มอมิ้น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เมื่อผมเป็นได้เพียงตัวร้าย ตอนที่7

ชื่อตอน : เมื่อผมเป็นได้เพียงตัวร้าย ตอนที่7

คำค้น : เมื่อผมเป็นได้เพียงตัวร้าย ตอนทีึ่7

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 62

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2561 21:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมื่อผมเป็นได้เพียงตัวร้าย ตอนที่7
แบบอักษร

ตอนที่7

#เมื่อผมเป็นได้เพียงตัวร้าย




...กึก...


“ไปทำอีกท่าไหนถึงจะโดนแท็กซี่ปล้นวะพี่” เสียงปิดประตูห้องดังขึ้นก่อนตามมาด้วยคำถามจากเจ้าของร่างสูงที่เพิ่งจะวางกุญแจรถของตัวเองลงบนโต๊ะ แซมมองแผ่นหลังกว้างของใครอีกคนในขณะที่ทิ้งร่างกายของตัวเองลงบนโซฟาแล้วปลดเสื้อสูทด้านนอกของตัวเองออกวางพาดลงกับขอบของโซฟา

“กูคงดูรวยทั้ง มันถึงจะปล้น” ตอบออกไปแบบนี้และได้รับเสียงหัวเราะผะแผ่วจากไบค์กลับมา

“แล้วรอดมาได้ยังไง”

“กูวิ่งไปซ่อนมันในพุ่มหญ้า”


“แล้วรถพี่หละ?ทำไมไม่ขับรถกลับ” โดนถามเยอะจนแซมเริ่มมีแอบหงุดหงิดในใจกับความขี้สงสัยของมัน

“กูจอดไว้บริษัท พอดีรถกูมีปัญหานิดหน่อยเลยจอดทิ้งไว้ในช่างมาดู” ซึ่งไบค์พยักหน้ารับเมื่อได้รับรู้ในสิ่งที่สงสัย หันไปมองร่างของพี่ชายต่างสายเลือดของตัวเองด้วยแววตาขบขันเพราะสภาพของแซมในตอนนี้คือไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำที่เหมือนโดนคนที่เกลียดพี่มันมากสาดน้ำใส่มา


“พี่อยากไปอาบน้ำก่อนมั้ย”

“ก็ดีนะ” รับคำไปก่อนลุกขึ้นยืนแล้วถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก เหมือนไบค์เองเพียงหันมองแต่ก็ไม่ได้ตกใจอะไรเพราะมันคงไม่ได้เอะใจเนื่องเพราะสถานะพวกเราก็คือผู้ชายด้วยกันทั้งคู่อยู่แล้ว นอกเหนือไปกว่านั้นไบค์ยังเดินไปหาหยิบเสื้อผ้ามาวางกองไว้ให้ ตอนนี้กลายเป็นแซมเสียเองที่เริ่มกังวลว่าแผนที่จะแย่งผัวของอีบ้านั่นจะสำเร็จหรือเปล่า


ก็ไอ้ไบค์มันไม่ได้ชอบผู้ชายนี่หว่า

ทั้งชีวิตมันก็เอาแต่ผู้หญิง ไม่เชื่อจะดูแต่ละคลิปที่มันส่งมาอวดเขาก็ได้...


“มึงดูอะไรอยู่อะ” หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแซมเดินกลับมายังห้องนอนของไบค์ซึ่งไอ้เจ้าของห้องกำลังนั่งพิงโซฟาบริเวณปลายเตียงดูทีวีอยู่ อีกคนไม่ได้ตอบแต่ทำเพียงเพยิดหน้าไปทางจอโทรทัศน์ที่ฉายการแข่งขันฟุตบอลอยู่


“ใครกับใครเตะกัน” แซมถามพร้อมนั่งลงข้างอีกคน

“พี่ก็ดูบนจอดิ เชียร์คนละฝั่งกับผมปะหละ...ทีมใครแพ้คนนั้นต้องทำตามฝ่ายชนะหนึ่งอย่าง” ปกติก็เล่นกันแบบนี้บ่อยและรอบนี้แซมก็ยอมรับในข้อตกลง แต่ก็แอบคิดไว้แล้วว่าถ้าเกิดเขาเป็นฝ่ายชนะเขาจะสั่งให้มันทำอะไรดี


ไม่รู้ว่าไบค์มันเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นมั้ย

ที่ขาของเขาที่จงใจก่ายขาของมันอยู่ในตอนนี้....


