โซซอล
facebook-icon

ซูเปอร์อัลฟ่า ปะทะ ซูเปอร์อัลฟ่า(?) จะเป็นยังไงนะ...

03-2 กล่องแห่งความลับ

ชื่อตอน : 03-2 กล่องแห่งความลับ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 748

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2562 08:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-2 กล่องแห่งความลับ
แบบอักษร

​เหมือนที่พูดไว้ เพราะทันทีที่มาถึงห้องฮันจูก็วิ่งเข้าห้องน้ำแล้วตรงไปเกาะชักโครก

จากนั้นเสียงอาเจียนอย่างไม่น่าฟังก็ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าหลังประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดไว้ ถึงจะไม่มีอะไรออกมาจากร่างกายที่ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน แต่เขาก็ยังคงอาเจียนและอาเจียนต่อไป

สิ่งที่ถูกเค้นออกมาจากข้างในไม่ใช่น้ำย่อย แต่เป็นการหวนนึกถึงความทรงจำเก่าๆ



เงินห้าดอลลาร์สุดท้าย ถ้าจะพูดให้ชัดเจนก็คือ ด้วยเงินห้าดอลลาร์ ยี่สิบห้าเซนต์ สถานที่ที่เด็กชายมุ่งหน้าไปไม่ใช่ร้านซับเวย์ แต่เป็นร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามซอย ป้ายไฟของร้านสะดวกซื้อตรงหน้าเขาเขียนไว้ว่า ‘โอเพ่น’ และกำลังกระพริบอยู่ เด็กชายเหม่อมองไปยังป้ายไฟที่ไฟตรงตัว ‘พี’ ดับไปแล้วเปิดประตูเข้าไปด้านใน

เวย์นกำลังเอาพุงที่ยื่นออกมาพาดไว้กับเครื่องคิดเงิน เขาคือโอเมก้าชราผู้หมดช่วงฮีทไปแล้วตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน แค่เพียงได้รับความลำบากในช่วงฮีทชีวิตของเขาก็น่าเบื่อหน่ายแล้ว แต่พอช่วงฮีทหมดไปจริงๆ เขาก็บ่นทุกวันว่าตัวเองเป็นฟอลบีไฮนด์ (Fall behind)

ฟอลบีไฮนด์คือโรคทางพันธุกรรมที่จะเป็นกันเฉพาะอัลฟ่าหรือโอเมก้า เป็นหนึ่งในโรคที่ไม่มีทางหายซึ่งยังคงหาสาเหตุแน่ชัดไม่เจอ ความแปรปรวนของร่างกายจะเริ่มขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน แต่ละคนจะมีอาการที่ต่างกัน เกณฑ์ชี้วัดก็ไม่มี โดยทั่วไปเป็นอาการที่มักจะเห็นได้หลังอายุห้าสิบ แต่ถึงเป็นเด็กก็ไม่ได้ความหมายว่าจะไม่สามารถเป็นได้ เป็นอาการที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลย


ในกรณีของเวย์น กระดูกข้อเท้าของเขาผุพังลง เขาบอกว่าตัดข้อเท้าทิ้งไปหมดเพราะไม่สามารถรักษาได้ตั้งแต่แรก เช่นเดียวกับฟอลบีไฮนด์ส่วนมาก

หลังจากถามว่าจะโทรไปที่ไหนก็จะมีฉายา ‘เจ้าเด็กเฮงซวย’ ต่อท้ายชื่อฮันจูมาราวกับไม่ว่าตอนไหนเขาก็จะเป็นเช่นนั้น เด็กชายไม่เคยลืมว่าพอตอบไปว่าเกาหลี ชายแก่ก็บ่นออกมา ‘ช่วยไปบอกว่าให้ลองทำอะไรสักอย่าง กับอาวุธนิวเคลียร์เฮงซวยนั่นหน่อย’

เขาอยากบอกไปว่าเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้แยกประเทศกันแล้ว แต่เด็กชายก็เงียบไปเพราะรู้ว่าเวย์นไม่แม้แต่จะใช้หลังหูฟัง ยิ่งกว่านั้นคือแม้แค่ชั่วขณะเดียวเขาก็ต้องการรีบออกไปจากร้านสะดวกซื้อที่แคบ เล็ก และมีกลิ่นเหม็นอับลอยออกมาจากตรงไหนสักแห่งนี้เร็วๆ


ฮันจูหยิบบัตรโทรศัพท์และทันทีที่ออกจากร้านมาเขาก็มองลงด้านล่างโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้สึกว่าหิมะของนิวยอร์กอบอุ่นเลยสักนิด ไม่รู้ด้วยว่าทำไมถึงสัมผัสได้แม้กระทั่งบรรยากาศของความใจร้ายใจดำของเมืองนี้ เป็นหิมะที่เหมือนจะไม่หยุดตกง่ายๆ

เด็กชายตามหาตู้โทรศัพท์สาธารณะก่อนที่ถนนจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว

