Tastsu

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.3k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2562 21:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่9
แบบอักษร

“แฮ่ก..ก..” เสียงหอบหายใจดังขึ้นเป็นจังหวะถี่ๆ บ่งบอกถึงความเหนื่อยที่แทบจะก้าวเท้าไม่ออก กวาดสายตาพยายามเพ่งมองฝ่าความมืดแต่ก็ยังมีแค่ต้นไม้ไม่มีท่าทีว่าจะมีบ้านคนเลยสักนิด มือกำปลายโซ่แน่นเพราะหากปล่อยไว้มันยิ่งเพิ่มภาระในการวิ่งมากขึ้น เพราะตลอดทางที่ปล่อยไว้มันทำให้ผมหกล้มไม่รู้กี่รอบ นอกจากโซ่ที่รั้งและทำให้บาดเจ็บ ความมืดก็ทำให้ผมเจ็บตัวไม่ต่างกัน และตอนนี้ผมไม่รู้ว่าหนีมานานแค่ไหนแล้วแต่ว่าเหนื่อยจนต้องมองหาต้นไม้ใหญ่เพื่อเป็นเกาะกำบัง

 

พ่นลมหายใจเมื่อคิดว่าคงจะหนีมาไกลพอสมควร เอนหลังพิงต้นไม้หลับตาลงช้าๆ หากแต่เสียงพูดคุยและแสงไฟฉายที่ส่องอยู่ไม่ไกลทำให้ผมสะดุ้งตกใจ รีบใช้มือปิดปากเพราะชาวบ้านทั่วไปคงไม่มาเดินป่าตอนกลางคืนแบบนี้แน่นอน

 

“พวกมึงไปดูตรงโน้น”

 

ผมขดตัวอยู่ใต้ต้นไม้จนกระทั่งเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยเงียบลง ค่อยๆ โผล่หน้ามองปรากฏว่ายังมีคนยืนอยู่สองคนท่าทางไฟฉายจะมีปัญหาจึงยืนนิ่ง หนึ่งในนั้นลองเคาะจนมันติดและนั่นเป็นจังหวะที่เขาส่องไฟฉายมาที่ผมพอดี เขาคนนั้นก็คือเมฆ

 

ผมนิ่งแข็งทื่อ ส่วนเมฆก็ตกใจเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้บอกกับคนที่อยู่ด้วยเพียงยิ้มมุมปากและพยักหน้าให้ผมเบาๆ ผมจึงพยักหน้าตอบแล้วหลบใต้ต้นไม้ต่อ เมฆบอกให้คนข้างๆ รีบเดินไปดูทางอื่น และนั่นจึงทำให้ผมรอดจากการถูกจับตัว

 

ถอนหายใจ และนั่งอยู่ตรงนั้นจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอีก จึงค่อยๆ ลุกยืนแล้วเดินไปยังทางตรงข้ามของกลุ่มเมื่อครู่ที่เดินผ่านไปแต่ว่า….

 

“เฮ้ย มันอยู่ตรงนั้น!”

 

เสียงนั้นมาพร้อมกับแสงไฟที่สาดส่อง ผมสะดุ้งแตกตื่นรีบวิ่งหนีทันที เสียงฝีเท้ามากมายวิ่งตามหลังมา เสียงบอกให้หยุดตะโกนลั่นป่า ผมก็วิ่งหนีไม่คิดชีวิต พวกที่วิ่งตามหลังมาว่าตกใจแล้วแต่แสงไฟที่อยู่ตรงหน้าตกใจกว่า มันทำให้ผมร้องแผดเสียงดังลั่นหัวใจแทบหลุด เมื่อจู่ๆ ก็มีกลุ่มหนึ่งพรวดพราดวิ่งมาดักหน้าพอดี เหมือนกับว่ารู้อยู่ก่อนแล้ว ขาผมอ่อนทรุดฮวบทันทีทั้งตกใจและหมดแรง และไม่นานกลุ่มของเมฆก็เดินมาสมทบ

 

“มึงนี่มันโง่จริงๆ ที่คิดหนี เรื่องที่มึงคิดจะหนีพวกกูรู้อยู่ก่อนแล้วเพราะเจ้านายบอก ฮะๆ ๆ”

 

“น่าสนุกดีว่ะเหมือนจับหมูในอวน”

 

ผมมองพวกมันตาขวางอย่างไม่พอใจ ขณะที่กำลังจะขอให้ปล่อยไปเพื่อยื้อเวลาก็ต้องจบลงเมื่อคำพูดของคนที่ผมต้องการหนีดังขึ้น

 

“วิ่งเล่นสนุกไหม”

 

