หมอนข้างขวา

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะ ><

เล่นรอบที่ 49 เรื่องบนเตียง

ชื่อตอน : เล่นรอบที่ 49 เรื่องบนเตียง

คำค้น : ของเล่นฆ่าอารมณ์,โชติก้อง,หนึ่งชิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.8k

ความคิดเห็น : 186

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2561 21:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่นรอบที่ 49 เรื่องบนเตียง
แบบอักษร

​เล่นรอบที่ 49 เรื่องบนเตียง

ทุกวินาทีที่ริมฝีปากของผมได้รับสัมผัสนั้น หัวใจของผมมันเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เต้นแรงจนรู้สึกเหมือนมันกำลังจะหลุดออกมาในอีกไม่ช้า และวินาทีต่อมาหัวใจของผมก็แทบจะหยุดเต้นเมื่อมีอะไรบางอย่างที่อ่อนนุ่มค่อยๆแทรกระหว่างริมฝีปากของผม ทั้งๆที่รู้ว่าควรหยุดแต่ก็ทำไม่ได้ ผมยอมให้ลิ้นของอีกฝ่ายค่อยๆเคลื่อนที่ผ่านเข้ามาอย่างช้าๆ หัวใจของผมกลับมาเต้นอีกครั้งแต่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม

จูบที่อ่อนโยนและให้ความรู้สึกอ่อนหวานจนผมไม่อาจจะหยุดมันได้ จูบของผู้ชายคนนี้ทำให้ผมหลงใหลได้ทุกครั้ง

ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่ผมอยู่ในสภาพนี้ที่ได้แต่หลับตาและลิ้มรสความรู้สึกที่แสนวิเศษที่อีกฝ่ายกำลังมอบให้ พร้อมกับอ้อมแขนของคนๆนั้นที่โอบเอวผมไว้หลวมๆ

จูบที่ได้รับยังคงนุ่มนวลเหมือนเดิมแต่ว่าตอนนี้ความรู้สึกและร่างกายของผมมันเริ่มจะร้อนขึ้นทีละนิด แม้ว่าผมจะชอบสัมผัสที่ได้รับอยู่เท่าไรก็ตามแต่ผมคงต้องหยุดไว้แค่นี้ก่อนที่จะกลายเป็นเหยื่อที่เต็มใจเดินเข้าไปในปากสิงโต

ผมขยับใบหน้าออกห่างจากอีกฝ่ายช้าๆโดยที่ยังหลับตาอยู่ อ้อมแขนแกร่งที่เอวค่อยๆคลายออกเช่นกัน ผมหันไปทางโต๊ะทำงานก่อนที่จะลืมตาขึ้นและกุญแจรถลุกขึ้นเดินไปที่ประตูห้องเหมือนเมื่อครู่นี้ไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไรเกิดขึ้น

“ผมกลับก่อนนะครับ” ผมพูดออกไปโดยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง ความรู้สึกของผมตอนนี้เหมือนคนที่ทำความผิดร้ายแรงแล้วพยายามโกหกว่าไม่ได้เป็นคนทำ

ผมรีบเดินอย่างรวดเร็วไปที่รถของผมโดยไม่สนใจเสียงฝีเท้าของใครอีกคนที่เดินตามหลังมาติดๆ

“เดี๋ยวกูขับให้” เสียงของคุณโชติดังขึ้นก่อนที่กุญแจรถในมือจะถูกอีกคนแย่งไป

เสียงกดปลดล็อคดังขึ้น ผมเดินขึ้นไปนั่งที่นั่งข้างคนขับเงียบๆก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินอ้อมมานั่งประจำที่นั่งคนขับโดยไม่มีใครพูด

อะไร

รถเคลื่อนตัวออกมาได้สักพักในรถตอนนี้มีแต่เสียงของล้อรถที่กำลังเคลื่อนตัวไปบนท้องถนนเท่านั้น คุณโชติดูไม่มีทีท่าว่าจะพูดถึงเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นในห้องทำงานเลยสักนิด ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือกังวลใจดีที่อีกฝ่ายยังคงเงียบอยู่แบบนี้