นามบัตรที่ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงยับตรงปลายนิดหน่อย แต่ก็ไม่ยับถึงขนาดอ่านไม่รู้เรื่อง เขาจ้องมองตัวอักษรที่ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนด้วยลายมือเป็นระเบียบสักพักหนึ่ง ‘ยออุนแจ’ ตัวอักษรสามตัวชื่อของแพทย์ที่คอยช่วยเหลือจนพวกเขาสามารถหลบหนีมาจากคฤหาสน์ได้

เป็นพินัยกรรมที่พ่อเหลือไว้


นอกจากนามบัตรนั้น พ่อก็ไม่เหลืออะไรไว้อีกเลย เด็กชายออกมาเผชิญโลกภายนอกตอนอายุแปดขวบและเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็ได้บอกลาสายเลือดเพียงคนเดียวของเขาไปตลอดกาล เงินจัดงานศพก็ไม่มีและไม่สามารถทำได้จึงโทรไปหาสมาคมสงเคราะห์เอกชน งานศพเป็นความฟุ่มเฟือยที่เขาไม่เคยแม้แต่คิดจะจัด พ่อคงจะถูกส่งไปยังสถานที่เดียวกันกับพวกคนเร่ร่อนตามถนน

แน่นอนว่าทรัพย์สมบัติที่จะรับสืบทอดก็ไม่มีเช่นกัน สิ่งที่หลงเหลือไว้ให้กับเด็กชายที่ร่างกายก็ไม่ปกติ มีเพียงแค่นามบัตรในมือกับเงินห้าดอลลาร์ ยี่สิบเซนต์ ที่เขาหาเจอจากตรงซอกหลืบภายในบ้านเท่านั้น


‘…คุณหมอยออุนแจ’


อีกไม่นานสายจะถูกตัด ทันทีที่อีกฝ่ายรับสายเด็กชายก็รวบรวมพลังแล้วพูดออกไปอย่างชัดเจนทีละคำๆ เขาพยายามพูดออกเสียงภาษาเกาหลีให้ได้อย่างถูกต้องและชัดเจนที่สุด เพราะเวลาที่ให้มาไม่ได้นานขนาดนั้น


‘ที่นี่นิวยอร์กนะครับ’


เขาไม่คุ้นเคยกับการแนะนำที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องพูดอะไรยังไง แต่ก็ไม่อยากพูดชื่อออกไป เพราะถึงบอกชื่อไปก็เป็นชื่อที่อีกฝ่ายไม่รู้จักอยู่ดี


‘คุณพ่อเสียชีวิตแล้วครับ’


เขาพูดคำที่ต้องพูดออกมาหมดแล้ว เด็กชายบอกที่อยู่ของบ้านที่หลังจากนี้หนึ่งอาทิตย์เขาจะถูกไล่ออกมา จากนั้นสายก็ถูกตัดไป


ยออุนแจไม่สามารถเป็นอิสระได้จากเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์ เขายังคงจำตอนเด็กชายเกิดได้อย่างชัดเจน เด็กทารกคนนั้น เขาฉีดยาให้เด็กน้อยที่เพิ่งออกมาจากถุงน้ำคร่ำแล้วปกปิดลักษณะทางพันธุกรรมที่ติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิดเพื่อล่อลวงคังยองโฮ ซึ่งคนที่ต้องการให้ทำแบบนั้นก็คือคังฮันโฮ เพราะวิธีเดียวที่จะทำให้หลบหนีออกจากคฤหาสน์ได้มีเพียงการทำให้เด็กเกิดมาเป็นโอเมก้าเท่านั้น

แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่แพทย์ประจำตัวก็ไม่สามารถขจัดความละอายใจต่อบาปได้ เขาเป็นพยาน เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด และเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเพียงคนเดียว

เขาซ่อนสมบัติของคฤหาสน์ได้สำเร็จ แต่ผู้รอดชีวิตที่ไร้การติดต่อมาเกือบสิบปีและไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง จู่ๆ ก็มายืนอยู่ตรงหน้า คนเป็นหมอดึงตัวเด็กชายมากอดและพูดขอบคุณพระเจ้าอยู่หลายรอบ


แต่เรื่องเดียวที่เด็กชายโล่งใจก็คือ ยออุนแจไม่ได้ขอให้เขาแนะนำตัว และมันไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้น


ด้วยลักษณะทางพันธุกรรมของอัลฟ่าที่ลอยออกมาเป็นสีดำสนิท ผสมกลมกลืนกับกลิ่นหวานหอมของโอเมก้า   

เพียงแค่นั้นเขาก็รู้แล้วว่าเด็กชายเป็นใคร รวมถึงจำเรื่องราวในอดีตที่เคยเกิดขึ้นได้ทุกอย่างไม่ตกหล่น กลิ่นหอมหวานที่ปกคลุมร่างกายมอมแมมในตอนนั้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเด็กชาย

ยออุนแจพาฮันจูไปที่ ‘ซีรินจ์’ ซึ่งยังเป็นแค่เพียงธุรกิจขนาดเล็ก เพราะมีคนที่เขารู้จักอยู่ในนั้น และทันทีที่ได้รับแบบทดสอบสองสามอย่าง เด็กชายก็ได้รับการจัดสรรที่พักที่จะอาศัยอยู่นับจากนี้


และมีหน้าที่เป็นหนูทดลอง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น