Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 19 แตกต่างที่ลงตัว (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 19 แตกต่างที่ลงตัว (50%)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2561 20:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 แตกต่างที่ลงตัว (50%)
แบบอักษร

อาทิตย์นี้คนปกติส่วนใหญ่เริ่มหยุดกันแล้ว แต่นั่นใช้ไม่ได้กับประชากรแปลกประหลาดในบ้านหลังนี้ ทั้งเจ้านายและผู้ติดตามยังออกไปทุกวันไม่มีหยุด โกดังอึมครึมแห่งนั้นเกือบเรียกได้ว่าเป็นสถานที่คุ้นเคยสำหรับเธอเช่นกัน หลายครั้งที่มิเกลพยายามลากเธอออกไปด้วย แต่เธอตระหนักดีว่าคนเรามีเพียงชีวิตเดียวควรจะถนอมไว้ให้ดี ถึงแม้การยืนกรานไม่ไปเหยียบที่นั่นจะต้องแลกด้วย ‘มอนิ่งคิส’ หลายครั้ง แต่เธอไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากจำยอม

อลิซกับปิแอร์กลับมาที่ฝรั่งเศสก่อนวันคริสต์มาสอีฟ ทั้งสองวางแผนที่จะใช้เวลากับครอบครัวของทั้งคู่ราวหนึ่งอาทิตย์ก่อนจะไปฮันนีมูนกันต่อในช่วงวันหยุดยาวที่เหลือ ดังนั้นอลิซจึงขอนัดเจอเธอตั้งแต่วันแรกที่มาถึงและเธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ เรื่องสำคัญกว่านั้นคือเธอจะออกจากบ้านโดยไม่มีเงินซักบาทไม่ได้ จึงต้องข่มความง่วงถ่างตารอ ‘หัวขโมย’ อยู่ครึ่งค่อนคืน

ทว่าความง่วงไม่ใช่เรื่องที่จะดูถูกได้...รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างกำลังสั่นไหวเบาๆ

“อืม...” หญิงสาวลืมตางัวเงีย ยังไม่รู้ตัวซักนิดว่าอยู่ที่ใด

“ไปนอนที่ห้องรับแขกทำไม” 

พิมพ์นาราตั้งสติฟังเสียงทุ้มที่ดังมาจากเหนือหัว เมื่อลืมตาชัดๆถึงเห็นว่าตนเองกำลังลอยขึ้นบันได แขนเรียวทั้งคู่รีบโอบคว้าสิ่งยึดเหนี่ยวตามสัญชาตญาณ 

“ฉันเดินเองได้” เธอกล่าวเมื่อเห็นว่าผู้ที่กำลังอุ้มตนเป็นใคร

“ถ้าไม่อยากคอหักทั้งคู่ก็อยู่เฉยๆ” ไม่เพียงพูดเปล่าฝีเท้าหนักแน่นยังจงใจเดินให้ช้าลง ชายหนุ่มก้มมองคนในอ้อมแขน ใบหน้าเอาแต่ใจเริ่มขมวดคิ้วอย่างที่เคยทำ เรียกรอยยิ้มประดับริมฝีปากหยักเช่นทุกครั้ง

เธอง่วงเกินกว่าที่จะเถียงแต่ก็ไม่ชอบสายตาคมกริบระยิบระยับนั่น จึงได้แต่ซุกหน้ากับแผงอกกว้างยอมให้อีกฝ่ายพากลับห้องแต่โดยดี

ร่างบางถูกวางบนเตียงนุ่มของตน ดวงตาหยอกล้อคู่นั้นชวนให้รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอยู่บ้างจึงรีบคว้าผ้าห่มคลุมโปงพลิกกายหนี พื้นที่ข้างกายยวบยาบจากน้ำหนักที่กดลง ไม่นานผ้าห่มก็ถูกเลิกออกอีกครั้งและมีร่างกำยำร้อนผ่าวเบียดเข้ามา

หญิงสาวกลิ้งหนีเหมือนฟุตบอลแต่เอวคอดกลับถูกรั้งไว้และถูกลากกลับไปหาร่างหนาหนักนั่น ทั้งแขนและขากอดก่ายราวกับว่าเธอคือหมอนข้าง ล็อกแน่นจนขยับไปมาไม่ได้