ผมเบิกตากว้างตัวสั่น เมื่อคุณเอกอนันต์เดินมา ข้างกายมีชะเอมเดินไม่ทิ้งห่าง ผมมองเธออย่างไม่พอใจทันที ชะเอมก็รีบเบือนหน้าไปทางอื่น ส่วนเมฆมองผมด้วยแววตาสำนึกผิดแล้วนำโซ่มาติดไว้ที่ข้อเท้าของผม

 

คุณเอกอนันต์ย่อตัวลงแล้วตบแก้มผมเบาๆ

 

“จะหนีไปไหน”

 

“คุณวางแผนงั้นเหรอ”

 

“ใช่”

 

“คุณทำแบบนี้ทำไม สนุกมากเหรอ”

 

“ใช่ สนุกมากเลยที่เห็นคนจนมุม”

 

ผมกำมือแน่น “ผมเกลียดคุณ!”

 

“ฟังจนเบื่อ แต่ฉันก็เกลียดนายเหมือนกัน ทำไมไม่ยอมรับความจริง ทำไมยังเสแสร้ง ถ้ายอมรับทุกอย่างฉันอาจจะให้อภัยนายก็ได้”

 

ผมนิ่วหน้า “ทำไมผมต้องยอมรับในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ!”

 

“นายมัน…! เกินเยียวยาแล้วจริงๆ เลิกบ้าได้แล้ว ฉันรู้ทุกอย่างหมดแล้ว!”

 

ผมโมโหจนไม่อยากมองหน้าแต่เขาก็บีบแก้มรั้งให้มองพร้อมกับชี้หน้า

 

“ฉันจะให้โอกาส ขอโทษฉันซะ ยอมรับความจริงทุกอย่างตอนนี้เลย!”

 

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิด!”

 

ปึก!

 

“ยังจะหน้าด้านอยู่อีก!”

 

เขาใช้หลังมือตบผมอย่างจัง มึนงงไปชั่วขณะ หน้าชาและมีความเจ็บปวดตามมา

 

ผมกำมือแน่น จ้องกลับจนแทบถลึงตาใส่

 

“สรุปคือไม่ยอมรับใช่ไหม”

 

ผมปิดปากเงียบแต่ยังมองไม่ลดละ

 

“ดี ดี! ดีมาก! สงสัยคงต้องอยู่บนเตียงถึงจะได้เลิกปากแข็ง!”

 

ผมเบิกตากว้าง เขาก็จับที่คางของผมแล้วบีบ “มองไปทางไหน หรืออยากได้ผู้ชายคนอื่น!”

 

“มีแค่คุณคนเดียวที่คิดแบบนี้! เลว!”

 

เขากำมือแน่นก่อนจะ….

 

ปึก!

 

ต่อยมาที่มุมปากของผมทันที ผมนอนทรุดไปด้านข้างตามแรงหมัด มันเจ็บจนคางแทบจะหัก เส้นผมถูกกระชากให้ใบหน้าเงยมอง

 

“เดี๋ยวจะเลวกว่านี้อีก….พวกมึงอุ้มมันไปที่ห้องกู”

 

ผมกำมือแน่น สายตามองชะเอมอย่างไม่พอใจ ซึ่งเธอก็ทำหน้าไม่พอใจเช่นกัน ผมถูกใครบางคนอุ้มพาดบ่าแล้วพาไปยังบ้านพักของคุณเอกอนันต์

 

พวกเขาวางผมไว้ตรงด้านล่างบันได จากนั้นคุณเอกอนันต์ก็สั่งให้ทุกคนกลับไป ชะเอมรั้งจะอยู่แต่สุดท้ายก็ถูกไล่ไปอยู่ดี เธอชักสีหน้าอย่างหงุดหงิดแต่ก่อนไปก็ย่อตัวลงแล้วหยิกเข้าที่เอวผมหนึ่งที แล้วเดินกระทืบเท้าจากไป

 

หลังจากทุกคนจากไปจึงเหลือเพียงเราสองคน บรรยากาศเงียบจนผมรู้สึกกลัวแต่ก็ไม่กล้าเงยหน้ามอง จนกระทั่งเขาจับปลายโซ่และกระตุกให้ลุก ผมไม่รีรอให้เอ่ยปากสั่งรีบลุกยืนอย่างทุลักทุเล

 

“ขึ้นมา!”

 

เขาเดินขึ้นบันไดแล้วกระชากให้ผมเดินขึ้นตาม ผมเม้มปากแล้วเดินขึ้นตามอย่างหงุดหงิด คงเพราะเดินช้าเขาจึงกระชากอีกครั้งและนั่นจึงทำให้เสียหลักและกลิ้งตกบันได เขารีบปล่อยโซ่แล้วเดินลงมาอย่างไม่ทุกข์ร้อนพลางมองผมที่กลิ้งตกมาอยู่บนพื้น แม้จะขึ้นไปไม่กี่ขั้นแต่ก็เจ็บจนร้องโอดโอย

 

“ลุก”

 

“อึก!”