“ก้อง” เสียงของคุณโชติทำเอาผมสะดุ้งเล็กน้อย

“ครับ” ผมตอบรับเบาๆและเริ่มกำหมัดตัวเองไว้แน่นอย่างลุ้นๆ

“ไปหาอะไรกินกันก่อนไหม หรือจะกลับไปกินที่บ้าน” คุณโชติหันมามองผมเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปมองถนนอีกครั้ง

ผมก้มลงไปมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้งและคิดว่าดึกขนาดนี้แล้วถ้ากลับไปกินที่บ้านต้องลำบากแม่บ้านอีกแน่ๆเพราะผมไม่ได้โทรสั่งให้เตรียมอาหารมื้อค่ำไว้ด้วย

“คุณโชติจอดข้างหน้านี้ก็ได้ครับ” ผมชี้ไปที่ป้ายไฟที่อยู่ด้านหน้าก่อนที่คุณโชติจะค่อยๆหักเลี้ยวไปจอดตรงร้านก๋วยเตี๋ยวที่ข้างทาง

ผมลงจากรถและเดินไปนั่งบนเก้าอี้พลาสติกของร้านที่ตั้งอยู่บนฟุตบาท ส่วนคุณโชติที่พึ่งลงจากรถเดินมานั่งตรงข้ามกับผม

คุณโชติกำลังมองสำรวจไปรอบๆด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามส่วนผมก็แอบมองไปที่ริมฝีปากคู่นั้นที่ช่วงนี้ผมแอบมองมันบ่อยเกินไปแล้ว

“คุณโชติกินอะไรครับ” ผมหันไปถามอีกฝ่ายที่ตอนนี้นั่งทำหน้านิ่งและจ้องมาที่ผม

“กูไม่กิน”

“บะหมี่เกี๊ยวสองชามกับน้ำเปล่าสองขวดครับ” ผมหันไปพูดกับพนักงานของร้านที่เดินเข้ามาก่อนจะหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเช็คตารางงานที่ต้องทำวันพรุ่งนี้และเปิดดูอะไรไปเรื่อยๆ

“มึงยิ้มอะไรก้อง”

“เปล่าครับ” ผมตอบกลับไปก่อนที่จะปิดรูปคุณโชติที่กำลังถือจานอาหารและทำหน้างงๆ ที่แอบถ่ายเอาไว้เมื่อตอนกลางวัน  

ไม่นานอาหารที่สั่งไว้ก็ถูกจัดวางไว้บนโต๊ะ

“ของคุณโชติครับ” ผมดันชามชามหนึ่งไปตรงหน้าคุณโชติที่ตอนนี้ยังคงนิ่งและจ้องผมอยู่เหมือนเดิม

ผมพยายามไม่สนใจอีกฝ่ายและเริ่มรับประทานอาหาร

“สกปรกขนาดนั้นมึงกล้ากินเหรอ” คุณโชติพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ ผมรีบหันไปมองรอบข้างทันทีก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะดูเหมือนว่าจะไม่มีใครได้ยินคำพูดเมื่อครู่นี้

“แค่ร้านไม่หรู ไม่ได้หมายความว่าอาหารจะสกปรกหรือไม่อร่อยนะครับ ถ้าคุณโชติไม่กินก็นั่งเงียบๆครับ หรือไม่อย่างนั้นจะไปนั่งรอในรถก็ได้นะครับ” ผมขยับเข้าไปพูดใกล้ๆเพราะกลัวว่าคนอื่นนอกจากคุณโชติจะได้ยิน

“ถ้ามึงป้อนกูจะกิน” คุณโชติขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนเกือบจะชนกันแต่ดีว่าผมขยับหนีออกมาได้ทัน

“ฝันไปเถอะครับ” ผมตัดบทและพยายามเลิกสนใจอีกคน

“ถ้ามึงไม่ป้อนกูก็จะนั่งหิวอยู่ตรงนี้ กูก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามึงจะใจร้ายได้ขนาดไหน”

“ครับ ถ้าอย่างนั้นคุณโชติก็นั่งหิวต่อไปนะครับ”

..........................................................................................

