facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 97 : ท้องฟ้าที่เราได้เฝ้ามองด้วยกัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 97 : ท้องฟ้าที่เราได้เฝ้ามองด้วยกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.6k

ความคิดเห็น : 156

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2561 16:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 97 : ท้องฟ้าที่เราได้เฝ้ามองด้วยกัน
แบบอักษร

ตอนที่ 97 : ท้องฟ้าที่เราได้เฝ้ามองด้วยกัน


หลังจากเจอภาพไอ้เพียวบนแคร่ไม้ไผ่ไป โฟคก็แทบจะกลายร่างเป็นใบ้ไปเลยตลอดการชมสวนหลังจากนั้น เขาปล่อยให้ป้าอ้อยพูดจาชวนคุยกับแขกกิตติมศักดิ์ของโฮมสเตย์ต่อไป ส่วนเขาก็ปิดปากเงียบและเฉไฉการพูดคุยกับไอ้เพียวโดยตลอด จนกระทั่งกลับมาถึงรีสอร์ต เขาก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องพัก

ไอ้สิงโตเฒ่าทำเอาเขาหายใจแทบไม่เคยทั่วท้อง

ความสัมพันธ์ของพวกเขามัน 10 ปีแล้ว มันนานมากจนลืมความหวาน ความใจเต้น ความเขินจนไปกล้าสบตาไปแทบหมดแล้ว ที่ผ่านมาทุกวันมันคือความสุขอบอุ่นแบบกลมกล่อมมากกว่า เข้าใจกัน อยู่ด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้มีอารมณ์ของความหน้าแดงจนต้องเบือนหน้าหนีแบบนี้ หวานไหมก็คงหวาน คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร แต่มันเหมือนการเติมโซดารสซ่าลงในความสัมพันธ์มากกว่า บางทีการทำสวนขุดดินเลี้ยงหมาก็ทำให้เขาแทบจะลืมไปหมดว่า แฟนของตัวเองนั้นแท้จริงแล้วเป็นคนร้อนแรงมากเพียงไหน

บางทีก็แอบให้ความรู้สึกเหมือนได้แฟนใหม่ที่อยู่ในหัวใจดวงเดิม


“คุณลูกชายเจ้าของสวนครับ ผมรอคุณอยู่ที่ระเบียงห้องที่ถัดไปจากห้องคุณ”

เสียงร้องเตือนแจ้ง SMS เข้าดังมาในโทรศัพท์มือถือเครื่องสำรองที่เขานำมาใช้แกล้งไอ้เพียว แฟนของเขาพักอยู่ห้องถัดไปติดกับเขานี่แหละ โฟคก้มมองข้อความที่แสดงก็ขมวดคิ้วอย่างสนใจ รอบนี้จะมาไม้ไหนอีก เขาอยากรู้จริงว่ามันจะจีบเขาด้วยไม้ไหนอีก อีกอย่าง เขาก็หลบหน้าหลบตามันมาหลายชั่วโมงแล้ว อาการหน้าร้อนตัวร้อนเวลาสบตาก็คงจะพอบรรเทาไปได้เยอะ

โฟคคิดได้ดังกล่าวก็ยิ้มมุมปากนิดหน่อยอย่างถือสนุก ก่อนจะพาตัวเองลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกไปตามคำเชิญ พวกเขาพักกันอยู่บริเวณชั้น 2 ระเบียงด้านนอกเปิดออกสู่วิวสวน ดวงอาทิตย์กล่าวคำอำลาไปแล้ว ท้องฟ้าเชียงใหม่ตอนนี้มีแต่แสงจากดวงดาวที่หยอกล้อไปกับบรรยากาศชนบท ณ เบื้องล่าง


โฟคเปิดประตูระเบียงไปก็เจอไอ้เพียวนั่งยิ้มกว้างอยู่ก่อนแล้ว

แฟนของเขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาวปลดกระดุมหลายเม็ดจนเห็นเนินแผงอกสวย กางเกงสแลคเข้ารูปไล่ไปจนถึงข้อเท้าที่เปลือยเปล่า เพียวนั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงพร้อมกีตาร์ตัวหนึ่งในมือ สิ่งที่ดูแปลกตาออกไปก็คือมันลากเอาโทรทัศน์จากภายในห้องพักออกมาด้วย ภาพจากจอกว้างนั้นยังคงเป็นสีดำสนิท แต่สัญญาณไฟตรงขอบจอยังส่องสว่างอยู่ เหมือนมันจะเอาอะไรสักอย่างมาฉายให้เขาดูในขณะที่เดาว่าคงจะเล่นกีตาร์ให้เขาฟัง