 

ผมมองข้อเท้าตัวเองที่ตอนนี้รู้สึกปวดจนลุกไม่ขึ้น ต้องแพลงแล้วแน่ๆ กัดฟันแล้วค่อยๆ ลุกยืนแต่ก็ต้องล้มไปอีกครั้ง

 

“กูบอกให้ลุก”

 

“ผมเจ็บ”

 

“เจ็บอะไร”

 

“ขะ…ข้อเท้า”

 

เขามองข้อเท้าของผมแล้วย่อตัวลง มือคลำเบาๆ ผมก็นิ่วหน้า

 

“แค่นี้ไม่ตายหรอก ลุกมาได้แล้ว”

 

“คุณก็เห็นว่าผม….”

 

ฟุ่บ

 

ผมนิ่งทันทีเมื่อจู่ๆ เขาก็อุ้มผมเข้าอ้อมกอดแล้วพาเดินขึ้นไปด้านบน แต่เขายังคงขมวดคิ้วหงุดหงิด ผมก็นิ่งเพราะกลัวว่าหากทำอะไรผิดไปจะถูกโยนลง

 

คุณเอกอนันต์ไม่พูดอะไรจนกระทั่งเข้าไปด้านในตัวบ้านและมาหยุดที่ห้องนอน เขาวางผมลงบนพื้นแล้วถอดเสื้อยืดโยนลงพื้น

 

“คะ..คุณจะทำอะไรน่ะ”

 

“ถอดเสื้อไง”

 

“แล้วถอดทำไม พาผมมาที่ห้องนี้ทำไม หรือคุณจะทำอย่างที่พูด…ว่าจะทำบนเตียง”

 

ผมพยายามลุกแต่ลุกไม่ไหวจึงคลานไปที่ประตูเพื่อจะหนี เขาเดินมาหาผมแล้วถีบให้พ้นประตู

 

“จะหนีไปไหน…อยู่เฉยๆ!”

 

พูดพลางถอดจนเหลือแค่กางเกงในตัวเดียว ผมยิ่งกลัวจนสั่นเหมือนหนูที่กลัวแมว เขามองผมแล้วหัวเราะก่อนจะหยิบผ้าขนหนูพาดบ่า

 

“กูจะไปอาบน้ำ ถ้ามึงหนีไปครั้งนี้ไม่เหลือซากแน่” พูดแค่นั้นก็เดินออกไป ส่วนผมก็มองไปทั่วห้องอย่างหวาดหวั่น

 

………………………..

 

เมื่ออาบน้ำเสร็จเอกอนันต์ออกมาสวมเสื้อยืดและกางเกง ในหัวรู้สึกมึนแปลกๆ และเกิดอารมณ์ทางเพศหลังจากดื่มน้ำในแก้วที่ตั้งอยู่ข้างเตียง จำได้ว่าชะเอมรินวางไว้ให้และไม่รู้ว่าเธอลอบเข้ามาในห้องนอนตอนไหนทั้งเธอยังสะดุ้งตกใจเหมือนกำลังทำอะไรผิดเมื่อเขาเข้ามาในห้องแล้วเจอพอดี

 

สายตามองบัวที่นั่งอยู่บนพื้น ภาพที่เห็นทำไมดูเย้ายวนแปลกๆ บัวนั่งอยู่บนพื้นในสภาพที่กำลังอ้าขา เสื้อถกขึ้นเผยให้เห็นผิวขาวๆ และแลบลิ้นยั่วยวน

 

มีหรือที่เอกอนันต์จะไม่เดินเข้าหาแต่ขณะที่มือกำลังจะจับตัวอีกฝ่าย เขาก็รีบละออกแต่ว่าภาพที่เห็นคือบัวกลับคลานเข้าหาแล้วสวมกอดขาของเขา อ้อนวอนขอให้ทำแรงๆ แววตาก็หวานซึ้ง พูดว่าต้องการเอกอนันต์เร็วๆ

 

เอกอนันต์ไม่รู้ว่านี่คือความจริงหรือภาพหลอนเพราะบัวไม่มีทางทำแบบนี้แน่ๆ แต่ก็เหมือนจริงเกินไป ทั้งคำพูดและสัมผัส แก่นกายที่ตื่นตัวอยู่แล้วยิ่งทวีความต้องการมากขึ้น เขารวบตัวบัวเข้าอ้อมกอดแล้วพลิกให้อีกฝ่ายอยู่ด้านล่างทันที

 

“คะ…คุณจะทำอะไรผมน่ะ หยุดนะ! ผมเจ็บเท้า!”

