลงมอง ฟืนที่ตัวเองหามาก่อนจะระบายอารมณ์ใส่ด้วยการเตะท่อนฝืนเหล่านั้นอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ 

“ก็นี้ไงฟืน  ไม่ใช่ ไม่ได้ไม่อยากทำซักหน่อย”  พร้อมกับเตะซ้ำๆจนหมดแรงและนั่งลงกับพื้น  “ทำไมต้องคอยหาเรื่องด้วย”  เมื่ออารมณ์เริ่มกับมานิ่งแล้ว  จีก็เดินเก็บฟืนที่เกลื่อนกลาดมัดและขนกับไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บฟืนก่อนจะเดินหนีออกมาจากบ้าน และลงจากเขาไป  จีเดินมาถึงบ้านของอ้อมก่อนจะเคาะประตูเรียก  โอมาโผล่หน้าออกมาเห็นก่อนจะร้องเสียงหลง                 

“ลมอะไรพัดเจ้ามาเนี่ย  นี้มันมืดแล้วนะ” 

“เอ่อน่า  หนาวจะตายขอเข้าไปก่อนได้มั้ย”  จีส่ายหน้าเครียดๆ

“ได้ซิ  เซฟี่น่าก็อยู่  ว่าแต่เจ้ามีอะไรหรือเปล่า  หน้าตาดูไม่ดีเลย” โอมาพยักหน้าก่อนจะเปิดทางให้จีเดินผ่านตนเองเข้าไปในบ้าน จีพยักหน้าก่อนจะเข้ามานั่งหน้าเตาผิง  เซฟี่น่ามองหน้าก่อนร้อง

“อ้าว  มายังไงเนี่ย” 

“ก็เดินมาซิ”  จีตอบเซฟี่น่าอย่างกวนๆ

“มีปัญหาอะไร”  โอมาส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยถาม

“ไม่เป็นไรก็แค่อยากเจอพวกเจ้า  คิดถึง”   

โอมากับเซฟี่น่าสบตากันอย่างรู้ทันว่าต้องมีอะไรแน่  แต่ไม่อยากบีบคั้นเพราะรู้นิสัยเพื่อนดี  เพราะเดี๋ยวพอสบายใจ  ก็จะเล่าออกมาเอง  โอมาจึงเอ่ยคุยเรื่องอื่น 

“นี้แล้วทำไมไม่ชวนเชนมาด้วย” 

“พูดๆ  ก็พูดเถอะเจอตัวมันอยากจะตาย  แล้วยิ่งตอนนี้ความรักเข้าตายิ่งไม่เจอเลย” จีหัวเราะ ฮึฮึ  

“นี้เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ใช่เรื่องที่เชนจะแต่งงาน”  อ้อมมองก่อนจะเอื้อมมือมาจับจี 

“ไม่ใช่  ก็แค่เรื่องเพื่อนที่อยู่ด้วยเท่านั้น” จีส่ายหน้า พร้อมเล่าให้โอมากับเซฟี่น่าฟัง  เซฟี่น่าพยักหน้า 

“ข้านะรู้นะ   ว่าเจ้าไม่มีอะไรก็พูดห้วนๆไปแต่พูดถึงนะ  มันไม่มีเหตุผลเลยที่จะมาโกรธเจ้าก็ในเมื่อวันนี้เจ้าก็หาฟืนมาแล้วไม่ใช่เหรอ  แล้ววันนั้นฝนก็ตกใครจะบ้าไปเก็บฟืนตอนฝนตก” 

“เจ้าเข้าใจ  แต่ขันทีมันไม่เข้าใจนี้  และข้าก็รำคาญมันมากด้วย  มันไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ  ขนาดว่าห้องนอนของข้า ของๆข้าบางทีมันยังเข้าไปรื้อค้นเลย” จีเอ่ยระบายออกมาให้เพื่อนฟัง

“อะไรนะ/อะไรนะ” ทั้งโอมาและเซฟี่น่าอุทานพร้อมกัน

“อะไรขนาดนั้นแล้วทำไมเจ้าไม่ด่าล่ะ”  โอมาถาม 

“เจ้าก็รู้ว่าข้าด่าไม่เป็น  เป็นแต่แสดงสีหน้า  แต่มันยังไม่สำนึกเลย” 

“แล้วจะไหวเหรอวะ”  เซฟี่น่าเอ่ย 

“ไม่ไหวก็ต้องไหวล่ะน่า  ก็ยังอยากทำงานอยู่นี้”  จีบ่นพึมพำออกมา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น