สุภาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 ปราบพยศ 50%

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 ปราบพยศ 50%

คำค้น : ลิขิตรัก, คำสั่งวิวาห์, นิยายรัก, โรแมนติก, อิโรติก, NC, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2562 08:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 ปราบพยศ 50%
แบบอักษร

     ร่างบางที่ไร้อาภรณ์ปกปิดท่อนบนเริ่มสั่นสะท้านเพราะผิวเนื้อบอบบางสัมผัสกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศ ก่อนจะค่อยๆ ยกตัวขึ้นบดเบียดทรวงอกเข้าหาความอบอุ่นเหนือร่าง และนั่นทำให้หมอหนุ่มได้โอกาสที่จะปลดปล่อยความอวบอิ่มให้เป็นอิสระ มือหนาจึงอ้อมไปปลดตะขอบราเซียร์ที่อยู่ข้างหลังและดึงทิ้งออกไปทันที จากนั้นทรวงอกนุ่มนิ่มก็ถูกแทนที่ด้วยฝ่ามือร้อนๆ ของเขาที่ทั้งบีบนวดเคล้าคลึงจนกายสาวต้องยกตัวขึ้นสู้มือแกร่งของเขาด้วยความรู้สึกซาบซ่านอย่างไม่รู้ตัว

            วิทยาแทบคลั่งเมื่อคนตัวเล็กใต้ร่างตอบสนองเขาอย่างน่ารัก ปากอุ่นชื้นค่อยๆ ถอนจูบออกมาแล้วยกตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองดูความสวยงามที่แอ่นหยัดเข้าหาร่างหนาของเขาอย่างลืมตัว ทรวงอกกลมกลึงขาวผ่องตัดกับปลายยอดถันสีทับทิมสวยสดบนยอดทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

            “สวย... คุณสวยเหลือเกินอรณิชา...” ชายหนุ่มครางบอกเสียงแหบพร่า ก่อนจะอดใจไม่ไหวต้องก้มลงไปซุกไซ้ความอวบอิ่มตรงหน้าด้วยความกระหาย ริมฝีปากหยักสวยเข้าครอบครองเม็ดทับทิมสีระเรื่อแล้วดูดกลืนเข้าไปในโพรงปากอุ่นชื้นจนเจ้าของร่างบางสะดุ้งเฮือกตกใจกับความซาบซ่านแปลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแต่กลับให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก มือบางที่ยึดเกาะไหล่กว้างเอาไว้ค่อยๆ เลื่อนมาลูบกำดึงทึ้งเรือนผมดกดำของเขาเบาๆ เพื่อระบายความเสียวซ่านทรมานที่เกิดขึ้น

            เมื่อความปรารถนาของคนทั้งคู่พลุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ชายหนุ่มจึงไม่รีรอที่จะทำตามความต้องการทันที คนตัวใหญ่ขยับลุกขึ้นนั่งแล้วจัดการปลดซิปกางเกงยีนส์ของหญิงสาวที่นอนหายใจรวยรินไร้สิ้นเรี่ยวแรงขัดขืนใดๆ แล้วรูดออกไปทางปลายเท้าอย่างรวดเร็ว จนร่างบางนวลเนียนเหลือเพียงแพตตี้ตัวน้อยที่แทบจะปกปิดอะไรต่อมิอะไรไม่ได้นั้น เผยกระจ่างเต็มสองตาของชายหนุ่ม จากนั้นร่างสูงก็ก้าวลงมายืนข้างเตียงแล้วจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่เรือนร่างขาวผ่องงดงามอย่างไม่วางตา ทุกอย่างที่รวมเป็นเธอล้วนสวยงามจนไม่มีที่ติจนเขารู้สึกอิจฉาแฟนหนุ่มของเธอที่ได้ครอบครองและเป็นเจ้าของเรือนร่างงดงามนี้ก่อนเขา

            วิทยาพยายามสะบัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกไป เพื่อไม่ให้มันมาทำลายความตั้งใจของเขาได้ ก่อนที่ร่างกายเปลือยเปล่ากำยำจะกลับขึ้นมาทาบทับให้ความอบอุ่นกับร่างบางเปลือยเปล่าอีกครั้ง ริมฝีปากหยักสวยกดจูบลงไปที่กลีบปากบางอย่างปลุกเร้าเรียกร้องให้เธอตอบสนองเขา รสจูบของคนด้อยประสบการณ์ไม่ประสีประสาทำให้อารมณ์ปรารถนาของหมอหนุ่มลุกโชนจนแทบคลั่ง ลำกายแกร่งเครียดขึงจนรู้สึกปวดร้าวไปหมด