 

บัวตื่นตระหนกเมื่อจู่ๆ ก็ถูกรวบเข้าอ้อมกอด พยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากร่างใหญ่โตที่กดทับไว้ มือหนาเลื่อนมาสัมผัสใบหน้าของบัวที่ตอนนี้น้ำตานองหน้าแต่ในสายตาของเขามองเห็นบัวกำลังยิ้มอย่างดีใจ มือกระชากทึ้งเสื้อจนขาด กางเกงถูกดึงออก

 

“อย่า! ช่วยด้วย..อื้อ!”

 

ปากถูกประกบด้วยริมฝีปากหนา ลิ้นดุนเข้าไปด้านในจนปากอัดแน่นส่งเสียงไม่ได้ ในขณะที่สมองกำลังเบลอ มือของอีกฝ่ายก็เลื่อนมากอบกุมส่วนอ่อนไหว หยอกล้อและรูดขึ้นลงอย่างรุนแรง บัวเบือนหน้าหนีจูบแล้วหวีดร้องลั่นจนสุดท้ายก็ทานทนไม่ไหวปลดปล่อยออกมา

 

“อย่า..อย่า! ..อ๊า…”

 

ตัวแอ่นโค้งเมื่อหยาดน้ำเบื้องล่างออกมาจากร่างกาย หน้าอกแบบราบแต่มีตุ่มเม็ดสีทับทิมลอยเด่นอยู่ตรงหน้าทำให้เอกอนันต์ไม่อาจยับยั้งใจได้ มือเปลี่ยนมาบีบเค้น ปากเลื่อนมากัดยอดอกแล้วดูดเหมือนต้องการน้ำนม บัวร้องครางพยายามผลักออกแต่คนตัวใหญ่กลับดึงดันที่จะทำ กัดตามร่างกาย ลำคอ จนผิวสีขาวเป็นรอยแดงช้ำอย่างน่ากลัว

 

“คุณเอกอนันต์…ฮึก…”

 

“บัว…”

 

“ขอร้องล่ะ..ไม่เอา..”

 

ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาแต่แฝงไปด้วยความเย้ายวน ทำให้แก่นกายที่ร้อนและแข็งทนทานไม่ไหวอีกต่อไป ไม่รอช้าอ้าขาอีกฝ่ายให้กว้าง พอเห็นแผลเป็นที่ถูกบุหรี่จี้ก็รู้สึกยินดีอย่างกระหาย แทรกเบื้องล่างที่โป่งนูนที่ยังอยู่ในกางเกงถูไถกับร่องก้น

 

“อา…” เอกอนันต์ครางอย่างสุขสม บัวป่ายขาเพื่อต้องการดิ้นหนีแต่ก็ถูกมือทั้งสองจับแน่นและตรึงไว้กับพื้นจนอ้ากว้างอย่างน่าอาย

 

เอกอนันต์มองแก่นกายขนาดเล็กของบัวที่เพิ่งปลอดปล่อยและมีหยาดน้ำสีขาวขุ่นติดอยู่บ้าง เขาจูบตรงส่วนหัวเบาๆ แล้วกัดจนคนที่นอนอยู่ร้องคราง

 

เขาไม่ได้ถอดกางเกงเพียงปลดซิปออก นำแก่นกายที่ส่วนหัวเยิ้มมาถูไถร่องก้นจนบัวเผลอแอ่นเบื้องล่างเข้าหา เอกอนันต์มองอย่างยินดี เขาค่อยๆ สอดนิ้วเข้าไปในช่องทางที่ปิดสนิท

 

“อื้อ! เจ็บ!”

 

เสียงครางและบอกว่าเจ็บทำให้เขาหยุดแต่เพราะอยากปลดปล่อยเต็มทนจึงหยุดได้ไม่นาน นิ้วจึงเริ่มทำหน้าที่ผ่อนคลายช่องทางเพื่อให้รองรับความใหญ่โต ค่อยๆ ดึงนิ้วเข้าออกแต่รูสวยที่เปิดอ้าเหมือนต้องการดึงไว้ไม่ยอมปล่อยและนั่นจึงทำให้เอกอนันต์พอใจจนต้องก้มและใช้ลิ้นเลียช่องทางนั้น

 

“แฮ่ก..ก..พะ..พอ…ผมไม่ไหวแล้ว อย่าทำเลยนะ ฮึก….” คนที่ถูกเลียพยายามใช้มือปิดและผลักหัวเอกอนันต์ให้ออกห่าง คนถูกผลักเงยหน้าและรีบรวบมือไว้เหนือหัว มองใบหน้าอีกฝ่ายที่แดงก่ำ หายใจหอบ มันช่างน่ากอดยิ่งนัก การที่เขาทนมาได้จนถึงตอนนี้ถือว่าเก่งมากแล้วดังนั้นถึงเวลาที่ปลดปล่อยเสียที มือจับแก่นแล้วค่อยๆ สอดเข้าไปทางช่องทางนั้นอย่างนิ่มนวล

 

“อ๊า! เจ็บๆ ๆ ๆ ผมเจ็บ” ขาดิ้นกระแทกลำตัวของเอกอนันต์จนเจ็บแต่ตอนนี้เขาไม่สนใจแล้ว ความรู้สึกที่ถูกยากระตุ้นมันทำให้เขาทนไม่ไหวไม่อาจใส่ใจเรื่องอื่นอีก จากที่ค่อยๆ สอดเข้าไปเพียงครึ่งตอนนี้อารมณ์จากฤทธิ์ยาทำให้ความต้องการทางเพศกลบความอ่อนโยนช่วงแรงไปเกือบหมดสิ้น

 

สวบ!

