หลินหลิน / แมวสีหม่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 5-3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 355

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2561 11:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5-3
แบบอักษร

ใช้เวลาไม่นาน หยาดพิรุณก็พาพัทธ์มาถึงจุดหมาย หญิงสาวช่วยประคองพัทธ์ลงจากรถ ปากก็ร้องเรียกหาคนช่วย ใครคนหนึ่งวิ่งออกมาเป็นคนแรก แน่นอนว่าต้องเป็นคนสุรเชษฐ์ คนสนิทของพัทธ์นั่นเอง ช่วยไม่ได้ที่ผู้เป็นนายจะลอบขยิบตาส่งซิกระหว่างกัน ในยามที่สาวเจ้าร้อนรนด้วยความเป็นห่วงจึงไม่ทันได้สังเกต

“บอสเป็นอะไรไปครับ”

คนถูกถามปิดปากเงียบ ยังคงทำหน้าเหยเกต่อไป คนที่คอยประคองอย่างทุลักทุเลจึงต้องตอบเอง

” ปวดท้องน่ะค่ะ น่าจะเป็นเพราะโรคกระเพาะกำเริบ” สุรเชษฐ์เข้ามาช่วยประคอง เมื่อนั้นหยาดพิรุณจึงรู้สึกหายใจหายคอคล่องขึ้นมาบ้าง เพราะไม่เช่นนั้น ลมหายใจร้อนๆ ที่รินรดข้างแก้ม กับปลายจมูกที่มักคลอเคลียไม่ห่างก็มักจะทำให้เธอใจสั่นจนแทบหมดเรี่ยวแรง

“ช่วยดูแลพี่พัทธ์ด้วยนะคะ ดึกแล้วหยาดคงต้องกลับ”

คนป่วยใจหายวาบ รีบกระทุ้งข้อศอกใส่ลูกน้องของตนเองทันที สุรเชษฐ์เผลออุทานออกมาคำหนึ่ง

“โอ๊ะ!”

“เป็นอะไรไปคะ”

ชายหนุ่มอ้ำๆ อึ้งๆ ไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะส่งยิ้มจืดเจื่อนให้กับเธอ

“ขาผมไม่ค่อยดีน่ะครับ ข้างนี้” เอ่ยพลางชี้ไปที่ขาข้างขวาของตนเอง แม้หยาดพิรุณจะไปเรียนที่ออสเตรเลียหลายปี กระนั้นเธอก็พอจะรับรู้ว่าสุรเชษฐ์นั้นเคยช่วยชีวิตพัทธ์ไว้ ด้วยการรับกระสุนแทน กระสุนลูกนั้นเจาะที่กระดูกขวาของเขา ทำให้เขาเกือบเดินไม่ได้ แต่สวรรค์ยังปรานีอยู่บ้าง เขาจึงยังเดินได้จวบจนทุกวันนี้

“งั้น...เด็กรับใช้คนอื่นๆ ล่ะคะ” ด้วยความสงสาร เธอโผเข้าไปประคองพัทธ์อีกครั้ง พร้อมกับถามเสียงอ่อย

“คนอื่นๆ เหรอครับ” สุรเชษฐ์เอ่ยเสียงดังผิดปกติ เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาในห้องโถง “หลับหมดแล้วครับ”

ใครคนหนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากใต้บันไดรีบหลบวูบอย่างรู้หน้าที่ คนพูดจึงลอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอก

“ดึกป่านนี้แล้ว คุณท่านก็คงเข้านอนแล้วครับ”

เป็นอันว่าไม่มีใครให้เธอขอความช่วยเหลือได้เลย ทั้งปู่อนันต์ และคุณลุงพิมุกข์ก็หลับแล้ว

“ผมเองก็กำลังจะกลับบ้าน คือ...แม่ผมโทร.มาบอกเมื่อกี้ว่ามีผู้ชายหน้าตาไม่น่าไว้ใจมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้าน ผมเป็นห่วงน่ะครับเลยจะรีบกลับไปดู”