“คุณโชติครับ ไปอาบน้ำครับ” ผมหันไปพูดกับสิงโตตัวใหญ่ที่หลังจากกลับมาถึงบ้านก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันที

“มึงอาบก่อนเลย กูยังจุกอยู่ แต่ถ้าได้อาบน้ำพร้อมมึงกูน่าจะหาย” คุณโชติลืมตาขึ้นมาจ้องผมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

ผมได้แต่ถอนหายใจเบาๆและมองอีกฝ่ายนิ่งๆ คนที่บอกว่าอาหารสกปรกคนที่บอกว่าจะไม่กินสุดท้ายแล้วกินไปสามชามแถมยังกล้าพูดด้วยว่า (ต้องกินเยอะๆเผื่อต้องใช้แรงตอนดึก)

กว่าผมจะอาบน้ำเสร็จและกว่าจะไล่คุณโชติไปอาบน้ำได้ตอนนี้ก็เกือบจะเที่ยงคืนพอดี ไฟในห้องถูกหรี่ลง วงแขนอุ่นๆค่อยๆโอบกอดร่างของผมไว้อีกครั้งเช่นทุกคืน ใบหน้าของผมซบลงบนแผ่นอกกว้างสัมผัสได้ถึงกลิ่นสบู่ที่ผสมกับกลิ่นกายของอีกฝ่าย กลิ่นที่ทำให้ผมผ่อนคลายและหลับสนิทได้ทุกคืน

“ต่อไปกูต้องอ้วนแน่ๆ” คุณโชติบ่นออกมาเบาๆ

“แล้วใครไปบังคับให้คุณโชติกินละครับ”

“ไม่มีใครบังคับหรอก แต่พอได้กินข้าวพร้อมมึงอะไรๆมันก็อร่อยไปหมด”

“ไปจำคำพูดมาจากละครเรื่องไหนครับ”

“หึหึ” คุณโชติหัวเราะเบาๆก่อนที่จะเอื้อมมือมาจับมือของผมเอาไว้

“จะทำอะไรครับ” ผมถามเสียงดุขึ้นเล็กน้อยเมื่อคุณโชติเอามือของผมสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อของเขาและวางมือของผมไว้บนหน้าท้องแน่นๆที่รู้สึกได้ถึงลอนกล้ามเนื้อแข็งๆ

“มึงลองจับดู พุงกูออกแล้วเนี้ย เพราะมึงคนเดียวเลยก้อง” คุณโชติกดฝ่ามือของผมแนบไปกับกล้ามท้องนั้น

“กะ...เกี่ยวอะไรกับผมละครับ” เสียงของผมสั่นเล็กน้อย แม้จะเคยเห็นจนชินตาและสัมผัสมาอย่างลึกซึ้งแต่ว่าทุกครั้งมันก็ยังอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

“ก็เมื่อก่อนกูออกกำลังกายก่อนนอนกับมึงทุกคืน แต่ตอนนี้มึงไม่ยอมให้กูออกกำลังกายเลย” คุณโชติเลื่อนมือของผมลงต่ำไปเรื่อยๆ

“มาออกกำลังกายกัน อย่างน้อยสัปดาห์ละห้าวัน วันละสามสิบนาทีก็ยังดี”

“อย่ามั่วครับคุณโชติ ปล่อยมือผมเลยครับ” ผมรีบดึงมือตัวเองออกมาจากหน้าท้องแน่นๆของอีกฝ่ายก่อนที่มันจะลงไปลึกกว่านี้

“ถ้ากูอ้วนขึ้นมามึงจะรักกูเหมือนเดิมไหม” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้น

“.........” ผมหยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่กับคำถามนั้น คำถามที่ไม่ว่าผมว่าจะตอบยังไงก็หมายความตามที่คุณโชติต้องการอยู่ดี

“ผมไม่เคยบอกว่ารู้สึกแบบนั้นกับคุณโชติครับ ถ้าจะหลอกให้ผมพูดต้องให้เนียนกว่านี้นะครับ”

“หึหึ....แล้ววันนี้มึงสนุกไหม”

“เรื่องอะไรละครับ”

“เรื่องที่มึงแกล้งกูไง พากูไปกินร้านแปลกๆ”

“ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลยครับ คนอื่นเขาก็กินกัน ถ้าจะแปลกจริงๆก็คงมีแต่คุณโชตินั้นเหละครับที่แปลกประหลาดกว่าคนทั่วไป”

“ว่ากูแปลกประหลาด มึงเองก็แปลกประหลาดเหมือนกัน”

“ผมแปลกตรงไหนครับ”