“เห้ยพี่แซม...ทำไมเข่าพี่ถลอกด้วยวะ” ไบค์มันทักขึ้นพร้อมมือที่จับขาของเขาเพื่อดูรอยถลอกที่ยังสดใหม่

“ก็...ตอนวิ่งหนีไอ้คนขับแท็กซี่อะ กูเผลอล้มไง” ตอบออกไป แต่ความจริงอะคือไอ้นายมันทำ ไบค์หันมองหน้าของเขาก่อนส่ายหัวแล้วหันสายตากลับไปมองหน้าจอโทรทัศน์ตามเดิม เขาบอกมันไปว่าเจ็บหัวเข่าเลยขอยืดขาก่ายขามันหน่อยได้มั้ย ซึ่งไบค์มันก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรแถมยังถามอีกว่าจะให้ทำแผลให้มั้ย


“ไม่ต้องหรอก แผลแค่นี้เดี๋ยวก็หายเอง”

“แต่ถ้าพี่ทำแผลอะ เวลาหายมันอาจจะเป็นรอยแผลเป็นน้อยกว่านะ” ไบค์ยังพูดต่อ

“เป็นรอยก็เป็นดิ สนทำเหี้ยไร...ไม่ได้จะใช้ขาไปทำอะไรซักหน่อย”


“เนียนๆก็ดีกว่ามั้งพี่” คำตอบของอีกคนทำเขาต้องหลุดขำ รู้ว่าไบค์มันพูดไปแบบไม่คิดอะไรหรอกเพราะตามปกติไอ้นี่มันก็คอยเป็นห่วงทุกคนอยู่แล้ว แล้วความเงียบระหว่างพวกเราก็เกิดขึ้นเมื่อสายตาของต่างคนต่างจดจ่ออยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์เบื้องหน้า ล่วงเลยมานานนับเกือบชั่วโมงแล้วซึ่งแซมคิดว่าถ้าตอนนี้ยังไม่ทำอะไรซักอย่าง คืนนี้คงสูญเปล่าแน่


“นี่ไอ้ไบค์”

“หะ?” อีกคนขานรับมาแต่สายตายังมองที่จอทีวี

“มึงเคยลองเอากับผู้ชายปะวะ” และนี่แหละ คำถามนี้นี่แหละที่เรียกให้ไบค์ต้องหันขวับมามอง


“พี่ถามว่าอะไรนะ”

“มึงเคยลองเอากับผู้ชายมั้ย” ถามมันไปอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังชัดเจน

“ไม่เคยอะ ทำไม”

“แล้วมึงอยากลองปะ” เห็นว่าไบค์ชะงักไปเมื่อได้ยินประโยคนี้  พวกเราจ้องหน้ากันนิ่ง

“เราเป็นพี่น้องกันนะพี่”  


“แม่มึงกับแม่กู ไม่ได้มีพ่อแม่คนเดียวกันซะหน่อย” พูดต่ออกไปแบบนี้ซึ่งอาการที่นิ่งไม่ยอมแสดงท่าทางอะไรชัดเจนของอีกคนกำลังทำเขาหงุดหงิด คิ้วเรียวขมวด เริ่มไม่ได้ดั่งใจกับการที่ไบค์ไม่ยอมบอกให้ชัดว่าจะเอาหรือไม่เอา

“มึงจะเอากูมั้ยไอ้ไบค์”

“..........”

“เอาหรือไม่เอาก็บอกมาแค่นั้นแหละ” ทั้งที่ถามไปแบบนี้แต่ไบค์มันกลับไม่มองหน้าของเขา แล้วหันสายตาไปยังจอทีวีแทน


แซมกำลังจะหงุดหงิด

แต่แล้ว...


“ทีมพี่ชนะอะ พี่จะสั่งอะไรผมอย่างนึง” คำถามที่ไบค์มันส่งมา ทำแซมต้องยิ้มขำ

“เอากับกู” ซึ่งเมื่อพูดไปแบบนี้คนตัวสูงยักไหล่ก่อนหันกลับมายิ้มให้

“ก็คงต้องทำตามอะนะ เกมก็คือเกม”

“แล้ว...ถ้าสมมุตทีมมึงชนะมึงจะสั่งอะไรกูวะ”


เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเรา

ก่อนเพียงชั่วครู่....


“ผมจะสั่งให้พี่ ยอมให้ผมเอา” หึ ไอ้ไบค์...



.......................................

...........................

.............


สายตาของคนในบริษัทกำลังมองตรงมาที่พวกเขาอย่างให้ความสนใจ เมื่อหนึ่งร่างของหญิงสาวกำลังกอดแขนของคนรักตัวเองแน่นด้วยใบหน้าที่ฉายชัดถึงความหงุดหงิดและกังวลใจ ในขณะที่แซมซึ่งเดินอยู่ตามหลังกลับยิ้มร้ายและในหน่วยตาคู่หวานนั้นมีเพียงแต่ความสะใจปรากฏอยู่ และในตอนนี้เดินมาจนถึงหน้าห้องทำงานของเขาแล้ว


และก่อนที่จะจากกันไป

ก็ขอทิ้งท้ายอะไร...