            ชายหนุ่มผละจากเรียวปากนุ่มแล้วไล้ลิ้นอุ่นชื้นลงไปสำรวจทรวงอกอวบอิ่ม แล้วกดย้ำแรงๆ จนเกิดรอยแดงไปทั่ว สองมือหนาก็สัมผัสลูบวนบีบนวดไปตามเรือนร่างอ่อนนุ่มเพื่อปลุกปั่นความต้องการของเธอ

            “อือ...” เสียงหวานครางพร่าด้วยความรู้สึกเสียวซ่านจนยากจะสะกดกลั้นเอาไว้ได้ และนั่นจึงทำให้หมอหนุ่มหมดความอดทน ก่อนที่ร่างหนาจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อดึงปราการด่านสุดท้ายของหญิงสาวให้หลุดออกไปจากร่างบางทันที จากนั้นก็ค่อยๆ ดันเรียวขาของเธอให้แยกออกช้าๆ ท่ามกลางอาการขัดขืนน้อยๆ ของหญิงสาวที่ยังนอนหลับตาพริ้มอยู่

            วิทยาจ้องมองความสวยของเนินเนื้ออวบอูมที่เหมือนกับว่ายังไม่เคยมีใครบุกรุกมาก่อนอย่างอึ้งๆ เธออาจจะดูแลตัวเองดี หรือไม่ก็อาจจะผ่านมาแค่ไม่กี่ครั้ง ซึ่งเขาไม่อาจคิดเป็นอื่นไปได้ก็ในเมื่อเธอไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้งตอนที่เขาต่อว่าเรื่องที่เธอเคยมีอะไรกับแฟนหนุ่มมาแล้ว

            อรณิชาปรือตาขึ้นมาช้าๆ เมื่อรู้สึกถึงความเย็นฉ่ำ พร้อมทั้งพยายามขยับตัวถอยออกห่างจากร่างกำยำตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวและหวาดหวั่น

            “คุณวิท...” หญิงสาวครางเรียกชื่อชายหนุ่มด้วยเสียงที่อ่อนระโหยเหมือนคนหมดแรง ใจหนึ่งก็อยากจะห้ามไม่ให้เขาแตะต้องร่างกายของเธอต่อ ส่วนอีกใจก็อยากได้สัมผัสที่แปลกใหม่นั้นจากเขา

            “ครับ... อย่าห้ามผมเลยคนดี... ผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ” วิทยาเอ่ยอ้อนวอนเสียงหวานนุ่ม ลำกายแกร่งร้อนผ่าวปวดร้าวจนแทบจะระเบิด ตอนนี้ต่อให้ต้องตายเขาก็ไม่ถอยเด็ดขาด

            ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปจูบที่เรียวปากบางอีกครั้งเพื่อจะปลอบประโลมให้เธอยินยอมพร้อมใจไปกับเขา แต่คราวนี้ใบหน้าสวยกลับเบี่ยงหลบทันทีอย่างดื้อดึง

            “มาถึงขั้นนี้แล้วคุณยังไม่ให้ผมอีกเหรอ... อรณิชา”

            “ไม่!” เสียงหวานบอกสั่นๆ โดยไม่กล้าหันกลับมามองหน้าเขาเพราะกลัวจะเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น แม้เมื่อกี้จะเฉียดสายตาของเธอไปบ้างแล้วก็ตาม มือน้อยๆ นั้นยกขึ้นพยายามผลักดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง

            “ทำไม! คุณจะเก็บไว้ให้มันเชยชมคนเดียวหรือไง” หมอหนุ่มถามกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์นักเมื่อเห็นอาการต่อต้านของเธอ

            “ในเมื่อคุณก็รู้ว่าฉันมีอะไรกับนนท์แล้ว และคุณยังคิดจะครอบครองฉันอีกคนหรือไง” อรณิชาพยายามเตือนสติเขา เผื่อว่าเขาจะยอมปล่อยเธอไป แม้จะรู้ดีว่าความหวังนั้นเลือนรางจนแทบไม่มีเลยก็ตาม

            คำบอกของอรณิชาเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดรดบนกองไฟที่กำลังสุมอยู่ในอกแกร่งของชายหนุ่มให้ยิ่งลุกโชนจนยากจะดับลงได้อีก