“แปลกตรงที่........” คุณโชติหยุดพูดก่อนที่จะกอดผมแน่นขึ้น “แปลกตรงที่มึงรักคนแปลกประหลาดแบบกูไง”

วินาทีนั้นหัวใจผมเต้นหนักอย่างควบคุมไม่ได้แต่ผมต้องรีบเรียกสติกลับมา

“คุณโชติคิดไปเองแล้วครับ”

“คนที่ไม่รักกันจะยอมให้นอนกอดแบบนี้ทุกคืนเหรอ” คุณโชติพูดจบก็จูบเบาๆบนหน้าผากของผมทำเอาใบหน้าร้อนวูบไปหมด “กูเห็นนะก้อง ว่าช่วงนี้มึงแอบมองปากกูอยู่บ่อยๆ......”

“ชอบจูบกูเหรอ..” เสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู มันยิ่งกว่าทำให้หน้าแดงแต่ผมรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะระเบิดออกมา

คุณโชติเริ่มขยับตัวเล็กน้อย ผมรู้สึกได้ถึงมือของอีกฝ่ายที่ค่อยๆช้อนใบหน้าของผมให้เงยขึ้นไป มองเห็นดวงตาคู่คมของอีกคนที่กำลังขยับลงมาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ

“จะ...ทำอะไรครับคุณโชติ”

 ไม่มีคำตอบใดๆนอกจากริมฝีปากที่แทบจะแนบสนิท

“เลิกเล่นได้แล้วครับ” ผมรีบขยับตัวหนีและนอนพลิกตัวออกไปอีกทาง

ผมได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆของคุณโชติก่อนที่เขาจะกอดผมไว้จากด้านหลัง

“โกงกันชัดๆ ทีมึงแอบจูบกู กูยังไม่ว่าอะไรสักคำ”

“........” ผมได้แต่นอนเงียบหลับตา มือกำผ้าห่มไว้แน่นด้วยความอาย

“เป็นเด็กเป็นเล็กริอาจเป็นขโมย ขโมยครั้งแรกอุตส่าห์ให้อภัย แต่มาขโมยครั้งที่สองจะแก้ตัวยังไง หืม…”

เสียงของอีกฝ่ายที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ผมอายอย่างที่สุด ทั้งๆที่ตอนแอบจูบก็คิดไว้อยู่แล้วว่าคุณโชติอาจจะรู้ตัวและคงต้องอับอายแน่ๆ แต่ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะน่าอายได้ถึงขนาดนี้

“หยุดพูดได้แล้วครับ ผมจะนอนแล้ว ถ้าคุณโชติพูดอีกผมจะไล่ลงไปนอนที่พื้น” ผมรวบรวมสติทั้งหมดแล้วพูดออกไป

“โหดจังเลย หยุดพูดก็ได้ แต่ขอกูจูบสักทีก่อนนอนได้ไหม จูบแบบตอนนั้น หึหึ” น้ำเสียงที่กำลังมีความสุขจากการแกล้งผมดังขึ้นจากอีกฝ่าย ซึ่งนั้นยิ่งทำให้ผมอายมากขึ้นกว่าเดิม อายจนไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดีให้คุณโชติหยุดพูดเรื่องนี้ ทั้งรู้สึกอายทั้งรู้สึกพ่ายแพ้

“รู้ไหมว่าตอนนั้นหน้ามึงแดง....”

“ไปนอนที่พื้นครับ” ผมพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่คุณโชติจะพูดจบประโยค

“มึงพูดว่าอะไรนะก้อง”

ผมหยุดชะงัดเล็กน้อยก่อนที่จะพูดซ้ำ “ผมสั่งให้คุณโชติลงไปนอนที่พื้นครับ”

“มึงพูดเล่นใช่ไหมก้อง มึงคงไม่ให้กูลงไปนอนที่พื้นจริงๆหรอกใช่ไหม”

“ลงไปนอนที่พื้นครับ หรือไม่อย่างนั้นก็ไปนอนห้องอื่น” ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“กูจะถามมึงครั้งสุดท้าย มึงพูดเล่นใช่ไหม” น้ำเสียงของคุณโชติผสมมาด้วยความโกรธ

“ผมพูดจริง”