แค่เห็นภาพนั้นน้ำตาเขาก็พาลจะไหลเสียแล้ว

ไอ้เพียวทำอะไรเพื่อเขาอีกแล้ว ในขณะที่ตัวเขามัวแต่งี่เง่าแล้วก็เอาแต่ใจ ยิ่งเห็นยิ่งขอบคุณที่มันยังคงไม่ไปไหน มันยังคงอยู่เคียงข้างเขา แม้ในวันที่เขาจะโคตรเอาแต่ใจตัวเองก็ตาม ในจังหวะนั้นทิฐิในใจของเขาก็ละลายหายไปจนหมดสิ้น เขากำลังจะเอ่ยปากขอโทษคนตรงหน้าและขอยุติเกมบ้าๆ นี้เสีย แต่เพียวที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มนั้นกลับเอานิ้วชี้ไปแตะที่ริมฝีปาก ราวกับจะเป็นสัญญาณให้เขาเงียบไว้ มือของมันเริ่มดีดกีตาร์ในมือขึ้นเป็นจังหวะแรก พร้อมกับคำพูดตัวอักษรสีขาวบนฉากดำที่ฉายอยู่บนหน้าจอใหญ่ด้านหลังที่แทบจะสะกดทุกความรู้สึกของเขาให้หยุดอยู่ ณ ชั่วจังหวะนั้น เพียวเริ่มร้องเพลง ในขณะที่ภาพบนจอก็บรรยายบอกเล่าเรื่องราว


เพลง Stand by me : Ben E. King

ภาพคำพูดที่ปรากฎอยู่บนจอ

“มึงเคยบอกกับพระเอกที่ชื่อเพียวในนิยายเรื่อง NEED YOU NOW ของมึงว่า เพลงที่มึงชอบที่สุดในชีวิตคือเพลง Stand by me ของ Ben E. King เพราะถึงมันจะเป็นเพลงรัก แต่มันก็ไม่ใช่รักแบบหักปักหัวปำ รักแบบปราศจากเหตุผล แต่มันคือความรักที่เข้าใจในความต่าง และเรียนรู้เพื่อยอมรับที่จะอยู่ร่วมกัน”


When the night has come

And the land is dark

And the moon is the only light we’ll see

เมื่อยามราตรีมาถึง

และความมืดเข้าปกคลุมผืนดิน

มีเพียงแต่แสงจากพระจันทร์ดวงนั้นที่พวกเรายังมองเห็น

ภาพคำพูดที่ปรากฎอยู่บนจอ

“กูฟังเพลงนี้ครั้งแรกตอนที่กูอยู่กลางทะเลอ่าวไทย ตอนนั้นกูเอานิยายของมึงไปอ่านด้วย มึงอาจจะไม่เคยรู้ แต่กูอ่านนิยายเรื่องของเราซ้ำไปซ้ำมาจนแทบจะจำได้ทุกบททุกบรรทัดแล้ว ทุกครั้งที่กูอ่านนิยายของมึง กูรู้สึกเหมือนมีงมาอยู่เคียงข้างกูด้วย หลังจากที่กูอ่านจบกูก็เริ่มหัดเล่นเพลง Stand by me ด้วยกีตาร์ของพี่ที่แผนก ทุกครั้งที่กูรู้สึกอ้างว้างไม่เหลือใคร กูจะหยิบกีตาร์ขึ้นมาเล่นเพลงนี้ เพราะเพลงนี้ทำให้กูคิดถึงมึง”


No, I won’t be afraid, no I won’t be afraid

Just as long as you stand, stand by me

ไม่เลย ฉันจะไม่กลัว ฉันจะไม่รู้สึกกลัว

ตราบใดก็ตามที่คุณนั้นอยู่เคียงข้างฉัน อยู่เคียงข้างฉัน

ภาพคำพูดที่ปรากฎอยู่บนจอ

“ชีวิตกลางทะเลแม่งโคตรเหี้ย ชีวิตกูที่ไม่มีมึงแม่งโคตรเหี้ย กูแม่งผิดหวังเหมือนคนบ้าตอนที่ต่อคิวใช้โทรศัพท์เกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อจะโทรหามึง แล้วพบว่ามึงติดเคสทำฟันคนไข้อยู่ ชีวิตที่ไม่มีมึงแม่งเหี้ยจริงๆ นั่นแหละ แต่คนอย่างกู โฟค ถ้ากูไม่เลือกเส้นทางนี้ กูไม่มีวันที่จะมีเงินเดือนหกหลักแบบนี้ กูไม่มีวันจะมีเงินไปช่วยมึงผ่อนบ้านผ่อนรถด้วยกัน กูไม่มีวันเลยที่จะกล้าพูดได้ว่ากูจะสามารถดูแลมึงได้ตลอดไป”