            “ใช่! ผมจะเป็นผัวคุณอีกคนไงล่ะ อรณิชา” ว่าจบคนตัวใหญ่ก็จับแก่นกายที่ร้อนผ่าวเครียดขึงของตัวเองกดลงไปที่โพรงเนื้ออ่อนนุ่มของหญิงสาวแล้วสอดแทรกรวดเดียวจนสุดทาง โดยเจ้าของร่างบางยังไม่ทันตั้งตัว

            “กรี๊ด... เจ็บ! เอามันออกไปนะ เอาออกไป ฮือ...”

            หญิงสาวกรีดร้องเสียงดังลั่น พร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มนวลด้วยความเจ็บปวดจนเกินจะทน สองมือน้อยๆ ทั้งทุบตีหยิกข่วนและผลักไสอกแกร่งของเขาให้ออกไปจากร่างของเธอ สะโพกบางพยายามขยับถดหนีจากสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาอยู่ในตัวเธอจนรู้สึกอึดอัดและปวดร้าวไปหมด แต่ดูเหมือนยิ่งขยับก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นจนแทบสิ้นสติ

            “อรณิชา...” วิทยาครางเรียกชื่อหญิงสาวด้วยเสียงอันแผ่วเบาคล้ายคนละเมอ ทั้งตกใจและคาดไม่ถึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

            กายแกร่งนั้นหยุดชะงักนิ่งงันไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเธอ ก่อนจะรับรู้ได้ถึงเยื่อบางๆ ที่กางกั้นประกาศความบริสุทธิ์ของหญิงสาวที่เขาเพิ่งทำลายมันไปด้วยแรงอารมณ์ที่ดุดันไร้ความปราณี แม้ใจหนึ่งจะรู้สึกผิดต่อเธอแต่อีกใจกลับบังเกิดความรู้สึกภูมิใจขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อเขาคือผู้ชายคนแรกของเธอ และนับจากนาทีนี้ไปเธอจะต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น หมอหนุ่มบอกกับตัวเองในใจอย่างหมายมั่น

            “อยู่นิ่งๆ ก่อนนะครับคนดี... ถ้ายิ่งขยับก็จะยิ่งเจ็บมากขึ้น”

            เจ้าของร่างหนากระซิบปลอบเสียงนุ่มนวล พยายามนอนนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ หวังให้เธอปรับตัวแล้วยอมรับกับความใหญ่โตของเขาที่ฝังลึกอยู่ในตัวเธอ แม้ร่างบางจะยังดิ้นรนขัดขืนน้อยๆ อยู่ก็ตาม ใช่ว่าเขาจะไม่ทรมานเมื่อไรกัน ลำกายแกร่งของเขาตอนนี้ก็ถูกความสาวของเธอบีบรัดจนเขาแทบจะระเบิดออกมาเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องกัดฟันข่มเอาไว้ก่อนเพื่อพาเธอไปพาลพบกับความสุขแปลกใหม่ที่เขาจะเป็นผู้ชายคนแรกที่มอบให้กับเธอ

            วิทยาโน้มตัวลงไปจูบซับคราบน้ำตาและเสียงสะอื้นของหญิงสาวใต้ร่างอย่างอ่อนโยนมากที่สุด ฝ่ามือร้อนลูบไล้บีบนวดไปตามเรือนร่างเนียนนุ่มเพื่อปลุกปลอบและปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาของเธอไปด้วย โดยเฉพาะที่ทรวงอกอวบอิ่มที่เขาเฝ้าวนเวียนนวดคลึงเป็นพิเศษ จนเธอเริ่มคลายอาการเกร็งลงไปทีละน้อย

            “ผมขอโทษ... ขอโทษจริงๆ อรณิชา”

            ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่มสวยของเธอ พร้อมกับส่งสายตาวิงวอนแกมขอโทษไปให้เธออย่างไม่ปิดบัง

            อรณิชาตวัดสายตาขุ่นมองเขาด้วยความแค้นเคืองกรุ่นโกรธ ทั้งต่อว่าประณามและด่าทอเขาอยู่ในใจ ‘คนเลว คนเห็นแก่ตัว’ เธอรู้สึกโกรธเกลียดเขาจนไม่อยากจะมองหน้า