“อึดอัด” เธอร้องบอกพลางผลักหน้าซึ่งเต็มไปด้วยตอหนวดที่กำลังซุกไซร้ซอกคอจนแสบผิวให้ออกไป

“ตัวเย็นเหมือนศพเลย” 

“ไม่มีอะไรเปรียบเทียบสร้างสรรค์กว่านี้แล้วเหรอ” ผู้พูดหันกลับไปดึงปากอีกฝ่ายเหมือนยางยืด นึกขำขันกับคำพูดคำจาที่หาสาระไม่ได้ของเด็กยักษ์ 

“โอ๊ย!” ฟันคมงับปลายนิ้วไว้อย่างรวดเร็ว ผู้ลงมือพลันเปลี่ยนเป็นร้องโอดโอย 

“โดนแค่นี้ทำมาร้อง สำออย” เสียงทุ้มกลั้วหัวเราะ แต่ก็ยอมอ้าปากปล่อยโดยดี

ในความมืดเห็นนัยน์ตาพราวระยับชัดเจนดุจดวงดาว ถึงจะออกไปแต่เช้าและกลับบ้านดึกดื่นแต่อีกฝ่ายยังดูอารมณ์ดีไม่มีท่าท่างเหน็ดเหนื่อย เห็นแบบนั้นก็ได้ถอนใจ ในเมื่อเขายังอยากเล่นเธอก็ไม่อยากปฏิเสธ

“คนที่ไหนโดนหมากัดแล้วไม่ร้องบ้าง” ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอางแสร้งทำบึ้งตึง ไหนเลยจะรู้ตัวว่าตีความอารมณ์อยากเล่นของชายหนุ่มผิดไป

“อยากร้องก็ร้องไป แต่ต้องไม่ใช่เสียงนี้” ไม่เพียงพูดเปล่า มือร้อนผ่าวยังล้วงเข้ามาในสาบเสื้อปลดตะขอบราปราการขวางกั้น เลื่อนมาเค้นคลึงความอ่อนนุ่มเบาๆ

“ทุเรศ! เรื่องแบบนี้ชำนาญนักนะ!” หญิงสาวรีบบิดกายหนี หยิกเข้าที่แขนอยู่ไม่สุขเต็มแรงจนอีกฝ่ายถึงกับครางลั่นในลำคอ 

บ้าบอที่สุด!! ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ!!

“ฉันต้องการเธอ” ความพลุ่งพล่านแล่นขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหว ร่างหนาพลิกกายมาอยู่ด้านบน มือทั้งคู่เริ่มดึงทึ้งชุดนอนแขนยาวขายาวซึ่งชวนเกะกะสายตา

“ไม่เอา” เธอไม่ปล่อยให้เขาสมปรารถนา ขาเรียวทั้งคู่ตวัดรัดเอวสอบของคนบนร่างก่อนจะพลิกกายกลับมาเป็นคู่คุมเกม

“เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นเยอะเลยนะ” เด็กเกเรจุปากชม นัยน์ตาสีครามจ้องผิวเนียนภายใต้กระดุมเสื้อที่หลุดออกมาสองสามเม็ด พยายามบดเบียดความแข็งกร้าวของตนกับสะโพกนิ่มให้อีกฝ่ายรู้ถึงความต้องการ 

“โรคจิต” เสียงหวานด่าทอ ยกสะโพกหนีเปลี่ยนเป็นยืนด้วยเข่าแทน

“คุยธุระกันก่อนสิ” เธอไม่ลืมจุดมุ่งหมายที่ถ่างตารอคุยกับเขา เอ่ยเข้าประเด็นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ค่อยคุย” แขนแข็งแรงรั้งร่างบางลงมา พรมจูบปลายคางมนก่อนจะค่อยๆเลื่อนสูงขึ้น ยังไม่ทันจะได้สัมผัสความหวานล้ำนุ่มนิ่มที่โหยหาหล่อนกลับเบี่ยงหน้าหลบ

“วันนี้ไม่ได้” 

“ทำไม” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ไม่ชอบใจนักที่ถูกปฏิเสธ