ทันทีที่ผมพูดจบอ้อมแขนอบอุ่นที่เคยกอดไว้ก็คลายออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับเจ้าของร่างที่ลุกขึ้นจากเตียง

“ปังงงงง” เสียงประตูถูกปิดดังสนั่น ในห้องนอนกว้างๆเหลือเพียงแค่ผมเพียงคนเดียวกับแสงไฟสลัวๆ

ผมนอนมองไปยังประตูบานนั้น ประตูที่คนๆนั้นพึ่งเดินผ่านไป ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาผมรับบทเป็นนักฝึกสัตว์ที่พยายามจะฝึกสิงโตดุร้ายให้เชื่อง แต่ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆผมกลับรู้สึกเหมือนเป็นแค่เหยื่อที่กำลังถูกสิงโตเล่นสนุกก่อนที่จะกิน ผมเคยดีใจที่คุณโชติยอมทำตามที่ผมสั่ง ดีใจที่คุณโชติอ่อนโยนขึ้น ดีใจที่ทุกอย่างกำลังไปตามที่ผมต้องการ โดยที่ผมลืมไปเลยว่าตอนที่ตัวเองเป็นสัตว์ที่ติดกรงต้องทำตามคำสั่งคนอื่นมันทรมานแค่ไหน ลืมไปเลยว่าสัตว์เองก็มีชีวิตจิตใจไม่ชอบให้ใครมาบังคับหรือออกคำสั่งโดยเฉพาะกับสิงโตที่รักศักดิ์ศรียิ่งกว่าชีวิต

ทั้งที่คนอย่างคุณโชติยอมทำทุกอย่างตามที่ผมสั่ง ยอมไปกินอาหารที่ไม่คุ้นเคย ทั้งๆที่ผมน่าจะรู้ดีกว่าใครว่าคนที่รักศักดิ์ศรีอย่างคุณโชติคงไม่มีทางยอมนอนบนพื้นแน่ๆ ทั้งๆที่รู้อย่างนั้นแต่ผมก็ยังสั่งให้อีกฝ่ายทำ ทั้งหมดมันเป็นเพราะการขาดสติและทิฐิของตัวเอง ตอนนั้นผมทั้งอาย รู้สึกพ่ายแพ้และอยากจะเอาชนะเลยทำให้เรื่องเล็กๆกลายเป็นเรื่องใหญ่ และทุกอย่างที่มันกำลังไปได้ดีต้องกลับมาแย่ลง

ช่วงเวลาหลายเดือนที่ผมต้องนอนคนเดียวเพราะขาดใครบางคนมันช่างดูเคว้งคว้างและคืนนี้ผมคงจะต้องกลับมารู้สึกแบบนั้นอีกครั้ง ผมพลิกตัวกลับไปมองด้านข้างที่ว่างเปล่า ที่ๆทุกคืนต้องมีใครบางคนนอนอยู่ตรงนั้น ผมเอื้อมมือไปสัมผัสไออุ่นของอีกฝ่ายที่กำลังค่อยๆหายไปจากที่นอน กลิ่นที่คุ้นเคยยังคงติดอยู่จางๆเพียงพอให้ผมนอนหลับได้สนิทแต่ว่าความหนาวเย็นที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ผมจะรับมือได้อย่างไร

ผมค่อยๆหลับตาลงช้าๆสัมผัสได้ถึงความเดียวดายได้ชัดเจนจนน่ากลัว ก่อนที่ทุกอย่างจะสว่างวาบขึ้นมาเมื่อหลอดไฟบนเพดานห้องถูกเปิด

(คุณโชติ) ผมได้แต่เอ่ยชื่ออีกฝ่ายไว้ในใจเมื่อมองไปที่ประตูและเห็นอีกฝ่ายยืนอยู่ตรงนั้นโดยที่สองมือหอบผ้าห่มผืนใหญ่สีขาวมาด้วย

“จะทำอะไรครับ” ผมลุกขึ้นนั่งและมองอีกฝ่ายล็อคประตูและเดินตรงมาที่เตียง

“ก็นอนที่พื้นตามคำสั่งคนใจร้ายบางคนไง” คุณโชติมองผมด้วยสายตาดุๆ

“ว่าผมใจร้ายเหรอครับ” ผมตอบกลับไปพร้อมกับพยายามซ่อนรอยยิ้มและความดีใจของตัวเองที่มันกำลังจะระเบิดออกมา