            วิทยามองหญิงสาวใต้ร่างด้วยรอยยิ้มน้อยๆ อย่างนึกเอ็นดู ไม่ว่าเธอจะทำกิริยาอย่างไรก็ยังดูน่ารักไปหมดสำหรับเขา

            “ยิ้มอะไร!... โอ๊ย!...” คนตัวเล็กตะคอกถามเมื่อเห็นเขายิ้ม แต่ก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บที่ใจกลางร่างบาง    

            “อย่าเพิ่งขยับนะครับ แล้วก็เลิกมองพี่แบบนั้นด้วย รู้ไหมว่ามันจะทำให้พี่ทนไม่ไหว” ชายหนุ่มพูดแผ่วเบาปลายหางเสียงปนหยอกล้อนิดๆ พร้อมทั้งเปลี่ยนสรรพนามของตัวเองให้ดูอบอุ่นขึ้น จนหัวใจดวงน้อยของคนฟังเต้นโครมครามหวั่นไหวอย่างแปลกประหลาด

            เมื่อเธอยอมอยู่นิ่งๆ และยอมรับเขาเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของเธอแล้ว ริมฝีปากหยักสวยของชายหนุ่มค่อยๆ กดจูบไปบนหน้าผากเนียน ขยับลงมาที่พวงแก้มนุ่ม และกลีบปากหอมหวาน จากนั้นก็ลากไล้จุมพิจลงไปตามผิวเนื้อเนียนละเอียด ก่อนจะส่งเรียวลิ้นอุ่นๆ เข้าครอบครองดูดกลืนยอดอกสีทับทิมที่แข็งชูชันเป็นตุ่มไต พร้อมทั้งสูดดมกลิ่นกายที่หอมกรุ่นน่าหลงใหลไปด้วย ความสาวและความบริสุทธิ์ของเธอทำให้เลือดในกายชายหนุ่มเดือดพล่านจนอยากจะโจนจ้วงเข้าใส่ร่างบางตรงหน้าให้เสร็จสิ้นซะเดี๋ยวนี้ แต่เขาก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดและหวาดกลัวมากไปกว่านี้

            วิทยาเริ่มขยับตัวช้าๆ ดึงแก่นกายที่ปวดร้าวร้อนระอุออกมาเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ผลักดันเข้าไปใหม่ รุกและรับเนิบนาบช้าๆ ทำให้เธอเริ่มหลงใหลเคลิบเคลิ้มและตอบสนองเขาไปโดยไม่รู้ตัว ไม่นานเสียงหวานก็เผลอครางแผ่วออกมาด้วยความรู้สึกเสียวซ่านรัญจวนใจ

            “อะ... อือ...”

            “เก่งมากครับคนดี... เชื่อใจพี่นะครับ”

            ชายหนุ่มกระซิบปลอบอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของเธอ แม้ตัวเองจะรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งแก่นกายในทุกการขยับตัว ยิ่งได้ความอุ่นร้อนจากโพรงอ่อนนุ่มของเธอโอบรัดเอาไว้แน่นด้วยแล้ว เขาต้องเป่าลมออกมาจากปากหยักสวยหนักๆ หลายครั้ง จนยากจะทนได้อีกต่อไป ลำกายแกร่งปวดร้าวเฝ้ารอการปลดปล่อยจากความทรมานอันแสนหวานที่เขากับเธอร่วมสร้างขึ้นด้วยกัน

            เขาพยายามนำพาเธอไปด้วยความอ่อนโยนนุ่มนวลที่สุด สะโพกหนาขยับเข้าออกช้าบ้างเร็วบ้างสลับกัน แต่ทุกท่วงทำนองก็ผ่านไปด้วยความยากลำบากและเสียวซ่านทรมานมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความคับแน่นของเธอ

            เมื่อร่างกายเปลือยเปล่าทั้งสองเริ่มรุกรับตอบสนองในจังหวะเดียวกันแล้ว ร่างหนาก็ขยับสะโพกฝากฝังลำกายแกร่งเข้าสู่ภายในตัวเธออย่างล้ำลึกและโจนจ้วงติดๆ กันหลายครั้งตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านลุกโชน จนถึงจังหวะสุดท้าย ชายหนุ่มผลักดันลำกายเข้าไปจนสุดทาง หญิงสาวจิกเล็บที่ไหล่กว้างของเขาเต็มแรงจนเข้าเนื้อเป็นทางยาว พร้อมเสียงกรีดร้องด้วยความสุขสมเมื่อเขาพาเธอไปสู่ดินแดนแห่งความสวยงามที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน

