นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 53. ภาพบาดตา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 509

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2561 09:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
53. ภาพบาดตา
แบบอักษร

เมื่อยอมรับกับสื่อโลกออกไปแล้วราเมศรก็เริ่มเดินล่าหาหัวใจตัวเองภายในพิพิธภัณฑ์ไม่มีนักข่าวหรือช่างภาพ เพราะเป็นกฎของพิพิธภัณฑ์แห่งราชวงศ์ ราเมศรเสียเวลาหยุดทักทายคนรู้จักรวมทั้งบรรดาสาวๆ สังคมชั้นสูงทั้งที่ไม่มีและเคยมีสัมพันธ์ด้วยหลายคน และดูเหมือนทุกคนกำลังสนใจข่าวเด่นประเด็นดังกันทั้งนั้น

เจ้าชายสเตฟาน โอล โฮรันน์ ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างงานปั้นรูปนางเปลือยที่พระองค์ภาคภูมิใจ รอบกายเต็มไปด้วยเหล่าเจ้าหญิงและเลดี้จากหลายประเทศที่หมายตาหมายใจว่าจะได้เป็นที่โปรดปราน พลางวิพากษ์วิจารณ์กันว่านางเปลือยนางนี้มีส่วนใครสาวใดบ้าง

สหายทั้งสองยกมือทักทายกันผ่านๆ ก่อนที่ราเมศรจะสอดส่ายสายตาหาเป้าหมายต่อไป เจ้าชายสเตฟานมองอาการผิดปกติของพระสหายด้วยความสนพระทัย เมื่อรำพึงกับสาวๆ รอบกายจึงได้รู้ว่าพระองค์พลาดเหตุการณ์ตื่นเต้นด้านนอกไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง

“ถ้าคุณกำลังหาสุภาพสตรีชุดจีนอยู่ล่ะก็ เธอถูกสุภาพบุรุษชาวจีนโอบเข้าไปในห้องสมุดตั้งนานแล้วล่ะค่ะ” 

เสียงด้านหลังทำให้ราเมศรหน้าตึง หันกลับมาแล้วพยายามค้อมศีรษะให้สาวสังคมคนหนึ่งที่เคยแนบกายระยะสั้นเมื่อหลายปีก่อน เจ้าหล่อนเชิดหน้าส่งรอยยิ้มเหยียด แววตาระยิบระยับ 

“ตอบรับกับนักข่าวเต็มปากเต็มคำซะขนาดนั้น แล้วยังต้องเดินตามล่าหัวขโมยด้วยตัวเองอีก ลงทุนสูงน่าดูนะคะ แต่ไม่รู้ว่าป่านนี้จะถูกใครขโมยต่อไปหรือยัง”

“ผมขอตัว” ราเมศรไม่เสียเวลามุ่งตรงไปทางห้องสมุด ซึ่งเป็นห้องด้านในฝั่งซ้ายตรงข้ามกับห้องทรงงานศิลปะของเจ้าชายสเตฟาน บริเวณที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว

--

พอหลุดพ้นทัพนักข่าวเข้ามาด้านในพิพิธภัณฑ์****จลิตาก็เกิดอาการหน้ามืดตาลาย อาจเพราะแสงแฟลชและกระสุนคำถามของบรรดานักข่าว บวกอาการบีบรัดในใจตลอดเวลาที่ได้อยู่ใกล้ราเมศรทำให้เกิดอาการหวิวๆ แม้การแสดงออกโดยรวมจะเป็นทางการแต่จลิตาก็เห็นแววตาเขา 

แววตาที่บอกเธอว่า ไม่มีวันหนีพ้น...

หว่องหลีฟงพยายามมองหาเก้าอี้ให้จลิตานั่งเมื่อรู้สึกว่าคนข้างกายกำลังยืนไม่อยู่ ความเย็นเฉียบจากมือบางที่เขากุมอยู่บอกเขาได้เป็นอย่างดีว่าจลิตาเป็นอะไร 

แต่ภายในพิพิธภัณฑ์ไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง เพราะพื้นที่ส่วนหน้าจัดไว้สำหรับการเดินชมงานปฏิมากรรมลอยตัวและภาพวาดบนฝาผนังทั้งสิ้น ส่วนพื้นที่อีกด้านหนึ่งที่จัดแสดงเครื่องประดับต่างๆ ก็คงไม่มีที่ให้นั่งเช่นกัน

จังหวะที่กำลังเดินหาสถานที่เหมาะสมสำหรับนั่งพัก จลิตาก็เสียหลักข้อเท้าพลิกหลุดจากส้นสูงแบบเปลือย หว่องหลีฟงพยุงร่างบางไว้ได้ก่อนจะร่วงลงพื้น และเธอก็ทำท่าว่าจะยืนต่อไม่ไหวอีกแล้ว เลดี้ท่านหนึ่งซึ่งเป็นลูกค้าประจำของวีวองจิวเวลรี่แนะนำให้เขาพาจลิตาไปนั่งพักให้ห้องสมุดด้านใน

เมื่อได้ที่นั่งบนเก้าอี้หลุยส์ตัวใหญ่ หว่องหลีฟงก็ชันเข่าลงบนพื้นตรงหน้า ปัดชายกระโปรงหลายชั้นที่ผ่าสูงออกไปด้านข้างเพื่อจะตรวจข้อเท้าที่เริ่มบวมแดง 

ความเจ็บไม่เตือนให้จลิตาใส่ใจสภาพล่อแหลมนั้นเพราะเชื่อว่าหว่องหลีฟงบริสุทธิ์ใจกับเธอ ชายหนุ่มปลดเชือกรัดรองเท้าส้นสูงแล้วถอดมันออกทั้งสองข้าง ก่อนยกเท้าข้างเจ็บของหญิงสาวขึ้นมากดปลายนิ้วลงไปเบาๆ เพื่อตรวจสอบข้อกระดูก แล้วจลิตาก็ครางออกมา

“โอ้ย... อืม…”

ประตูเปิดผัวะ! 

ราเมศรชะงักนิ่ง เบิกตาค้างมองหญิงสาวที่เอนกายบนเก้าอี้อย่างสิ้นแรง เรียวขาขาวเนียนทั้งสองกางอ้าอยู่ตรงหน้าหว่องหลีฟง ชายหนุ่มขบฟันกรอดเมื่อจลิตาตะลึงมองผู้บุกรุกแล้วลนลานคว้ากระโปรงขึ้นบนหน้าตัก

เสียงครางที่เล็ดรอดออกมากับภาพที่เห็นจากมุมมองของราเมศรไม่อาจคิดเป็นอื่น แผ่นหลังกว้างในสูทสากลของหว่องหลีฟงที่กำลังก้มหน้าลงใกล้ๆ ความขาวเนียนของหัวเข่าข้างหนึ่งที่ถูกยกขึ้นสูงแทบชิดใบหน้า

นั่น... ท่าเดียวกับที่เขาเคยอยู่กับจลิตาหน้าจอหนังเรื่องคนเหล็ก ผิดกันแค่การสลับตำแหน่งเท่านั้น

“ขอโทษ ที่เข้ามาขัดจังหวะ” แล้วประตูก็ปิดกลับดังปัง!

หว่องหลีฟงมองใบหน้าซีดสลดของจลิตาแล้วถอนใจเบา วางข้อเท้าบวมแดงลงอย่างนุ่มนวล

“ข้อเท้าแพลง ผมจะออกไปถามดูว่ามีห้องพยาบาลหรือเปล่านะครับ”

--


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น