“เปล่า...กูว่าเด็กขี้ขโมย อยากเอาชนะ ชอบคิดอะไรไปเอง และก็ปากไม่ตรงกับใจ” คุณโชติพูดจบก็ยื่นมือข้างหนึ่งมาขยี้หัวผมแรงๆก่อนจะโยนกองผ้าห่มที่หอบมาลงไปบนพื้นว่างๆข้างเตียง

“ผมให้นอนพื้นครับ ห้ามเอาผ้ามาปู” ผมปัดมือของอีกฝ่ายบนศีรษะออกไป

คุณโชติทำเป็นไม่ได้ยินที่ผมพูดแล้วยังเอื้อมมือมาดึงหมอนบนเตียงไปด้วยหนึ่งใบก่อนจะลงไปนั่งบนกองผ้าห่มจ้องมองมาที่ผม

“อย่าดุนักเลย แค่นี้กูก็กลัวจะแย่อยู่แล้ว ตอนแรกกูกะว่าจะไปนอนห้องอื่นจริงๆแต่ก็กลัวใครบางคนจะรู้สึกผิดแล้วก็นอนไม่หลับทั้งคืน ก็เลยต้องกลับมา” คุณโชติพูดจบก็ยิ้มกว้างออกมา

ผมทำได้แค่มองใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มนั้นอยู่นิ่งๆ จนรู้สึกตัวอีกทีใบหน้ามันก็ร้อนวูบไปหมด

“ไปปิดไฟด้วยครับ” ผมรีบทิ้งตัวลงนอนหันหน้าไปอีกทางทันที

“หึหึ” มีเสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆก่อนที่ไฟในห้องจะถูกหรี่ลงเหมือนเดิม

“ให้กูนอนพื้นแบบนี้ คิดจะแก้แค้นที่กูเคยทำกับมึงใช่ไหม” คุณโชติพูดน้ำเสียงไม่จริงจัง

“จะคิดแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอกครับ”

“พื้นแข็งๆ เย็นๆแบบนี้พรุ่งนี้เช้าตื่นมาคงจะปวดหลังแน่ๆ ถ้ามีใครใจดีสักคนให้ขึ้นไปนอนบนเตียงก็คงจะดี”

“คุณโชติชอบนอนเย็นๆไม่ใช่เหรอครับ นอนแบบนั้นไปนั่นแหละดีแล้วครับ”

“กูอุตส่าห์ยอมลำบากขนาดนี้แล้ว ยังไงมึงก็ให้คะแนนความสงสารกูเพิ่มด้วยก็แล้วกัน”

“ไม่ให้ครับ” ผมตอบกลับไปพร้อมกับยิ้มคนเดียวในความมืด

อย่างน้อยคืนนี้ผมก็คงจะหลับสนิทได้สักที

.....................................................................................................................

ผมตื่นมาได้สักพักแล้วแต่ยังไม่ได้ยินเสียงตื่นจากมือถือที่ตั้งปลุกไว้เลยนอนเล่นต่อไปเรื่อยๆ แม้ว่าเช้าวันนี้จะรู้สึกแปลกๆไปบ้างที่ไม่ได้ตื่นมาพร้อมกับอ้อมกอดของใครบางคนแต่ว่าผมก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อนึกย้อนไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทั้งตอนที่ไปกินข้าว ทั้งตอนที่คุณโชติลงไปนอนที่พื้นแล้วก็ตอนที่........ผมขโมยจูบ

เสียงเตือนดังขึ้นเบาๆบอกเวลาหกโมงเช้าผมค่อยๆลุกขึ้นนั่งบนที่นอนก่อนจะหันไปมองที่นอนด้านข้างที่ว่างเปล่า แล้วจินตนาการว่าตอนนี้คุณโชติจะนอนอยู่บนพื้นในสภาพไหน

ผมหยิบมือถือของตัวเองและเข้าไปที่กล้องถ่ายรูปก่อนจะค่อยๆขยับตัวให้เงียบที่สุดไปยังขอบเตียง

ว่างเปล่า......