So darling, darling, stand by me, oh now stand by me

Stand by me, stand by me

ดังนั้นแล้วที่รัก ที่รัก ได้โปรดอยู่เคียงข้างฉัน

โอ้ตอนนี้ ณ ตอนนี้ อยู่เคียงข้างฉัน

อยู่เคียงข้างฉัน ได้โปรดอยู่เคียงข้างฉัน

ภาพคำพูดที่ปรากฎอยู่บนจอ

“ทุกครั้งที่กูคิดถึงมึง กูจะหยิบกีตาร์ขึ้นมาดีดแล้วร้องเพลงนี้ด้วยความคิดถึงมึง กูเล่าไม่ได้ กูบอกมึงไม่ได้หรอกว่ากูเสียใจขนาดไหน กูคิดถึงมึงขนาดไหนที่ต้องห่างกัน แค่นี้กูก็เหี้ยพอแล้ว กูก็ทำให้มึงเสียใจพอแล้ว กูบอกมึงไม่ได้เลย โฟค กูไม่สามารถทำให้มึงเสียใจไปได้มากกว่านี้ กูทำได้แค่อ่านนิยายของมึง ร้องเพลงที่มึงชอบ เพลงที่มึงไม่เคยได้ยินจากปากกูสักครั้งเดียว”


If the sky that we look upon

Should tumble and fall

And the mountains should crumble to the sea

หากท้องฟ้าที่เราได้เฝ้ามองด้วยกัน

จะทลายลงสิ้นไม่เหลือชิ้นดี

และเหล่าภูเขาจะล่มสลายลงสู่ผืนท้องทะล

ภาพคำพูดที่ปรากฎอยู่บนจอ

“วันที่พายุเข้าอ่าวไทย แท่นลอยที่กูนอนอยู่ก็หมุนเหมือนจะคว่ำลงให้ได้ กูโคตรกลัวตายเลยหวะโฟค กูไม่กลัวเจ็บหรอก เจ็บมันคงไม่นาน แต่กูกลัวจะไม่ได้เจอมึงอีกมากกว่า ทุกครั้งที่พายุเข้าจนกูแทบบ้า กูพูดอะไรไม่ได้เลย กูทำให้มึงเป็นห่วงกูมากกว่านี้ไม่ได้เลย กูทำได้แค่โทรไปบอกมึงในวันรุ่งขึ้นว่ากูสบายดี ทั้งที่ความจริงพายุถล่มจนกูแทบบ้าตายอยู่เมื่อคืน”


I won’t cry, I won’t cry, no I won’t shed a tear

Just as long as you stand, stand by me

ฉันก็จะไม่ร้องไห้ ฉันจะไม่ร้องไห้ ไม่หรอก ฉันจะไม่มีน้ำตา

เพียงตราบใดก็ตามที่คุณนั้นอยู่เคียงข้างฉัน อยู่เคียงข้างฉัน

ภาพคำพูดที่ปรากฎอยู่บนจอ

“วันที่กูกลัวจนร้องไห้ กูหยิบกีตาร์ตัวนี้ขึ้นมาดีดเพลงนี้โฟค กูร้องเพลงนี้ออกมาด้วยความคิดถึงมึง กูยอมรับตามตรงอย่างไม่อายเลยตอนที่เนื้อเพลงบอกว่า Stand by me กูร้องไห้หวะโฟค กูอยากให้มึงอยู่เคียงข้างกูในเวลาแบบนี้ เพลงนี้ทำให้รู้สึกเหมือนมึงอยู่ข้างกู โฟค ทุกครั้งที่กูหายไป 21 วัน กูคิดถึงมึงแทบบ้า กูคิดถึงมึงแทบตาย แต่กูไม่เคยกล้าบอกมึง กูกลัวมึงเป็นห่วง กูได้แต่ร้องเพลงนี้ทุกครั้ง ทุกครั้งที่กูคิดถึงมึง”