 

“โอ๊ย โอ๊ย! เจ็บ!”

 

แรงกระแทกนั้นหนักหน่วงจนคนเบื้องล่างแทบขาดอากาศหายใจ ขาทั้งสองยกสูงจนแทบติดหน้าอกเพราะการโน้มตัวของเอกอนันต์ ทั้งคนตัวใหญ่ยังกระแทกแก่นกายเข้ามาไม่ยั้งเหมือนต้องการปลดปล่อยอารมณ์โดยเร็ว

 

“หะ..หายใจไม่ออก อื้อ!”

 

บัวบีบแขนทั้งสองของเอกอนันต์แน่น ส่ายหน้าไม่หยุดเพราะรับแรงกระแทกที่มหาศาลไม่ไหว ช่องทางตอนนี้เจ็บจนระบมเหมือนถูกมีดแทงแล้วแทงอีก แทงจนเลือดไหล เข่าทั้งสองตอนนี้แทบแนบติดใบหน้า ตัวสั่นสะท้านเพราะแรงโยก หลังเจ็บแสบเพราะถูไถบนพื้น

 

“ไม่ไหว อ๊ะ..อ๊า..ไม่เอาตรงนั้น…ไม่ อึ๊!”

 

“อา…อา…บะ..บัว”

 

“หยุดเถอะ..ฮึก..ผมขอโทษ..ผมจะ..จะไหวแล้ว….อื้อ!!”

 

น้ำสีขาวขุ่นปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง ไม่ทันที่บัวจะได้พักเพราะแรงกระแทกนั้นยังไม่หยุดจนกว่าคนที่อยู่ด้านบนจะปลดปล่อย

 

บัวรู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองจะหักเพราะเอกอนันต์นั้นรุนแรงเกินไป ทั้งเจ็บทั้งจุก มือบีบบ่าอีกฝ่ายแน่นร้องไม่เป็นภาษา เหนื่อยทั้งที่ไม่ได้ออกแรง

 

“บัวฉันจะ….อา…อา…อือ….”

 

“แฮ่ก..ก..อึก..อื้อ!”

 

น้ำพุ่งเข้ามาในตัวของบัวจนสะท้านและสะดุ้งเฮือก เขาคิดว่าทุกอย่างคงหยุดแล้วแต่ว่าไม่ใช่เพราะไม่นานเอกอนันต์ก็กระแทกเข้ามาอีกครั้งแรงนั้นไม่ช้ากว่าครั้งแรก แขนทั้งสองอุ้มบัวเข้าอ้อมกอดและลุกยืนทั้งที่ส่วนแก่นกายยังคาอยู่ที่ช่องทาง

 

“อ๊ะ..เจ็บ…ไม่เอาท่านี้!”

 

ท่านี้สอดลึกจนบัวอ้าปากค้าง เหมือนกับว่าเขากำลังนั่งทับมันอยู่

 

“แฮ่ก…เจ็บ…เจ็บท้อง..เจ็บก้น…พอ! ...อ๊า”

 

บัวจับท้องตัวเองตัวงอ เขาถูกเอกอนันต์จับที่ลำตัวแล้วยกขึ้นลงพร้อมกระแทกแก่นกายสวน ทุกการกระทำเหมือนกับว่าเขาคือตุ๊กตายางตัวหนึ่งที่สามารถทำรุนแรงได้ ทั้งยังรู้สึกเหมือนนั่งเครื่องเล่นที่ขึ้นและลงจนมึนหัวแต่เครื่องเล่นนี้มันทั้งเจ็บและ…สุขสมปนกัน เขาไม่ควรที่จะมีความรู้สึกนี้แต่ว่าห้ามไม่ได้ ห้ามความรู้สึกดีไม่ได้

 

“อื้อ อื้อ อื้อ”

 

“อึก”

 

ฟันกัดลงบนบ่าเอกอนันต์แล้วกอดแน่นหลับตารองรับแรงกระแทกที่น่ากลัว เหมือนจะคว้านภายในร่างกายออกมา ร้องไห้จนตาบวม ไม่ว่าอ้อนขอแค่ไหนอีกฝ่ายกลับไม่สนใจยังมอบความเจ็บปวดและความสุขสมที่ไม่ต้องการมาให้อยู่ดี