“ขอบคุณที่ให้กูติดรถมาด้วยนะ อ๋อ...แล้วก็เมื่อคืนที่ดูบอลด้วยกันอะ โคตร มันส์ เลย...ไว้วันหลังมาเอา...เอ้ย มาดูด้วยกันอีกนะ” เหมือนในตอนนี้ฟีนแทบจะคลั่งเมื่อความรู้สึกของเธอกำลังบอกว่าระหว่างไบค์และแซมมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันคืออะไร

เมื่อคืน มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนี้กัน


“ผัวเอามันส์ดีนี่” และในทันทีที่ไบคืเดินออกไปแล้ว แซมพูดประโยคนี้ขึ้นมา

“...!” นั่นเรียกให้ฟีนต้องรีบหันสบสายตา

“กูบอกว่า...ผัวมึง เอามันส์ดีนะ” และในตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องพูดเพราะกับหญิงสาวแล้วด้วย


“หมายความว่ายังไง?” ทั้งที่รู้แล้วว่าคืออะไรแต่เธอยังถามซ้ำเพื่อย้ำความจริง

“สาบานว่าไม่เข้าใจ งั้นจะสรุปให้ง่ายๆว่าเมื่อคืน...กู เอากับไอ้ไบค์...บนเตียง ที่มึงสองคนเคยเอากัน”

“..........!!” แววตาของเธอเบิกกว้าง มันชัดว่าฟีนกำลังตกใจและเสียใจแค่ไหนแต่แล้วสุดท้ายริมฝีปากอิ่มฝืนยิ้มออกมาอย่างไม่มีทางยอมแพ้ เพราะถ้าแซมจะเล่นแบบนี้เธอเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน


“งั้นหรอคะ?พี่ไบค์ก็เอาเก่งพอๆกับนายเลยแหละ ว่ามั้ย”

“.........”

“อุ้ย...นี่ฟีนพูดอะไรออกไปเนี่ย เผลอหลุดซะได้ว่าเคยแอบเอากับเจ้านายตัวเองแล้ว” สีหน้าท่าทางของหญิงสาวตรงหน้าเรียกหมัดของแซมให้ต้องกำแน่น เพราะดูท่าทางมันจะไมได้เสียใจอะไรเท่าไหร่กับการที่พบว่าผัวตัวเองไปนอนกับคนอื่น


คงเพราะคิดว่าถึงหลุดจากไบค์ไป ยังไงก็ยังมีนายที่คอยเลี้ยงดูมันได้

มารยาผู้หญิง ที่ดีแต่หวังเกาะผู้ชายไปวันๆ


“คุณน่ะ เอาเวลาที่คอยตามรังควานฉันไปหาทางทำให้นายสนใจดีกว่าเถอะ”

“.............”

“ก็อย่างว่าแหละนะ ใครๆเขาก็ต้องชอบอะไรที่เด็กกว่าทั้งนั้นแหละ...แถมฉันน่ะก็เป็นผู้หญิง ผู้ชายแบบคุณมันจะไปมีอะไรน่าดึงดูดมากว่า” พูดถึงตรงนี้เธอแสยะยิ้มพร้อมยกมือแตะหน้าอกของตัวเอง


“ฉันขอเข้าไปพบนายก่อนนะคะ พอดีกว่าถึงเวลาต้องชงกาแฟเข้าไปให้แล้ว”

“กูจะแย่งทุกคนจากมึง....”

“ว่าไงนะได้ยินไม่ชัดเลย”


“กูจะแย่งทุกคนมาจากมึง” ถึงตรงนี้ฟีนเพียงยิ้มให้ ก่อนจะ

“ถ้าคิดว่ามีปัญญาทำได้งั้นมึงก็ทำสิ” ทิ้งท้ายประโยคที่ทำให้คนฟังต้องยืนนิ่งค้าง


...ปัง!!... ประตูห้องทำงานของนายถูกปิดลงโดยฝีมือของหญิงสาว ส่วนคนที่ยืนอยู่ด้านนอกตรงนี้ทำได้เพียงมองเท่านั้น แซมเม้มปาก เขากำลังควบคุมตัวเองไม่ให้โมโหหรือไม่พอใจไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้อยู่ในเวลาทำงานถ้าเกิดเขามาสติหลุดที่นี่มีหวังคงได้โดนตำหนิจากผู้ใหญ่แน่ แต่ถึงแม้จะพยายามควบคุมตัวเองยังไงกระนั้นแล้วเขาก็ยังมีเหม่ออยู่หลายต่อหลายหนจนต้องหยิบยาจากกระปุกออกมากิน