            ขณะที่แก่นกายของชายหนุ่มถูกบีบรัดตอดกระตุกจากโพรงเนื้ออ่อนนุ่มอย่างเต็มที่ ทำให้เขาเสียดเสียวซาบซ่านจนถึงขีดสุด ร่างหนายกสะโพกขึ้นแล้วกดเน้นๆ ลงไปอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้งในจังหวะสุดท้าย เสียงเข้มคำรามลั่นพร้อมทั้งปลดปล่อยสายธารแห่งรักพวยพุ่งเข้าสู่กายสาวทุกหยาดหยด ก่อนจะซุกซบลงไปบนทรวงอกอวบอิ่มของคนใต้ร่างอย่างไร้เรี่ยวแรง แต่กลับรู้สึกมีความสุขและอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน

            “ออกไป!” เสียงเครือของคนที่ถูกทาบทับร้องบอก

            คนตัวใหญ่เหนือร่างเงยหน้าจากอกนุ่มของเธอขึ้นมามองใบหน้าหวานที่ตอนนี้น้ำตาไหลนองอาบพวงแก้มสวยจนชื้นแฉะ ก่อนจะยกตัวขึ้นถอดถอนลำกายแกร่งที่ยังฝังอยู่ในตัวเธอให้หลุดออกมาช้าๆ อย่างหักห้ามใจ เพราะความคับแน่นของเธอมันบีบรัดจนเขาอยากจะโจนจ้วงเข้าไปอีก จากนั้นก็เอื้อมมือไปดึงผ้านวมขึ้นมาคลุมเรือนร่างเปลือยเปล่าทั้งของเธอและเขา แล้วก็ล้มตัวลงนอนแนบชิดกับร่างบางที่เขารู้สึกหวงแหนเธออย่างที่สุด

            อรณิชาพลิกหันหลังให้เขาทันทีเมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ร่างบางสะอื้นไห้จนตัวโยนซุกซบใบหน้าลงกับหมอนหนุนเพื่อใช้เป็นที่พักพิง ความสาวความบริสุทธิ์ที่เธอเฝ้าถนอมรักษาไว้ถูกพรากไปเพราะคนเห็นแก่ตัวอย่างเขา หญิงสาวขยับตัวออกห่างอีกนิดด้วยนึกรังเกียจในสิ่งที่เขาทำกับเธอ แต่เขาก็พาดวงแขนมาโอบกระชับแล้วดึงเธอเข้าไปแนบอกแกร่งของเขาได้อีก พร้อมทั้งแตะริมฝีปากและจมูกซุกไซ้ไปบนแผ่นหลังเนียน แล้วเลื่อนจูบไปที่ไหล่บอบบางและกดหนักๆ ที่ต้นคองามระหงสูดดมความหอมหวานของคนในอ้อมกอดที่ทำให้เขาแทบคลั่งทุกครั้งที่ได้สัมผัส

            “พี่ขอโทษนะครับ...”

            หมอหนุ่มกระซิบชิดใบหูด้านหลังของเธอ พยายามขยับเข้าหาร่างบางให้แนบชิดมากขึ้นแล้วก้มลงจูบซับน้ำตาที่ข้างพวงแก้มนุ่มเบาๆ อย่างต้องการซึมซับความรู้สึกของเธอ

            “ฉันไม่ต้องการคำขอโทษของคุณ” อรณิชาบอกเสียงแข็ง พร้อมทั้งขยับหนีสัมผัสของเขา

            “อรณิชา...” วิทยาเรียกชื่อหญิงสาวหวังจะเตือนสติเธอ และอยากให้เธอพูดคุยกับเขาดีๆ

            “ฉันขอหย่า!” จู่ๆ เสียงสะอื้นก็ตะคอกขึ้นมาดังลั่น พร้อมทั้งดีดตัวลุกขึ้นโดยไม่ลืมที่จะดึงผ้านวมขึ้นมาด้วย



อ้าว.... สาวเจ้าไม่แคร์ด้วย อ่ะดิ อ่ะดิ  อิอิ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่

mebmarket  หรือ...   ebooks.in.th  ...และ...

ookbee

หากสนใจสั่งซื้อในรูปแบบเล่ม สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง 

E-mail : [email protected]

โทร : 094-4942566

ไลน์ : oilza_writer


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น