บนพื้นห้องมีเพียงหมอนใบใหญ่กับผ้าห่มกองโตวางอยู่แต่ไร้วี่แววของคนที่เคยนอนอยู่ตรงนั้น หรือว่าเมื่อคืนคุณโชติทนไม่ไหวเลยออกไปนอนที่ห้องอื่นตอนผมหลับอยู่

ผมนั่งครุ่นคิดอยู่สักพักไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออก คุณโชติเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับใบหน้าที่ดูเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย ผมที่เริ่มยาวของอีกฝ่ายเปียกชื้นไปด้วยน้ำไม่ต่างจากเสื้อกล้ามที่อีกฝ่ายสวมอยู่ที่ตอนนี้มันแนบไปกับผิวกายจนมองเห็นมัดกล้ามส่วนต่างๆได้อย่างชัดเจน

“ไปออกกำลังกายมาเหรอครับ” ผมถามออกไปแม้ว่าสภาพของคุณโชติตอนนี้จะบ่งบอกได้ชัดเจนอยู่แล้ว

“อืม.....” คุณโชติตอบสั้นๆก่อนที่จะถอดเสื้อกล้ามออก “ก็มึงไม่ยอมกูสักที ไม่อย่างนั้นกูคงไม่ต้องตื่นแต่เช้าไปออกกำลังกายแบบนี้หรอก”

“แล้วทำไมคุณโชติไม่ไปออกกำลังกายตอนเย็นหรือเวลาอื่นละครับจะได้ไม่ต้องตื่นเช้า” ผมถามกลับไปด้วยความสงสัยเพราะรู้ดีว่าปกติคุณโชติไม่ชอบตื่นเช้าสักเท่าไร

“เวลาอื่นกูไม่ว่าง เพราะต้องคอยอยู่ข้างๆมึงไง แล้วกูก็นอนไม่ค่อยหลับด้วยพื้นโคตรแข็งเลย” คุณโชติบิดตัวไปมาเล็กน้อยก่อนที่จะถอดกางเกงกีฬาขาสั้นออก

“นะ...นั้น...จะทำอะไรครับ” ผมรีบถามและหันหน้าหนีไปทางอื่นเมื่อคุณโชติไม่ได้ถอดแค่กางเกงเท่านั้นแต่ว่ากางเกงในก็ถูกถอดออกไปด้วยเช่นกัน

วินาทีต่อมาผมก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่ออยู่คุณโชติในสภาพเปลือยเปล่ากระโจนขึ้นมาบนเตียงและกอดผมเอาไว้แน่น

“ปะ....” ผมกำลังจะสั่งให้อีกฝ่ายปล่อยแต่ว่าช้าไปแล้วเพราะริมฝีปากที่เร็วกว่าโฉบลงมาปิดเสียงของผมไว้จนหมดก่อนที่จะเริ่มดูดเอาวิญญาณของผมไปจนไร้แรงต่อต้าน

สัมผัสที่ทั้งอ่อนนุ่มและดุดันสลับกับไปมา กลิ่นเหงื่อและกลิ่นกายที่เป็นเอกลักษณ์ของอีกฝ่ายคละคลุ้งไปทั่ว มันไม่เหม็นเลยสักนิด แต่กลับให้ความรู้สึกลุ่มลึกน่าค้นหา

มือหนาค่อยๆขยับเข้าไปในชายเสื้อของผมและขยับขึ้นไปด้านบนช้าๆก่อนจะหยุดอยู่ที่ยอดอก ปลายนิ้วสะกิดเบาๆทำเอาร่างของผมสะดุ้งอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่ปลายนิ้วนั้นจะลูบไล้วนไปรอบๆอย่างบรรจง

รสจูบที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆทำให้ผมแทบจะหยุดหายใจ และทันทีที่อีกฝ่ายถอนจูบออกผมก็รีบสูดหายใจเข้าไปลึกๆเพื่อเตรียมรับมือกับการจูบครั้งใหม่

แต่ว่าทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิดเมื่อคุณโชติไม่ได้จูบลงมาอีกครั้งแต่เลือกที่จะซุกไซ้ใบหน้าลงไปที่ซอกคอของผม ตอหนวดที่เริ่มยาวให้ความรู้สึกจักจี้แปลกๆแต่ก็รู้สึกดีไม่น้อย

ทั้งที่ตอนนี้ปากของผมก็เป็นอิสระแล้วผมสามารถที่จะสั่งให้คุณโชติหยุดเมื่อไรก็ได้แต่ว่าผมกลับเลือกที่จะหลับตาและเม้มริมฝีปากแน่น มือทั้งสองที่ควรจะผลักร่างกำยำของอีกฝ่ายออกไปกลับมัวแต่กำผ้าปูที่นอนเอาไว้ และที่สำคัญที่สุดคือส่วนนั้นของผมที่มันควรจะสงบนิ่งกลับแข็งตัวจนเต็มที่และอยากจะถูกปลดปล่อยให้หายจากความทรมาน

เหรอว่าครั้งนี้ผมควรจะให้รางวัลกับคุณโชติบ้าง........