พักกลางวันนี้เขาลองไลน์ไปชวนนายเพื่อทานข้าวพร้อมกัน

แต่เหมือนว่าอีกคนจะเพียงแค่กดอ่าน แต่ไมได้ตอบกลับข้อความใดมา


...แกร๊กก..!! จนเสียงประตูที่ถูกเปิดเข้ามา


“............” และเขายิ้มกว้างเมื่อพบว่าเป็นใคร

“จะมาชวนพี่ไปทาน...”

“เซ็นเอกสารนี่ที จะได้ส่งเรื่องทำวีซ่า”


“อะไรหรอ”

“ต้องไปดูงานที่ญี่ปุ่น ผมกับพี่” และรอยยิ้มของแซมปรากฏอีกครั้ง ก่อนที่จะ

“มีเลขาผมไปด้วย” ต้องหุบยิ้มลงเมื่อได้ฟังในประโยคถัดมา

“แค่เราสองคนไม่ได้หรอ”


“อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวกับเรื่องงาน” จนที่นายพูดออกมาต่อแซมถึงต้องยอมพยักหน้ารับอย่างไม่มีเงื่อนไข และในตอนนี้สิ่งที่เขาทำเป็นเพียงการเซ็นยินยอมโดยที่มีนายยืนค้ำหัวกอดอกมองอยู่ จนจังหวะที่เขายื่นเอกสารส่งคืนให้อีกคน


...หมับ... มือหนาของอีกร่างกลับจับหมับเข้าที่ปลายคาง แซมมองหน้าอีกคนอย่างสงสัย

จนที่มือของอีกร่างเลื่อนจากคางลงมายังลำคอของเขา

คิ้วเข้มของคนตรงหน้าขมวด


“ใครทำ” ก่อนต้องเป็นแซมที่เลิกคิ้วไม่เข้าใจว่านายหมายถึงอะไร

“รอยดูดที่คอ”

“...!” เมื่ออีกคนพูดต่อแซมถึงได้เข้าใจและแอบตกใจในจังหวะเดียวกัน


เขาเพียงอยากให้ฟีนรู้ว่าเขาเอากับผัวมัน

แต่ไม่ได้อยากให้นายรู้... เขาไม่อยากให้อีกคนคิดว่าเขามั่ว

ไม่อยากให้นายต้องรู้ว่าร่างกายของเขาไม่ใช่ของอีกคนเพียงคนเดียว

เพราะถ้าเกิดนายรังเกียจกันขึ้นมา...


“วันนั้นที่เรามีอะไรกันหรือเปล่า”

“แต่กูไม่ได้ทำรอยที่คอมึง”

“.......” โดนนายสวนมาแบบนี้สิ่งที่แซมทำได้มีเพียงการเงียบ


“ไปเอากับใครมา”

“สนใจด้วยหรอ” เหมือนว่าคำถามนี้จากเขาจะทำคนตัวสูงมีนิ่งไปเหมือนกัน ก่อนนายจะก้มหน้าลงมาสบสายตา

และมีหนึ่งรอยยิ้มมุมปากจากอีกร่างที่ส่งมาให้กันอีกแล้ว


“สนใจสิ ก็จะได้รู้ไว้ไงว่ามึงมันมั่ว”

“..........”

“ต่อไปกูก็จะได้ใส่ถุงตลอดถ้าเกิดต้องเอากับมึง...กลัวติดโรค น่ารังเกียจ”


...ปึก!... และเหมือนว่าแฟ้มงานที่ควรจะเอากลับไปด้วย นายดันเลือกที่จะโยนมันใส่หน้าของเขาก่อนเดินออกไปด้วยท่าทางที่ดูโกรธกันมาก แซมทำได้เพียงถอนหายใจ ก้มหยิบกระดาษที่กระจัดกระจายมาใส่แฟ้มไว้ตามเดิม


“........” และเขาเผยรอยยิ้มเศร้าออกมาเมื่อนึกไปถึงท่าทางเมื่อครู่ของอีกคน


นายก็ยังเป็นเด็กหวงของเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

ทั้งที่เขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในของเล่นที่ใครอีกคนยังคงอยากเล่น

...ทั้งที่ก็ยังหวง แล้วทำไมถึงไม่คิดจะรักษากันเลยเนอะ...



# # # # # # # #

ไปญี่ปุ่นคือมันนน5555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น