 

สวบ สวบ เสียงดังน่าอายดังครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งหยาดน้ำพุ่งเข้ามาในตัวอีกครั้ง เสียงดังสวบสาบถึงหยุดลง บัวซบใบหน้าลงบนบ่า แขนขาไร้เรียวแรงปล่อยลงตามแรงโน้มถ่วง

 

เอกอนันต์กอดบัวแน่นพลางจูบขมับแต่ว่าความต้องการของเขายังไม่หมดลง ความใหญ่โตยังคาอยู่ในร่างกายของคนตัวเล็กกว่า เขาเดินไปยังที่เตียงวางบัวลงอย่างแผ่วเบา แม้เขาจะเห็นว่าอีกฝ่ายเลือดออกอย่างน่ากลัวแต่ว่าก็ไม่อาจควบคุมอารมณ์ไว้ได้ สุดท้ายก็ต้องเคลื่อนไหวร่างกายต่อไป

 

บัวมองเอกอนันต์อย่างเลื่อนลอย ไม่ได้ส่งเสียงร้องและทำสิ่งใดๆ อีกแล้ว เขาเพียงมองใบหน้าอีกฝ่ายที่ขึ้นลงไปตามแรงกระแทก จากนั้นทุกอย่างก็มืดดับลง

 

………………………

 

เลือด คราบสีขาว เปรอะเปื้อนพื้นและผ้าปูที่นอน จนคนที่นั่งถอดเสื้อสูบบุหรี่บนเตียงได้แต่เอามือกุมขมับ พลางคิดว่าเขาทำอะไรลงไป เขาไม่ได้ต้องการข่มขืน เพียงแค่ขู่เท่านั้นไม่ได้ต้องการทำจริงๆ สายตามองไปยังร่างที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาว สภาพร่างกายมีแต่รอยแดงช้ำ ไม่แปลกเพราะถูกเขาทำหลายครั้ง

 

ตอนที่เอกอนันต์ปลดปล่อยครั้งสุดท้าย บัวก็แน่นิ่งไปนานแล้ว ตอนนั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รีบอุ้มเข้ามาในอ้อมแขนแล้วเรียก พออังจมูก ฟังหัวใจจึงรับรู้ว่ายังปลอดภัยเขาค่อยคลายใจแต่ว่ายังไม่คลายกังวล รีบล้างตัวอีกฝ่าย ห่มผ้าให้และปลดโซ่ออก 

 

“กูทำอะไรลงไปวะ”

 

เขาลุกยืนแล้วเดินไปมา ก่อนจะจำได้ว่าตอนนั้นดื่มน้ำแล้วก็…

 

“ชะเอม…”

 

เขารีบโทรศัพท์หาเมฆแล้วถามหาชะเอมทันที

 

“ว่าไงนะ หายไป”

 

“ครับ…ผมเองก็หาไม่เจอ”

 

“หนีไปงั้นเหรอ”

 

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

 

“มึงไม่ต้องรู้ รีบตามหานางนั่นให้เจอเดี๋ยวนี้!”

 

“คะ..ครับ”

 

“แล้วก็…ให้จำปีมาหาฉันด้วย”

 

เอกอนันต์กดวางสายแล้วเดินไปข้างเตียงเพื่อมองใบหน้าของคนที่นอนหลับให้ชัดๆ ตอนนี้ไข้ขึ้นหนักถ้าไม่พาไปหาหมอ…

 

เขาส่ายหน้า ไม่มีทาง…จะไม่ยอมปล่อยให้บัวไปจากที่นี่เด็ดขาด แต่ว่าเรื่องนี้เขาผิด ไม่สิ ชะเอมและก็บัวต่างหาก ชะเอมใส่ยาลงไป ส่วนบัวก็ยั่วยวนเขา เอกอนันต์จับหัวตัวเอง จำภาพที่บัวทำท่ายั่วยวนเชิญชวนได้ ซึ่งภาพนั้นเขาไม่รู้ว่ามันคือความจริงหรือภาพหลอนกันแน่แต่ว่าไม่อยากให้ตัวเองผิดมากเกินไปจึงคิดหาข้ออ้าง

 

แต่ว่ารสรักที่ได้ทำไปนั้นช่างหอมหวานจนอยากทำอีกครั้ง มือใหญ่ค่อยๆ จับเส้นผมที่ปรกใบหน้าอีกฝ่ายแต่ก็เพียงแค่จับเล็กน้อย จากนั้นจึงใส่เสื้อแล้วเดินออกไปนอกห้อง

 

…………………………

 

'พ่อรักเราหรือเปล่า…พ่อรักเราจริงๆ ใช่ไหม…แม่บอกผมสิ…ฮึก..ก..'