And darling, darling, stand by me, oh now

Stand by me

Stand by stand by me stand by me

และที่รัก ที่รัก ได้โปรดอยู่เคียงข้างฉัน

โอ้ตอนนี้ ณ ตอนนี้ อยู่เคียงข้างฉัน

อยู่เคียงข้างฉัน ได้โปรดอยู่กับฉัน อยู่เคียงข้างฉัน

ภาพคำพูดที่ปรากฎอยู่บนจอ

“ทุกครั้งที่กูร้องเพลงนี้ กูภาวนากับตัวเองในใจตลอดรู้ไหมโฟค กูรู้ตลอดว่ามึงดีพร้อมแค่ไหน ชีวิตมึงเจอคนที่คู่ควรกับมึงมากขนาดไหน เมื่อเทียบกับคนเหี้ยๆ อย่างกูแล้ว กูคิดเสมอว่า ถ้าวันหนึ่งมึงจะทิ้งกูไป กูแม่งไม่กล้าจะโกรธมึงด้วยซ้ำ กูได้แต่ร้องเพลงนี้คนเดียว โฟค Stand by me ได้ไหม อยู่กับกูได้ไหม อย่าทิ้งกูไปได้ไหม รอกูก่อน วันหนึ่งกูจะดีกว่านี้ วันนี้กูจะพร้อมกว่านี้ วันหนึ่งกูจะมีเวลาให้มึงมากกว่านี้ แต่วันนี้ มึงยังอยู่กับกูได้ไหม มึงอย่าเพิ่งทิ้งกูไป กูคิดตลอดเวลาที่กูร้องเพลงนี้ด้วยความคิดถึงมึง”


Darling, darling, stand by me, stand by me

Stand by me stand by me stand by me

ที่รัก ที่รัก ได้โปรดอยู่เคียงข้างฉัน อยู่เคียงข้างฉัน

อยู่เคียงข้างฉัน ได้โปรดอยู่กับฉัน อยู่เคียงข้างฉัน

ภาพคำพูดที่ปรากฎอยู่บนจอ : “โฟค มึงตั้งใจฟังกูให้ดีนะ”


Whenever you’re in trouble won’t you stand by me, oh now stand by me

Oh stand by me, stand by me, stand by me

เมื่อไรก็ตามที่คุณกำลังทุกข์ใจ ได้โปรดมาอยู่เคียงข้างฉัน ณ ตอนนี้ มาอยู่เคียงข้างฉัน

ได้โปรดอยู่เคียงข้างฉัน อยู่เคียงข้างฉัน ได้โปรดอยู่เคียงข้างฉัน

ภาพคำพูดที่ปรากฎอยู่บนจอ

“ตอนนี้กูขอตำแหน่งบนภาคพื้นได้แล้ว การกลับมาครั้งนี้ของกู กูจะไม่กลับไปที่แท่นขุดเจาะอีกแล้ว กูยังไม่บอกใคร เพราะกูรอบอกเรื่องนี้กับมึงเป็นคนแรก โฟค ต่อไปนี้กูจะไม่ต้องไปอยู่กลางทะเลแบบเดิมอีกแล้ว กูจะมีเวลาให้มึงมากขึ้น อยู่ข้างๆ กับมึงมากขึ้น กูจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้น ให้สมกับคำพูดกูที่บอกมึงมาตลอดว่ากูจะดูแลมึง ถึงเวลาที่กูจะขอโอกาสให้ได้ดูแลมึงจริงๆ เสียที”


Darling, darling, stand by me, stand by me

ที่รัก ที่รัก ได้โปรดอยู่เคียงข้างฉัน อยู่เคียงข้างฉัน

ภาพคำพูดที่ปรากฎอยู่บนจอ

“กลับบ้านเรานะโฟค กลับไปใช้ชีวิตแบบที่มึงสมควรจะได้รับมาตลอด ต่อไปเมื่อฝนตกพายุเข้า มึงจะไม่ต้องร้องไห้เสียใจอีกแล้ว กูจะอยู่เคียงข้างมึงไปทุกวันหลังจากนี้ ตื่นเช้ามามึงจะได้เจอกูเป็นคนแรก ทุกคืนก่อนนอนเราจะจับมือกันนอนหลับไปด้วยกัน สุข กูจะอยู่กับมึง ทุกข์ กูก็จะอยู่กับมึง ขอบคุณมึงมากที่รอกูมาตลอด 5 ปี วันนี้การรอคอยของเราสิ้นสุดกันลงแล้ว กลับบ้านเรานะโฟค ให้โอกาสกูได้ดูแลมึงอย่างที่กูอยากทำมาตลอดเสียที”