สีหน้าของหยาดพิรุณยิ่งเจื่อนลงกว่าเดิม กำลังคิดหาทางออกให้กับตัวเองเพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่กับพัทธ์สองต่อสอง คนเจ็บก็งอตัวร้องโอดโอยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยอีกครั้ง

“โอย...ไม่ไหวแล้วหยาด รีบพาพี่ขึ้นข้างบนเถอะ”

ความห่วงใยทำให้เธอไม่เสียเวลาคิด บอกตัวเองว่าแค่พาไปให้ถึงห้องก็เป็นอันว่าหมดหน้าที่แล้ว

“พี่เชษฐ์รีบไปเถอะค่ะ ทางนี้หยาดจัดการเอง”

สุรเชษฐ์ปล่อยมือก่อนที่เธอจะพูดจบเสียด้วยซ้ำ เขาละล่ำละลักขอบคุณสามสี่ครั้ง กระทั่งคนเจ็บหันมาจ้องมองด้วยแววตาดุดัน จึงรีบจ้ำอ้าวออกจากบ้านอย่างไม่เหลียวหลัง หากแทนที่จะกลับเขากลับเดินอ้อมไปทางหลังบ้านเพื่อสั่งความกับเด็กรับใช้คนอื่นๆ ไม่ให้ขึ้นไปรบกวนผู้เป็นนาย

ฝ่ายพัทธ์ยังคงแสร้งทำเป็นเจ็บต่อไป อาจจะไม่แนบเนียนเท่าไร แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขาได้รู้ว่าหยาดพิรุณห่วงเขาไม่น้อย แม้ว่าจะเธอจะเคยประกาศเต็มปากเต็มคำแล้วว่าจะไม่เชื่อเขาอีก แต่ท้ายที่สุดเธอก็ยังเชื่อเขา พัทธ์ยอมรับว่าดีใจ หัวใจที่เหี่ยวแฟบเพราะรอยยิ้มที่เธอมอบให้บุตรชายคุณวิบูลนั้นปลิดปลิวหายไปในอากาศจนมลายสิ้นไปแล้ว ที่หลงเหลืออยู่ก็มีแต่ความอุ่นซ่านที่ส่งผ่านจากปลายนิ้วของเธอ

นิ้วเรียวเล็กที่โอบประคองของเขาอยู่ในเวลานี้ช่างเต็มไปด้วยความเอื้ออาทรและห่วงใยจนเขาสัมผัสได้

เมื่อเอียงศีรษะเข้าไปใกล้มากขึ้น หลุบสายตาลงเล็กน้อยก็พบ ผิวแก้มอ่อนใส มีเลือดฝาดชวนมอง ล่อหลอกให้เขาอยากจะจรดปลายจมูกลงไปเหลือเกิน แต่ถ้าทำเช่นนั้นหยาดพิรุณคงประทับฝ่ามือลงบนหน้าเขาเป็นครั้งที่สองเป็นแน่แท้ เขาจึงทำได้แค่ปัดผ่านไปมา ราวกับไม่ได้ตั้งใจ

และแม้ไม่ได้ตั้งใจ กลิ่นหอมจากตัวเธอก็ทำให้เขาแทบคลั่ง

กลิ่นนี้เขาไม่เคยได้กลิ่นจากสาวคนไหนมาก่อน มันช่างหวานละมุน และบริสุทธิ์สดใสดั่งดอกไม้แรกแย้ม ทำให้เขาอยากค้นหาเหลือเกินว่าเธอใช้น้ำหอมยี่ห้อไหนอยู่

“ทนหน่อยนะคะพี่พัทธ์ ถึงแล้วค่ะ”

เสียงของเธอปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์อันมัวเมา ใช่...เขาเรียกมันว่าความมัวเมา แม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์แม้สักหยด แต่เขาก็กำลังมึนเมาใน ตัวเธอ หลงใหลไปกับกลิ่นกายหอม ผิวกายอันเนียนละเอียดอ่อนละมุน จนอยากจะสัมผัสแตะต้องทุกตารางนิ้ว และปรารถนาเป็นเจ้าของแต่เพียง ผู้เดียว!