 “ขอทำได้ไหมก้อง” เสียงแหบพร่าของอีกฝ่ายดังขึ้นเบาๆ คำถามที่ร่างกายของผมมีคำตอบเตรียมพร้อมไว้แล้วแต่ว่าสมองจะตัดสินใจอย่างไร

ผมมองไปยังอีกฝ่ายที่ตอนนี้คร่อมตัวผมอยู่ ดวงตาคมที่สะกดจิตให้ผมหลงใหลได้ทุกครั้งกำลังจ้องมองกลับมาอย่างคาดหวังเช่นกัน

ตอนนี้ในหัวผมมันมีอยู่แค่สองทางเลือกระหว่างความต้องการกับสิ่งที่ควรทำ ถ้าผมยอมครั้งนี้มันจะกลายเป็นว่าผมต้องยอมแพ้ตลอดไปหรือเปล่า

“ขอนะ” เสียงของอีกฝ่ายดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับฝ่ามืออุ่นๆที่ลูบแก้มของผมอย่างอ่อนโยน

ผมหันหน้าไปอีกทางพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นอย่างไม่มีสาเหตุ “มะ....ไม่ครับ..”

คุณโชติถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะก้มลงมาจูบกลางศีรษะของผมและขยับตัวออกไป

ผมนอนมองร่างเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ที่ขอบเตียงส่วนล่างของคุณโชติมีสภาพไม่ต่างไปจากของผม คุณโชติหันกลับมายิ้มให้ผมเล็กน้อยอย่างเข้าใจก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องน้ำ

ผมนอนนิ่งอยู่กับที่และยกข้อมือขึ้นมาดูรอยสักที่เป็นชื่อของใครบางคนก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้ามือถือและเปิดดูรูปของคุณโชติรูปเดียวที่มีอยู่ รูปที่ทำให้ผมยิ้มออกมากับใบหน้างงๆที่ปรากฏอยู่ในนั้น

ผมควรจะทำยังไงกับความรู้สึกนี้ดี...........

ผมหลับตาลงช้าๆและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกดตั้งภาพนั้นเป็นภาพพื้นหลังและวางมือถือไว้ที่เดิม

ผมลุกขึ้นเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องน้ำและยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อฟังเสียงของน้ำที่ดังออกมาจากด้านหลังประตูก่อนจะตัดสินใจรวบรวมความกล้าที่มีเคาะประตูห้องน้ำไปหนึ่งครั้ง

เสียงของน้ำหยุดลงแทบจะทันทีและไม่กี่วินาทีต่อมาประตูห้องน้ำก็เปิดออก

ผมไม่รู้ว่าตอนนี้คุณโชติอยู่ในสภาพไหนหรือกำลังทำสีหน้าอย่างไรเพราะตอนนี้ผมได้แต่ก้มหน้ามองไปยังพื้นห้องที่

“มีอะไรเหรอเปล่าก้อง” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นยิ่งทำให้ผมประหม่ามากไปกว่าเดิม

“ผะ....ผะ....ผมขออาบน้ำด้วยคนนะครับ”

*****โปรดติดตามตอนต่อไป*****

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ  ขอบคุณทุกๆกำลังใจทุกๆความคิดเห็น

ขอบคุณที่ยังไม่ลืมกันนะครับ

ช่วงนี้คุณโชติรุกหนัก ส่วนพี่ก้องเองก็แพ้ทางคุณโชติเติมๆ

ต้องรอดูกันว่าสิงโตจะกลายเป็นแมว หรือพี่ก้องจะกลายเป็นอาหารสิงโตกันแน่ 5555

เจอกันใหม่ตอนหน้านะ ><

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น