Oh stand by me, stand by me, stand by me

อยู่เคียงข้างฉัน เคียงข้างฉัน ได้โปรด อยู่เคียงข้างฉัน

ภาพคำพูดที่ปรากฎอยู่บนจอ

“กูรักมึงนะ โฟค รักมาก รักไม่ต่างจากไอ้เพียวที่รักไอ้โฟคในนิยายของมึงเลย”




น้ำตามากมายทะลักทลายออกมาจากดวงตาของโฟคอย่างสุดจะฝืนกั้น

เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับเป็นเด็กตัวน้อย เขาไม่เคยรู้เลยว่าคนตรงหน้าเจ็บปวดแค่ไหน เขาไม่เคยรู้เลยว่าคนตรงหน้าต้องพยายามมากเพียงใด ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่เคยอัดอั้นอยู่มากมายช่วงสองสามวันก่อนหน้านี้ละลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง เขาร้องไห้ ร้องไห้ให้ความรักที่คนตรงหน้ามอบให้เขาจนเขาไม่รู้จะตอบแทนยังไงได้หมด

โฟคใช้มือทั้งสองปิดหน้าไว้ไม่อยากจะแสดงความอ่อนแอให้คนตรงหน้าเป็นห่วง

แต่ยิ่งห้ามเหมือนจะยิ่งเกินจะต้านทาน น้ำตาเขาไหลออกมาด้วยความปิติยินดีจนร่างกายสั่นเทิ้มไปหมด สิ้นสุดการรอคอยแล้ว 5 ปีที่เขาฝืนอดทนเฝ้ารอการกลับมาของหัวใจของเขา ไอ้เพียวจะกลับมาแล้ว มันจะกลับมาอยู่เคียงเขาเหมือนที่มันเคยสัญญา จะไม่มีคืนไหนอีกแล้วที่ฝนฟ้าจะกรีดร้องและเขาจะต้องผ่านไปโดยลำพัง


“โฟค”

เสียงเรียกในระยะประชิดนั่นทำให้เขาเงยหน้าที่ยังฟูมฟายไม่หยุดขึ้นไปตามเสียง แล้วก็พบว่าไอ้ตัวต้นเหตุที่ทำเอาเขาร้องไห้ไม่หยุดนี่มายืนอยู่ในระยะประชิดไม่เกินหนึ่งฟุตแล้ว ไอ้เพียวปีนข้ามระเบียงเตี้ยๆ จากชั้นสองข้ามมาฝั่งห้องเขาโดยที่เขาก็ไม่ได้ทันรู้สึกตัว

โฟคยืนมองหน้าคนตรงหน้าที่เขารักจนสุดหัวใจ

เขาควรจะด่ามันที่ปีนข้ามระเบียงมาทำไมไม่รู้แบบนี้ เขาควรจะด่ามันที่ไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง แต่เมื่อใบหน้าที่แสนรักมาห่างอยู่ในระยะแค่คืบแบบนี้ คำพูดนับร้อยพันที่อยากจะระบายออกมาก็กลับถูกกลืนลงคอไปอีกครั้ง เขาทำอะไรไม่ได้เลยนอกไปจากร้องไห้

ไอ้เพียวไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรนอกจากดึงตัวเขาเข้าไปกอด เขาเอาใบหน้าซุกอยู่ที่ผืนไหล่กว้างและระบายน้ำตาออกไปเท่าที่จะพอใจ มือของอีกฝ่ายไม่ได้พยายามเร่งรัดอะไรเขามากไปกว่าคอยแต่ลูบศีรษะของเขาไปมาอย่างปลอบใจ


ไม่มีอีกแล้วเตียงนอนที่ว่างเปล่า

ไม่มีอีกแล้วการเฝ้ารอคอยทุก 21 วัน

ไม่มีอีกแล้ว


เพียวจะกลับมา

ตื่นด้วยกันในทุกเช้า

และจะเข้านอนในทุกคืนไปด้วยกัน


โฟคกอดคนตรงหน้าอย่างแน่นที่สุด แน่นราวกับจะชดเชยวันเวลา 5 ปีที่แสนจะอ้างว้างและต้องฝืนอดทนอดกลั้นอะไรต่างๆ มามากมาย ไม่มีอีกแล้ว 21 วันที่ว่างเปล่า แต่ไปนี้จะเป็นวันเวลาของเขาที่มีแต่เราอย่างแท้จริง