หยาดพิรุณพาเขาเข้ามาในห้อง ก็กดเปิดสวิซต์ไฟ เมื่อไฟสว่างจ้าก็ค่อยประคองเขาเข้าไปด้านใน ค่อนข้างทุลักทุเลเพราะพัทธ์ตัวใหญ่และหนักมาก แต่เธอก็กัดฟันจนสำเร็จ หญิงสาวประคองเขาให้นอนลงบนเตียงเรียบร้อย หยุดพักหายใจหอบอยู่อึดใจ ก่อนจะยกแขนเช็ดเหงื่อหนึ่งครั้งแล้วเอ่ยถาม

“ยาอยู่ตรงไหนคะ หยาดหยิบให้ อยู่ที่เดิมรึเปล่า”

เมื่อพัทธ์พยักหน้า หยาดพิรุณก็โผเข้าไปที่ลิ้นชักข้างเตียงอันที่สอง ดึงมันออกมาก็พบยาจำนวนมากวางสะเปะสะปะอยู่ในนั้น เสียเวลาหาไม่น้อยกว่าจะพบ เธอไม่รอช้ารีบวิ่งลงไปชั้นล่าง หยิบแก้วและถือน้ำขึ้นมาขวดหนึ่ง เข้ามาในห้องอีกครั้งก็พบว่าพัทธ์กำลังนอนงอตัวและหลับตาอยู่

“ยาค่ะ”

เธอเอ่ยสั้นๆ พร้อมกับยื่นยาให้ ชายหนุ่มปรือตาขึ้นมามอง ก่อนจะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง ท่าทางลำบากลำบนเก้ๆ กังๆ นั้นทำให้หยาดพิรุณต้องเข้าไปช่วยจนได้

เมื่อเขานั่งเรียบร้อยดีแล้ว เธอจะยัดยาใส่มือเขาทันที

“รีบกินยาสิคะ หยาดจะได้กลับบ้าน” พูดจบก็หันไปจัดยาในลิ้นชัก ปากก็พร่ำบ่นอย่างไม่จริงจังเท่าไร เพราะไม่อยากให้ห้องบังเกิดความเงียบจนน่าอึดอัด และเพราะเธอหันหลังให้จึงไม่เห็นว่าคนเจ็บโยนยาไปด้านหลัง หล่นปุบลงบนเตียง ตรงไหนสักที่ที่เธอไม่อาจมองเห็น เพราะยาเม็ดเล็กมาก และเป็นเม็ดสีขาวกลืนไปกับผ้าห่ม ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงหาไม่เจอ

“พี่พัทธ์เก็บของไว้ที่เดิมตลอดแบบนี้ก็ดี แต่ช่วยจัดให้มันเป็นระเบียบกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ จะได้หาง่ายๆ”

“หยาดก็แต่งงานกับพี่สิ พี่จะให้หยาดจัดให้ทุกวันเลย”

หยาดพิรุณไม่ต่อความยาวสาวความยืด ลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าที่วางบนโต๊ะขึ้นมาแล้วยกมือไหว้

“หยาดกลับแล้วนะคะ กินยาเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวก็คงหาย”

“เดี๋ยว” พัทธ์คว้าข้อมือเธอไว้อย่างรวดเร็ว มือของเขาแข็งราวปลอกเหล็ก และร้อนจัดราวกับไฟ ชวนให้ใจสั่นอย่างไรไม่ทราบได้ “จะกลับยังไง พี่ไม่ยอมให้เธอกลับแท็กซี่หรอกนะ”

“หยาดกลับได้ค่ะ เดี๋ยวโทร.ให้คนที่บ้านมารับก็ได้” หยาดพิรุณเอ่ยโดยไม่ยอมหันไปสบตาเขา เธอรู้จักตัวเองดี ยามใดที่สบดวงตาอันทรงเสน่ห์คู่นั้นแล้วก็ยากที่จะต้านทานได้ “ปล่อยค่ะ หยาดจะกลับ...”