 

เฮือกกก

 

ผมสะดุ้งตื่นจากความฝัน ฝันถึงเรื่องในอดีตอีกแล้ว อดีตที่ผมไม่ชอบเลยสักนิด ค่อยๆ ยกมือจับหัวที่ปวดแทบแตก นิ่วหน้าเพราะว่าเหมือนจะเป็นไข้อย่างหนัก ขณะที่กำลังจะขยับตัวต้องร้องเสียงหลง ตัวปวดร้าวเหมือนถูกคนทุบตี ใบหน้าก็ระบม

 

“ตื่นแล้วเหรอบัว”

 

“พะ..พี่จำปี”

 

ผมจับคอตัวเองพบว่าเสียงหายไป “นี่มันเกิด….” หากแต่เมื่อผมมองไปรอบห้องพบว่าที่นี่ไม่ใช่กระท่อมและตอนนี้ผมกำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่ม

 

“ที่นี่คือที่ไหนเหรอครับ”

 

“เอ่อ..บัวจำไม่ได้เหรอว่าเกิดอะไรขึ้นน่ะ”

 

ผมขมวดคิ้วก่อนที่ความทรงจำเมื่อคืนจะเข้ามาในหัว ผมจำได้แล้ว..ผมถูก…

 

พี่จำปีรีบจับมือผมแล้วร้องไห้

 

“ทำไมคุณเอกอนันต์ถึงใจร้ายแบบนี้ก็ไม่รู้ พี่คิดว่าเขาเป็นคนที่ใช้ได้คนหนึ่ง เพราะให้ที่พัก ให้งานพวกพี่ทำ ถึงแม้จะไม่ใช่เจ้านายที่น่ายกย่องแต่ไม่คิดว่าจะเลวร้ายขนาดนี้”

 

ผมมองพี่จำปีพลันร้องไห้ไม่ต่างกัน จับมือพี่จำปีแน่น

 

“ฮึก..ก..พี่จำปี..ช่วยผมด้วย..ผมกลัว…ผมทนไม่ไหวแล้ว..”

 

“พี่ก็อยากช่วยแต่ว่าพี่จะทำยังไงดี…ฮือออ”

 

ใครก็ได้ช่วยผมที ให้ผมหลุดพ้นจากความเลวร้ายนี้ที จะมีใครช่วยผมได้บ้างไหม ผมไม่อยากมีชีวิตแบบนี้อีกแล้ว ผมทำอะไรผิดนักหนา ทำไมคนผิดถึงไม่ได้รับผลนี้ไปเเทน

 

เราสองคนร้องไห้กันอยู่นานจนตาบวม พี่จำปีจึงประคองผมให้นั่งพิงหมอน เพียงแค่นั้นผมก็ต้องร้องด้วยความเจ็บเพราะตรงนั้นของผมเป็นแผลใหญ่และเลือดออกมาก พี่จำปีพูดบอกเสียงเบาถึงบาดเเผลและบรรยายสภาพคร่าวๆ ให้ฟังเพราะพี่เขาเป็นคนทาเเผลให้ ส่วนผมไม่ต้องฟังคำบรรยายก็พอรู้เพราะเจ็บจนนั่งแทบไม่ได้ แล่นไปทั้งสะโพก ทั้งตรงท้องน้อยก็เจ็บระบม ใบหน้าก็บวมจนตาแทบปิดเพราะถูกต่อยและตบ

 

ผมมองแขนตัวเองที่แม้จะใส่เสื้อแขนยาวแต่ถ้าถกขึ้นจะเห็นแผลจ้ำๆ ซึ่งเป็นรอยกัด เสื้อตัวนี้น่าจะเป็นเชิ้ตของคุณเอกอนันต์ ส่วนข้างล่างมีแค่กางเกงขาสั้นบางๆ สวมอยู่ หากผมลุกยืนเสื้อจะปิดกางเกงจนมิดเหมือนไม่ได้ใส่อะไรและแน่นอนว่าเห็นรอยจ้ำที่ขาอ่อนอย่างชัดเจน

 

ผมนั่งเหม่อในใจรู้สึกว่างเปล่า พลางคิดว่าทำไมผมต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย น้ำตาไหลเงียบๆ มือกำแน่น รู้สึกเครียดในสมอง รู้สึกถึงความสกปรก

 

“บัว…กินข้าวต้มนะพี่ทำให้แล้ว”

 

“ผมไม่อยากกิน”

 

“กินเถอะนะจะได้กินยา”

 

“ก็บอกว่าไม่อยากกินไง!” ผมตวาดลั่นจนพี่จำปีตกใจ พอรู้ตัวก็รีบไหว้ขอโทษ

 