Stand by you

Oh, stand by you

For the rest of my life, I will

Stand by you, stand by you

เคียงข้างคุณ

ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณ

ตราบจนวันสุดท้ายของลมหายใจของฉัน

ฉันจะเคียงข้างคุณ ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณ

โฟคฮัมเพลงที่เขารักที่สุดออกมาเป็นคำตอบของคนตรงหน้า เขาเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่ซึมออกมาน้อยๆ ของไอ้คนที่เป็นเหมือนหัวใจของเขาที่ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างอยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน

เพียวบรรจงประกบริมฝีปากใบที่ปากบางของเขา เมื่อเสียงคำร้องสุดปร่าแปร่งของเขาสิ้นสุดลง ราวจะเป็นการรับรู้ รับทราบ หรือตอบรับซึ่งพันธะสัญญาที่พวกเขาทั้งสองบรรจงเขียนไว้และลงลายนามไว้ด้วยความรู้สึกที่มาจากก้นบึ้งสุดของหัวใจ

จุมพิตของโฟคและเจ้าของตุ้มหูรูปไม้กางเขนที่อยู่เบื้องหน้าถูกห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าและแสงจากดวงดาวที่ราวกับจะมาร่วมเป็นสักขีพยานในความรักของทั้งคู่ในเวลานี้ รสสัมผัสนั้นอ้อยอิ่ง ลุ่มลึก และยาวนาน ราวกับก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจของคนทั้งสองจะประหวัดเข้าหากันอย่างที่ต่างฝ่ายก็ต่างสุดจะห้ามปรามไหว




Stand by me,

Stand by you.





นายพินต้า

ฝากเฟสและทวีตนายพินต้า ninepinta ด้วยนะ ^ ^

ขอมอบนิยายบทนี้ให้กับผู้ศรัทธาในความรักทุกคนนะครับ หวังว่าเรื่องราวของเพียวและโฟคจะช่วยหล่อเลี้ยงชโลมใจให้หัวใจของนักอ่านของผมอบอุ่นขึ้นมาได้บ้าง

หากใครอยากฟังเพลงนี้ประกอบไปกับนิยายฉบับนี้ด้วย ผมแนะนำ Stand by me เวอร์ชันที่ขับร้องในพิธีอภิเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี-เมแกน มาร์เคิล โดยค้นหาว่า 'Stand by Me' performed by Karen Gibson and The Kingdom Choir - The Royal Wedding – BBC เวอร์ชันนี้จะแสดงถึงความรักที่อบอุ่นและความสัมพันธ์ที่อิ่มเอม

ส่วนหากใครอยากฟังในเวอร์ชันของแบบที่สะท้อนถึงความเท่าเทียม มิตรภาพ ความรักที่ไร้ขีดจำกัดและไร้พรมแดน ไร้ข้อแบ่งแยกทางสีผิว ศาสนา และชาติพันธุ์ ผมแนะนำ Stand By Me | Playing For Change | Song Around The World เวอร์ชันนี้มีเนื้อหาที่ประพันธ์เพิ่มที่ผมประทับใจ


No matter who you are,

No matter where you go in life,

You goin' need somebody to stand by you.

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร

ไม่ว่าชีวิตคุณจะมุ่งหมายซึ่งแห่งหนไหน

คุณก็ยังจำเป็นต้องมีใคร ใครสักคนที่อยู่เคียงข้างคุณ

ไม่ว่าจะเหนื่อยหน่ายกับชีวิต จะผิดหวังกับความรักที่ไม่สมหวัง จะท้อแท้กับโลกที่ไม่ได้ดั่งใจ แวะมาที่นี่นะครับ เกียร์สีขาวกับกาวน์สีฝุ่นของผมขอเป็นนิยายที่จะโอบกอดคุณไว้ ลูกชายทั้งห้าคนของผมจะช่วยกันปลอบประโลมคุณ โลกของไป๋อิฐโฟคเพียวว่าน มีที่พักพิงให้คุณเสมอ พักให้หายเหนื่อยนะครับ หายเหนื่อยแล้วค่อยกลับไปสู้กับโลกกันใหม่ No matter who you are, I will stand by you นะ : )

ความคิดเห็น