เธอเริ่มเรียนรู้ว่าตนเองมีสิทธิ์เอาแต่ใจจึงไม่เห็นการกระทำ ‘เขียนเสือให้วัวกลัว’ อยู่ในสายตา  แต่ก็รู้ดีว่าหากหาเหตุผลมาอ้างไม่เข้าท่าเขาก็คงเซ้าซี้ต่อไม่เลิก คิดไปคิดมาจึงข่มความอายพูดออกไปตรงๆ

“เป็นประจำเดือน” แก้มนวลขึ้นสีระเรื่อ ไม่ชินกับการทำตัวหน้าหนาหน้าทนเช่นอีกฝ่าย

ผู้ฟังกะพริบตาปริบๆ ถึงแม้วิธีร่วมรักจะใช้แค่มือแต่เขาไม่คิดจะเอาเปรียบหล่อนด้วยการสุขสมฝ่ายเดียวอยู่แล้ว จึงได้แต่ถอนหายใจตอบกลับด้วยใบหน้าเสียดายอยู่บ้าง

“งั้นก็ไม่เป็นไร” 

“ดีมาก” เนื่องจากเขายอมเชื่อฟังโดยง่ายจึงเผลอหยอกล้อออกไปอย่างอารมณ์ดี มือบางตบแก้มสากที่ไปด้วยเคราเบาๆ

“ยังกับพื้นถนน”

“ไม่ชอบเหรอ” ชายหนุ่มซุกไซร้ใบหน้าเข้ากับมือเย็นราวกับลูกแมวออดอ้อน ตั้งแต่อุบัติเหตุคราวนั้นเขาคงลืมเช็คสมองอย่างที่หล่อนพูดจริงๆ 

“ไม่ชอบ” เธอไม่เสียเวลาครุ่นคิด ส่ายหน้ารัวเป็นการยืนยันคำตอบ

“แล้วชอบแบบไหน” คิ้วเข้มเลิกถาม

“หน้าเนียนๆ อืม...แบบฮาฟิซล่ะมั้ง” เธอหมายถึงหน้าเกลี้ยงเกลาอ่อนโยนของเขา ชีวิตวัยสาวไม่ค่อยมีผู้ชายมาข้องเกี่ยวมากนัก คนที่เธอรู้จักเขาก็คงไม่รู้จัก ดังนั้นจึงยกตัวอย่างคนใกล้ตัวให้อีกฝ่ายเห็นภาพ 

“ตั้งแต่พรุ่งนี้เธอจะไม่ได้เจอมันอีก” ผู้ฟังหน้าคล้ำ หรี่ตากล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

มีที่ไหนกล้าพูดกล้าชมผู้ชายคนอื่นต่อหน้า หากไม่ใช่ผู้ติดตามคนสนิทของตนมันคงไม่ได้มีเงาหัวแล้ว 

“ถ้าคุณขโมยเพื่อนคนเดียวของฉันไปก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก” คิ้วเรียวขมวดหากัน ท่าทางเชิดหน้าเพิ่มความดื้อรั้นมากกว่าปกติ 

“นี่กล้าขู่เหรอ” มือหนาเริ่มกำคลายกำคลายระงับความหงุดหงิด 

“ก็คุณเป็นคนถามเอง ฉันแค่ตอบตามความจริง”

เพียะ!

“โอ๊ย!” เสียงแหลมหวีดร้องพร้อมกับร่างบางที่สะดุ้งโหยง ความแสบปนชาแล่นไปทั่วสะโพกกลม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มถลึงกว้างจ้องอันธพาลอย่างดุร้าย 

“นี่คุณตีฉันเหรอ!” 

“เอามือลงเลย ไม่งั้นคืนนี้ก็ไม่ต้องนอน” เสียงทุ้มชิงขัดฝ่ามือที่ง้างขึ้น คิดผิดจริงๆที่ตามใจคนตรงหน้า พอขัดใจอะไรนิดหน่อยก็พร้อมลงไม้ลงมือ 

“งั้นก็ออกไป ฉันจะนอน” ผู้พูดสะบัดหน้าล้มตัวนอนหันหลังให้ทันที

“อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่ชอบ”

“พูดมาก” 

“พิมพ์นารา” เสียงทุ้มแข็งกร้าว เริ่มมีโทสะขึ้นมาบ้าง

________________________________________________________________________________

ฮาฟิซจามไม่หยุดแน่ ตามิเกลไม่ค่อยจะขี้หึงเลยยยยยย 5555555555


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น