“ขอโทษครับ ผมขอโทษ ตอนนี้ผมเครียด ฮึก..ก..” ผมใช้สองมือกุมหัวตัวเองแล้วร้องไห้อย่างหนักอีกครั้ง ครั้งนี้หายใจจนหอบและพูดบางอย่างออกมาด้วยเสียงที่สั่น

 

“ฮึก..ก..ทำไมผมต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย…ทำไมผมต้องโดนทำถึงขนาดนี้ด้วย…ทำไมๆ ๆ ๆ ทำไมล่ะพี่จำปี ฮือออ เพราะพ่อไม่รักผมใช่ไหม เพราะพ่อทิ้งแม่ไปใช่หรือเปล่า ทำไมผมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย ฮืออออ” สิ่งที่พูดออกมาจากปากไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เเต่เพราะความเครียดจึงทำให้พ่นประโยคอื่นออกมามากมาย

 

พี่จำปีก็กอดปลอบ แล้วร้องไห้ตามไปด้วย

 

“ไม่ร้องนะ ไม่ร้องนะบัว”

 

“ฮึก..ก..”

 

ผมกำเสื้อที่อกตัวเอง มันปวดร้าวจนทนไม่ไหว

 

เสียงประตูที่เปิดเข้ามาไม่ได้ทำให้ผมหันไปมองแต่อย่างใด แขนของพี่จำปีค่อยๆ ละออกและบอกว่าต้องไปแล้ว ผมหันไปมองคนมาใหม่จึงเข้าใจว่าเขาคงสั่ง

 

“ร้องไห้งั้นเหรอ”

 

ผมเม้มปากแล้วค่อยๆ ลมตัวนอนตะแคงหันหลังให้

 

“ยังไม่กินข้าวอีกเหรอ”

 

‘….’

 

“ไข้เป็นยังไงบ้าง” เขาจะใช้มืออังหน้าผากแต่ผมปัดมันทิ้ง

 

“อย่ามาถูกตัวผม!”

 

เกิดความเงียบชั่วขณะ เขาจึงจับแขนแล้วกระชากให้ผมหันมามอง

 

“ทำไมฉันจะถูกตัวเมียตัวเองไม่ได้”

 

“ใครเมียคุณ!”

 

“ก็ใครล่ะที่ตกเป็นเมียฉันเมื่อคืน”

 

“ผมไม่ใช่เมียคุณ คุณสารเลว ข่มขืนผม!”

 

“ฉันไม่ได้ข่มขืนแต่นายมันยั่วก่อน”

 

“ผมไปยั่วคนอื่นยังจะดีกว่ามายั่วคุณ ผมเกลียดคุณ! เกลียด! เกลียดมากจนอยากให้ตายๆ ไปเลย!”

 

“ฮะๆ ๆ แล้วไง เกลียดฉันแล้วไง ความเป็นผัวมันก็ไม่หายไปหรอก” เขาบีบแขนผมมากกว่าเดิม

 

“จำไว้ ฉันคือผัวของนาย ต่อไปทำอะไรเกรงใจผัวด้วย หวังว่าคงจะไม่ใช้รูของตัวเองไปมั่วกับคนอื่นอีก”

 

“ฮึก..ก..”

 

ผมกำมือแน่นแล้วต่อยไปที่ใบหน้าเขาอย่างสุดแรงเท่าที่มีในตอนนี้ หลับตารอรับหมัดที่จะพุ่งสวนมาแต่แปลกใจแม้จะหลับตานานเท่าไรก็ไม่รู้สึกถึงความเจ็บ พอลืมตาเห็นเขานั่งนิ่งแล้วยกถ้วยข้าวต้มมาไว้ในมือ ทั้งที่เลือดไหลตรงมุมปาก

 

“กินซะ เดี๋ยวป้อน”

 

“ไม่”

 

“กิน”

 

“ไม่กิน!” ผมจะนอนหันหลังแต่เขากระชากให้ลุกนั่งจนผมเจ็บช่วงล่างและร้องออกมา เขาก็ตกใจรีบปล่อยมือ

 

“เจ็บมากเหรอ”

 

ผมก็ปิดปากเงียบ แล้วเช็ดน้ำตาทั้งที่ยังสะอื้น

 

“ถ้าไม่กิน ฉันจะถือว่านายร่างกายแข็งแรง รองรับการกระแทกของฉันได้ดี”

 

ผมนิ่วหน้า “นี่คุณ..”

 

“กินซะ”

 

ผมมองช้อนที่เต็มไปด้วยข้าวต้มอย่างลังเล

 

“ถ้าไม่กิน รับรองคืนนี้ตรงนั้นของนายพังแน่ๆ”

 

“ฮึก..ก..”

 

“กิน!”

 

ผมก็ยอมอ้าปากและให้เขาป้อนข้าวอย่างกล้ำกลืน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}