เสียงของเธอขาดหาย และเปลี่ยนเป็นคำอุทานแทนเพราะตนเองเซถลาล้มลงบนตักเขาตามแรงกระตุกของเจ้าของห้อง

“พี่ป่วยขนาดนี้ ยังคิดจะทิ้งพี่อีกเหรอ” ใช่แค่พูดเปล่ายังโอดครวญอย่างเจ็บปวด คงจะดีกว่านี้ถ้าริมฝีปากของเขาไม่ได้คลอเคลียอยู่กับแก้มของเธอ “เธอใจร้ายกับพี่มากไปรึเปล่า หืม?”

“หยาดไม่...” หญิงสาวหันไปมองหน้าเขา แล้วความโกรธก็แล่นมาจุกที่คอหอยเมื่อเห็นความรื่นรมย์ในดวงตาของคนป่วย ไม่สิ....คนแกล้งป่วยต่างหาก!

“พี่พัทธ์แกล้งป่วยจริงๆ ด้วย!” หยาดพิรุณจ้องเขาอย่างกรุ่นโกรธ “หยาดไม่น่าเชื่อพี่พัทธ์เลย! ไม่น่าเลย!” เธอทุบมือลงบนอกกว้าง ดิ้นขลุกขลักด้วยหมายจะหลุดพ้นจากอ้อมกอดอันตรายนั้น

“หยาด หยุดดิ้นได้แล้ว ถ้าดิ้นมากกว่านี้ พี่คงห้ามตัวเองไม่ได้”

เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยอารมณ์บางอย่างของเขาทำให้หยาดพิรุณหยุดการกระทำของตัวเองได้เป็นอย่างดี

“อย่าคิดทำอะไรบ้าๆ กับหยาดนะ”

“ก็ถ้าไม่ยอมหยุด พี่คงต้องคิด”

“บ้า คนบ้า ลามกที่สุด!”

คนถูกว่ากลับหัวเราะอย่างเห็นขัน ยิ่งจุดโทสะให้กับคนฟังอีกหลายเท่า

“ขำอะไรพี่พัทธ์ มีอะไรน่าขำตรงไหน!”

“ก็ขำว่าเธอคิดไปถึงไหนน่ะสิ”

“หยาดคิดอะไรถึงไหน พี่พัทธ์ต่างหากที่คิด”

“รู้ได้ไงว่าพี่คิดอะไร หยาดอ่านใจพี่ออกรึไง”

“ไม่ต้องอ่านใจก็รู้ คนเจ้าชู้อย่างพี่พัทธ์จะคิดอะไรได้”

คนฟังยกมือขึ้นบีบจมูกว่าที่ภรรยาอย่างอยากแกล้ง และเป็นบทลงโทษที่กล้าต่อว่าว่าที่สามีอย่างเขา

“กล่าวหาพี่เกินไปแล้วนะ สาวน้อย”

“อื้อ...” หยาดพิรุณประท้วง พยายามดึงมือเขาออก “พี่พัทธ์ หยาดหายใจไม่ออก ปล่อยนะ!”

“หายใจไม่ออกเหรอ...ให้พี่ช่วยไหม” มือเล็กชะงักค้าง พร้อมกับที่ดวงตากลมโตทั้งสองเบือนมาสบดวงตาที่กำลังเต้นระริกอย่างไม่เข้าใจ พัทธ์เองก็ไม่รอให้เธอสงสัยนานรีบพูดต่อทันทีว่า “เมาธ์ทูเมาธ์ไง”

“บ้า! พี่พัทธ์บ้า!” หยาดพิรุณตบมือเขาอย่างแรง คราวนี้เขายอมปล่อยแต่โดยดี “นี่น่ะนะไม่คิดทำอะไรหยาด ใครเชื่อก็บ้าแล้ว!” หญิงสาวต่อว่าพลางคลำปลายจมูกของตัวเองป้อยๆ มืออีกข้างก็รีบตะครุบปากตัวเองไว้ เสียงที่เปล่งออกมาจึงค่อนข้างอู้อี้

“ก็ถ้าพี่พัทธ์ทำอะไรรุ่มร่ามกับหยาด หยาดจะฟ้องคุณพ่อคุณแม่!”

“อืม...ก็ดีสิ เราจะได้แต่งงานกันเร็วขึ้น”

ไม่นึกฝันและไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะใช้ไม้นี้ในการบีบบังคับให้เธอแต่งงาน หยาดพิรุณถึงกับอ้าปากค้าง มองเขาอย่างตกตะลึง แต่พัทธ์ไม่ได้ข่มขู่หรือรุกรานอะไรมากกว่านั้น เพียงแค่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเท่านั้นว่า

“ให้พี่ไปส่งเถอะ!”

“ไม่เอา! หยาดจะกลับเอง!”

“อย่าดื้อได้ไหม หยาดพิรุณ”

“ก็หยาดไม่ไว้ใจพี่พัทธ์ ถ้าเกิดพี่พัทธ์หน้ามืดขึ้นมา...” พูดยังไม่ทันจบ คนตัวโตก็รีบยกมือสาบาน

“สาบานว่าพี่จะไม่ทำอะไรเธอ...” ลดมือลงแล้วกระซิบบอก “ยังไม่ทำตอนนี้”

หยาดพิรุณถึงกับถลึงตาใส่ ชูกำปั้นหรา ทำท่าจะชกใส่เขาเต็มแรง แต่พัทธ์จับมือนั้นไว้ได้เสียก่อน

“ไม่เอาน่า พี่ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย” เขากระตุกมือ ร่างเล็กก็เอนซบบนอกเขาตามแรงกระชากเสียแล้ว “ถ้าเธอชกพี่ พี่จูบจริงๆ นะเอ้า...อยากลองไหม ชกทีหนึ่ง จูบสองที เอาไหมล่ะ!”

รู้ว่าตกเป็นรอง และไม่มีทางจะเอาชนะเขาได้เลยในตอนนี้ หยาดพิรุณจึงต้องจำใจทำในสิ่งที่ฝืนความรู้สึกตัวเอง

“โอเคค่ะ! โอเค! หยาดให้พี่พัทธ์ไปส่งก็ได้!”

“ก็แค่เนียะ!”

เขายอมปล่อยเธอเป็นอิสระ ก่อนจะผิวปากเดินนำเธอไปอย่างอารมณ์ดี หยาดพิรุณได้แต่มองตามเขาอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

หยาดพิรุณนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง รู้สึกว่าระยะทางกว่าจะถึงบ้า นั้นมันทอดยาวกว่าปกติ โชคดีที่พัทธ์เองสงบปากสงบคำผิดปกติ เหมือนเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับเธอละมัง

ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะมาถึงบ้าน หยาดพิรุณรอจนกระทั่งเขานำรถมาจอดเทียบหน้าตึก จึงประกาศออกไปโดยไม่หันไปสบตาว่า

“เลิกคิดถึงเรื่องแต่งงานเถอะค่ะ หยาดมีแฟนแล้ว”

“ใคร?” พัทธ์ย้อนถามเสียงแข็ง หญิงสาวกลั้นใจแล้วบีบมือที่ประสานกันอยู่บนตักแน่นขึ้น ก่อนเอ่ยต่อว่า

“จะใครไม่สำคัญหรอกค่ะ หยาดแค่อยากให้พี่พัทธ์รู้ว่าหยาดแต่งงานกับพี่พัทธ์ไม่ได้จริงๆ พี่พัทธ์เองก็ไม่ได้แต่งงานกับหยาดนี่คะ แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ” ก่อนลงจากรถ เธอทิ้งท้ายไว้ว่า “คุณปู่กับคุณพ่อคงจะเข้าใจ ไว้หยาดจะไปอธิบายกับพวกท่านด้วยตัวเอง...สวัสดีค่ะ”

ยกมือไหว้ลาแล้วรีบลงจากรถไปทันที พัทธ์มองตามหลังพร้อมกับพึมพำกับตัวเองว่า

“แฟน? ใครกัน?”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น